- หน้าแรก
- เป็นพลโล่แล้วไง ขออัปป้องกันเต็มแม็กซ์ก็แล้วกัน
- บทที่ 105 - ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้
บทที่ 105 - ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้
บทที่ 105 - ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้
บทที่ 105 - ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้
ถ้าขืนปล่อยให้เฉินหมิงกอบโกยทรัพยากรทั้งหมดไปได้อย่างง่ายดายแบบนี้
เมืองหลินหยวนของพวกเขา...
จะไม่กลายเป็นไอ้โง่ให้เขาหลอกกินฟรีหรอกเหรอ?
ดังนั้น คนของเมืองหลินหยวนจึงทำได้เพียงฝากความหวังไว้ที่เจ้าเมืองเซี่ยเท่านั้น
เพราะถ้าเจ้าเมืองเซี่ยไม่ออกปากสั่งการ
พวกเขาก็คงทำอะไรเฉินหมิงไม่ได้อยู่ดี
ในขณะนั้น
ในที่สุดเจ้าเมืองเซี่ยก็ละสายตาจากรอยแยกมิติ
แล้วหันมามองกลุ่มคนจากเมืองหลินหยวน
"กฎถูกตั้งไว้ตั้งแต่แรกแล้ว"
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หากพวกคุณมีข้อกังขา ก็จงหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้ว่าสัตว์ประหลาดอเวจีในบริเวณนี้ไม่ได้ถูกเฉินหมิงเป็นคนลงมือสังหาร"
"มิเช่นนั้น ตามกฎแล้ว ทรัพยากรเหล่านี้ก็ย่อมตกเป็นของเฉินหมิงอย่างถูกต้อง"
เมื่อสิ้นคำพูดนี้ บรรดาผู้คนจากเมืองหลินหยวนต่างก็เงียบกริบ
สัตว์ประหลาดอเวจีตายกันแบบพิลึกพิลั่นกันหมด
แถมเรื่องราวก็จบลงอย่างรวดเร็วเกินไป
ตั้งแต่ที่ค่าพลังงานบนศิลาโลหะเริ่มมีความผิดปกติ
จนกระทั่งดิ่งลงไปแตะที่ศูนย์
ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น
ตอนนี้ทั่วทั้งเขตที่หนึ่ง มีเพียงซากศพของสัตว์ประหลาดทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า
ไม่เห็นแม้แต่เงาของ 'ศัตรู' เลยสักคนเดียว
แล้วพวกเขาจะไปหาหลักฐานมาจากไหนกันล่ะ?
ให้ขุดดินลงไปสามศอกเพื่อหาหลักฐานงั้นเหรอ
หรือจะให้ไปปั้นน้ำเป็นตัว สร้างศัตรูในจินตนาการขึ้นมาสักคน?
เอาเข้าจริงๆ ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ
ถ้าเรื่องนี้มันเป็นฝีมือของรอยแยกมิติจริงๆ
พวกเขาก็ไม่กล้าเข้าไปสืบอยู่ดีแหละ
ไอ้ของพรรค์นี้ ขืนมุดหัวเข้าไปก็มีแต่ตายกับตาย
จะให้พวกเขาเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อสืบหาความจริงน่ะเหรอ...
ขอผ่านดีกว่า
ใครอยากอายุสั้นก็เชิญเลย!
คำพูดของเจ้าเมืองเซี่ย ดูเหมือนจะลำเอียงเข้าข้างเฉินหมิงอยู่ไม่น้อย
ซึ่งในความเป็นจริง
เจ้าเมืองเซี่ยก็กำลังลำเอียงเข้าข้างเฉินหมิงอยู่จริงๆ นั่นแหละ
ส่วนความจริงเบื้องหลังการตายหมู่ของสัตว์ประหลาดอเวจี รวมถึงบทบาทของเฉินหมิงในเหตุการณ์นี้...
เขาไม่ได้คิดที่จะขุดคุ้ยให้ลึกซึ้งหรอก
เจ้าเมืองเซี่ยทอดสายตามองลงไปยังเฉินหมิงเบื้องล่าง
เขารู้สึกสนใจในตัวเด็กหนุ่มคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ
ดูท่าว่าในอนาคต มณฑลเจียงหนานคงจะให้กำเนิดบุคคลระดับตำนานขึ้นมาแล้วล่ะมั้ง
เมื่อเทียบกับเรื่องนี้แล้ว
ทรัพยากรเล็กๆ น้อยๆ ในอเวจีพวกนี้ แทบจะไม่มีค่าอะไรเลย
เขตที่หนึ่งหมดไปแล้วไงล่ะ
ทรัพยากรในเขตอื่นก็ยังอยู่นี่นา?
ไม่ได้สูญหายไปทั้งหมดเสียหน่อย
"ในเมื่อสัตว์ประหลาดอเวจีในเขตที่หนึ่งตายกันหมดแล้..."
