เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 : พลังโลหิตห้าสิบหน่วย!

บทที่ 17 : พลังโลหิตห้าสิบหน่วย!

บทที่ 17 : พลังโลหิตห้าสิบหน่วย!


บทที่ 17 : พลังโลหิตห้าสิบหน่วย!

แต่ทว่า ในขณะที่ความโกรธกำลังพลุ่งพล่านอยู่นั้นเอง

ความรู้สึกตกตะลึงที่ลึกล้ำยิ่งกว่า ก็ได้ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจกู่เยว่ซี

เพราะในชั่วพริบตาที่นางระเบิดความโกรธออกมานั้นเอง นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนผ่านสายใยแห่งพันธสัญญาโลหิตว่ามีพลังงานสายหนึ่งที่ถึงแม้จะแผ่วเบา แต่ก็กำลังถูกส่งผ่านมายังร่างกายของนางจากเจ้ายุงตัวนั้น!

พลังของอสูรพันธสัญญาสามารถส่งผ่านมายังผู้ฝึกสัตว์อสูรได้หนึ่งในสิบส่วน!

เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้พลังของฉู่เซิงนั้นอ่อนแอเกินไป จนทำให้กู่เยว่ซีไม่เคยรู้สึกถึงมันเลยแม้แต่น้อย

แต่ทว่าตอนนี้...นางสามารถ ‘รับรู้’ ได้อย่างชัดเจนว่าพลังโลหิตภายในร่างกายของฉู่เซิงในตอนนี้ มันช่างแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่จนผิดปกติ!

“พลังโลหิตสายนี้...อย่างน้อย...ก็น่าจะเกือบห้าสิบหน่วยแล้ว!”

กู่เยว่ซีประเมินตัวเลขในใจขึ้นมา ซึ่งมันเป็นตัวเลขที่ทำให้แม้แต่ตัวนางเองก็ยังรู้สึกขนหัวลุก

พลังโลหิตห้าสิบหน่วย!

ถึงแม้ว่าจะยังห่างไกลจากเกณฑ์เริ่มต้นของอสูรระดับหนึ่งที่ต้องการพลังโลหิตหนึ่งร้อยหน่วยอยู่มากโข

แต่นี่มันเทียบเท่ากับระดับของหมาป่าป่าที่โตเต็มวัย หรือหมูป่าขนาดกลางตัวหนึ่งได้เลยนะ!

นั่นก็หมายความว่า เจ้ายุงที่ยาวไม่ถึงสิบเซนติเมตรที่อยู่ตรงหน้านางนี้ พลังชีวิตและความแข็งแกร่งของโลหิตของมัน ได้บรรลุถึงระดับเดียวกับสัตว์ป่าธรรมดาไปแล้ว!

และทั้งหมดนี้...ใช้เวลาเพียงแค่สองวันเท่านั้น!

จากยุงธรรมดาที่มีอายุขัยเพียงไม่กี่วันและมีค่าพลังโลหิตที่แทบจะไม่มีความหมาย ตอนนี้กลับเติบโตจนกลายเป็น ‘อสูรกาย’ ที่เทียบเท่ากับสัตว์ป่าธรรมดาได้!

ในเวลานี้ กู่เยว่ซีถึงกับสับสนมึนงงไปโดยสิ้นเชิง

สายตาที่นางมองฉู่เซิงนั้น ได้เปลี่ยนจากความรังเกียจและจำใจในตอนแรก มาเป็นความตกตะลึงและความสงสัยในตอนหลัง

จนกระทั่งตอนนี้ ได้แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง...กลายเป็นสายตาที่ราวกับกำลังมองดูสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

ศักยภาพที่ซ่อนเร้นของเจ้าบ้านี่ ดูเหมือนว่า...มันจะน่าสะพรึงกลัวกว่าที่นางจินตนาการไว้เป็นหมื่นเท่า!

“หรือว่า...โอกาสแห่งวาสนาในชาติภพนี้ของข้า จะไม่ใช่การได้กลับมาเกิดใหม่

“แต่เป็น...การได้ทำพันธสัญญากับมัน?”

