- หน้าแรก
- ย้อนอดีต พร้อมมิติลับกู้ชีพนายทหารหน่วยรบพิเศษ
- บทที่ 13 ส่ง “จดหมายขอบคุณ”
บทที่ 13 ส่ง “จดหมายขอบคุณ”
บทที่ 13 ส่ง “จดหมายขอบคุณ”
เวลานี้กัวโย่วหนิงกำลังหิวโซ ซ้ำความอยากรู้อยากเห็นยังถูกกระตุ้น เธอจึงอยากรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เธอตอบกลับไปว่า “กินสิ ทำไมจะไม่กินล่ะ ในเมื่อยายคนน่ารำคาญนั่นไม่อยู่แล้ว เราก็จะได้กินมื้อใหญ่กันเสียที ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหล่อนจะพาคนมาจัดการพวกเราได้จริง ๆ”
คราวนี้เธอสั่งหมูสามชั้นน้ำแดงที่อยากกินมาตลอดได้สำเร็จ พ่วงด้วยปลาคาร์ปแม่น้ำฮวงโห ผัดผักตามฤดูกาล และข้าวสวยอีกสองถ้วย แทบจะลอกเมนูของชายสามคนเมื่อครู่นี้มาเป๊ะ ๆ
มื้อนี้สนนราคาอยู่ที่สี่หยวนสามสิบห้าเฟิน คูปองเนื้อหนึ่งชั่งสองใบ และคูปองธัญพืชหกตำลึง
เดิมทีพี่เสี่ยวจวินตั้งใจจะชิงจ่ายเงิน ทว่าน่าเสียดายที่เขามีคูปองเนื้อไม่พอ ซ้ำยังตกตะลึงกับความมือเติบของเธออีกด้วย
กินกันแค่สองคนแต่สั่งกับข้าวเนื้อตั้งสองอย่างแถมผักอีกหนึ่ง มันจะหรูหราเกินไปแล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าจะกินไม่หมดนั้น... ลืมไปได้เลย
รอเพียงไม่นานอาหารก็พร้อมเสิร์ฟ ทันทีที่อาหารวางลงบนโต๊ะ ทั้งสองก็ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเอร็ดอร่อยแทบไม่เงยหน้าขึ้นมาเลยทีเดียว
หมูสามชั้นน้ำแดงหอมกรุ่นกลิ่นซอสเข้มข้น รสสัมผัสของมันหมูนุ่มละมุนแต่ไม่เลี่ยน ส่วนเนื้อแดงก็เปื่อยกำลังดี ไม่เหนียวจนเกินไป ฝีมือของพ่อครัวช่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ยิ่งได้เนื้อหมูที่เลี้ยงตามธรรมชาติมาเป็นวัตถุดิบด้วยแล้ว ทั้งคู่จึงเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินจนไม่มีเวลาแม้แต่จะปริปากพูด
ปลาคาร์ปแม่น้ำฮวงโหก็สดใหม่ เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ รสเค็มของซอสผสานกับความหวานของเนื้อปลาได้อย่างลงตัว สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
แม้แต่ผักใบเขียวธรรมดา ๆ พอผ่านการผัดโดยพ่อครัวยอดฝีมือ ก็กลายเป็นเมนูที่กรอบอร่อยขึ้นมาทันตาเห็น
หลังจากกินไปได้ครึ่งท้อง ในที่สุดกัวโย่วหนิงก็ยกนิ้วโป้งให้ ปากที่ว่างจากการเคี้ยวเอ่ยชมเปาะ “พ่อครัวที่นี่ฝีมือร้ายกาจจริง ๆ อร่อยมากเลย!”
