เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 เตรียมตัวเดินทางกลับ

บทที่ 36 เตรียมตัวเดินทางกลับ

บทที่ 36 เตรียมตัวเดินทางกลับ


หลี่ไคซินรีบเดินเข้าไปหา และกล่าวทักทายช่างเฉินด้วยความเคารพ "อาจารย์ครับ!"

ช่างเฉินที่กำลังกระซิบกระซาบอยู่กับคนขับรถรุ่นเก๋าคนอื่นๆ พอได้ยินเสียงก็หันกลับมา เห็นว่าเป็นหลี่ไคซิน

เขาพยักหน้ารับ "มีอะไรไคซิน?"

"อาจารย์กินข้าวเย็นหรือยังครับ?" หลี่ไคซินถามด้วยความเป็นห่วง

"กินแล้ว" ช่างเฉินตอบสั้นๆ

ก่อนจะถามกลับว่า "วันนี้ทั้งวันเอ็งหนีไปเที่ยวไหนมาอีกล่ะ?"

หลี่ไคซินเกาหัวเกร็กๆ แสร้งทำหน้าสงสัย ตอบกลับไปว่า

"ก็เดินเล่นอยู่แถวๆ นี้แหละครับ"

"อาจารย์ครับ วันนี้ผมไม่เห็นอาจารย์ที่เรือนรับรองเลย หัวหน้าขบวนหวังกับคนอื่นๆ ก็หายหน้าหายตากันไปหมด มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับ?"

เฉินต้าปิงปรายตามองคนที่เดินผ่านไปมาประปราย คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น

เขาลดเสียงลง "ตรงนี้ไม่ใช่ที่คุย ตามข้ามาที่ห้อง"

หลี่ไคซินรู้ตัวทันทีว่าตัวเองปากโป้งไปแล้ว รีบรูดซิปปาก พยักหน้าหงึกหงัก

เขาหันไปส่งซิกให้อู๋เทียนกับเฉียนต้าจ้วงที่อยู่ไม่ไกล ให้กลับเข้าห้องไปก่อน ส่วนตัวเองก็เดินตามหลังเฉินต้าปิงเข้าไปในห้องของอาจารย์

ช่างเฉินปิดประตูลงกลอน ชี้ไปที่เตียง "ยืนบื้ออยู่ทำไม นั่งสิ"

หลี่ไคซินนั่งลงบนขอบเตียง หลังตั้งตรงแน่ว ทำท่าเหมือนเด็กนักเรียนเตรียมตั้งใจฟังครูสอน

ช่างเฉินนั่งลงฝั่งตรงข้าม ล้วงบุหรี่ออกมาแต่ยังไม่จุดสูบ เอาแต่คลึงไปมาในมือ

เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้เงยหน้าขึ้นมองหลี่ไคซิน แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา "ในเมื่อเอ็งถามมา ข้าก็จะเล่าให้ฟัง แต่ห้ามเอาไปพูดส่งเดชข้างนอกเด็ดขาดนะ"

"ครับ อาจารย์วางใจได้เลย เรื่องนี้จะรู้แค่เราสองคน ผมรูดซิปปากสนิทแน่นอนครับ!" หลี่ไคซินรีบให้คำมั่น

เฉินต้าปิงถึงได้ค่อยๆ เล่าเรื่องราวให้ฟัง

"ที่วันนี้ข้าไม่อยู่ ก็เพราะขับรถตามหัวหน้าขบวนหวังไปช่วยสถานีรับซื้อธัญพืชขนเสบียงตามหมู่บ้านมา"

หลี่ไคซินมีสีหน้าสงสัย นึกในใจ "การขนเสบียงไม่ใช่หน้าที่ของพวกเราในครั้งนี้หรอกเหรอ? ทำไมพวกเด็กฝึกงานอย่างเราถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?"