ผู้ตรวจการหลินกระแอมเบาๆ แล้วรีบเปลี่ยนคำพูดใหม่:
"ในเมื่อพวกเธอจัดการจนหมดแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่แต่ในเขตชั้นนอกแล้วล่ะ"
"ตามพวกเราเข้าไปในเขตชั้นในกันเถอะ"
กระแสคลื่นพลังงานในเขตชั้นในของอเวจี
ใกล้จะปะทุเต็มทีแล้ว
การเข้าไปในตอนนี้ ก็นับว่ามาได้จังหวะพอดี จะได้ไม่พลาดโอกาสสำคัญ
ตอนแรก ตามแผนที่วางไว้ ทีมอันดับหนึ่งจากแต่ละเมืองจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในกิจกรรมกระแสคลื่นพลังงานมากนัก
เพราะโอกาสทองระดับนี้
ไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวล 10 จะสามารถรับมือไหว
แต่ก็ยังพอให้เข้าไปเก็บเกี่ยวผลพลอยได้เล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง
ทว่า มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่า เฉินหมิงนั้นมีความพิเศษเหนือใคร
ส่วนเหตุผลน่ะเหรอ...
ผลงานสุดอลังการในดันเจี้ยน 'หุบเขาราตรี' ที่อยู่นอกเมืองอวิ๋นไห่นั่นก็เป็นเครื่องการันตีชั้นดีแล้ว
"ผมยังมีธุระอีกนิดหน่อย ถ้าพวกท่านรีบ จะล่วงหน้าไปก่อนก็ได้นะครับ?"
เฉินหมิงกล่าวแทรกขึ้นมาในจังหวะนั้น
เขาจำเป็นต้องเดินทางผ่านรอยแยกมิติ เพื่อกลับไปยังอเวจีต่างโลกอีกครั้ง
เพราะยังมีกองทัพมารกระดูกและสมบัติที่ปล้นมาได้ รอให้เขาไปเก็บกู้อยู่
แต่พอพูดจบประโยคนี้
ยังไม่ทันที่เจ้าเมืองเซี่ยและผู้ตรวจการหลินจะได้ตอบอะไร
บรรดาผู้บริหารระดับสูงของเมืองหลินหยวนกลับตาลุกวาวขึ้นมาทันที
ราวกับว่าพวกเขาจับจุดสำคัญอะไรบางอย่างได้
"ฮ่าๆ พวกเราไม่รีบหรอก!"
"ใช่ๆๆ พวกเราไม่ได้รีบอะไรเลยสักนิด!"
"อเวจีนั้นกว้างใหญ่ไพศาลนัก หนทางสู่เขตชั้นในก็แสนยาวไกล ให้พวกเราร่วมทางไปด้วยดีกว่า"
"หลานชายเฉินหมิง ไม่ต้องเกรงใจหรอก พวกเรารอได้!"
ท่าทีของกลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพระดับสูงเมืองหลินหยวนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ในขณะเดียวกัน
สายตาของพวกเขาก็จับจ้องไปที่เฉินหมิงเขม็ง ราวกับฝูงหมาป่าหิวโซที่กำลังจ้องมองก้อนเนื้ออันโอชะ
มีธุระงั้นเหรอ?
ในเมื่อสัตว์ประหลาดอเวจีก็ถูกกวาดล้างไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว
ยังมีธุระบ้าบออะไรให้ต้องทำอีก?
คำตอบมันก็เห็นๆ กันอยู่...
ไอ้เด็กนี่มันต้องมีอะไรปิดบังอยู่แน่ๆ!
และก็มีแนวโน้มสูงมากที่จะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สัตว์ประหลาดตายหมู่ในอเวจีครั้งนี้
ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็...
ไม่ไปเว้ย!
ยังไงก็ไม่ยอมไปเด็ดขาด!
พวกเขาตั้งใจจะอยู่ดูให้เห็นกับตาว่าไอ้เด็กเฉินหมิงนี่มันกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่
"เอ่อ..."
เฉินหมิงมองดูท่าทีของกลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพเมืองหลินหยวนที่เปลี่ยนสีหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับส่งยิ้มแป้นแล้นมาให้เขา
เฉินหมิงรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจสภาพจิตใจของคนพวกนี้เท่าไหร่...
คงทำได้แค่เคารพการตัดสินใจล่ะมั้ง
"งั้นก็ตกลงครับ"
"ก็ไม่ได้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรอก"
ยังไงเขาก็แค่ต้องเดินไปกลับผ่านรอยแยกมิติรอบเดียวเท่านั้นแหละ
ตอนแรกกะจะให้พวกเขาล่วงหน้าไปก่อน
จะได้ไม่ต้องมาเห็นตอนที่เขาเดินเข้าไปในรอยแยกมิติคนเดียวให้ตื่นตระหนกกันเล่นๆ
แต่ในเมื่อ...
ทุกคนอยากจะดูนัก
เขาก็ช่วยไม่ได้แล้วล่ะ
"ไม่ทราบว่าหลานชายเฉินหมิง ยังมีธุระอะไรอีกงั้นเหรอ?"
ครูใหญ่ของเมืองหลินหยวนคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม
"ถ้ามีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือ ก็บอกมาได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ"
เฉินหมิงส่ายหน้า
"ไม่ต้องหรอกครับ"
จากนั้น เขาก็เดินตรงไปยังลานกว้างที่ปกคลุมไปด้วยกระแสพลังปั่นป่วน
"แค่เข้าไปทำธุระนิดหน่อยในรอยแยกมิตินี้แหละครับ แป๊บเดียวเอง ไม่เสียเวลาหรอก"
พอพูดจบประโยค
ทั้งลานก็เงียบกริบลงในทันที
บรรยากาศนิ่งสนิทไปสองวิครึ่ง
ยกเว้นฉินจือเสวี่ยและเพื่อนอีกสองคน
บรรดาผู้เปลี่ยนอาชีพเมืองหลินหยวน ไปจนถึงผู้ตรวจการหลินและเจ้าเมืองเซี่ยที่ลอยอยู่กลางอากาศ ต่างก็จ้องมองเฉินหมิงเป็นตาเดียว
ไอ้หมอนี่มันพร่ำเพ้ออะไรอยู่?
หรือว่าพวกเขาหูฝาดไปเอง?
เข้าไปทำธุระ... ในรอยแยกมิติเนี่ยนะ?
บ้าที่ไหนมันจะเข้าไปทำธุระในรอยแยกมิติกันวะ?!
อยากตายนักหรือไง?
"นี่นาย..."
"พูดจริงดิ?"
ท่ามกลางความเงียบงัน
กลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพเมืองหลินหยวนมองเฉินหมิงด้วยสายตาเหมือนมองคนบ้า
"เฮ้อ..."
ชายชราคนหนึ่งส่ายหน้าเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบ
"รอยแยกมิติ ไม่ใช่สถานที่ที่คนทั่วไปจะสามารถย่างกรายเข้าไปได้หรอกนะ"
"ไอ้หนูเอ๊ย ช่างโอหังเสียจริง ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาเสียเลย"
ในสายตาของคนเมืองหลินหยวน
การกระทำของเฉินหมิงเหมือนกับคนสิ้นหวังที่จนตรอก
เพื่อที่จะปกปิดความจริงเรื่องที่ตัวเองแอบฉกทรัพยากรจากสัตว์ประหลาดในอเวจีไป
ถึงขั้นกล้าพูดเรื่องบ้าๆ อย่างการเข้าไปในรอยแยกมิติออกมาได้
เหอะๆ...
วัยรุ่นก็แบบนี้แหละน้า
ผู้เปลี่ยนอาชีพหนุ่มคนหนึ่งมองเฉินหมิงด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย แววตาเต็มไปด้วยความขบขัน
"ไหนๆ ลองเข้าไปให้ดูหน่อยสิ?"
"ถ้านายกล้าเข้าไป ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเลยวันนี้"
เขากะจะหักหน้าเฉินหมิง
ให้อับอายจนแทรกแผ่นดินหนี
แล้วก็ถือโอกาสตีเหล็กตอนที่กำลังร้อน...
บีบให้อีกฝ่ายยอมคายความจริงเรื่องสาเหตุการตายของสัตว์ประหลาดในอเวจีออกมา
เฉินหมิง: "..."
พวกรดับสูงของเมืองหลินหยวนนี่
ทำไมแต่ละคนชอบเล่นใหญ่จังวะ?
แถมยังมีพวกชอบเที่ยวรับคนเป็นพ่อซี้ซั้วอีก...
ฉันไม่เคยมีลูกชายแบบแกเว้ย
เฉินหมิงถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอา
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความอีกต่อไป
เดินฝ่าชั้นกระแสพลังปั่นป่วน ตรงเข้าไปยังรอยแยกมิติที่อยู่ตรงกลางอย่างรวดเร็ว
"มีฝีมือพอที่จะทะลวงผ่านชั้นพลังงานมิติเข้าไปได้ ก็ถือว่ามีดีอยู่บ้างแหละนะ"
ผู้เปลี่ยนอาชีพคนหนึ่งวิจารณ์
"เสียอย่างเดียว ขี้โม้ไปหน่อย..."
"เชี่ยยยย?!"
พูดยังไม่ทันขาดคำ
เขาก็เปลี่ยนคำพูดทันควัน พร้อมกับสบถคำหยาบออกมาเสียงดังลั่น
เบื้องหน้า
ท่ามกลางสายตาของทุกคน
เฉินหมิงเอื้อมมือไปสัมผัสกับรอยแยกมิติโดยไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย
วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็หายวับไปจากลานกว้างในพริบตา
"ไม่ใช่ละพวกมึง?"
"มันเข้าไปจริงๆ เหรอวะเนี่ย?!"