ความคิดอันเหลวไหลเหลือเชื่อ แต่กลับทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุมได้ ผุดขึ้นมาในใจ

และในอีกด้านหนึ่ง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ ‘การซักฟอก’ ของจักรพรรดินี ฉู่เซิงกลับเพียงแค่กระพือปีกที่คมกริบดุจใบมีดของตนเองอย่างใจเย็น ก่อนจะส่งผ่านความคิดของตนเองไปยังนาง

“อย่าเพิ่งตื่นเต้นไปน่า ก็แค่งูตายตัวเดียวไม่ใช่รึไง? ดูดจนแห้งก็แห้งไปสิ”

“ดูสิ ข้าแข็งแกร่งขึ้น เจ้าเองก็ได้แข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วยไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้พวกเราสองคนต่างก็ได้ประโยชน์ทั้งคู่! วิน-วิน!”

“อีกอย่างนะ ความเร็วในการฝึกฝนของเจ้าน่ะ เชื่องช้ายิ่งกว่าหอยทากคลานเสียอีก

“กว่าเจ้าจะดูดงูตัวนี้จนแห้งหมด ของดีก็คงจะบูดไปเสียก่อนแล้ว!...เรื่องแบบนี้ต้องให้ข้าทำ ประสิทธิภาพสูง เห็นผลเร็ว!”

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถพูดจาซับซ้อนเช่นนี้ได้ แต่ทว่าอารมณ์ที่แฝงไปด้วยความลำพองใจในทำนองว่า

“อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อยเลยน่า” และ “ทั้งหมดนี้ก็เพื่อพวกเราสองคนนะ” นั้น ก็ยังคงถูกส่งผ่านเข้าไปในสมองของกู่เยว่ซีได้อย่างแม่นยำ

กู่เยว่ซี: “...”

นางถูกความยียวนกวนประสาทนี้ทำเอาโกรธจนควันออกหู แทบจะกระอักเลือดออกมาตรงนั้น

ได้เลยนะเจ้า!

กินข้าวของข้าจนเกลี้ยงไม่พอ ยังจะมาหาว่าข้ากินช้าอีกเหรอ?!

มันจะยังมีเหตุผลบนโลกนี้อีกไหมเนี่ย?!

แต่...เเต่นางกลับไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้เลย

เพราะว่าสิ่งที่เจ้าบ้านี่พูดมา ดูเหมือนว่า...มันก็มีเหตุผลอยู่บ้างจริงๆ

เมื่อมันแข็งแกร่งขึ้น ตัวนางเองก็ได้รับการส่งผ่านพลังกลับมาจริงๆและประสิทธิภาพในการ ‘ฝึกฝน’ ของมัน ก็สูงกว่านางอย่างเทียบกันไม่ติด

กู่เยว่ซีสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามข่มความต้องการที่จะตบยุงตัวนี้ให้ตายคามือเอาไว้ ก่อนจะเริ่มพิจารณาปัญหาที่อยู่ตรงหน้าอย่างใจเย็น

ไม่ว่าเจ้ายุงตัวนี้จะมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่มีความจริงอยู่ข้อหนึ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้—ทรัพยากรในการฝึกฝนของนาง หมดแล้ว!

ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงสิบกว่าวันก็จะถึงการสอบร่วมแล้ว แต่ระดับพลังของนางเพิ่งจะบรรลุถึงระดับหนึ่งขั้นกลางเท่านั้น

หากต้องการจะคว้าอันดับหนึ่งในการสอบร่วม เพื่อชิงเงินรางวัลห้าแสนและลูกอสูรระดับราชันย์มาให้ได้ เช่นนั้นแล้วนางก็จำเป็นต้องทะลวงสู่ระดับสองให้ได้ก่อนการสอบ!

มิฉะนั้นแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝัน!

“ต้อง...ต้องไปหาอสูรสายเลือดชั้นสูงมาอีกตัวให้ได้!” แววตาของกู่เยว่ซีกลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง

แต่ปัญหาคือ...นางไม่มีเงินแล้ว

ณ ตอนนี้ นางคือยาจกโดยสมบูรณ์ แม้แต่ค่าเช่าห้องของเดือนหน้าจะหามาจากไหนก็ยังไม่รู้

จะให้ไปซื้อลูกอสูรสายเลือดชั้นสูงมาอีกตัว? นั่นมันเป็นเรื่องเพ้อฝันโดยแท้!

