เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 เข้าสถานีตำรวจ

ตอนที่ 22 เข้าสถานีตำรวจ

ตอนที่ 22 เข้าสถานีตำรวจ


เฉินกวงเหลียงมาถึงโลกนี้เมื่อวันที่ 15 เมษายน ตอนนี้ผ่านมาพอดีสามเดือน แต่เขาก็ถือว่า “สร้างความสำเร็จในอาชีพได้ระดับหนึ่ง” แล้ว

ปัจจุบันบริษัทรถลากฉางเจียงมีรถลากทั้งหมด 21 คัน ในจำนวนนั้นมีรถลาก 14 คันที่เป็นป้ายทะเบียนจริงของ “ใบอนุญาตใหญ่” และมี 7 คันที่เป็นป้ายทะเบียนปลอมที่หลุดออกมาจากแผนกคมนาคม มูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดเกินกว่า 4,500 เหรียญเงินไปแล้ว

และตอนนี้รายได้ต่อเดือนของบริษัทรถลากฉางเจียง สามารถสูงถึงประมาณ 700 เหรียญเงิน ถือว่าเป็นกำไรสูงมาก

แต่ “กำไรสูง” แบบนี้ไม่ได้เกิดจากการกดขี่คนลากรถ หากแต่เกิดจากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

อย่างแรก ระบบสามกะได้แสดงข้อดีออกมาอย่างสมบูรณ์ รถลากหนึ่งคันต่อวันสามารถเก็บค่าเช่าเพิ่มได้อีกหนึ่งเหมา

อย่างที่สอง อัตราส่วนป้ายทะเบียนจริงต่อป้ายปลอมอยู่ที่ 2 ต่อ 1 และป้ายปลอมก็เป็น “ป้ายจริง” ที่ผลิตจากแผนกคมนาคม ป้ายจริงก็มีราคาถูกกว่าราคาตลาด สิ่งนี้จึงช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนโดยทางอ้อม

อย่างสุดท้าย การขายสินค้าเพิ่มรายได้ขึ้นประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์

เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน บริษัทรถลากฉางเจียงถือว่าได้เปรียบทั้งจังหวะเวลา ทำเล และผู้คน ทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดี

เฉินกวงเหลียงนั่งอยู่ในสำนักงานของบริษัทรถลากฉางเจียง กำลังคำนวณเรื่องการเงิน

และด้านนอกมีโจวซิงเกาคอยเฝ้าอยู่ อีกทั้งยังมีคนลากรถจำนวนไม่น้อยที่พักผ่อนหรือรอเปลี่ยนกะอยู่ที่นี่ จึงถือว่าปลอดภัยมาก ยิ่งไปกว่านั้น ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากในตรอกฝานกวาล้วนเป็นเจ้าหนี้ของเฉินกวงเหลียง ทุกคนย่อมไม่ยอมให้ใครมาคิดร้ายกับเขา

เฉินกวงเหลียงเขียนบนกระดาษถึงสถานการณ์หุ้นของโครงการ A B และ C โดยเฉพาะการคำนวณสัดส่วนการถือหุ้นของเขา

โครงการ A ออกหุ้น 60 หุ้น เฉินกวงเหลียงถือ 20 หุ้น

โครงการ B ออกหุ้น 120 หุ้น เฉินกวงเหลียงถือ 35 หุ้น

โครงการ C ออกหุ้น 240 หุ้น เฉินกวงเหลียงถือ 100 หุ้น

เมื่อนำมารวมกันแล้ว เฉินกวงเหลียงถือหุ้นของบริษัทรถลากฉางเจียงประมาณ 37 เปอร์เซ็นต์

แน่นอนว่าเมื่อพิจารณาว่าแต่ละโครงการมีระยะเวลาดำเนินงานไม่เท่ากัน ดังนั้นบัญชีการเงินของทั้งสามโครงการจึงถูกคำนวณแยกกัน

ตัวอย่างเช่นโครงการ A ตอนนี้ดำเนินงานมาแล้ว 1 เดือน 25 วัน เงินทุนเดิม 600 เหรียญเงิน เพิ่มขึ้นมาเป็นประมาณ 760 เหรียญเงินแล้ว นี่ยังไม่รวมป้ายทะเบียนจริงสองใบ ซึ่งมูลค่าที่แท้จริงควรอยู่ที่ใบละ 200 เหรียญเงิน ดังนั้นมูลค่าทรัพย์สินจริงจึงอยู่ที่ประมาณ 860 เหรียญเงิน

แม้ว่าเฉินกวงเหลียงจะมีหนี้ 1,350 เหรียญเงิน รวมถึงดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้อง แต่เขากลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

เพราะท้ายที่สุด ความเร็วในการหาเงินนั้นมากกว่าความเร็วในการเกิดดอกเบี้ยเสียอีก

“ผู้จัดการเฉิน แย่แล้ว มีตำรวจมาตามหาเรื่อง!”

คนลากรถคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเร่งร้อน

เฉินกวงเหลียงวางปากกา จากนั้นลุกขึ้นยืน พลางกล่าว “อย่าตกใจ ฟ้ายังไม่ถล่มลงมา”

เขาเดินมาที่ลานบ้าน ก็เห็นตำรวจจากเขตเช่าอังกฤษและอเมริกาห้าหกคน สวมเครื่องแบบตำรวจอังกฤษ คนเหล่านี้มีหมวก เครื่องแบบ เข็มขัด และซองปืน แสดงให้เห็นถึง “ความเป็นมืออาชีพ” และ “อำนาจ” ของตำรวจ

คนธรรมดาเห็นเครื่องแบบแบบนี้ ย่อมต้องตกใจกลัว

ตอนนี้คนกลุ่มนี้กำลังจ้องไปที่โจวซิงเกา ราวกับว่าหากมีคำพูดไม่ถูกใจก็พร้อมจะชักปืนทันที

และท่ามกลางตำรวจกลุ่มนี้ กลับมีถังจื้อชิงคอยนำทางอยู่ด้วย

เฉินกวงเหลียงเข้าใจทันที ว่าหวังเฉิงอวิ้นกำลังก่อเรื่อง

“หัวหน้า ผมว่ามันคงมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรรึเปล่า”

เฉินกวงเหลียงเดินมายิ้มให้ทุกคน ดึงคนของตัวเองมาอยู่ด้านหลัง แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ความเป็นผู้นำของเขา

สารวัตรเกาพูดอย่างดูแคลน “เข้าใจผิด พวกเราดูเหมือนเข้าใจผิดหรือ ตอนนี้ตามคำแจ้งจากสายข่าว พวกคุณซ่อนตัวผู้ต้องหาฆาตกรรมที่ถูกหมายจับ ก็คือคนนี้ แล้วคุณเป็นเจ้าของที่นี่ใช่ไหม ต้องสงสัยว่าซ่อนผู้ต้องหาฆาตกรรมด้วย ไปกับพวกเราด้วย”

เฉินกวงเหลียงถามตรงๆ “เป็นคดีฆาตกรรมคดีไหนในเขตเช่า หมายจับนี้ออกโดยเขตเช่าหรือไม่ หัวหน้า โปรดแจ้งให้ทราบด้วย”

ในเวลานั้นเอง ศาสตราจารย์จางฉีฮวาก็อยู่ที่นั่นพอดี เขาดันแว่นตาของตน แล้วถามตาม “ใช่แล้ว พวกคุณมาจับคน ก็ต้องบอกเหตุผลบ้าง ช่วงนี้ในเขตเช่ามีคดีฆาตกรรมหรือ มีประกาศหมายจับหรือ”

ชาวตะวันตกในเขตเช่า แทบไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนชั้นล่าง โอกาสที่จะออกหมายจับจึงน้อยมาก

สารวัตรเกาถึงกับพูดไม่ออก เขาดันลืมเรื่องนี้ไป พวกเขาเป็นตำรวจของเขตเช่า ต้องเป็นคดีที่เกิดในเขตเช่าจึงจะสามารถจับกุมและสอบสวนได้

แต่เขาก็ยังเป็นผู้มีอำนาจในสายตาคนทั่วไป เวลานี้จึงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “ตำรวจทำคดี เมื่อไหร่ถึงจะถึงคิวให้พวกคุณมาตั้งคำถาม จับตัวไป ใครขัดขืนสังหารได้ทันที!”

เฉินกวงเหลียงรีบพูด “เดี๋ยวก่อน ท่านสารวัตร วันนี้ท่านกำลังทำแบบนี้ต่อหน้าศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย และผู้เขียนบทความให้หนังสือพิมพ์ผู้มีประสบการณ์ หากทำเช่นนี้ย่อมต้องถูกสังคมวิจารณ์แน่นอน พวกเรายินดีให้ความร่วมมือกับการบังคับใช้กฎหมายของพวกท่าน แต่ขอให้บอกเหตุผลให้ชัดเจนจะดีกว่า”

จางฉีฮวาก็เข้าใจสถานการณ์ทันที รีบพูด “ถูกต้อง ผมคือศาสตราจารย์จางฉีฮวาจากมหาวิทยาลัยเจิ้นตั้น และคุ้นเคยกับหนังสือพิมพ์หลายฉบับ หากพวกคุณจับคนโดยไม่มีเหตุผล ผมจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของพวกคุณ และแจ้งต่อสื่อมวลชน”

คราวนี้สารวัตรเกาตกใจไม่น้อย เพราะในยุคนี้ปัญญาชนมีสถานะสูง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่เขียนบทความ