พี่เสี่ยวจวินชะลอความเร็วในการกินลง แล้วเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “แน่นอนสิ พ่อครัวใหญ่ของร้านอาหารสาขาเขตใต้ของเราเป็นถึงทายาทอดีตพ่อครัวหลวงเชียวนะ คนนับไม่ถ้วนแห่กันมากินก็เพราะชื่อเสียงของเขาทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นนะ ขืนบริการแย่ ๆ แบบสวี่เสีย ร้านนี้คงไม่มีลูกค้าหน้าไหนมากินหรอก”
กัวโย่วหนิงคิดตามแล้วก็เห็นด้วย น่าเสียดายที่เธอใกล้จะต้องจากไปแล้ว ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะได้ลิ้มรสอาหารอร่อย ๆ แบบนี้อีก
เธอทอดถอนใจแผ่วเบาแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย “เผิงฮว๋าที่นายว่าใช่คนเดียวกับเผิงฮว๋าโรงเรียนเราหรือเปล่า พวกนายสองคนถูกคลุมถุงชนกันตั้งแต่เด็กจริง ๆ หรือ เด็กสาวที่ทั้งสวยทั้งบอบบางน่าทะนุถนอมขนาดนั้น นายยังไม่ชอบอีกหรือ มาตรฐานนายจะสูงเกินไปแล้วนะ”
พี่เสี่ยวจวินปรายตามองเธอค้อน ๆ ยัดข้าวเข้าปากสองคำใหญ่ด้วยความหงุดหงิด แล้วเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “ก็คนนั้นแหละ ปู่ของพวกเราตกลงกันไว้ตั้งแต่พวกเราเพิ่งเกิด น่าเสียดายที่ตอนนี้ครอบครัวฉันตกต่ำลง พ่อแม่หล่อนก็เลยพานรังเกียจฉันไปด้วย อีกอย่างนะ หล่อนเป็นคุณหนูประเภทที่ต้องใช้ของดีที่สุด กินของดีที่สุด ฉันไม่มีปัญญาปรนนิบัติหล่อนหรอก”
เฮ้อ ทุกครอบครัวล้วนมีปัญหาของตัวเอง การไปวิพากษ์วิจารณ์ส่งเดชคงไม่ใช่เรื่องดีนัก
ทว่าเธอก็ยังอยากรู้อยากเห็นเรื่องภูมิหลังของพวกเขาอยู่ดี จึงเอ่ยถามขึ้น “แล้วครอบครัวของเผิงฮว๋าทำงานอะไรล่ะ แล้วลูกพี่ลูกน้องที่ชื่อสวี่เสียนั่นเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงได้วางก้ามขนาดนั้น”
“พ่อของเผิงฮว๋าเป็นผู้จัดการโรงงานทอผ้าหงซิง ส่วนพ่อของสวี่เสียเป็นถึงรองผู้อำนวยการคณะกรรมการปฏิวัติประจำเขตใต้น่ะสิ”
โอ้โห! มิน่าล่ะ พนักงานเสิร์ฟถึงได้กล้าวางมาดใหญ่โตขนาดนี้ ที่แท้ก็มีภูมิหลังไม่ธรรมดานี่เอง
กัวโย่วหนิงพึมพำกับตัวเองว่าพี่เสี่ยวจวินที่เป็นแค่ลูกชายของหัวหน้าแผนกโลจิสติกส์ของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ คงจะดูด้อยกว่าลูกสาวผู้จัดการโรงงานอยู่สักหน่อย ทว่าข้อดีของเด็กหนุ่มคนนี้คือมีนิสัยดีและหน้าตาหล่อเหลาเอาการ ซึ่งตรงกับสเปกของสาว ๆ ในยุคนี้พอดี
ทั้งสองพูดคุยสัพเพเหระพลางกินอาหารไปพลาง ไม่นานอาหารบนโต๊ะก็ถูกกวาดเรียบ
กัวโย่วหนิงลูบพุงที่กางเป่งแล้วเอ่ยลาพี่เสี่ยวจวิน เขาหน้าตาตื่น รีบล้วงเงินห้าหยวนออกจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือเธอ ยืนกรานว่าจะเป็นคนเลี้ยงมื้อส่งท้ายนี้เอง
กัวโย่วหนิงถลึงตาใส่เขา “นายไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้ขอบคุณเลยนะ! ถ้านายเป็นแบบนี้ วันหลังฉันคงไม่กล้ารบกวนนายเรื่องอะไรอีกแล้ว ถ้ายังอยากเป็นเพื่อนซี้กันอยู่ ก็รีบเก็บเงินไปซะ”
พี่เสี่ยวจวินถอนหายใจแล้วดึงเงินกลับมาอย่างจนใจ “โอเค ๆ เธอเลี้ยงก็เธอเลี้ยง ไปถึงมณฑลเฮยหลงเจียงแล้วอย่าลืมเขียนจดหมายมาหาฉันด้วยล่ะ”
