- หน้าแรก
- ทำฟาร์มปลูกผักชิลๆ แต่ไหงกลายเป็นเซียนไร้พ่าย
- บทที่ 27 บ้าคลั่ง
บทที่ 27 บ้าคลั่ง
บทที่ 27 บ้าคลั่ง
บทที่ 27 บ้าคลั่ง
เติ้งอวิ๋นเหลียงกลับเข้าบ้านไปด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจี้หยวนจะเป็นคนที่มีเมตตาและเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนถึงเพียงนี้
เดิมทีเติ้งอวิ๋นเหลียงเห็นจี้หยวนเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน จึงคิดไปเองว่าอีกฝ่ายคงเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่เย็นชาและไร้น้ำใจ
ทว่าสิ่งที่เห็นในวันนี้ จี้หยวนกลับยอมยื่นมือเข้าช่วยดึงหลินหู่ขึ้นมาจากขุมนรก
อีกอย่าง จี้หยวนไม่ชอบพวกขี้พนัน เรื่องนี้แม้เติ้งอวิ๋นเหลียงจะไม่ยากยอมรับ แต่นั่นคือสิ่งที่เขาสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด
พอนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ เติ้งอวิ๋นเหลียงก็อดคิดไม่ได้ว่า จี้หยวนจะเอาเรื่องที่หลินหู่ติดพนันมาลงโทษที่เขาหรือไม่?
ก็ในเมื่อคนที่ลากหลินหู่เข้าบ่อน... มันคือเขานี่นา!
หากจี้หยวนคิดจะเอาความขึ้นมาจริงๆ ลำพังระดับฝึกปราณขั้นกลางอย่างจี้หยวน ตัวเขาที่เป็นเพียงระดับฝึกปราณขั้นต้นจะเอาอะไรไปสู้?
เขานึกถึงแววตาเย็นชาที่จี้หยวนมองมาในตอนที่เขาขอยืมเงิน แววตาที่เหมือนกำลังมอง... คนตาย
เติ้งอวิ๋นเหลียงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
‘ไม่ได้การ ข้าจะนั่งรอความตายอยู่ที่นี่ไม่ได้!’
ในฐานะนักพนันตัวยง ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขาก็คือ... ต้องพนันดูสักตั้ง!
เขาคว้าถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด จากนั้นจึงเริ่มวางแผนอย่างละเอียด
จี้หยวนคนนี้มีระดับพลังฝึกปราณขั้นกลาง แต่ดูเหมือนจะร่ำรวยมหาศาล ขนาดเรือนิติอาวุธยังใช้ของดีขนาดนั้น แถมในคอกหลังบ้านยังมีเสียงไก่เขียวเหลืองร้องระงม ได้ยินว่าช่วงนี้เริ่มเลี้ยงสุกรวิญญาณเพิ่มอีกด้วย
มารดามันเถอะ! ไอ้หมูพวกนั้นมันยังกินดีอยู่ดีกว่าข้าเสียอีก!
ต้องรวยขนาดไหนถึงจะเลี้ยงดูพวกมันได้ขนาดนั้น?
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งใจสั่น... และยิ่งทวีความโลภ
หากเขาสามารถจัดการเพื่อนบ้านคนนี้ได้ ลาภลอยก้อนใหญ่นี้คงไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ยิ่งจี้หยวนเป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีคนหนุนหลัง มันยิ่งเข้าทางเขาเข้าไปใหญ่
ต่อให้ฆ่าทิ้ง ก็ไม่มีใครตามมาล้างแค้น
คำถามสำคัญคือ เขาที่เป็นเพียงระดับฝึกปราณขั้นต้น จะฆ่าคนที่มีระดับพลังฝึกปราณขั้นกลางได้อย่างไร?