แม้แต่เจ้าพ่ออย่างตู้เยว่เซิง ยังให้ความสำคัญกับนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่างๆอย่างมาก ไม่เพียงร่วมลงทุนในหนังสือพิมพ์ ยังรับนักข่าวชื่อดังเป็นเพื่อน แม้แต่นักข่าวฝึกงานก็ยังดูแลอย่างดี และยังให้เงินอุดหนุนรายเดือน

ในยุคนี้ ปัญญาชนและนักข่าวแทบจะเป็นราชาที่ไร้มงกุฎ

ยกตัวอย่างลูกชายของหยวนซื่อข่าย เดิมทีคิดจะเป็นสุนัขรับใช้ของญี่ปุ่น แต่เพราะกลัวนักข่าวเปิดโปงเรื่องอื้อฉาวของครอบครัว เขาจึงไม่กล้าออกมาเลย

“นี่มัน...”

สารวัตรเกามองถังจื้อชิงอย่างโกรธเคือง เขาตอนนี้เหมือนขี่เสือแล้วลงไม่ได้

เฉินกวงเหลียงกลับเห็นโอกาส เขารู้ว่าสารวัตรเกาเพียงเกรงใจศาสตราจารย์จางฉีฮวา พอเรื่องซาลงก็อาจกลับมาหาเรื่องอีก

ดังนั้นเขาจึงพูดต่อทันที “สารวัตรเกา ท่านอาจถูกคนหลอกให้เข้าใจผิด จึงมาค้นตรวจ พวกเราย่อมสนับสนุนงานของท่าน แต่บริษัทรถลากของเรา แผนกคมนาคมก็มีคนร่วมถือหุ้นอยู่ เป็นบริษัทรถลากที่ถูกต้องตามกฎหมายแน่นอน”

สารวัตรเกาถึงกับชะงัก เท่ากับว่าเขาถูกคนหลอก อีกฝ่ายก็มีภูมิหลังเหมือนกัน

บริษัทรถลากที่แผนกคมนาคมร่วมถือหุ้น นั่นก็ถือว่าเป็น “พวกเดียวกัน”

“พวกเราเพียงได้รับแจ้งเบาะแส จึงมาตรวจตามปกติ!”

เฉินกวงเหลียงพูดทันที “ผมเข้าใจ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเรายอมรับการตรวจสอบ!”

ก็ไม่ควรทำให้ตำรวจกลุ่มนี้ลำบาก

ตอนนั้นเอง โจวซิงเการีบก้าวออกมาพูด “ในเมื่อเรื่องนี้เกิดเพราะผม หัวหน้า ผมยินดีไปกับพวกท่านเพื่อรับการตรวจสอบ”

ตอนนี้ไพ่ของเจ้านายเขาใช้ไปหมดแล้ว ต่อให้ไปสถานีตำรวจ อันตรายก็ไม่น่ามาก

เฉินกวงเหลียงพอใจกับความฉลาดของโจวซิงเกามาก แต่เขาก็กล่าวขึ้น “ผมก็จะไปด้วย สารวัตรเกา”

โจวซิงเการีบพูด “เถ้าแก่...”

เฉินกวงเหลียงโบกมือ แล้วพูดเสียงต่ำ “ผมจะไม่ปล่อยให้พี่น้องของผมเสี่ยงคนเดียว อีกอย่างพวกเราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย จะกลัวอะไร”

พูดจบ เฉินกวงเหลียงหันไปบอกเหอเซี่ยงตงที่อยู่พอดี “ไปเรียกคุณหลี่จากแผนกคมนาคมกลับมาคุมสถานการณ์ ผมกับพี่โจวไปเดี๋ยวก็กลับ”

เวลานี้สารวัตรเกายืนรอเงียบๆ รอให้เฉินกวงเหลียงเปิดทางลงให้เขา ไม่ได้กดดันเหมือนก่อนอีก

แม้แต่ในใจของเขาเอง ก็คิดว่า คนอย่างเฉินกวงเหลียง ฉลาดกว่าหวังเฉิงอวิ้นไม่รู้กี่เท่า

เมื่อเห็นเช่นนั้น สารวัตรเกายิ้มแล้วกล่าง “คุณเฉินช่างมีคุณธรรม เชิญ”

ตอนนี้เขารับเงินมาแล้ว แต่เพียงแค่ทำละครให้สมจริง ไปที่สถานีตำรวจทำบันทึกปากคำ แล้วปล่อยตัวก็พอ

“เชิญ”

ในเวลานี้ ถังจื้อชิงถึงกับทำตัวไม่ถูก ตั้งแต่ต้นจนจบ สารวัตรเกาไม่แม้แต่จะมองเขา

เห็นได้ชัดว่า

ถังจื้อชิงเองก็เข้าใจว่าถึงตอนนี้ สารวัตรเกาไม่มีทางขังเฉินกวงเหลียงกับโจวซิงเกาจริงๆแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 22 เข้าสถานีตำรวจ

คัดลอกลิงก์แล้ว