เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 105 - ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้

บทที่ 105 - ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้

บทที่ 105 - ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้


บทที่ 105 - ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้

ถ้าขืนปล่อยให้เฉินหมิงกอบโกยทรัพยากรทั้งหมดไปได้อย่างง่ายดายแบบนี้

เมืองหลินหยวนของพวกเขา...

จะไม่กลายเป็นไอ้โง่ให้เขาหลอกกินฟรีหรอกเหรอ?

ดังนั้น คนของเมืองหลินหยวนจึงทำได้เพียงฝากความหวังไว้ที่เจ้าเมืองเซี่ยเท่านั้น

เพราะถ้าเจ้าเมืองเซี่ยไม่ออกปากสั่งการ

พวกเขาก็คงทำอะไรเฉินหมิงไม่ได้อยู่ดี

ในขณะนั้น

ในที่สุดเจ้าเมืองเซี่ยก็ละสายตาจากรอยแยกมิติ

แล้วหันมามองกลุ่มคนจากเมืองหลินหยวน

"กฎถูกตั้งไว้ตั้งแต่แรกแล้ว"

เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"หากพวกคุณมีข้อกังขา ก็จงหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้ว่าสัตว์ประหลาดอเวจีในบริเวณนี้ไม่ได้ถูกเฉินหมิงเป็นคนลงมือสังหาร"

"มิเช่นนั้น ตามกฎแล้ว ทรัพยากรเหล่านี้ก็ย่อมตกเป็นของเฉินหมิงอย่างถูกต้อง"

เมื่อสิ้นคำพูดนี้ บรรดาผู้คนจากเมืองหลินหยวนต่างก็เงียบกริบ

สัตว์ประหลาดอเวจีตายกันแบบพิลึกพิลั่นกันหมด

แถมเรื่องราวก็จบลงอย่างรวดเร็วเกินไป

ตั้งแต่ที่ค่าพลังงานบนศิลาโลหะเริ่มมีความผิดปกติ

จนกระทั่งดิ่งลงไปแตะที่ศูนย์

ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น

ตอนนี้ทั่วทั้งเขตที่หนึ่ง มีเพียงซากศพของสัตว์ประหลาดทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

ไม่เห็นแม้แต่เงาของ 'ศัตรู' เลยสักคนเดียว

แล้วพวกเขาจะไปหาหลักฐานมาจากไหนกันล่ะ?

ให้ขุดดินลงไปสามศอกเพื่อหาหลักฐานงั้นเหรอ

หรือจะให้ไปปั้นน้ำเป็นตัว สร้างศัตรูในจินตนาการขึ้นมาสักคน?

เอาเข้าจริงๆ ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ

ถ้าเรื่องนี้มันเป็นฝีมือของรอยแยกมิติจริงๆ

พวกเขาก็ไม่กล้าเข้าไปสืบอยู่ดีแหละ

ไอ้ของพรรค์นี้ ขืนมุดหัวเข้าไปก็มีแต่ตายกับตาย

จะให้พวกเขาเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อสืบหาความจริงน่ะเหรอ...

ขอผ่านดีกว่า

ใครอยากอายุสั้นก็เชิญเลย!

คำพูดของเจ้าเมืองเซี่ย ดูเหมือนจะลำเอียงเข้าข้างเฉินหมิงอยู่ไม่น้อย

ซึ่งในความเป็นจริง

เจ้าเมืองเซี่ยก็กำลังลำเอียงเข้าข้างเฉินหมิงอยู่จริงๆ นั่นแหละ

ส่วนความจริงเบื้องหลังการตายหมู่ของสัตว์ประหลาดอเวจี รวมถึงบทบาทของเฉินหมิงในเหตุการณ์นี้...

เขาไม่ได้คิดที่จะขุดคุ้ยให้ลึกซึ้งหรอก

เจ้าเมืองเซี่ยทอดสายตามองลงไปยังเฉินหมิงเบื้องล่าง

เขารู้สึกสนใจในตัวเด็กหนุ่มคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ

ดูท่าว่าในอนาคต มณฑลเจียงหนานคงจะให้กำเนิดบุคคลระดับตำนานขึ้นมาแล้วล่ะมั้ง

เมื่อเทียบกับเรื่องนี้แล้ว

ทรัพยากรเล็กๆ น้อยๆ ในอเวจีพวกนี้ แทบจะไม่มีค่าอะไรเลย

เขตที่หนึ่งหมดไปแล้วไงล่ะ

ทรัพยากรในเขตอื่นก็ยังอยู่นี่นา?

ไม่ได้สูญหายไปทั้งหมดเสียหน่อย

"ในเมื่อสัตว์ประหลาดอเวจีในเขตที่หนึ่งตายกันหมดแล้..."

