- หน้าแรก
- แฟรี่เทล ดวงตาสีต่างของฉันวิเคราะห์ทุกสิ่ง
- บทที่ 21 ของเล่นของคนสองคน
บทที่ 21 ของเล่นของคนสองคน
บทที่ 21 ของเล่นของคนสองคน
บทที่ 21 ของเล่นของคนสองคน
ที่ด้านหน้าวิหารแห่งดวงจันทร์ ลูซี่เอียงคอพลางจับจ้องไปยังซากโบราณสถานเบื้องหน้าด้วยความฉงน
"เอ๋? ผ่านไปแค่คืนเดียว ทำไมซากวิหารนี้ถึง... เอียงได้ล่ะเนี่ย"
"ไอ้! นั่นสิ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" แฮปปี้เอ่ยสำทับพลางเอียงคอตามอย่างสงสัย
"น่าจะเป็นฝีมือนัตสึนั่นแหละ" โรนยิ้มอย่างรู้ทัน "คนบ้าบิ่นแบบหมอนั่นเท่านั้นที่สามารถสร้างผลลัพธ์แบบนี้ออกมาได้"
"นัตสึเนี่ยนะ?!"
สีหน้าของลูซี่เปลี่ยนจากความสับสนเป็นตกตะลึง และจากความตกตะลึงกลายเป็นการรับรู้ถึงความนัยบางอย่าง
ยากจะเชื่อว่าชายผู้บุ่มบ่ามและคิดอะไรเป็นเส้นตรงจนชอบทำลายข้าวของไปทั่ว จะมีความคิดความอ่านที่ลึกซึ้งขนาดนี้
ลูซี่ : หรือว่าจะเป็นโชคช่วยเหมือนแมวตาบอดที่บังเอิญตะครุบหนูตายได้กันนะ?
นัตสึ : มันคือสติปัญญาต่างหาก! สติปัญญา!!! นี่คือแผนการอันยอดเยี่ยมที่ฉันอุตส่าห์เค้นสมองคิดออกมาเลยนะ!!!
ฟึ่บ!
เสียงแหวกฝ่าอากาศดังมาจากพงหญ้าด้านข้าง คมดาบจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าหาพวกเขาราวกับห่าฝน แฝงไปด้วยเจตนาฆ่าอันรุนแรง
ทว่าก่อนที่อาวุธเหล่านั้นจะเข้าถึงตัว กระแสลมบ้าหมูก็พัดกรรโชกขึ้นจากพื้นดิน เสียงคำรามของลมฉุดรั้งคมดาบทั้งหมดเข้าไปหมุนวนจนแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงบนพื้น
"ใครน่ะ?!"
เอลซ่าหันขวับไปทันที เสียงตะโกนของนางเฉียบคมขณะที่ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณป่ารอบข้าง
เสียงสากเสือกดังมาจากแนวป่า ก่อนที่กลุ่มคนในชุดคลุมหลวมๆ พร้อมหน้ากากจะก้าวเท้าออกมาล้อมรอบโรนและพรรคพวกเอาไว้
"ในที่สุดก็หาตัวเจอเสียที แฟรี่เทล!" ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เราจะไม่มีวันยอมให้พวกเจ้าเข้ามาขัดขวางแผนการของท่านเรโกเด็ดขาด!"
"ลูกน้องของริออนงั้นเหรอ?"
เอลซ่าแค่นเสียงเย็นชา นางก้าวออกไปขวางหน้าทุกคนพร้อมกระชับดาบยาวในมือ ก่อนจะเหลือบมองไปทางเกรย์
"ตรงนี้ฉันจัดการเอง ไปเถอะเกรย์ นายยังมีเรื่องที่ต้องสะสางกับริออนไม่ใช่หรือไง?"
"ใช่แล้ว!"
ลูซี่ชักแส้ที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ไม่ต้องห่วงนะเกรย์! ทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะ นายรีบไปล่วงหน้าก่อนเลย!"
นัยน์ตาของเกรย์สั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า เขาพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมโดยไม่ลังเลหรือรั้งรอ แล้วรีบออกตัววิ่งมุ่งหน้าไปยังซากวิหารแห่งดวงจันทร์ทันที
"เอลซ่า ฝากทางนี้ไว้กับเธอกับลูซี่คงไม่เป็นไรใชไหม?"