กัวโย่วหนิงพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปคนละทางที่หน้าร้านอาหาร
เธอไม่ได้กลับบ้านทันที แต่ตรงดิ่งไปยังสหกรณ์ร้านค้า ล้วงเอาเงินและคูปองที่ถังซินให้เมื่อคืนออกมาซื้อกระติกน้ำร้อนหนึ่งใบ น้ำตาลทรายแดงห้าชั่ง และผ้าอีกสิบฉื่อ
เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเหล้าขาวบนชั้นวางที่ติดราคาขวดละแปดหยวน ดวงตาของเธอก็เป็นประกายวาววับ เธอแทบรอไม่ไหวที่จะหยิบคูปองเหล้าที่ยมทูตขาวอุตส่าห์เตรียมไว้ให้อย่างรอบคอบออกมา แล้วเหมาเหล้าทั้งห้าขวดที่มีอยู่ในสหกรณ์มาจนหมดเกลี้ยง
เธอคิดว่าหากเก็บของพวกนี้ไว้อีกสักสองสามทศวรรษ มูลค่าของมันคงจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว หากมีโอกาส เธอควรจะกักตุนไว้ให้มากหน่อย นี่แหละคือหนทางสู่ความร่ำรวย
เมื่อจัดการธุระเสร็จสิ้น กัวโย่วหนิงก็เดินชมทิวทัศน์ของเมืองหลวงในยุค 70 อย่างอารมณ์ดี แล้วค่อย ๆ เดินทอดน่องกลับไปยังบ้านที่ว่างเปล่า
ช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน เธอจึงเริ่มลงมือจัดการธุระสำคัญ นั่งลงที่โต๊ะหนังสือเพื่อตั้งใจเขียน “จดหมายขอบคุณ”
เมื่อนึกถึงความช่วยเหลือที่พวกเขาหยิบยื่นให้ รวมถึงตัวตนใหม่ที่พวกเขาจัดเตรียมไว้ให้ เธอก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ความรู้สึกจากใจจริงทำให้ปลายปากกาของเธอลื่นไหลเป็นพิเศษ
เธอใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงก็เขียนจดหมายทั้งสามฉบับจนเสร็จ ซ้ำยังเขียนเพิ่มให้ยมทูตขาวอีกสองหน้ากระดาษ ซึ่งล้วนเต็มไปด้วยถ้อยคำที่จริงใจอย่างยิ่ง
หลังจากเขียนจดหมายเสร็จ กัวโย่วหนิงก็ลงกลอนประตูบ้านแล้วผลุบเข้าไปในมิติ เธอไม่กล้าจุดธูปเผากระดาษเงินกระดาษทองข้างนอก เพราะเกรงว่าจะถูกหาว่างมงาย เรื่องแบบนี้ทำได้แค่ในมิติเท่านั้น
เธอหยิบธูปออกมานับได้เก้าดอก มิน่าล่ะปรมาจารย์จางถึงได้คิดราคาแพงหูฉี่ กลิ่นธูปหอมฟุ้งไปทั่ว น่าจะเป็นธูปชนิดพิเศษแน่ ๆ
เธอยังหยิบกระดาษเงินกระดาษทองปึกใหญ่ออกมาด้วย แม้จะไม่รู้ว่ามันจะใช้การได้หรือไม่ แต่คนเราก็ไม่ควรถูกตำหนิว่ามีมารยาทมากเกินไปใช่ไหมล่ะ กฎเกณฑ์ของภูตผีเทวดาก็น่าจะเหมือนกันนั่นแหละ
เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่คนในชาติก่อนจุดธูป พวกเขาต้องเตรียมของเซ่นไหว้ด้วยนี่นา หรือว่าเธอจะใจร้อนเกินไปหน่อย
ในมิติมีทั้งหมูทั้งไก่เป็น ๆ แต่เธอเชือดไม่เป็นนี่สิ ทว่าผลไม้บนต้นในสวนหลังบ้านดูเหมือนจะสุกได้ที่แล้ว เธอจึงวิ่ง “ตึก ตึก ตึก” ไปยังสวนผลไม้ขนาดย่อมทันที
ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถือเป็นฤดูกาลที่กำลังดี ทั้งแอปเปิล สาลี่ ลูกพีช และมะเดื่อล้วนสุกงอม จะมีก็แต่ทับทิมที่ยังต้องรออีกสักหน่อย
เธอเด็ดมะเดื่อลูกหนึ่งส่งเข้าปากก่อนเป็นอันดับแรก รสชาติของมันหวานฉ่ำกว่าที่เธอเคยลิ้มลองมาทั้งชีวิตเสียอีก
เธอจัดการเด็ดผลไม้ที่สุกแล้วแต่ละชนิดมาอย่างละนิดอย่างละหน่อยจนเต็มตะกร้า
