- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 15 : จักรพรรดินีตกตะลึง ไฉนแค่สองวันถึงได้วิวัฒนาการอีกแล้ว?!
บทที่ 15 : จักรพรรดินีตกตะลึง ไฉนแค่สองวันถึงได้วิวัฒนาการอีกแล้ว?!
บทที่ 15 : จักรพรรดินีตกตะลึง ไฉนแค่สองวันถึงได้วิวัฒนาการอีกแล้ว?!
บทที่ 15 : จักรพรรดินีตกตะลึง ไฉนแค่สองวันถึงได้วิวัฒนาการอีกแล้ว?!
ในที่สุด ฉู่เซิงก็ทนรออย่างยากลำบากมาจนถึงเวลาเลิกเรียนได้สำเร็จ ตลอดทั้งคาบบ่ายเขารู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
ณ เวลานี้ เขาไม่อยากจะรออีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว สิ่งที่เขาต้องการคือการเริ่มต้นวิวัฒนาการครั้งที่สองของตนเองในทันที!
แน่นอนว่ากู่เยว่ซีเองก็สังเกตเห็นถึงความกระสับกระส่ายของเขา แต่ทว่านางกลับคิดไปว่าเจ้ายุงตัวนี้คงจะหิวอีกแล้ว หรือไม่ก็คงจะเบื่อที่ต้องถูกขังอยู่ในห้องเรียน
ด้วยเหตุนี้บนใบหน้าที่เย็นชาของนางจึงไม่ได้ปรากฏระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกใดๆขึ้น เพียงแต่แค่นเสียงเย็นชาอยู่ในใจเท่านั้น
“เจ้าตัวไม่รู้จักพอ”
มีหรือที่นางจะรู้ได้ว่า ‘เจ้าตัวไม่รู้จักพอ’ ในสายตาของนางนั้น กำลังจะได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ชนิดที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน!
เมื่อกลับมาถึงห้องเช่าที่ทั้งคับแคบและเก่าโทรมแห่งนั้น
กู่เยว่ซีก็ทำเหมือนเช่นเคย นางโยนกระเป๋านักเรียนและกล่องพลาสติกที่ใส่ฉู่เซิงลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงเตรียมที่จะลาก ‘ทรัพยากรในการฝึกฝน’ ของตนเอง ซึ่งก็คือซากของอสรพิษวิญญาณมรกต ออกมาจากใต้เตียง
“ระบบ! ตอนนี้แหละ! เริ่มการวิวัฒนาการ!”
เมื่อเห็นว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบปลอดภัยแล้ว ฉู่เซิงก็ออกคำสั่งในใจอย่างไม่ลังเล!
[ติ๊ง! โฮสต์มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขการวิวัฒนาการครั้งที่สองแล้ว, ใช้ 1 แต้มวิวัฒนาการ...]
[การวิวัฒนาการครั้งที่สอง, เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!]
[คาดว่าจะใช้เวลา: ห้าชั่วโมง!]
ในชั่วพริบตาที่เสียงแจ้งเตือนของระบบสิ้นสุดลง ฉู่เซิงก็รู้สึกว่าเบื้องหน้าของตนเองมืดสนิทลงอีกครั้ง ความรู้สึกง่วงงุนที่คุ้นเคยถาโถมเข้ามาดุจกระแสคลื่น ก่อนจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาไปโดยสิ้นเชิง
และภายในกล่องพลาสติกนั้น ร่างกายที่แต่เดิมมีขนาดเพียง 1.5 เซนติเมตรของเขา ก็ได้ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยรังไหมหนาทึบที่ส่องประกายแสงสีแดงจางๆออกมา
ในขณะเดียวกัน กู่เยว่ซีที่กำลังจะหยิบซากงูออกมานั้น ก็พลันรู้สึกว่าสายใยแห่งจิตที่เชื่อมต่อระหว่างนางกับเจ้ายุงตัวนั้นได้เกิดความเลือนรางขึ้นอย่างกะทันหัน ราวกับมีกระจกฝ้าชั้นหนึ่งมากั้นไว้
“หืม?”