ผู้ตรวจการหลินกระแอมเบาๆ แล้วรีบเปลี่ยนคำพูดใหม่:

"ในเมื่อพวกเธอจัดการจนหมดแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่แต่ในเขตชั้นนอกแล้วล่ะ"

"ตามพวกเราเข้าไปในเขตชั้นในกันเถอะ"

กระแสคลื่นพลังงานในเขตชั้นในของอเวจี

ใกล้จะปะทุเต็มทีแล้ว

การเข้าไปในตอนนี้ ก็นับว่ามาได้จังหวะพอดี จะได้ไม่พลาดโอกาสสำคัญ

ตอนแรก ตามแผนที่วางไว้ ทีมอันดับหนึ่งจากแต่ละเมืองจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในกิจกรรมกระแสคลื่นพลังงานมากนัก

เพราะโอกาสทองระดับนี้

ไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวล 10 จะสามารถรับมือไหว

แต่ก็ยังพอให้เข้าไปเก็บเกี่ยวผลพลอยได้เล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง

ทว่า มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่า เฉินหมิงนั้นมีความพิเศษเหนือใคร

ส่วนเหตุผลน่ะเหรอ...

ผลงานสุดอลังการในดันเจี้ยน 'หุบเขาราตรี' ที่อยู่นอกเมืองอวิ๋นไห่นั่นก็เป็นเครื่องการันตีชั้นดีแล้ว

"ผมยังมีธุระอีกนิดหน่อย ถ้าพวกท่านรีบ จะล่วงหน้าไปก่อนก็ได้นะครับ?"

เฉินหมิงกล่าวแทรกขึ้นมาในจังหวะนั้น

เขาจำเป็นต้องเดินทางผ่านรอยแยกมิติ เพื่อกลับไปยังอเวจีต่างโลกอีกครั้ง

เพราะยังมีกองทัพมารกระดูกและสมบัติที่ปล้นมาได้ รอให้เขาไปเก็บกู้อยู่

แต่พอพูดจบประโยคนี้

ยังไม่ทันที่เจ้าเมืองเซี่ยและผู้ตรวจการหลินจะได้ตอบอะไร

บรรดาผู้บริหารระดับสูงของเมืองหลินหยวนกลับตาลุกวาวขึ้นมาทันที

ราวกับว่าพวกเขาจับจุดสำคัญอะไรบางอย่างได้

"ฮ่าๆ พวกเราไม่รีบหรอก!"

"ใช่ๆๆ พวกเราไม่ได้รีบอะไรเลยสักนิด!"

"อเวจีนั้นกว้างใหญ่ไพศาลนัก หนทางสู่เขตชั้นในก็แสนยาวไกล ให้พวกเราร่วมทางไปด้วยดีกว่า"

"หลานชายเฉินหมิง ไม่ต้องเกรงใจหรอก พวกเรารอได้!"

ท่าทีของกลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพระดับสูงเมืองหลินหยวนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ในขณะเดียวกัน

สายตาของพวกเขาก็จับจ้องไปที่เฉินหมิงเขม็ง ราวกับฝูงหมาป่าหิวโซที่กำลังจ้องมองก้อนเนื้ออันโอชะ

มีธุระงั้นเหรอ?

ในเมื่อสัตว์ประหลาดอเวจีก็ถูกกวาดล้างไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว

ยังมีธุระบ้าบออะไรให้ต้องทำอีก?

คำตอบมันก็เห็นๆ กันอยู่...

ไอ้เด็กนี่มันต้องมีอะไรปิดบังอยู่แน่ๆ!

และก็มีแนวโน้มสูงมากที่จะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สัตว์ประหลาดตายหมู่ในอเวจีครั้งนี้

ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็...

ไม่ไปเว้ย!

ยังไงก็ไม่ยอมไปเด็ดขาด!

พวกเขาตั้งใจจะอยู่ดูให้เห็นกับตาว่าไอ้เด็กเฉินหมิงนี่มันกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่

"เอ่อ..."

เฉินหมิงมองดูท่าทีของกลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพเมืองหลินหยวนที่เปลี่ยนสีหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว

พร้อมกับส่งยิ้มแป้นแล้นมาให้เขา

เฉินหมิงรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจสภาพจิตใจของคนพวกนี้เท่าไหร่...

คงทำได้แค่เคารพการตัดสินใจล่ะมั้ง

"งั้นก็ตกลงครับ"

"ก็ไม่ได้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรอก"

ยังไงเขาก็แค่ต้องเดินไปกลับผ่านรอยแยกมิติรอบเดียวเท่านั้นแหละ

ตอนแรกกะจะให้พวกเขาล่วงหน้าไปก่อน

จะได้ไม่ต้องมาเห็นตอนที่เขาเดินเข้าไปในรอยแยกมิติคนเดียวให้ตื่นตระหนกกันเล่นๆ

แต่ในเมื่อ...

ทุกคนอยากจะดูนัก

เขาก็ช่วยไม่ได้แล้วล่ะ

"ไม่ทราบว่าหลานชายเฉินหมิง ยังมีธุระอะไรอีกงั้นเหรอ?"

