- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 18 : นี่มันยุงบ้าอะไรวะเนี่ย?!
บทที่ 18 : นี่มันยุงบ้าอะไรวะเนี่ย?!
บทที่ 18 : นี่มันยุงบ้าอะไรวะเนี่ย?!
บทที่ 18 : นี่มันยุงบ้าอะไรวะเนี่ย?!
“นั่น...นั่นมันตัวอะไรกันน่ะ?!”
น้ำเสียงของเฉินฮ่าวถึงกับผิดเพี้ยนไป เขาชี้นิ้วไปยังฉู่เซิง ดวงตาเบิกกว้างราวกับระฆังทองแดง
ในขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมชั้นอีกสองสามคนที่อยู่ข้างๆเขาก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อไม่แพ้กัน ต่างก็ขยี้ตาของตนเองอย่างแรง
“ให้ตายเถอะ! นั่นมันอสูรพันธสัญญาของกู่เยว่ซีไม่ใช่เหรอ? เจ้ายุงตัวนั้นน่ะ?”
“ทำไม...ทำไมมันถึงได้ตัวใหญ่ขึ้นขนาดนี้?! แล้วไอ้รูปร่างหน้าตานั่นอีก...ตัวดำสนิท ปีกก็เหมือนใบมีด นี่มันยุงบ้าอะไรกันวะเนี่ย?!”
“นี่มันอสูรกายชัดๆ! เมื่อวานนี้มันยังตัวแค่เท่าเล็บมืออยู่เลยไม่ใช่เหรอ?!”
ต้องยอมรับว่ารูปลักษณ์ของฉู่เซิงในตอนนี้นั้นมันช่างน่าตกตะลึงเกินไปจริงๆ!
ลำตัวที่ยาวถึงสิบเซนติเมตร ร่างกายที่ส่องประกายแวววาวราวกับโลหะ ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ทรงพลังและกลิ่นอายอันตราย
เรียกได้ว่ามันแตกต่างจากภาพลักษณ์ ‘ยุงตัวใหญ่’ ในความทรงจำของพวกเขาโดยสิ้นเชิง ราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตคนละสายพันธุ์!
เฉินฮ่าวพยายามกดความตื่นตระหนกในใจเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปอีกสองก้าว จ้องมองฉู่เซิงเขม็ง
“กู่เยว่ซี นี่...นี่คืออสูรพันธสัญญาของเจ้างั้นรึ? ทำไมมันถึงได้...”
เขาอยากจะถามว่า “ทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้” แต่ก็รู้สึกว่าคำถามนี้มันดูโง่เง่าเกินไป
ส่วนฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ของกู่เยว่ซีนั้น ได้ซึมซับความตกตะลึงของพวกเขาไว้ในสายตาจนหมดสิ้น ในใจรู้สึกสบายอกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“หึๆแค่เรื่องเล็กน้อยน่าทุกคน นั่งลงๆ!”
“นี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเองนะ? รอให้ท่านผู้นี้วิวัฒนาการอีกสักสองสามครั้ง จนกลายเป็นยุงยักษ์ที่บดบังตะวันได้เสียก่อน ถึงตอนนั้นลูกตาของพวกเจ้าคงได้ถลนออกมาแน่!”
เขาจงใจกระพือปีกดาบของตนเองเบาๆจนเกิดเสียง “หึ่งๆ” ที่ทุ้มต่ำและกังวานราวกับโลหะกระทบกัน เล่นเอาเพื่อนร่วมชั้นสองสามคนนั้นตกใจจนต้องถอยหลังไปอีกหลายก้าว
แต่ทว่า ปฏิกิริยาของกู่เยว่ซีกลับยังคงสงบนิ่งเช่นเคย
นางเพียงแค่เหลือบมองเฉินฮ่าวที่มีสีหน้าตกตะลึงอยู่แวบหนึ่งอย่างเย็นชา ถึงขนาดที่ว่าขี้เกียจจะเอ่ยปากพูดด้วยซ้ำ ก่อนจะหันกลับไปต่อแถวของตนเองตามเดิม ราวกับว่าพวกเขาเป็นเพียงแค่กลุ่มคนบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง
ท่าทีที่เมินเฉยราวกับไม่เห็นใครอยู่ในสายตานั้น ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินฮ่าวพลันแข็งค้าง
ถูกเมินต่อหน้าธารกำนัล...แถมยังเป็นครั้งที่สอง!