เมื่อคิดวนไปวนมา ในหัวของกู่เยว่ซีก็เหลือเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้น

เป็นทางเลือกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ก็เป็นหนทางเดียวที่เป็นไปได้

“ไปที่ ‘ป่าทมิฬ’ นอกเมือง เพื่อรับภารกิจล่าอสูร!”

ป่าทมิฬ คือป่าดงดิบอันกว้างใหญ่ไพศาลที่อยู่นอกเมืองเจียงเฉิง

ภายในนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของอสูรจำนวนมาก และเป็นสถานที่หลักสำหรับนักเรียนโรงเรียนมัธยมหลิงอู่และเหล่านักรบใช้ในการฝึกฝนและล่าอสูรเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากร

การไปรับภารกิจที่นั่น ไม่เพียงแต่จะได้รับเงินรางวัลจำนวนไม่น้อยหลังจากทำภารกิจสำเร็จ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของนางได้

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ในระหว่างการล่าอสูร อาจจะได้รับผลพลอยได้ที่ไม่คาดฝันก็ได้

ตัวอย่างเช่น ไปเจอซากอสูรชั้นสูงสองตัวที่สู้กันจนตายทั้งคู่ทิ้งไว้? หรือโชคดีสุดขีด ไปเจอสมุนไพรสวรรค์ที่สามารถเพิ่มพลังโลหิตได้?

ถึงแม้ว่าความเป็นไปได้เช่นนี้จะน้อยนิดเสียจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ ราวกับการซื้อลอตเตอรี่แล้วถูกรางวัลที่หนึ่ง แต่สำหรับกู่เยว่ซีในตอนนี้ นี่คือความหวังเดียวที่นางมีแล้ว

“ตกลงตามนี้!”

ในแววตาของกู่เยว่ซีปรากฏแววแห่งความเด็ดเดี่ยวขึ้นมาวูบหนึ่ง นางไม่ลังเลอีกต่อไป และเริ่มเก็บข้าวของในทันที

นางเหลือบมองไปยังฉู่เซิงที่กำลังนอนแผ่อยู่บนโต๊ะ พลางใช้ขาหน้าทำความสะอาดปีกดาบของตนเองอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะส่งความคิดอันเย็นชาไปยังเขา

“ตามมา!”

ฉู่เซิงที่กำลังครุ่นคิดว่าจะใช้แต้มวิวัฒนาการอย่างไรดีนั้น ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้รับคำสั่ง

“จะออกไปข้างนอกรึ? ไปไหน? มีของอร่อยอีกแล้วเหรอ?”

เขารู้สึกดีใจที่จะได้ออกไปข้างนอก จึงบินขึ้นไปเกาะบนไหล่ของกู่เยว่ซีอย่างมั่นคงทันที

ครั้งนี้ กู่เยว่ซีไม่ได้หยิบกล่องพลาสติกมาด้วยอีกแล้ว

เพราะนางรู้ดีว่าตอนนี้มันไม่จำเป็นอีกต่อไป เจ้ายุงตัวนี้ไม่ใช่แมลงที่เปราะบางและต้องการการปกป้องอีกแล้ว

พลังโลหิตเกือบห้าสิบหน่วยเชียวนะ!

ผู้ชายที่โตเต็มวัยธรรมดาๆยังไม่แน่เลยว่าจะสู้มันได้!

และแล้ว คนหนึ่งคนกับยุงหนึ่งตัว ก็ได้พกพากริชและเงินเก็บก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ ผลักประตูออกไป มุ่งตรงไปยัง ‘สถานยุทธ์หลิงอู่’ ใจกลางเมือง

สถานยุทธ์หลิงอู่แห่งเมืองเจียงเฉิง

ตั้งอยู่บนทำเลที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดใจกลางเมือง เป็นสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าที่กินพื้นที่กว้างขวางและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเทคโนโลยีสมัยใหม่

ที่นี่คือศูนย์รวมของเหล่านักรบและผู้ฝึกสัตว์อสูรทั้งหมดในเมืองเจียงเฉิง ไม่ว่าจะเป็นการรับภารกิจ ซื้อขายทรัพยากร หรือแม้กระทั่งการประลองฝีมือ ก็ล้วนสามารถทำได้ที่นี่

