- หน้าแรก
- ขันทีปลอม ข้านี่แหละเก้าพันปี
- 387 - พิษมังกรร้าย
387 - พิษมังกรร้าย
387 - พิษมังกรร้าย
387 - พิษมังกรร้าย
เมื่อครู่นี้ ตอนที่หยางฟ่านบุกเข้ามา เถาอิงสัมผัสได้ว่าพลังโลหิตของอีกฝ่ายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จึงเอ่ยถามว่า
"เจ้าทะลวงเข้าสู่ระดับจงซือแล้วหรือ?"
"โชคดีที่สำเร็จ"
เถาอิงยิ่งรู้สึกพอใจ
หยางฟ่านเพิ่งอายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่กลับมีพลังระดับนี้ ต่อให้ไม่มีเขาคอยสนับสนุน อีกฝ่ายก็สามารถหาที่ยืนในตงฉ่างได้ด้วยตนเอง!
แน่นอน ว่าการมีหรือไม่มีผู้สนับสนุน ก็ยังแตกต่างกันอยู่ดี
"หรือว่าข้าควรรับเขาเป็นบุตรบุญธรรม?"
ความคิดเช่นนี้แล่นเข้ามาในใจของเถาอิง
เช่นนี้ ก็จะสามารถผูกมัดกันอย่างสมบูรณ์
ชื่อเสียงและสถานะ เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ที่สุด มันสามารถพันธนาการทั้งตนเองและอีกฝ่าย ทำให้ทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง
เพราะสิ่งที่เขาและเจิ้งเว่ยเหนียนกำลังจะทำต่อไปนั้น ยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง...
—
เถาอิงเม้มริมฝีปาก แต่ยังไม่รีบร้อนกล่าวออกมา
"รอดูอีกหน่อยก่อนก็แล้วกัน"
ดังนั้น เขาจึงโยนขวดยาเพิ่มพลังโลหิตให้หยางฟ่าน
"เจ้าพึ่งทะลวงระดับไปหมาดๆ แล้วกลับมาได้รับบาดเจ็บ ต้องระวังให้ดี กลับไปพักผ่อนเสีย"
รอยยิ้มของเขาอ่อนโยนเสียจนหยางฟ่านรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง
"ขอรับ ท่านกงกง"
หยางฟ่านรับยามาก่อนจะรีบหายตัวไปในพริบตา
เขารู้สึกว่าแววตาของเถาอิงเมื่อครู่นี้ แปลกไปเล็กน้อย...
—
ไม่นาน หยางฟ่านกลับมาถึงตำหนักฉางชิง
พิษมังกรห้าสิบแส้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ตอนนี้ทั่วร่างของเขายังคงปวดระบม
โดยปกติแล้ว ในตงฉ่างไม่ค่อยมีใครที่สามารถทนรับโทษห้าสิบแส้ได้ หากไม่ตาย ก็พิการ หรือไม่ก็ยัดเงินเพื่อให้ผ่านพ้นไป
เมื่อถึงเวลานั้น ขันทีชราเพียงแค่สะบัดแส้เบาๆ ให้เสียงดังเปรี๊ยะๆ ทว่าแส้ไม่ได้โดนร่างของผู้ถูกลงโทษจริงๆ
แต่หากสังเกตให้ดี ตอนนี้สภาพของหยางฟ่านดูแปลกไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาแฝงแสงสีแดงจางๆ
ยิ่งเวลาผ่านไป สีแดงนั้นกลับยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยๆ!
นี่คือพิษของมังกรพิษ!
แต่จริงๆ แล้ว มันก็ไม่ใช่พิษเสียทีเดียว
เพราะหยางฟ่านมีเครื่องรางคุ้มภัยอยู่กับตัว อีกทั้งยังฝึกฝนทักษะกายาเพชรที่แทบจะทำให้เขาต้านทานพิษทุกชนิดได้
ดังนั้น เขาไม่คิดเลยว่าตนเองจะได้รับผลกระทบจากมัน
แต่ปัญหาก็คือ—พิษของอสูรมังกรพิษระดับเทียนกวนนี้ ไม่ใช่แค่พิษ แต่มันก็เป็นยาด้วย!
เป็นยาที่ช่วยเพิ่มประสาทสัมผัสให้รุนแรงขึ้นนับร้อยเท่า!
มันสามารถขยายความเจ็บปวดของมนุษย์ได้ และแน่นอน มันก็สามารถเพิ่มพูนความรู้สึกด้านอื่นๆ ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ความต้องการ หรือ ความสุข...
ท้ายที่สุดแล้ว ธรรมชาติของมังกร นั้นได้ซึมซาบเข้าไปถึงกระดูกและเนื้อหนังของมัน
ดังนั้น แส้พิษมังกรที่ถูกสร้างขึ้นจากเอ็นของอสูรมังกรพิษนี้ จึงสืบทอดสรรพคุณบางอย่างของมันไปด้วย!
หยางฟ่านเดินเข้าไปในตำหนักฉางชิงโดยไม่ทันคิดอะไรเดิมทีเขาตั้งใจจะไปหาเฉินเฟยให้ช่วยทายาที่แผ่นหลังให้ แน่นอนว่าเขาสามารถหาคนอื่นช่วยก็ได้
แต่หากมีหญิงงามอยู่เคียงข้าง ใครจะไปเลือกทางอื่น?