สายตาของเพื่อนร่วมชั้นสองสามคนที่มองมายังเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความรู้สึกนั้นมันราวกับจะบอกว่า “เห็นไหมล่ะ หน้าแตกอีกแล้วสิท่า?”
“เหอะ!”
เฉินฮ่าวแค่นเสียงออกมาอย่างหนักหน่วง ความโกรธในใจพลันลุก “พรึ่บ” ขึ้นมาทันที
เขาพยายามบังคับให้ตนเองใจเย็นลง พลางใช้สมองคิดอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางเอาคืน
ถึงจะตกใจก็จริง แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นถึงนักเรียนหัวกะทิของห้องแปดสาขาอสูรพันธสัญญา ความรู้พื้นฐานยังคงแน่นปึ้ก
ในเวลาไม่นาน เฉินฮ่าวก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“ทุกคนอย่าเพิ่งถูกรูปลักษณ์ภายนอกของมันหลอก! เจ้ายุงตัวนี้ อย่างมากก็คงเป็นแค่ ‘อสูรพันธุ์พิเศษ’ ที่เคยอ่านเจอในตำรา บังเอิญวิวัฒนาการได้พอดี มันถึงได้กลายเป็นแบบนี้!”
พอเขาพูดจบ เพื่อนร่วมชั้นที่ก่อนหน้านี้ยังคงตกตะลึงและสงสัยอยู่ ก็พลันมีสีหน้าที่แสดงถึงความเข้าใจขึ้นมาในทันที
“อ้อ—! ที่แท้ก็เป็นอสูรพันธุ์พิเศษนี่เอง!”
“ว่าแล้วเชียว ยุงมันจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ที่แท้ก็กลายพันธุ์นี่เอง!”
“อสูรพันธุ์พิเศษ...ข้าเคยเห็นแต่ในตำราเท่านั้น ได้ยินมาว่าศักยภาพของมันคาดเดาได้ยาก บางตัวก็แข็งแกร่งมาก แต่บางตัวก็ด้อยกว่าอสูรธรรมดาเสียอีก”
ในชั่วพริบตา สายตาที่ทุกคนมองไปยังฉู่เซิง ก็ได้เปลี่ยนจากความตื่นตระหนกและหวาดกลัวในตอนแรก มาเป็นเพียงแค่ความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น
ความรู้สึกที่ลึกลับและกดดันก่อนหน้านี้ พลันมลายหายไปกว่าครึ่ง
เฉินฮ่าวเบ้ปาก ก่อนจะพูดต่อ
“อสูรพันธุ์พิเศษฟังดูอาจจะสุดยอด แต่พวกเจ้าอย่าลืมสิว่าแก่นแท้ของมันก็เป็นแค่ยุงตัวหนึ่ง!
“พื้นฐานมันห่วยแตกเกินไป! เมื่อครู่นี้ข้าลองใช้สัมผัสดูแล้ว พลังโลหิตในตัวมันอย่างมากก็คงมีแค่สี่สิบห้าสิบหน่วยเท่านั้นแหละ ดูน่าเกรงขามไปอย่างนั้นแหละ ที่จริงแล้วก็เป็นแค่เสือกระดาษ!”
เขาตบหัวหมาปาวายุทมิฬที่อยู่ข้างๆอย่างภาคภูมิใจ พลางอวดอ้างว่า
“ส่วนหมาปาวายุทมิฬของข้านี่สิ เป็นอสูรสายเลือดขั้นกลางของแท้ ตั้งแต่เกิดมาก็มีพลังโลหิตเกือบแปดสิบหน่วยแล้ว! ศักยภาพมหาศาล ในอนาคตรับประกันได้เลยว่าเป็นอสูรระดับห้าเป็นอย่างต่ำ!”