เธอเดินไปที่ห้องครัวแล้วยกจานออกมาหลายใบ จัดแจงแบ่งผลไม้ทั้งสี่ชนิดออกเป็นสามชุด จัดวางลงบนจานสี่ใบต่อหนึ่งชุด แล้วนำไปตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบที่ลานบ้าน
เดิมทีเธอตั้งใจจะเผาทุกอย่างรวมกันพร้อมกับของเซ่นไหว้ชุดเดียว ทว่าเมื่อนึกถึงมิติ น้ำค้างเซียน และความมั่งคั่งที่พวกเขามอบให้ เธอจึงต้องทำพิธีอย่างจริงจังเสียหน่อย
ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานที่แตกต่างกัน และระดับความเร่งด่วนของเรื่องราว จดหมายฉบับแรกจึงสมควรส่งให้ยมทูตขาวเป็นคนแรก ซึ่งเป็นผู้ที่เธอต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
เธอใช้ไฟแช็กจากในครัวจุดกระดาษเงินกระดาษทอง จากนั้นจึงนำกระดาษเงินกระดาษทองไปจุดธูปสามดอก แล้วปักลงเบื้องหน้าผลไม้เซ่นไหว้
จากนั้นเธอก็ใช้เปลวไฟจากกระดาษเงินกระดาษทองเผาจดหมาย พลางตั้งจิตอธิษฐานว่าจดหมายฉบับนี้ส่งถึงยมทูตขาวแห่งศาลผู้ตายผิดธรรมชาติ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เรื่องน่าอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น ธูปทั้งสามดอกมอดไหม้ลงด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ควันสีฟ้าสามสายพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วค่อย ๆ เลือนหายไป
ในความเลือนลางนั้น เธอยังเห็นภาพติดตาของจดหมาย กระดาษเงินกระดาษทอง และผลไม้เซ่นไหว้ที่ค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกัน ผลไม้เซ่นไหว้ในจดานเหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
นี่เป็นครั้งแรกในสองภพสองชาติที่เธอได้จุดธูปเซ่นไหว้ มันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
ด้วยความรู้สึกยำเกรงอย่างสุดซึ้ง เธอจึงทำซ้ำขั้นตอนเดิมเพื่อ “ส่ง” จดหมายขอบคุณอีกสองฉบับที่เหลือ
ทว่าตอนที่ “ส่ง” จดหมายสองฉบับหลัง ความเร็วในการมอดไหม้ของธูปกลับไม่รวดเร็วเท่ากับของยมทูตขาว แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนกัน พิธีกรรมนี้ได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้เธออย่างแท้จริง
เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จสิ้นและความหนักอึ้งในใจก็มลายหายไป ระหว่างที่กำลังเก็บกวาด เธอก็คิดขึ้นมาได้ว่า ในอนาคตเธอสามารถนำของเซ่นไหว้มาถวายพวกเขาในช่วงเทศกาลเพื่อสานสัมพันธ์อันดีได้ การมีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนย่อมหมายถึงการมีเส้นทางเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสาย ยิ่งมีเพื่อนในยมโลกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดีมากเท่านั้น ใครจะรู้ล่ะว่าสักวันหนึ่งเธออาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเขาอีกก็เป็นได้
หลังจากจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย กัวโย่วหนิงก็เหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้ใกล้จะสี่โมงเย็นแล้ว จะว่าไปเธอยังไม่ได้สำรวจห้องครัวของร้านอาหารและเรือนหลักของวิลล่าสามชั้นอย่างละเอียดเลย หวังว่าข้าวของข้างในนั้นจะทะลุมิติมาพร้อมกับเธอด้วยนะ