ครูใหญ่ของเมืองหลินหยวนคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม

"ถ้ามีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือ ก็บอกมาได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ"

เฉินหมิงส่ายหน้า

"ไม่ต้องหรอกครับ"

จากนั้น เขาก็เดินตรงไปยังลานกว้างที่ปกคลุมไปด้วยกระแสพลังปั่นป่วน

"แค่เข้าไปทำธุระนิดหน่อยในรอยแยกมิตินี้แหละครับ แป๊บเดียวเอง ไม่เสียเวลาหรอก"

พอพูดจบประโยค

ทั้งลานก็เงียบกริบลงในทันที

บรรยากาศนิ่งสนิทไปสองวิครึ่ง

ยกเว้นฉินจือเสวี่ยและเพื่อนอีกสองคน

บรรดาผู้เปลี่ยนอาชีพเมืองหลินหยวน ไปจนถึงผู้ตรวจการหลินและเจ้าเมืองเซี่ยที่ลอยอยู่กลางอากาศ ต่างก็จ้องมองเฉินหมิงเป็นตาเดียว

ไอ้หมอนี่มันพร่ำเพ้ออะไรอยู่?

หรือว่าพวกเขาหูฝาดไปเอง?

เข้าไปทำธุระ... ในรอยแยกมิติเนี่ยนะ?

บ้าที่ไหนมันจะเข้าไปทำธุระในรอยแยกมิติกันวะ?!

อยากตายนักหรือไง?

"นี่นาย..."

"พูดจริงดิ?"

ท่ามกลางความเงียบงัน

กลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพเมืองหลินหยวนมองเฉินหมิงด้วยสายตาเหมือนมองคนบ้า

"เฮ้อ..."

ชายชราคนหนึ่งส่ายหน้าเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบ

"รอยแยกมิติ ไม่ใช่สถานที่ที่คนทั่วไปจะสามารถย่างกรายเข้าไปได้หรอกนะ"

"ไอ้หนูเอ๊ย ช่างโอหังเสียจริง ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาเสียเลย"

ในสายตาของคนเมืองหลินหยวน

การกระทำของเฉินหมิงเหมือนกับคนสิ้นหวังที่จนตรอก

เพื่อที่จะปกปิดความจริงเรื่องที่ตัวเองแอบฉกทรัพยากรจากสัตว์ประหลาดในอเวจีไป

ถึงขั้นกล้าพูดเรื่องบ้าๆ อย่างการเข้าไปในรอยแยกมิติออกมาได้

เหอะๆ...

วัยรุ่นก็แบบนี้แหละน้า

ผู้เปลี่ยนอาชีพหนุ่มคนหนึ่งมองเฉินหมิงด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย แววตาเต็มไปด้วยความขบขัน

"ไหนๆ ลองเข้าไปให้ดูหน่อยสิ?"

"ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้"

เขากะจะหักหน้าเฉินหมิง

ให้อับอายจนแทรกแผ่นดินหนี

แล้วก็ถือโอกาสตีเหล็กตอนที่กำลังร้อน...

บีบให้อีกฝ่ายยอมคายความจริงเรื่องสาเหตุการตายของสัตว์ประหลาดในอเวจีออกมา

เฉินหมิง: "..."

พวกรดับสูงของเมืองหลินหยวนนี่

ทำไมแต่ละคนชอบเล่นใหญ่จังวะ?

แถมยังมีพวกชอบเที่ยวรับคนเป็นพ่อซี้ซั้วอีก...

ฉันไม่เคยมีลูกชายแบบแกเว้ย

เฉินหมิงถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอา

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความอีกต่อไป

เดินฝ่าชั้นกระแสพลังปั่นป่วน ตรงเข้าไปยังรอยแยกมิติที่อยู่ตรงกลางอย่างรวดเร็ว

"มีฝีมือพอที่จะทะลวงผ่านชั้นพลังงานมิติเข้าไปได้ ก็ถือว่ามีดีอยู่บ้างแหละนะ"

ผู้เปลี่ยนอาชีพคนหนึ่งวิจารณ์

"เสียอย่างเดียว ขี้โม้ไปหน่อย..."

"เชี่ยยยย?!"

พูดยังไม่ทันขาดคำ

เขาก็เปลี่ยนคำพูดทันควัน พร้อมกับสบถคำหยาบออกมาเสียงดังลั่น

เบื้องหน้า

ท่ามกลางสายตาของทุกคน

เฉินหมิงเอื้อมมือไปสัมผัสกับรอยแยกมิติโดยไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย

วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็หายวับไปจากลานกว้างในพริบตา

"ไม่ใช่ละพวกมึง?"

"มันเข้าไปจริงๆ เหรอวะเนี่ย?!"

จบบทที่ บทที่ 105 - ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว