- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 16 : คืนเดียวดูดซากอสรพิษวิญญาณมรกตจนแห้งเหือด!
บทที่ 16 : คืนเดียวดูดซากอสรพิษวิญญาณมรกตจนแห้งเหือด!
บทที่ 16 : คืนเดียวดูดซากอสรพิษวิญญาณมรกตจนแห้งเหือด!
บทที่ 16 : คืนเดียวดูดซากอสรพิษวิญญาณมรกตจนแห้งเหือด!
“คืนนี้จะดูดเลือดใครดีนะ...”
สิ่งแรกที่ฉู่เซิงทำก็คือการตัด ‘ตู้กับข้าวระยะยาว’ อย่างกู่เยว่ซีออกจากตัวเลือกทันที
ไม่ใช่ว่าเขารังเกียจ แต่เป็นเพราะจักรพรรดินีผู้นี้ยังอ่อนแอเกินไป นักรบระดับหนึ่งขั้นกลางนั้นมีค่าพลังโลหิตอยู่เพียงน้อยนิด หากให้เขาดูดสักคำในตอนนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการดื่มน้ำเปล่า ไม่พอจะอุดร่องฟันเสียด้วยซ้ำ
“เหะๆเป้าหมายของข้า แน่นอนว่าต้องเป็น...”
สายตาของฉู่เซิงลอดผ่านรอยแยกที่ถูกปีกของตนเองฟันจนขาดออกไป ก่อนจะจับจ้องไปยังถุงสีดำใบใหญ่ที่อยู่ใต้เตียงอย่างแม่นยำ
เพราะในนั้น มี ‘บุฟเฟ่ต์เลือดงู’ สายเลือดชั้นสูงรอเขาอยู่ทั้งตัว!
แต่ทว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา
เพราะกู่เยว่ซียังไม่หลับ หากแอบกินต่อหน้านาง มีหวังถูกห้ามอย่างแน่นอน!
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแอบย่องเข้าไปอย่างลับๆ!
ฉู่เซิงตัดสินใจอดทนรอต่อไปก่อน โดยแสร้งทำเป็นนอนตายอยู่ในกล่องพลาสติก
ในขณะเดียวกัน กู่เยว่ซีหลังจากที่ผ่านพ้นความตกตะลึงในตอนแรกไปแล้ว ก็ค่อยๆสงบสติอารมณ์ลงได้
นางทอดสายตามองไปยัง ‘อสูรกาย’ ที่มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวในกล่องอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเก็บกวาดซากงูแห้งบนพื้นด้วยความรู้สึกที่สลับซับซ้อน จากนั้นจึงลากร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้าของตนเองล้มตัวลงนอนบนเตียง และด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ทำให้นางผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
นางหลับแล้ว!
โอกาสมาถึงแล้ว!
เมื่อฉู่เซิงมั่นใจว่าลมหายใจของกู่เยว่ซีได้กลับมาสม่ำเสมอและคงที่แล้ว เขาก็ค่อยๆมุดตัวออกมาจากกล่องอย่างระมัดระวัง ก่อนจะบินขึ้นอย่างเงียบเชียบ โดยจงใจกดเสียงการกระพือปีกของตนเองให้เบาที่สุด ราวกับเป็นสายลมยามค่ำคืนที่แทบจะสัมผัสไม่ได้
เขาบินไปร่อนลงข้างๆถุงสีดำใบใหญ่ที่อยู่ใต้เตียงอย่างแผ่วเบา
ปากถุงนั้นถูกมัดไว้อย่างลวกๆจนเหลือช่องว่างอยู่ไม่น้อย ซึ่งสำหรับเขาแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับประตูที่เปิดอ้าซ่า!
ฉู่เซิงมุดตัวเข้าไปได้อย่างง่ายดาย และในทันใดนั้น กลิ่นคาวเลือดอันหอมหวานและเข้มข้นก็ห้อมล้อมตัวเขาไว้ในทันที
ได้เวลาโซ้ยแล้ว! สหายทั้งหลาย!