นางหันกลับไปมองกล่องพลาสติกบนโต๊ะด้วยความสงสัย
ณ ตอนนั้น นางเห็นว่าเจ้ายุงตัวนั้นได้กลายสภาพเป็นรังไหมสีแดงเข้มขนาดเล็กไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังคงเต้นตุบๆอยู่เบาๆราวกับเป็นหัวใจที่กำลังเต้นอยู่
“นี่มัน...วิวัฒนาการอีกแล้วรึ?!”
ม่านตาของกู่เยว่ซีหดเล็กลงอย่างรุนแรง บนใบหน้าปรากฏสีหน้าแห่งความเหลือเชื่อออกมาอย่างชัดเจน
นี่มันเพิ่งจะผ่านไปแค่วันเดียวนะ!
เมื่อวานนี้เพิ่งจะวิวัฒนาการไปครั้งหนึ่ง วันนี้กลับเริ่มต้นการวิวัฒนาการครั้งที่สองอีกแล้ว?!
นี่มันอสูรกายประเภทไหนกันแน่?!
ต่อให้เป็นอสูรพันธุ์พิเศษในตำนานที่มีสายเลือดชั้นสูงสุด ก็ไม่น่าจะมีความเร็วในการวิวัฒนาการที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้กระมัง? เพราะเรื่องนี้มันได้ล้มล้างความเข้าใจทั้งหมดที่นางสั่งสมมาตลอดทั้งสองชาติภพโดยสิ้นเชิง!
นางจ้องมองไปยังรังไหมสีแดงเล็กๆนั้นเขม็ง ความรู้สึกในใจสลับซับซ้อนอย่างถึงที่สุด
มันมีทั้งความตกตะลึง ความสงสัย แต่สิ่งที่มากกว่านั้นกลับเป็นความ...คาดหวัง ที่แม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่ทันได้รู้สึกตัว
บางที...เจ้าบ้านี่ อาจจะไม่ได้เป็นแค่ตัวถ่วงจริงๆก็ได้?
….
เวลาผ่านไปทีละวินาที...
ห้าชั่วโมงต่อมา ท้องฟ้าก็ได้มืดสนิทลงโดยสมบูรณ์แล้ว
“เป๊าะ—”
เสียงแตกร้าวเบาๆดังขึ้นมาจากภายในกล่องพลาสติก
กู่เยว่ซีสะดุ้งตื่นจากการฝึกฝนในทันที สายตาของนางจับจ้องไปยังรังไหมสีแดงนั้นอย่างไม่วางตา
ณ ตอนนี้ บนผิวของรังไหมสีแดงนั้นได้ปรากฏรอยแตกละเอียดขึ้นมากมาย และในวินาทีต่อมา ขาปล้องอันใหม่เอี่ยมที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ก็ได้ยื่นออกมาจากรอยแตกนั้น!
จากนั้นก็เป็นขาที่สอง ขาที่สาม...
และในท้ายที่สุด พร้อมกับเสียงดัง “ปึ้ก” เบาๆรังไหมสีแดงทั้งอันก็แตกสลายออกโดยสมบูรณ์ เผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่ปรากฏขึ้นต่อสายตาของกู่เยว่ซี!
“นี่มัน...”
แม้ว่ากู่เยว่ซีจะมีสภาวะจิตใจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงสองชาติภพ แต่ทว่าในตอนที่ได้เห็นรูปลักษณ์ใหม่ของฉู่เซิง นางก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าไปเฮือกใหญ่
บนใบหน้าที่งดงามและเย็นชาของนาง ตอนนี้ได้ถูกฉาบทาไว้ด้วยความตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด
นี่...นี่ยังเป็นยุงอยู่อีกหรือ?!