จากภาพที่จี้หยวนหิ้วปลาวิญญาณสองตัวกลับบ้านคราวก่อน เห็นได้ชัดว่าหมอนั่นต้องเป็นพวกเชี่ยวชาญการสังหารอย่างแน่นอน
จะให้เขาสู้เองย่อมไม่พ้นต้องไปตาย
หากจะฆ่า... ก็ต้องหาคนมาช่วย! ประจวบเหมาะกับช่วงที่ผ่านมาเขาคลุกคลีอยู่ในบ่อนพนันน้อยใหญ่ในตลาดสกุลเจิง จึงพอจะรู้จักมิตรสหายอยู่บ้าง
แม้จะเป็นเพื่อนที่รู้จักกันบนโต๊ะพนัน แต่ก็มีเพียงเพื่อนประเภทนี้เท่านั้นที่กล้าเอาชีวิตมาแลก
หากไปหาเพื่อนที่รู้จักกันตามที่ทำงานสุจริต ใครจะกล้ามาทำงานเสี่ยงตายแบบนี้?
จะจ้างใครดีนะ... ทางที่ดีต้องจ้างระดับฝึกปราณขั้นที่สี่มาสักสองคน ให้พวกมันสู้กับจี้หยวนจนตายตกไปตามกัน... ยิ่งถ้าตายไปพร้อมกับจี้หยวนทั้งสองคนเลยยิ่งดี
แบบนั้นเขาจะได้ฮุบทรัพย์สมบัติของทั้งสามคนไว้เพียงผู้เดียว
แน่นอนว่าเขาต้องรักษาระยะห่างให้ดี ไม่ให้จี้หยวนสังหารเขาได้ในทันที... ชื่อของใครบางคนเริ่มผุดขึ้นมาในหัวของเติ้งอวิ๋นเหลียง
หลังจากกลับเข้าบ้าน จี้หยวนก็สลัดเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าบ้านทิ้งไปเสีย
พลังปราณทะลวงระดับ ความแข็งแกร่งเพิ่มพูน ย่อมต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคยกับนิติอาวุธของตนเองเพิ่มขึ้นอีกนิด
อย่างเช่นมีดสั้นนิลทองเล่มนี้
ตอนที่จี้หยวนอยู่ระดับฝึกปราณขั้นที่สี่ การจะใช้ออกมาแม้จะไม่ถึงขั้นลำบาก แต่ก็ผลาญพลังปราณไปไม่น้อย ทว่าตอนนี้มันต่างออกไป
การควบคุมมีดสั้นนิลทองนั้นทำได้ดั่งใจนึก
โดยเฉพาะหลังจากที่เขารู้วิชาเขียนยันต์ การควบคุมนิติอาวุธของเขาก็ยิ่งละเอียดแม่นยำขึ้นไปอีกขั้น
จี้หยวนเก็บตัวฝึกฝนอยู่ในบ้านอีกสองวัน แม้จะไม่ได้ก้าวเท้าออกไปไหน แต่เขาก็ยังได้ยินเสียงหลินหู่ออกเรือแต่เช้าตรู่และกลับมาในยามดึก
ดูเหมือนที่เจ้านั่นบอกว่าจะเลิกพนัน... คงจะเลิกจริงๆ แล้วสินะ
ส่วนทางด้านเติ้งอวิ๋นเหลียง หลายวันมานี้ดูเหมือนจะมีคนนอกแวะเวียนมาที่บ้าน จี้หยวนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังสองสายที่เข้าๆ ออกๆ แต่ในเมื่อไม่เกี่ยวกับเขา เขาก็ไม่อยากจะเข้าไปสอดรู้
จนกระทั่งถึงวันที่สาม เขาจึงเตรียมตัวจะออกไปซื้อปลากึ่งวิญญาณและไก่เขียวเหลืองมาเพิ่ม พร้อมกับซื้อกระดาษยันต์และหมึกยันต์มาตุนไว้
ในตอนที่จี้หยวนกำลังหันหลังกลับไปลงกลอนประตูรั้ว ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันตราย!