เขาบินไปเกาะบนซากงู ก่อนจะใช้ [หนามแหลมทะลวงเกราะ lv3] ที่ไม่ต่างอะไรกับสว่านขนาดจิ๋วของตนเอง แทงลงไปอย่างสุดแรงโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง!
“ฉึก!”
ครั้งนี้ แทบจะไม่มีแรงต้านทานใดๆเลย! อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาหาจุดอ่อนอีกต่อไป!
เกล็ดหนังของอสรพิษวิญญาณมรกตที่เคยแข็งแกร่งจนยุงธรรมดาไม่สามารถทำอะไรได้นั้น ตอนนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าจะงอยปากระดับ 3 ของเขา มันก็ไม่ต่างอะไรกับกระดาษ ถูกเจาะทะลวงเข้าไปได้อย่างง่ายดาย!
และในวินาทีต่อมา เลือดแก่นแท้ของอสูรที่ทั้งทรงพลังและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าครั้งก่อน ก็ได้หลั่งไหลผ่านจะงอยปากทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขาทันที!
สุดยอด!
ฉู่เซิงรู้สึกราวกับว่าทุกเซลล์ในร่างกายของเขากำลังโห่ร้องด้วยความยินดี!
[พลังโลหิต +3.2]
[พลังโลหิต +3.5]
[พลังโลหิต +3.3...]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง และครั้งนี้ แม้แต่เสียงเตือนภัยก็ไม่มี!
เห็นได้ชัดว่า หลังจากที่วิวัฒนาการแล้ว ความสามารถในการรองรับของร่างกายเขาก็แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สามารถทนทานต่อแรงกระแทกจากพลังงานสายนี้ได้อย่างสบายๆ!
ณ เวลานี้ เขาไม่ต่างอะไรกับชายฉกรรจ์ที่อดอยากมาสามวันสามคืน กำลังตะกละตะกลามกินโต๊ะจีนอยู่
ท้องของเขาพองขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในเวลาไม่นาน มันก็กลายเป็นเหมือนลูกโป่งสีแดงที่ห้อยติดอยู่กับตัว ดูไปแล้วแทบจะใหญ่กว่าลำตัวของเขาเสียอีก
[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิตได้ 10.5 หน่วย! ค่าพลังโลหิตปัจจุบันคือ 22.1!]
[ติ๊ง! กำลังย่อยสลายโลหิต, คาดว่าจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง, จะได้รับแต้มวิวัฒนาการ 3.2 แต้ม! และอายุขัย 10 ชั่วโมง!]
….
คำเดียว!
แค่คำเดียวเท่านั้น ก็เพิ่มค่าพลังโลหิตไปกว่าสิบหน่วย!
ยิ่งไปกว่านั้น เวลาในการย่อยก็ลดลงจากสามชั่วโมงในตอนที่ดูดเลือดงูครั้งก่อน เหลือเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง!
“ให้ตายเถอะ! ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าเลยนี่หว่า!”
ฉู่เซิงถอนจะงอยปากออกอย่างพึงพอใจพลางมองดูตัวเลขบนหน้าต่างสถานะของตนเอง ในใจรู้สึกเบิกบานจนแทบจะระเบิด
ด้วยความเร็วระดับนี้ คืนนี้อย่างน้อยก็น่าจะทำค่าพลังโลหิตได้ถึงสี่สิบห้าสิบหน่วยสบายๆ!
เขาจึงนอนแผ่หลาอยู่ข้างๆซากงูอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเริ่มต้นการ ‘ย่อยอาหารหลังมื้อค่ำ’ ของตนเอง
หนึ่งชั่วโมง ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
[ติ๊ง! การย่อยโลหิตเสร็จสิ้น! ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +3.2! อายุขัย +10 ชั่วโมง!]
ฉู่เซิงรู้สึกว่าท้องที่เคยป่องกลมของตนเองพลันแฟบลงในพริบตา พร้อมกับความหิวโหยอย่างรุนแรงที่ถาโถมเข้ามาอีกระลอก
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง แทงจะงอยปากของตนเองเข้าไปในซากงูอีกครั้ง
คำที่สอง!