ณ ตอนนั้น ภายในกล่องพลาสติก ได้ปรากฏ ‘ยุงยักษ์’ ตัวหนึ่งซึ่งมีความยาวลำตัวถึงสิบเซนติเมตร ร่างกายของมันดำสนิทราวกับน้ำหมึกและส่องประกายแวววาวเย็นเยียบราวกับโลหะ กำลังค่อยๆคลายร่างกายของตนเองอย่างช้าๆ
ปีกของมันที่แต่เดิมก็ค่อนข้างกว้างใหญ่อยู่แล้ว ตอนนี้กลับแปรสภาพไปราวกับใบมีดสีดำอันคมกริบสองเล่ม ขอบปีกของมันส่องประกายเย็นเยียบที่น่าใจหาย!
ขาปล้องทั้งหกข้างก็ดูแข็งแรงและทรงพลังยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเต็มไปด้วยตะขอแหลมคมขนาดเล็กมากมาย ดูไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับเคียวทั้งหกเล่มที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต!
และในขณะเดียวกันนั้นเอง ฉู่เซิงก็ได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล สิ่งแรกที่เขาทำคือการเปิดหน้าต่างสถานะของตนเองขึ้นมาดู
[ติ๊ง! การวิวัฒนาการครั้งที่สองเสร็จสมบูรณ์!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์, เผ่าพันธุ์ได้วิวัฒนาการจาก ‘ยุงโลหิตกลายพันธุ์ขั้นต้น’ เป็น ‘ยุงโลหิตปีกดาบ’ แล้ว!]
[กำลังอัปเดตสถานะ...]
[โฮสต์: ฉู่เซิง]
[เผ่าพันธุ์: ยุงโลหิตปีกดาบ]
[อายุขัย: 93 วัน]
[พลังโลหิต: 11.6]
[แต้มวิวัฒนาการ: 1.8] (ย่อยเลือดหมาป่าได้มาเพิ่ม)
[ระดับ: ไม่มี]
[ทักษะ: หนามแหลมทะลวงเกราะ lv3, แกะรอยโลหิต lv1, มิติเผ่าแมลง lv2, คมดาบปีกวายุ lv1 (ใหม่)]
[แจ้งเตือน: การวิวัฒนาการครั้งต่อไปต้องการค่าพลังโลหิต 100 หน่วย และใช้แต้มวิวัฒนาการ 10 แต้ม!]
….
“สุดยอด!”
ในชั่วพริบตาที่ได้เห็นหน้าต่างสถานะ ฉู่เซิงก็ตื่นเต้นจนแทบจะทะยานตัวพุ่งชนฝากล่องให้กระเด็น!
ยุงโลหิตปีกดาบ! แค่ฟังชื่อก็รู้สึกเท่กว่าไอ้ ‘กลายพันธุ์ขั้นต้น’ นั่นตั้งเยอะแล้ว!
อายุขัยก็พุ่งพรวดไปถึงเก้าสิบกว่าวัน! เกือบสามเดือนเลยทีเดียว!
คราวนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอายุสั้นอีกต่อไปแล้ว!
ขนาดตัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันขยายใหญ่ขึ้นเกือบสิบเท่า!
ยุงยาวสิบเซนติเมตร!
ถามหน่อยว่ากลัวไหมล่ะ?!
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือทักษะ!
ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับทักษะโจมตีใหม่เอี่ยมอย่าง [คมดาบปีกวายุ] มาเท่านั้น แต่ทักษะเดิมอย่าง [จะงอยปากยุงตัวเมีย] ก็ยังวิวัฒนาการตามไปด้วย โดยยกระดับจาก lv2 ขึ้นเป็น [หนามแหลมทะลวงเกราะ] lv3 โดยตรง!
“ให้ตายเถอะ? ที่แท้ทุกครั้งที่เผ่าพันธุ์วิวัฒนาการ ก็มีโอกาสที่จะสุ่มอัปเกรดทักษะที่มีอยู่ได้ด้วยเหรอ?”
ฉู่เซิงเข้าใจได้ในทันที ในใจรู้สึกเบิกบานจนแทบจะระเบิด
นี่มันเป็นโบนัสที่ไม่คาดฝันโดยแท้!