ณ ขณะนี้ ภายในห้องโถงสำหรับรับภารกิจของสถานยุทธ์หลิงอู่ เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่ บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างยิ่ง

บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ มีข้อมูลภารกิจต่างๆเลื่อนฉายอยู่ตลอดเวลา

[ภารกิจระดับ D: ล่าหมูเกราะเหล็กระดับหนึ่งขั้นต้น 3 ตัว, รางวัลภารกิจ: 30,000 เหรียญสหพันธรัฐ, 10 แต้มคุณูปการ]

[ภารกิจระดับ C: เก็บเกี่ยวหญ้าวิญญาณชำระ 10 ต้น, รางวัลภารกิจ: 100,000 เหรียญสหพันธรัฐ, 50 แต้มคุณูปการ]

[ภารกิจระดับ B: ล่าราชันหมาป่าจันทราคร่ำครวญระดับสองขั้นกลาง 1 ตัว, ข้อกำหนด: ทีมต้องมีนักรบระดับสองขึ้นไป 3 คน, รางวัลภารกิจ: 500,000 เหรียญสหพันธรัฐ, 300 แต้มคุณูปการ]

กู่เยว่ซีพาฉู่เซิงเดินเข้ามาในห้องโถงอันจอแจแห่งนี้ สีหน้าของนางยังคงเย็นชาเช่นเคย ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายไม่เกี่ยวข้องกับนาง

นางเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ในเขตประกาศภารกิจ เพื่อเตรียมลงทะเบียนข้อมูลของตนเอง

ส่วนฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ของนางนั้น กำลังสำรวจรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ทักษะ [แกะรอยโลหิต] ของเขา ทำให้เขาสามารถ ‘มองเห็น’ ได้อย่างชัดเจนว่าทุกคนในห้องโถงนี้ ล้วนมีพลังโลหิตที่แข็งแกร่งหรืออ่อนแอแตกต่างกันไปในร่างกาย

มันช่าง...เหมือนกับคลังเลือดเคลื่อนที่ได้ดีๆนี่เอง!

“ให้ตายเถอะ ที่นี่มีแต่ยอดฝีมือเต็มไปหมดเลยนี่หว่า!”

ฉู่เซิงเลียปากแผล็บๆเขาถึงกับสัมผัสได้ถึงยอดฝีมือหลายคนที่มีระดับพลังโลหิตแข็งแกร่งกว่าเจ้าหมาปาวายุทมิฬนั่นอยู่มากโข

คลื่นพลังโลหิตเหล่านั้น ในสายตาของเขาแล้ว มันช่างโดดเด่นสะดุดตาราวกับเป็นไฟสปอตไลต์ในยามค่ำคืน

“ดูท่าว่าต่อไปคงต้องแวะมาที่นี่บ่อยๆเสียแล้ว บางทีอาจจะได้เจอถุงเลือดชั้นเลิศเข้าก็ได้!”

ฉู่เซิงหมายหัวสถานยุทธ์หลิงอู่แห่งนี้ให้เป็น ‘แหล่งหาอาหาร’ ที่สำคัญแห่งหนึ่งในใจเงียบๆ

แต่แล้ว ในขณะที่กู่เยว่ซีกำลังต่อแถวรอลงทะเบียนอยู่นั้นเอง เสียงที่ค่อนข้างคุ้นเคยซึ่งเจือไปด้วยความตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด ก็ดังขึ้นมาจากด้านข้าง

“กู่เยว่ซี?!”

ในทันใดนั้น ทั้งกู่เยว่ซีและฉู่เซิงก็หันไปมองพร้อมกัน

ณ ที่นั้น พวกเขาก็เห็นเฉินฮ่าวกำลังยืนอยู่กับเพื่อนร่วมชั้นอีกสองสามคน พลางจ้องมองมายังพวกเขาด้วยสีหน้าราวกับได้เห็นผีกลางวันแสกๆ

หรือจะให้พูดให้ถูกก็คือ...พวกเขากำลังจ้องมองไปยังฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ของกู่เยว่ซีนั่นเอง

………

จบบทที่ บทที่ 17 : พลังโลหิตห้าสิบหน่วย!

คัดลอกลิงก์แล้ว