[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิตได้ 9.8 หน่วย! ค่าพลังโลหิตปัจจุบันคือ 31.9!]
หลังจากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป
คำที่สาม!
[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิตได้ 8.5 หน่วย! ค่าพลังโลหิตปัจจุบันคือ 40.4!]
และแล้ว ท่ามกลางราตรีอันมืดมิดที่กู่เยว่ซีกำลังหลับใหลอยู่นั้นเอง ฉู่เซิงก็ได้เริ่มต้นโหมดบุฟเฟ่ต์สุดบ้าคลั่งของเขาขึ้น
ดูดหนึ่งคำ ย่อยหนึ่งชั่วโมง แล้วก็ดูดอีกหนึ่งคำ...
เขาทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
ณ เวลานี้ เขาไม่ต่างอะไรกับจอมโจรผู้ขยันขันแข็ง ที่กำลังค่อยๆขนย้ายเสบียงในยุ้งฉางของเจ้านายออกไปทีละน้อยๆ
ตลอดทั้งคืน ฉู่เซิงทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา รวมแล้วเป็นจำนวนถึงเจ็ดครั้งเต็มๆ!
จนกระทั่งในครั้งที่แปด เขาถึงได้พบว่าภายในซากงูตัวนี้ ไม่สามารถดูดเลือดที่มีประโยชน์ออกมาได้อีกแม้แต่หยดเดียวแล้ว ที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียงแค่น้ำเลือดธรรมดาๆเท่านั้น
“เอิ้ก~”
เมื่อท้องฟ้าเริ่มสาง ฉู่เซิงก็เรอออกมาอย่างพึงพอใจ และหลังจากที่การย่อยครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นลง เขาก็ได้เปิดหน้าต่างสถานะของตนเองขึ้นมาดู
พอได้เห็นตัวเลขอันงดงามที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า อารมณ์ของเขาก็ดีดขึ้นสูงจนแทบจะโบยบิน!
[โฮสต์: ฉู่เซิง]
[เผ่าพันธุ์: ยุงโลหิตปีกดาบ]
[อายุขัย: 95 วัน]
[พลังโลหิต: 48.5]
[แต้มวิวัฒนาการ: 16.5]
เพียงแค่คืนเดียว! ค่าพลังโลหิตพุ่งพรวดไปกว่าสามสิบหน่วย! แต้มวิวัฒนาการยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพิ่มขึ้นมาโดยตรงถึงสิบหกแต้ม!
สาเหตุหลักก็เป็นเพราะซากอสรพิษวิญญาณมรกตถูกดูดจนแห้งไปแล้ว มิเช่นนั้นคงจะได้มากกว่านี้อีกหน่อย...
“เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆ!”
ฉู่เซิงถอนหายใจเบาๆจากนั้นจึงค่อยๆมุดตัวออกมาจากถุงอย่างเงียบเชียบ บินกลับมายังโต๊ะ แล้วก็มุดกลับเข้าไปในกล่องพลาสติกตามเดิม
หลังจากหลับตาพักผ่อนแล้ว เขาก็เริ่มครุ่นคิดว่าจะใช้แต้มวิวัฒนาการที่ได้มาเพิ่มอีกสิบกว่าแต้มนี้อย่างไรดี
เพราะอย่างไรเสียก็ต้องรอให้ค่าพลังโลหิตถึงหนึ่งร้อยหน่วยก่อนจึงจะสามารถวิวัฒนาการครั้งต่อไปได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ การเก็บแต้มวิวัฒนาการเหล่านี้ไว้เฉยๆก็ดูจะเสียเปล่า สู้เอาไปอัปเกรดทักษะไม่ดีกว่าหรือ!
จะอัปเกรด [หนามแหลมทะลวงเกราะ] หรือว่าจะอัปเกรดทักษะใหม่อย่าง [คมดาบปีกวายุ] ดี? หรือว่าจะอัปเกรดทั้ง [แกะรอยโลหิต] และ [มิติเผ่าแมลง] ไปด้วยเลย?
