- หน้าแรก
- ครอบครัวระบบเทพ ช้อปปิ้งทะลุมิติ พลิกชะตาแผ่นดิน
- บทที่ 32 ผมมีไง
บทที่ 32 ผมมีไง
บทที่ 32 ผมมีไง
ณ บ้านบรรพบุรุษตระกูลเฉิน แห่งหมู่บ้านเหลียนจ้าย เวลาล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่มกว่าแล้ว หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ทุกคนก็นั่งจิบชาพูดคุยกันอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ เฉินตงมองดูแสงริบหรี่จากตะเกียงน้ำมันก๊าด แล้วลองถามขึ้นว่า "ลุงใหญ่ครับ หมู่บ้านของเรายังไม่มีไฟฟ้าใช้เหรอครับ"
"ก็เคยได้ยินคนของที่ทำการหมู่บ้านบอกเหมือนกันนะ ว่าอีกสองสามปีคงจะมีไฟฟ้าใช้ แต่ฟังจากคนตำบลข้างๆ เขาบอกว่าถึงมีไฟฟ้าใช้ ก็ไฟตกไฟดับวันเว้นวันอยู่ดีแหละ" เฉินเสี่ยนกุ้ยตอบพลางชงชาไปด้วย
ตอนที่เฉินตงอยู่ในศตวรรษที่ 21 ก่อนจะเดินทางมาที่หัวเซี่ย เขาเคยค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในยุคนี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาบ้างแล้ว แม้ว่าสื่อของอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่นๆ จะรายงานข่าวสารเกี่ยวกับหัวเซี่ยแบบบิดเบือนและมีอคติ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เฉินตงเติบโตมา ทำให้เขาสามารถเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงของประเทศหัวเซี่ยในยุคนั้นได้อย่างง่ายดาย
พูดได้เต็มปากเลยว่า ระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของหัวเซี่ยในตอนนั้น นำหน้าอเมริกาไปไกลลิบลิ่ว และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อเมริกาไม่กล้ารายงานข่าวตามความเป็นจริง
แต่ทว่าตอนนี้คือปี 1980 ประเทศหัวเซี่ยยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประเทศนี้กว้างใหญ่เกินไป การจะดูแลให้ทั่วถึงทุกหลังคาเรือนจึงเป็นเรื่องยากลำบาก แต่หัวเซี่ยก็ยังคงมุ่งมั่นพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชนทุกคนที่เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดินนี้
"แล้วรายได้ของคนในหมู่บ้านเป็นยังไงบ้างครับ แหล่งรายได้หลักมาจากไหนเหรอครับ"
"รายได้อะไรกันเล่า ตอนนี้ยังเป็นระบบนารวมอยู่เลย ก็พอได้ยินข่าวแว่วๆ มาบ้างว่าจะมีการเปลี่ยนไปใช้ระบบแบ่งที่ดินทำกินให้แต่ละครอบครัวรับผิดชอบ คนในหมู่บ้านหลายคนก็เห็นด้วยนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเมื่อไหร่เหมือนกัน"
เฉินตงได้ยินดังนั้นก็ถามต่อ "แล้วหมู่บ้านเหลียนจ้ายของเรา มีของดีอะไรเป็นของขึ้นชื่อบ้างไหมครับ"
เฉินเสี่ยนกุ้ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "ก็มีมันเทศ ข้าว แล้วก็ลูกท้อที่ปลูกอยู่บนเขาหลังหมู่บ้านนี่แหละ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอก"
"อืม แล้วมันเทศกับลูกท้อที่ปลูกเป็นพันธุ์อะไรเหรอครับ" เฉินตงลองถามดู
หวงหลานจือนึกว่าเฉินตงอยากจะลองชิม ก็เลยรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัว หยิบมันเทศเนื้อสีแดงหัวเท่าฝ่ามือออกมาส่งให้เฉินตง "นี่ไงลูก ของพวกนี้ปลูกง่ายได้ผลผลิตเยอะ ในหมู่บ้านเราได้ส่วนแบ่งกันมาเพียบเลย เดี๋ยวป้าเอาใส่กระสอบให้แกเอากลับไปกินที่บ้านสักกระสอบนะ"