“แล้วเจ้ายุงนี่ล่ะ? ต่อให้เป็นอสูรพันธุ์พิเศษ ศักยภาพในการวิวัฒนาการก็ย่อมมีขีดจำกัด อย่างมากที่สุดก็แค่สามครั้ง อย่างเก่งที่สุดก็คงไปสุดทางที่ระดับหนึ่งขั้นสูงสุด แม้แต่เกณฑ์ของระดับสองก็ยังแตะไม่ถึงด้วยซ้ำ!”
“เพราะฉะนั้นแล้ว ชาตินี้ทั้งชาติ นางกู่เยว่ซีก็อย่าได้ฝันว่าจะเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับห้าได้เลย และก็อย่าได้หวังว่าจะได้ทำพันธสัญญากับอสูรตัวที่สอง! เส้นทางของผู้ฝึกสัตว์อสูร สำหรับนางแล้ว มันได้สิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์แล้ว!”
คำวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผลของเฉินฮ่าว ทำให้เพื่อนร่วมชั้นที่อยู่รอบๆพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“พี่ฮ่าวพูดมีเหตุผลจริงๆ!”
“จริงด้วย สายเลือดพื้นฐานมันห่วยแตกเกินไป ต่อให้กลายพันธุ์ได้มันก็มีขีดจำกัดอยู่ดี”
“พอมามองแบบนี้แล้ว เจ้ายุงตัวนี้ก็แค่ดูน่ากลัวไปอย่างนั้นแหละ ที่จริงแล้วก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่”
ทันใดนั้น สายตาที่ทุกคนมองไปยังกู่เยว่ซี ก็ได้เปลี่ยนกลับไปเป็นความรู้สึกเสียดายและสงสารอีกครั้ง
ส่วนเฉินฮ่าวก็ได้ความมั่นใจของตนเองกลับคืนมา บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ตนเองคิดว่าดู “สุขุมเป็นผู้ใหญ่” ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปข้างหน้า แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงของผู้มีประสบการณ์ว่า:
“นักเรียนกู่เยว่ซี อย่าเข้าใจผิดนะ ข้าไม่มีเจตนาอื่นใด”
“ข้าแค่ต้องการจะเตือนเจ้าว่าในป่าทมิฬมันอันตรายมาก อสูรพันธสัญญาของเจ้าตัวนี้ถึงแม้จะดู...อืม...พิเศษมากก็จริง แต่ท้ายที่สุดแล้วพลังของมันก็ยังอ่อนแอเกินไป”
“เอาอย่างนี้แล้วกัน ทีมของพวกเราก็กำลังจะไปป่าทมิฬพอดี เพิ่งจะรับภารกิจระดับ D ให้ไปล่าหมูเกราะเหล็กมา”
“ถ้าไม่รังเกียจ ก็สามารถไปกับพวกเราได้ ระหว่างทางจะได้ช่วยเหลือดูแลกัน! วางใจได้เลย พวกเราไม่ให้เจ้าไปฟรีๆหรอก ถึงตอนนั้นแค่แบ่งรางวัลภารกิจให้เจ้านิดหน่อยก็พอแล้ว!”
เขาพูดด้วยสีหน้าที่จริงใจอย่างยิ่ง ราวกับว่ากำลังเป็นห่วงเป็นใยกู่เยว่ซีอยู่จริงๆ
แต่ทว่าในครั้งนี้ กู่เยว่ซีถึงขนาดขี้เกียจที่จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ
เพราะแถวได้เคลื่อนมาถึงคิวของนางพอดี
นางเดินตรงไปยังหน้าเคาน์เตอร์ ยื่นบัตรนักเรียนของตนเองออกไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า
“ลงทะเบียน รับภารกิจ”
พนักงานรับบัตรนักเรียนไป พลางเหลือบมองบัตรแวบหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองนาง และในท้ายที่สุดสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ ‘อสูรกาย’ รูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวที่เกาะอยู่บนไหล่ของนาง จนเปลือกตาอดไม่ได้ที่จะกระตุกเล็กน้อย
ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงรักษาความเป็นมืออาชีพเอาไว้ และเริ่มดำเนินการอย่างรวดเร็ว
“กู่เยว่ซี โรงเรียนมัธยมหลิงอู่แห่งเมืองเจียงเฉิง นักเรียนสาขาอสูรพันธสัญญาปีที่สาม นักรบระดับหนึ่งขั้นต้น ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น”
“อสูรพันธสัญญา...หืม?”