มีดสั้นนิลทองในถุงเก็บของพุ่งวาบออกมาเป็นแสงสีดำ ขยายขนาดขึ้นกลางอากาศแล้วหยุดนิ่งอยู่เบื้องหลังเขา
"แก๊ง—"
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น แรงปะทะมหาศาลกระแทกจนมีดสั้นนิลทองดีดกลับมาชนหลังของจี้หยวน แรงส่งนั้นหนักหน่วงจนหากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไป อวัยวะภายในคงได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว
ทว่าจี้หยวนผ่านการขัดเกลากายามา!
เขาฉวยจังหวะนั้นกลิ้งตัวกลับเข้าไปในลานบ้าน พร้อมกับถีบประตูให้ปิดลง
"แย่แล้ว!"
เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจดังมาจากนอกรั้ว ตามมาด้วยวิชาศรวารีที่พุ่งเข้าใส่ ประตูไม้แตกละเอียดกลายเป็นผงในพริบตา
‘มารดามันเถอะ!’
จี้หยวนเดินพลังปราณไปทั่วร่าง พลันเกิดวิชาโล่วารีสี่ชั้นขึ้นมาล้อมรอบกาย ก่อนจะกระโดดขึ้นไปยืนบนยอดกำแพง
เพียงปราดเดียวเขาก็เห็นทุกอย่างกระจ่างแจ้ง
ที่ริมน้ำมีชายวัยกลางคนสองคนยืนอยู่ ร่างกายโชกไปด้วยน้ำ คนหนึ่งสวมชุดดำ อีกคนสวมชุดเทา ทั้งคู่แผ่กลิ่นอายฝึกปราณขั้นที่ห้าออกมา แววตาเหี้ยมเกรียม
เหนือหัวของชายชุดดำมีนิติอาวุธรูปร่างคล้ายตะปูสัมฤทธิ์ขนาดเท่าแขนลอยเด่นอยู่
ชัดเจนว่าไอ้ตะปูนั่นคือสิ่งที่ลอบโจมตีเขาเมื่อครู่
หากเขาปฏิกิริยาช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียว ป่านนี้คงได้กลายเป็นศพนอนเฝ้าหน้าบ้านไปแล้ว
นอกจากนี้ เติ้งอวิ๋นเหลียงยังยืนสั่นอยู่หน้าประตูบ้านตนเอง ในมือถือยันต์ศรวารีไว้ข้างละแผ่น จ้องมองจี้หยวนด้วยสายตาลนลาน
เมื่อเห็นดังนั้น จี้หยวนก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
นักพนัน... เลือกจะเดิมพันแล้ว!
เติ้งอวิ๋นเหลียงช่างกล้าสมชื่อนักพนันจริงๆ ทั้งที่ตัวเองมีแค่ระดับฝึกปราณขั้นที่สาม แต่กลับกล้าจ้างระดับฝึกปราณขั้นที่สี่มาลอบสังหารเขา
จี้หยวนยืนเด่นอยู่บนกำแพงเพียงชั่วอึดใจ เขาก็เริ่มเคลื่อนไหวส่งพลังเข้าสู่มีดสั้นนิลทองทันที
"ไป—"
เขาสั่งการเสียงเรียบ มีดสั้นนิลทองหายวับไปในอากาศ พุ่งเข้าใส่ชายชุดดำผู้ครอบครองนิติอาวุธทันที ในเวลาเดียวกันเขาก็ชี้นิ้วทั้งสองข้างไปที่เติ้งอวิ๋นเหลียง
ดัชนีหยดวารี!
ปราณสังหารพุ่งออกไป เติ้งอวิ๋นเหลียงไม่รอช้ารีบซัดยันต์ศรวารีในมือออกมาต้านทาน
เสียงปะทะของโลหะและระเบิดของหยดน้ำดังระงมไปทั่ว
ตามมาด้วยเสียงครางเครือในลำคอ
ชายชุดเทาที่ยืนนิ่งมาตลอดจู่ๆ ก็กระตุกอย่างรุนแรง ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น กลายเป็นศพไปในพริบตา
ดวงตาของมันเบิกโพลง ตายไปทั้งที่ยังไม่ทันได้ลงมือ
ชายชุดดำหันไปมองศพเพื่อนร่วมงานด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "เจ้า..."