โรนกวาดสายตามองเพียงครู่เดียว แม้ฝ่ายตรงข้ามจะมีจำนวนมาก ทว่าส่วนใหญ่มีพลังเวทที่อ่อนด้อย คนที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นจอมเวทนั้นมีเพียงหยิบมือ
"ฉันอยากจะตามไปดูเสียหน่อยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น และถือโอกาส... จัดการธุระบางอย่างด้วย"
เอลซ่าไม่ได้หันกลับมามอง นางเพียงส่งเสียงตอบรับในลำคอเบาๆ เท่านั้น
ทันทีที่โรนไปถึงซากวิหารและเตรียมตัวจะมุ่งหน้าไปยังส่วนยอด
ระลอกคลื่นแห่งพลังเวทสายหนึ่งก็แผ่ซ่านผ่านตัวเขาไป ซากวิหารที่เคยเอียงกะเท่เร่เริ่มสั่นสะเทือนและค่อยๆ กลับมาตั้งตรงอย่างช้าๆ
"นี่มัน...?"
โรนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงเปลี่ยนแผนการทันที เขาเบี่ยงทิศทางแล้วทะยานร่างเข้าไปภายในซากวิหารอย่างเงียบเชียบราวกับสายลมพัดผ่าน
เขาเคลื่อนที่ลัดเลาะไปตามโครงสร้างอาคารจนมาถึงต้นตอของความผันผวนทางพลังเวทได้อย่างรวดเร็ว
ร่างเตี้ยค่อมร่างหนึ่งกำลังร่ายเวทมนตร์เพื่อบันดาลให้เศษซากหินและเสาที่หักโค่นกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม
ทว่าในสายตาของโรน ผู้ที่กำลังใช้เวทมนตร์อยู่นั้นกลับเป็นหญิงสาวร่างโปร่งบาง ผมยาวสีดำสลวย ตัดหน้าม้าตรง สวมเสื้อตัวสั้นสีขาวและมีผ้าคาดเอวสีเหลือง
"เป็นเธอจริงๆ ด้วย" แววตาของโรนทอประกายขณะที่เขาพึมพำออกมาเบาๆ "อุลเทียร์!"
อุลเทียร์ วิญญาณที่น่าสงสารผู้มีชีวิตเต็มไปด้วยโศกนาฏกรรม
นางยังเป็นตัวละครที่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตนเอง
เนื่องจากนางเกิดมาพร้อมพลังเวทมหาศาลที่ร่างกายไม่อาจรับไหว อุล พลางผู้เป็นแม่จึงส่งตัวนางไปยังสถาบันวิจัยเพื่อรับการรักษา ทว่ากลับถูกเบรนใช้เป็นตัวหดลองในงานวิจัยทางเวทมนตร์แทน
เมื่ออุลเทียร์เติบโตขึ้นและหนีออกมาได้ นางกลับพบเห็นอุลผู้เป็นแม่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเกรย์และริออน ด้วยความเข้าใจผิดว่าถูกแม่ทอดทิ้ง นางจึงกลับไปยังสถาบันวิจัยด้วยความแค้นและทำลายที่นั่นจนย่อยยับเมื่อพลังเวทคลุ้มคลั่ง
ต่อมานางได้เข้าร่วมกิลด์แห่งความมืด กริมมัวร์ ฮาร์ท และได้เรียนรู้วิชาเวทมนตร์ที่สาบสูญอย่าง วงเวทแห่งกาลเวลา จากมาสเตอร์ฮาเดส ซึ่งเป็นเวทที่สามารถทวงคืนความสุขที่สูญเสียไปได้—
ตราบเท่าที่สามารถเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ ผู้ที่มีความสามารถแห่งกาลเวลาจะสามารถกลายเป็นผู้ท่องเวลาและเคลื่อนที่ไปมาในกระแสเวลาได้อย่างอิสระ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ อุลเทียร์จึงเริ่มแผนการของตนเองและได้กระทำความผิดไว้มากมายในช่วงเวลานั้น
แต่ในท้ายที่สุดนางก็สำนึกผิดได้สำเร็จ และเพื่อเป็นการไถ่บาป นางจึงร่วมกับเจลลาลและเมลดี้ก่อตั้งคริม โซเซียล เพื่อกำจัดกิลด์แห่งความมืดไปมากมาย
ในช่วงเหตุการณ์เทศกาลราชามังกร นางถึงกับยอมสละชีวิตเพื่อใช้เวทกาลเวลาครั้งสุดท้าย ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้มากมายจนกลายเป็นวีรบุรุษที่ไม่มีใครล่วงรู้
"ใครน่ะ?!"
หลังจากที่ทำความสะอาดและซ่อมแซมซากวิหารเสร็จสิ้น อุลเทียร์กำลังจะปลีกตัวจากไป ทว่านางกลับสัมผัสได้ถึงตัวตนที่อยู่ด้านหลังจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
นางไม่คาดคิดเลยว่าคนที่ระมัดระวังตัวอย่างนาง จะตรวจพบร่องรอยของอีกฝ่ายได้ก็ต่อเมื่อเขาเข้าประชิดตัวอย่างเงียบเชียบขนาดนี้แล้ว
"ที่แท้ก็เป็นเธอนี่เอง..."