ให้ขันทีตายซักคนมาทายาให้เขา? แค่คิดถึงท่าทางระมัดระวังเกินเหตุของพวกมัน กับท่าทางกระตุ้งกระติ้งจนขนลุก หยางฟ่านรู้สึกว่าเขาอาจหันกลับไปเสียบพวกมันด้วยง้าวของตัวเองแทน
แต่เมื่อเดินเข้าไปในตำหนักแล้ว เขากลับพบว่าผู้คนภายในตำหนักลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
และเฉินเฟยเองก็ไม่อยู่ในตำหนัก
มีเพียงเซียวซูเฟยที่อยู่ในนั้น นางสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงอ่อนเนื้อผ้าบางเบาแนบเรือนร่างอวบอิ่ม นอนเอนกายอยู่บนตั่งพลางแกว่งปลายเท้าสีขาวเนียนดุจหยก
ชายกระโปรงเลื่อนลง เผยให้เห็นท่อนขาเรียวขาวละเอียดราวกับกระเบื้องเคลือบ
ที่ข้อเท้านางสวมสร้อยหยกที่ร้อยด้วยเส้นไหมสีแดง ดูงดงามและมีค่าอย่างยิ่ง
ในขณะนั้น นางเอนศีรษะลงบนฝ่ามือ พลางถือหนังสือเล่มหนึ่งแกว่งเท้าไปมา
ดูเหมือนกำลังเปิดดูสมุดภาพที่ขุดออกมาจากใต้หมอนของเฉินเฟยเป็นครั้งคราวนางขมวดคิ้ว บางครั้งก็เผยรอยยิ้มเล็กๆใบหน้างดงามโดดเด่น กิริยาชวนหลงใหล ท่าทางเย้ายวนชวนให้ใจเต้น
"เสี่ยวฟ่าน เจ้ามาทำไม?"
สตรีมักไวต่อสายตาของผู้อื่น เซียวซูเฟยพลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่ง นางพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง หันกลับไปมองก็พบว่าหยางฟ่านกำลังเดินเข้ามา
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ปลายเท้าของนาง ทำให้ใบหน้าของเซียวซูเฟยขึ้นสีเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว นางรีบซุกเท้าเข้าไปใต้ชายกระโปรง
"คำนับเซียวซูเฟย"
หยางฟ่านไม่กล้ามองนาน รีบก้มหน้าคำนับ "วันนี้ไม่มีอะไรทำ ข้าจึงกลับมาก่อนกำหนด"
เขารู้สึกถึงกระแสความคิดประหลาดแล่นพล่านอยู่ในใจทำให้ทั้งตัวของเขารู้สึกกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อครู่… เขาแทบจะพุ่งเข้าไปกดนางลงกับพื้น!
อีกด้านหนึ่ง เซียวซูเฟยมองซ้ายมองขวาภายในตำหนักไม่มีใครนอกจากนางกับหยางฟ่าน นางกระพริบตาก่อนจะเผยรอยยิ้มเจิดจรัส
"เช่นนั้นเอง! ดูเหมือนมารดาของเฉินเฟยจะเข้าวังวันนี้ นางเลยไปหา"
"ตอนนี้ในตำหนัก… มีเพียงเราสองคน"
นางก้าวลงจากตั่ง ปลายเท้าขาวเนียนแตะลงบนพื้นเย็นเฉียบแต่กลับไม่มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
"แค่เราสองคน?"
หยางฟ่านก้มหน้าลง เสียงของนางกระแทกเข้าไปในใจของเขา
รู้สึกว่านางกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง?
ขณะที่เขากำลังคิด ก็พบว่ามีปลายเท้าสีขาวเรียวมาอยู่ตรงหน้าใกล้แค่เอื้อม
กลิ่นหอมจางๆ จากร่างของเซียวซูเฟยแผ่เข้ามาห้อมล้อมเขา กลิ่นหอมนุ่มละมุนคล้ายดอกลิลลี่อ่อนโยนและเย้ายวน
หยางฟ่านไม่อาจห้ามตัวเอง สูดหายใจเข้าโดยไม่รู้ตัว
เซียวซูเฟยมองหยางฟ่านที่อยู่ตรงหน้า พลันรู้สึกว่าใบหน้าของเขาช่างหล่อเหลาเสียจนอยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มของเขา
เมื่อคิดเช่นนั้น นางก็ทำเช่นนั้นจริงๆ
ปลายนิ้วของนางแตะลงบนแก้มของหยางฟ่าน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เซียวซูเฟยรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน รู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก
ราวกับว่าชั่วขณะนี้ หยางฟ่านเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว
"พระสนม?"
หยางฟ่านกลืนน้ำลาย ดวงตาเริ่มเปล่งประกายสีแดงเข้มขึ้นอีกระดับ
เซียวซูเฟยไม่รู้เลยว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามา
นางยังคงบีบแก้มเขาเล่นอีกสองสามที ก่อนจะเสียดายเลื่อนมือกลับ
นางหรี่ตาลงพลางกล่าว "เสี่ยวฟ่าน ช่วงนี้ข้ารู้สึกปวดศีรษะอยู่เสมอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหนื่อยเกินไปหรืออย่างไร"
"เจ้าช่วยดูให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?"
น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลเช่นนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธ?
"ได้"
หยางฟ่านรับรู้ได้ถึงสัญลักษณ์เล็กๆ ที่เขาทิ้งไว้ในจิตใจของนาง ซึ่งในตอนนี้กำลังเกิดการสั่นไหวเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าสภาวะจิตใจของนางกำลังมีบางอย่างผิดปกติ
เขาจึงพยักหน้ารับ
ทั้งสองก้าวเข้าไปในห้องด้วยกัน…
………….