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ แสงสีแดงเจือจางก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า มันรีบเรียกนิติอาวุธของตนกลับมาป้องกันตามสัญชาตญาณ
จี้หยวนที่ยืนอยู่บนกำแพงชี้นิ้วออกไปอีกครั้ง
ดัชนีหยดวารีซัดเข้าใส่จนตะปูสัมฤทธิ์กระเด็นหวือ
เข็มปลิดชีพพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ ทะลวงผ่านหว่างคิ้วของมันจนทะลุออกไปด้านหลัง
"โครม—"
ร่างนั้นหงายหลังล้มลงไปในบึงเมฆาพิรุณ
ก่อนหน้านี้ไอ้สองคนนี้ซ่อนตัวอยู่ในน้ำ ทำให้จี้หยวนไม่ทันได้สังเกต ตอนนี้ดีเลย... ในเมื่อชอบน้ำนัก ก็จงตายอยู่ในบึงนี้เสียเถอะ
การสังหารผู้ลอบโจมตีสองคนรวดไม่ได้ทำให้จี้หยวนรู้สึกอะไรมากนัก
ประการแรก ไอ้พวกนี้มีระดับพลังต่ำกว่าเขา ประการที่สอง พวกมันก็แค่พวกมีแต่ตัวเลขพลังแต่ไร้ฝีมือ มีระดับพลังไว้ประดับแต่กลับไม่รู้จักวิธีต่อสู้ที่แท้จริง
ดูอย่างการต่อสู้เมื่อครู่ จี้หยวนเพียงแค่แกล้งจู่โจมชายชุดดำและเติ้งอวิ๋นเหลียง แต่ความจริงกลับสั่งเข็มปลิดชีพไปปลิดวิญญาณคนตรงกลางก่อน ทว่าไอ้หมอนั่นกลับไม่คิดจะร่ายวิชาโล่วารีออกมาป้องกันตัวเสียด้วยซ้ำ
คาดว่าคงเป็นพวกผีพนันที่เติ้งอวิ๋นเหลียงหามาจากบ่อน
นอกจากเรื่องหาเงินแล้ว คงไม่รู้จักวิธีสู้รบตบมือกับใครจริงๆ
จี้หยวนกระโดดลงจากกำแพง เติ้งอวิ๋นเหลียงที่ยืนอยู่ข้างๆ เข่าอ่อนจนทรุดลงไปกองกับพื้น
เมื่อเห็นสายตาของจี้หยวนมองมา เขาก็รีบโขกหัวอ้อนวอนราวกับสับกระเทียม
"ท่าน... ท่านจี้ พี่จี้ เมตตาด้วย พี่จี้ช่วยไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด"
จี้หยวนเป็นคนใจอ่อน เขาไม่อยากทนเห็นน้ำตาและน้ำมูกของใครไหลพรากออกมา จึงใช้ดัชนีหยดวารีเพียงหนึ่งครั้งเพื่อช่วยปลดเปลื้องความทรมานให้เขา
สำหรับคนที่คิดจะทำร้ายเขา จี้หยวนมีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น
ไม่ถูกอีกฝ่ายฆ่าตาย... ก็ต้องฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย
จี้หยวนจัดการเก็บกวาดทรัพย์สมบัติของไอ้พวกผีพนันทั้งสามคนซึ่งแทบจะไม่มีอะไรเลย จากนั้นจึงใช้น้ำยาละลายศพสามหยดทำลายหลักฐานจนหมดสิ้น เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาจึงหันมองไปรอบๆ ก่อนจะเดินไปเคาะประตูบ้านของหลินหู่
ไม่มีเสียงตอบรับ คาดว่าอู๋ฉินคงจะออกเรือไปกับหลินหู่ด้วยกัน