แต่แล้ว ในขณะที่เขากำลังคำนวณหาทางที่จะใช้แต้มให้เกิดประโยชน์สูงสุดอยู่นั้นเอง
กู่เยว่ซีที่นอนอยู่บนเตียง ก็ค่อยๆพลิกตัวตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ
นางบิดขี้เกียจ พลันรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก ก่อนจะเตรียมตัวเริ่มต้นการฝึกฝนสำหรับวันใหม่
ตามความเคยชิน นางเดินไปยังข้างเตียง ก่อนจะก้มตัวลงเพื่อลากถุงสีดำใบใหญ่นั้นออกมา
ทว่า สัมผัสที่ได้รับกลับทำให้นางถึงกับชะงักไป
“หืม? ทำไม...มันเบาขนาดนี้?”
ลางสังหรณ์อันไม่เป็นมงคลพลันผุดขึ้นมาในใจ
นางรีบกระชากถุงใบนั้นออกมาทันที ก่อนจะกระชากปากถุงให้เปิดออก!
และในวินาทีต่อมา ม่านตาของนางก็พลันแข็งค้าง
ณ ตอนนั้น ภายในถุง ไหนเลยจะมีซากงูที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่?
สิ่งที่เหลืออยู่คือหนังงูที่ทั้งเหี่ยวแห้งและหดตัว ราวกับถูกตากลมมานานนับสิบปี นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างน่าสมเพช
“...”
ความเงียบ…
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุม
หลังจากผ่านไปนานนับสิบวินาที ในที่สุดความคิดที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบจะทะลักทลาย แต่ก็เจือไปด้วยความสับสนมึนงงจนถึงขีดสุด ก็ได้ระเบิดก้องขึ้นในหัวของฉู่เซิง!
“อสรพิษวิญญาณมรกตของข้า!!!”
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวนี้ มันช่างอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ที่สลับซับซ้อนเกินบรรยาย
มีทั้งความเจ็บใจ ความโกรธแค้น ความคลุ้มคลั่ง
แต่สิ่งที่มากกว่านั้นกลับเป็นความสับสนมึนงงราวกับโลกทั้งใบได้พังทลายลง และความรู้สึกที่ยากจะเชื่อสายตา
กู่เยว่ซีจ้องมองซากที่ตอนนี้ได้กลายเป็น ‘หนังงูแห้ง’ โดยสมบูรณ์บนพื้นเขม็ง ก่อนจะหันขวับไปทันที
สายตาของนางคมกริบดุจดาบ พุ่งตรงไปยัง ‘ตัวต้นเหตุ’ ที่กำลังแกล้งตายอยู่บนโต๊ะ!
ต้องเป็นมันแน่!!
ทั้งห้องนี้ มีเพียงแค่มันเท่านั้นที่ดูดเลือดเป็น! ถ้าไม่ใช่ฝีมือมันแล้วจะเป็นใครไปได้?!
หมดแล้ว!
หมดสิ้นแล้ว!
ทรัพยากรในการฝึกฝนที่นางต้องขายบ้านและทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแลกมา ความหวังทั้งหมดของนางในการทะลวงสู่ระดับนักรบขั้นสองในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า…
ทั้งหมดนี้...กลับถูกยุงเพียงตัวเดียวดูดจนแห้งเหือดภายในคืนเดียวงั้นรึ?!
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!!
“เจ้า...เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่?!”
ความคิดของกู่เยว่ซีสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
นางไม่เข้าใจ!
ยุงเพียงตัวเดียว จะทนรับพลังจากเลือดแก่นแท้ของอสูรที่มหาศาลถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
ร่างกายเล็กๆของมัน บรรจุพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวขนาดนั้นลงไปได้อย่างไรกัน?
ทำไมมันถึงไม่ระเบิดร่างตายคาที่ไปเสียล่ะ?!
เรื่องนี้มันขัดต่อหลักเหตุผลโดยสิ้นเชิง!
ขัดต่อความรู้ทั้งหมดที่นางสั่งสมมาตลอดทั้งสองชาติภพเสียอีก
…………..