พนักงานมองข้อมูลที่ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์พลางชะงักไปเล็กน้อย
“ยุงลายบ้าน?”
เขาเหลือบมองไปยังฉู่เซิงโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหันกลับไปมองข้อมูลบนคอมพิวเตอร์อีกครั้ง สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปอย่างน่าดูชม
นี่...นี่มันยุงลายบ้านบ้านป้าเอ็งสิ?!
ไอ้ตัวแบบนี้นี่นะแกเรียกว่ายุง?!
“ข้อมูลผิดพลาด ต้องการจะอัปเดตไหมครับ?” พนักงานเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง
“ไม่ต้อง” กู่เยว่ซีเอ่ยออกมาเพียงสองคำอย่างเย็นชา
นางขี้เกียจที่จะอธิบาย เพราะมันยุ่งยากเกินไป
“...ครับ”
มุมปากของพนักงานกระตุกเล็กน้อย แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
“ไม่ทราบว่าท่านต้องการจะรับภารกิจอะไรครับ?”
“ภารกิจระดับ D ล่าหมูเกราะเหล็กระดับหนึ่งขั้นต้นสามตัว”
“ครับ รับภารกิจเรียบร้อยแล้ว นี่คือใบยืนยันภารกิจของคุณ”
กู่เยว่ซีรับใบยืนยันมา โดยไม่ได้เหลือบมองเฉินฮ่าวที่อยู่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะหันหลังแล้วเดินตรงไปยังประตูทางออกของสถานยุทธ์หลิงอู่
ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่างเด็ดขาดและเฉียบคม ปราศจากคำพูดที่ไร้สาระแม้แต่ประโยคเดียว
แผ่นหลังที่ดูองอาจสง่างามนั้น ในสายตาของเฉินฮ่าวแล้ว กลับทำให้ในใจของเขารู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเริ่มจะฝืนไว้ไม่อยู่ และในท้ายที่สุดก็แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอับจนหนทางและไม่พอใจเล็กน้อย
“พี่ฮ่าว นี่...นางจะหยิ่งเกินไปแล้วนะ?” เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆบ่นพึมพำเสียงเบา
“นั่นสิ พี่อุตส่าห์พูดดีๆขนาดนี้แล้ว นางยังจะไปคนเดียวอีก ไม่กลัวตายในนั้นรึไง?”
“ใช่เลย นักรบระดับหนึ่งขั้นต้นคนเดียว พาอสูรพันธสัญญาที่ไม่ใช่อสูรด้วยซ้ำไปล่าหมูเกราะเหล็กระดับหนึ่งขั้นต้นสามตัว? นี่...สมองมีปัญหารึเปล่า?”
เฉินฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางส่ายหัว ก่อนจะแสร้งทำเป็นใจกว้างแล้วพูดว่า
“ช่างเถอะ คนเราต่างก็มีทางเดินของตัวเอง ในเมื่อนางเลือกทางของนางแล้ว พวกเราก็ไม่ควรไปบังคับ! ก็ได้แต่หวังว่านางจะโชคดีในป่าทมิฬแล้วกัน!”
ถึงแม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่เขาไม่คิดเลยแม้แต่น้อยว่ากู่เยว่ซีจะสามารถทำภารกิจระดับ D นั่นสำเร็จได้จริงๆอสูรในระดับเดียวกันนั้นแข็งแกร่งกว่านักรบอยู่แล้ว
นางที่เป็นแค่นักรบระดับหนึ่งขั้นต้นพายุงไปตัวเดียว จะไปทำสำเร็จได้อย่างไรกัน?
ถึงตอนนั้นก็แค่รอดูเรื่องตลกก็พอแล้ว
………………