อุลเทียร์หันกลับมาอย่างรวดเร็ว สิ่งแรกที่ประทะเข้ากับสายตาคือนัยน์ตาสองสีคือน้ำเงินและทอง "โรน นัยน์ตาสองสี!!!"
"วงเวทแห่งกาลเวลา สามารถควบคุมเวลา ส่งสิ่งของกลับสู่อดีตหรือผลักมันไปสู่อนาคต สมกับที่เป็นเวทมนตร์ที่สาบสูญจริงๆ"
โรนยืนพิงเสาหิน พลางมองวิหารที่ถูกซ่อมแซมด้วยรอยยิ้ม
"อย่างไรก็ตาม มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยที่สิ่งที่นัตสึอุตส่าห์ลงแรงทำลายไป กลับถูกเธอซ่อมแซมได้ง่ายดายขนาดนี้ และที่สำคัญ..."
"มันมีผลกระทบต่อสิ่งที่ฉันกำลังจะทำด้วยสิ!"
สิ้นคำพูดของเขา วิหารก็คล้ายกับถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นเข้าบงการ ท่ามกลางเสียงครืนครั่นกึกก้อง วิหารแห่งนั้นก็กลับไปเอียงกะเท่เร่อีกครั้ง
"วงเวทแห่งกาลเวลา..."
รูม่านตาของอุลเทียร์ภายใต้หน้าม้าหดเกร็งเล็กน้อย นางนึกถึงข่าวลือเกี่ยวกับโรนขึ้นมาทันที
"ฉันเคยได้ยินมานานแล้วว่า โรน นัยน์ตาสองสี สามารถคัดลอกเวทมนตร์ทุกอย่างที่เขาพบเห็นได้ ไม่นึกเลยว่า... แม้แต่เวทมนตร์ที่สาบสูญอย่างวงเวทแห่งกาลเวลา เขาก็ยังคัดลอกได้!"
นางจ้องมองโรนเขม็ง ราวกับพยายามจะมองให้ทะลุปรุโปร่ง
"แต่ตอนนี้คือช่วงเวลาสำคัญ ฉันจะยอมให้เจ้ามาขัดขวางแผนการคืนชีพเดลิโอร่าไม่ได้!"
ลูกแก้วคริสตัลลูกหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศด้านหลังโรน และพุ่งเข้าใส่ท้ายทอยของเขาด้วยความเร็วสูงอย่างเงียบเชียบและรุนแรง
ในขณะเดียวกัน วิหารที่เคยเอียงอยู่ก็กลับคืนสู่สภาพปกติอีกครั้ง
โรนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม รอยยิ้มยังประดับอยู่บนใบหน้า ราวกับเขาไม่ได้สังเกตเห็นลูกแก้วที่พุ่งเข้าใส่เลยแม้แต่น้อย
ทว่าในจังหวะที่ลูกแก้วกำลังจะกระแทกตัวเขา มันกลับอันตรธานหายไปและไปปรากฏขึ้นตรงหน้าอุลเทียร์แทน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่นางด้วยความเร็วและพลังที่เท่าเทียมกัน
สีหน้าของอุลเทียร์เปลี่ยนไป ลูกแก้วแยกตัวออกเป็นสองลูกก่อนจะปะทะตัวนาง แล้วพุ่งผ่านด้านข้างไปอย่างหวุดหวิด
ในวินาทีต่อมา พวกมันก็หมุนตัวกลับและพุ่งเข้าหาโรนด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นไปอีก
เป็นเช่นนี้สิ ลูกแก้วคริสตัลผลุบโผล่ไปมาระหว่างคนทั้งสองราวกับเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง
ทั้งแยกตัว หายไป พุ่งเข้าใส่ หรือลอยนิ่ง... รูปแบบการเคลื่อนไหวช่างหลากหลายและพลิกแพลง
ในขณะเดียวกันนั้นเอง
โรนและอุลเทียร์ต่างก็กำลังแย่งชิงการควบคุมเหนือวิหารแห่งนี้
คนหนึ่งบังคับให้วิหารถล่มเอียง อีกคนก็รีบซ่อมแซมให้กลับคืนมาทันที
วิหารแห่งนี้จึงเป็นเหมือนของเล่นอีกชิ้นสำหรับพวกเขา
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นต่อเนื่องท่ามกลางแรงสั่นสะเทือน สลับไปมาระหว่างสภาพเอียงและสภาพปกติไม่หยุดหย่อน