เขาไม่รอช้ารีบตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดของทักษะทั้งสองนี้ในทันที
[หนามแหลมทะลวงเกราะ lv3]: จะงอยปากของโฮสต์ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งในระดับมหากาพย์ ความแข็งแกร่งและพลังทะลุทะลวงเทียบเท่าได้กับศาสตราวุธชั้นเลิศ สามารถเจาะทะลวงเกล็ดและพลังป้องกันของอสูรระดับหนึ่งส่วนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย!
[คมดาบปีกวายุ lv1]: ทักษะใหม่! โฮสต์สามารถสร้างคลื่นกระแทกรูปใบมีดที่เกิดจากการควบแน่นของธาตุลม ผ่านการกระพือปีกด้วยความเร็วสูง เพื่อสร้างความเสียหายชนิดตัดเฉือนแก่เป้าหมาย! (ใช้พลังโลหิตเล็กน้อย)
“สุดยอด! โคตรสุดยอดเลย!”
ฉู่เซิงกระพือปีกของตนเองด้วยความตื่นเต้น พลันเกิดเสียง “ฟุ่บ” ดังขึ้น เขารู้สึกว่าปีกของตนเองตอนนี้คมกริบราวกับใบมีดจริงๆแค่แหวกผ่านอากาศก็ยังเกิดเสียงลม!
เขาคิดในใจ ก่อนจะลองใช้ทักษะ [คมดาบปีกวายุ] ดู!
ฟิ้ว—!
คมดาบลมสีฟ้าอ่อนที่แทบจะมองไม่เห็นสายหนึ่ง พลันถูกปลดปล่อยออกมาจากปีกของเขาทันที!
“แคร๊ง!”
คมดาบลมฟันฉับเข้ากับผนังด้านในของกล่องพลาสติกอย่างรุนแรง จนเกิดเสียงแหลมดังราวกับโลหะกระทบกัน และที่น่าทึ่งคือมันได้ฉีกกล่องพลาสติกจนเกิดเป็นรอยแยกขึ้นมาจริงๆ!
“ให้ตายเถอะ! นี่มันอานุภาพบ้าอะไรกัน!”
ฉู่เซิงถึงกับตกใจไปเอง นี่มันแค่ lv1 เท่านั้นนะ! ถ้าหากอัปเกรดจนเต็มระดับล่ะก็ มันจะไม่ใช่ว่ากระพือปีกทีเดียวก็ฟันภูเขาทั้งลูกขาดได้เลยเหรอ?
เมื่อเขาก้มลงมอง [หนามแหลมทะลวงเกราะ] ของตนเองที่ตอนนี้หนาเท่ากับปลายเข็มและส่องประกายเย็นเยียบราวกับโลหะ ในใจก็ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นไปอีก
ไอ้เจ้านี่ ตอนนี้อย่าว่าแต่หนังหมูเลย คาดว่าแม้แต่แผ่นเหล็กบางๆก็คงจะเจาะให้เป็นรูได้สบายๆ!
“สะใจ! ข้าไร้เทียมทานแล้ว!”
ฉู่เซิงสัมผัสถึงพลังอันท่วมท้นภายในร่างกาย ณ เวลานี้เขารู้สึกว่าตนเองคือแรมโบ้แห่งโลกของยุง สามารถตัวต่อตัวกับกองทัพทั้งกองร้อยได้เลยทีเดียว!
อย่างไรก็ตาม หลังจากความตื่นเต้นผ่านพ้นไป เขาก็สังเกตเห็นเงื่อนไขของการวิวัฒนาการครั้งต่อไป
ค่าพลังโลหิต 100 หน่วย และแต้มวิวัฒนาการ 10 แต้ม!
เงื่อนไขนี้ มันเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าเลยนี่หว่า!
“ดูท่าว่า ต่อจากนี้ไปคงจะมีเรื่องให้ทำเยอะแล้วสิ!”
ฉู่เซิงเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ ก่อนจะหันกลับมามุ่งความสนใจไปยังเส้นทางสู่ความแข็งแกร่งอีกครั้ง
……………..