เฉินตงรีบโบกมือปฏิเสธ "ไม่เป็นไรครับป้าใหญ่ ผมแค่ขอแค่มองดูเฉยๆ ก็พอครับ"
เฉินตงรับมันเทศหัวนั้นมา บิออกดูเนื้อข้างใน เป็นเนื้อสีแดงสด มีน้ำยางสีขาวขุ่นซึมออกมาเล็กน้อย เขาหันไปถามเฉินเสี่ยนกุ้ย "คนในหมู่บ้านปลูกแต่พันธุ์นี้กันหมดเลยเหรอครับ"
"ใช่แล้ว" เฉินเสี่ยนกุ้ยพยักหน้า "อาตง แกอาจจะไม่เคยทำนาทำไร่ เลยไม่รู้ว่ามันเทศนี่มันปลูกง่ายจะตายไป แค่ไปเด็ดยอดมันเทศจากไร่คนอื่นมาปักลงดิน มันก็โตแล้ว คนทั้งหมู่บ้านก็ปลูกแต่พันธุ์เนื้อแดงนี่แหละ"
เฉินไจ้หลงเห็นเฉินตงจ้องมันเทศหัวนั้นตาไม่กะพริบ ก็เลยถามขึ้นว่า "อาตง ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ"
เฉินตงปรายตามองจางอี๋แวบหนึ่ง แล้วยิ้มบอกทุกคนว่า "ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดที่คุณปู่ทำในอเมริกา ก็คือเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศครับ"
เฉินเสี่ยนกุ้ยและคนอื่นๆ พยักหน้ารับรอฟังเฉินตงพูดต่อ "ผมเห็นว่าสภาพความเป็นอยู่ของหมู่บ้านเหลียนจ้ายของเราค่อนข้าง...จะพูดยังไงดีล่ะ ค่อนข้างจะลำบากไปสักหน่อย รายได้ของทุกคนก็น้อยนิด ผมก็เลยคิดว่า จะอาศัยช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตของผมในอเมริกา มาตั้งโรงงานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่หมู่บ้านเหลียนจ้ายของเรานี่น่ะครับ"
พอเฉินไจ้กวงได้ยินแบบนั้นก็หูผึ่งทันที โน้มตัวไปข้างหน้าแล้วถามเฉินตงอย่างตื่นเต้นว่า "อาตง แกหมายความว่า มันเทศพันธุ์เนื้อแดงของหมู่บ้านเรา จะเอาไปขายที่อเมริกา เอาไปวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตของบ้านแกได้งั้นเหรอ"
แม้แต่จ้าวอี้กางที่นั่งฟังเงียบๆ มาตลอด ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสนใจ เรื่องลงทุนสร้างโรงงานนี่ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ
"ไม่ใช่อย่างนั้นครับ" เฉินตงรีบอธิบาย "ศุลกากรของอเมริกามีกฎระเบียบยุ่งยากมาก ถ้าเราส่งมันเทศดิบไปขายที่นู่น อย่างแรกเลยคือพวกฝรั่งเขากินกันไม่เป็น อย่างที่สองคือต้องมีเอกสารใบรับรองการตรวจโรคเยอะแยะวุ่นวายไปหมด"
"ที่ผมคิดไว้ก็คือ เราจะเอามันเทศเนื้อแดงพวกนี้ มาแปรรูปทำเป็นมันเทศตากแห้ง แล้วก็บรรจุหีบห่อให้สวยงาม จากนั้นก็ให้บริษัทของผมที่อเมริกาเป็นคนสั่งซื้อ ทำเรื่องส่งออกไปขายที่อเมริกา แล้วก็เอาไปวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตไงล่ะครับ!"
"อาตง แล้วพวกฝรั่งที่อเมริกา เขาจะยอมกินมันเทศตากแห้งจากบ้านนอกของพวกเราจริงๆ เหรอ"
เมื่อเจอคำถามของลุงใหญ่ เฉินตงก็ยิ้มแล้วตอบว่า "จะกินหรือไม่กิน มันขึ้นอยู่กับการโฆษณาโปรโมทครับ ตอนนี้ประเทศหัวเซี่ยของเรายังมีปัญหาเรื่องปากท้องอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องกินให้อิ่มก่อน เลยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องโภชนาการเท่าไหร่"
"แต่ที่อเมริกา พวกคนจนมักจะมีปัญหาเรื่องโรคอ้วนครับ เพราะพวกเขายากจนจนต้องกินแต่พวกเนื้อสัตว์แปรรูปราคาถูก ทำให้ความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพมีสูงมากเลยล่ะครับ!"
คนตระกูลเฉินถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกกับคำพูดของเฉินตง อะไรคือจนจนต้องกินแต่เนื้อสัตว์ ที่บ้านเรานี่สิถึงจะเรียกว่าจนของจริง จนขนาดต้องไปเด็ดยอดมันเทศตามทุ่งนามากินประทังชีวิต
ที่แท้ชีวิตคนอเมริกากับหัวเซี่ยมันก็กลับตาลปัตรกัน เนื้อสัตว์ราคาถูก แต่ผักกลับราคาแพงหูฉี่ ถ้าจนแบบนี้ ฉันก็ยอมรับได้นะ
เฉินตงไม่ได้อธิบายให้พวกเขาฟังหรอกว่า อาหารของอเมริกามันเต็มไปด้วยสารเคมีและสิ่งเจือปนมากมายขนาดไหน อาหารพวกนั้นน่ะ แค่เฉินตงเห็นก็แทบจะอ้วกแตกแล้ว อย่าว่าแต่ให้กลืนลงท้องเลย
"ขอแค่ทำการโฆษณาให้ดี ตั้งราคาให้เหมาะสม ชูจุดขายเรื่องดีต่อสุขภาพ แล้วก็เอาไปวางเรียงรายไว้ในตำแหน่งที่โดดเด่นในซูเปอร์มาร์เก็ต จัดโปรโมชันลดแลกแจกแถมสำหรับสินค้าใหม่ รับรองว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอนครับ"
"งั้นก็เยี่ยมไปเลยอาตง มันเทศพวกนี้ไร่หนึ่งปลูกได้ตั้งสองพันกว่าชั่ง ถ้าแกตั้งโรงงานที่นี่ แกไม่ต้องกลัวเลยว่าจะขาดแคลนวัตถุดิบ หมู่บ้านรอบๆ ก็ปลูกกันเยอะแยะ ถ้าไม่พอก็ไปรับซื้อจากพวกเขาได้สบายมาก" เฉินไจ้หลงถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น อยากจะลงมือทำใจจะขาด
เฉินตงยกมือขึ้นห้ามปราม เห็นท่าทางกระตือรือร้นพร้อมลุยของทุกคนแล้ว เขาจำเป็นต้องสาดน้ำเย็นเข้าใส่เสียหน่อย "อย่างแรกเลย การจะตั้งโรงงานแปรรูป เราต้องซื้อเครื่องจักร ซึ่งเรื่องนั้นไม่ยาก แต่ปัญหาใหญ่คือเครื่องจักรพวกนี้มันต้องใช้ไฟฟ้านี่แหละครับ!"
พอทุกคนได้ยินปัญหาเรื่องไฟฟ้า ก็เหมือนโดนเจาะลูกโป่งแห่งความหวังจนแฟบลงทันตาเห็น เรื่องไฟฟ้านี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ จะให้เสกขึ้นมาดื้อๆ ก็คงไม่ได้
"อย่างที่สองก็คือเรื่องการขนส่งครับ ไม่ใช่แค่ต้องส่งออกไปให้ได้ แต่ต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพด้วย" เฉินตงกางมือออก "ถนนที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านเหลียนจ้ายกับโลกภายนอก มีแต่ถนนดินทั้งนั้น ถ้าใช้เกวียนเทียมวัวหรือขี่จักรยานก็พอไหว แต่ถ้ามีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกเป็นประจำ ถนนก็คงจะพังเป็นหลุมเป็นบ่อ ยิ่งถ้าฝนตกด้วยล่ะก็ แทบจะสัญจรไม่ได้เลยล่ะครับ!"
"และอย่างสุดท้ายก็คือเรื่องวัตถุดิบครับ เราต้องไปทำสัญญาตกลงกับหมู่บ้านรอบๆ ให้พวกเขาปลูกแต่มันเทศพันธุ์เนื้อแดงเหมือนกันหมด ถ้าเป็นพันธุ์อื่นเราจะไม่รับซื้อ หรือถ้าพวกเขาสามารถส่งมันเทศพันธุ์อื่นให้เราได้ในปริมาณมากๆ อันนั้นก็ค่อยว่ากันอีกทีครับ"
เฉินตงชูนิ้วขึ้นมานับทีละข้อ "ขอแค่แก้ปัญหาเรื่องไฟฟ้า ถนนหนทาง และวัตถุดิบ สามอย่างนี้ได้ โรงงานแปรรูปของผมก็พร้อมจะเปิดสายการผลิตได้ทันทีเลยครับ"
เฉินเสี่ยนกุ้ยเกาหัวแกรกๆ "อาตง ปัญหาพวกนี้พวกเราคงแก้ไม่ได้หรอกลูก ลำพังแค่หมู่บ้านเรา ถ้าไม่มีเงินสนับสนุนจากทางอำเภอ อย่าว่าแต่เรื่องไฟฟ้าเลย แค่เรื่องทำถนนก็ไม่มีปัญญาหาเงินมาทำแล้ว!"
พวกคุณไม่มีเงิน แต่ผมมีไง!
เงินสี่พันสามร้อยล้านดอลลาร์ของเฉินตง เป็นเงินสดที่สามารถเบิกถอนมาใช้จ่ายได้อย่างอิสระ อย่าว่าแต่ในหัวเซี่ยยุคนี้เลย ต่อให้อยู่ในอเมริกา คนที่มีเงินสดมากมายมหาศาลขนาดนี้ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนกราบไหว้บูชาประดุจพระเจ้าทั้งนั้นแหละ