ช่างเฉินเหมือนจะอ่านความคิดของหลี่ไคซินออก จึงอธิบายต่อ

"งานนี้เป็นงานส่วนตัว"

"หัวหน้าสถานีหวงเห็นว่าการรวบรวมเสบียงจากแต่ละหมู่บ้านเข้าโกดังมันล่าช้า ก็เลยมาขอร้องหัวหน้าขบวนหวัง ให้พวกคนขับรถอย่างเราช่วยขับรถไปรับเสบียงที่กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ มารวมกันให้เร็วที่สุด"

"เรื่องนี้ผู้อำนวยการจ้าวที่สถานีขนส่งของเราไม่รู้เรื่อง ถือเป็นงานนอกที่พวกคนขับรถรับกันเอง"

"เพราะงั้น พวกเด็กฝึกงานที่ยังไม่ได้บรรจุอย่างพวกเอ็ง ก็เลยไม่สะดวกที่จะให้ตามไปด้วย"

พอหลี่ไคซินได้ยินก็ถึงบางอ้อ เข้าใจแจ่มแจ้งทันที

ที่แท้งานนอกที่ว่า ก็คือช่องทางหาเงินพิเศษของพวกคนขับรถรุ่นเก๋านี่เอง

และคนที่ทีสิทธิ์เข้าร่วม ก็ต้องเป็นคนที่มีใบขับขี่ตัวจริงอย่างอาจารย์ของเขาเท่านั้น

"ผมเข้าใจแล้วครับอาจารย์ ขอบคุณที่ช่วยชี้แนะครับ"

หลี่ไคซินพยักหน้าอย่างหนักแน่น แสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้เป็นอย่างดี

เมื่อช่างเฉินเห็นว่าหลี่ไคซินหัวไวสอนง่าย แววตาก็ฉายแววพึงพอใจ จึงไม่ได้ลงลึกเรื่องนี้ต่อ แต่เปลี่ยนไปถามว่าวันนี้เขาไปไหนมา

หลี่ไคซินก็ใช้ข้ออ้างเดิมที่บอกอู๋เทียนกับเฉียนต้าจ้วงเมื่อเช้ามาตอบอาจารย์

สองศิษย์อาจารย์นั่งคุยสัพเพเหระกันต่ออีกสักพัก

เมื่อหลี่ไคซินเห็นว่าดึกมากแล้ว จึงขอตัวกลับห้อง

ก่อนที่หลี่ไคซินจะก้าวออกจากห้อง ช่างเฉินก็ไม่ลืมกำชับทิ้งท้าย

"กลับไปก็นอนพักผ่อนเยอะๆ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืดมาช่วยกันขนของขึ้นรถ เตรียมตัวกลับซื่อจิ่วเฉิงแล้ว"

"ครับ! อาจารย์ก็รีบพักผ่อนนะครับ"

หลี่ไคซินรับคำ แล้วค่อยๆ ปิดประตูห้องให้อย่างเบามือ

เมื่อกลับมาถึงห้องของตัวเอง หลี่ไคซินก็นำคำพูดของอาจารย์มาขบคิดอย่างละเอียดอีกครั้ง

เรื่องนี้ทำให้หลี่ไคซินได้เห็นภาพการทำงานของอาชีพคนขับรถในยุคสมัยนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เมื่ออารมณ์สงบลง หลี่ไคซินก็เริ่มจัดการของที่ได้มาจากการเดินทางมาตงเป่ยครั้งนี้

เขาตั้งสมาธิเพ่งไปที่มิติเร้นลับ ข้าวของแต่ละชิ้นก็ปรากฏขึ้นในความคิดอย่างแจ่มชัด:

หนังหมาป่า นอกจากที่ให้ช่างเฉินไปสองผืน ก็ยังเหลืออีกแปดผืน ในจำนวนนั้นห้าผืนเขาอาศัยจังหวะชุลมุนตอนต่อสู้เมื่อวาน ใช้พลังจิตถลกหนังมาจากซากหมาป่าที่เก็บเข้ามิติเร้นลับ

เนื้อหมาป่า รวมๆ แล้วน่าจะเกินสามร้อยจิน

ที่ล้ำค่าที่สุดก็คือหนังเสือโคร่ง กับอวัยวะเพศเสือที่สมบูรณ์แบบ แล้วก็เนื้อกับกระดูกเสือที่ชำแหละแยกส่วนไว้เรียบร้อย รวมๆ กันแล้วก็ตกสามร้อยกว่าจิน

เนื้อหมูป่า ตัวใหญ่สองตัว ตัวเล็กสามตัว กะคร่าวๆ ก็เจ็ดร้อยจิน

อวัยวะเพศกวางหนึ่งอัน กับเนื้อกวางล้วนๆ อีกประมาณร้อยห้าสิบจิน

นกเฟยหลงสองตัว ไก่ป่าสามตัว

นอกจากนี้ยังมีของป่าที่ชาวหมู่บ้านเค่าซานถุนให้มากับที่เขาหามาเองวันนี้อีก:

วอลนัทป่ากองเป็นภูเขาเลากา ไม่ต่ำกว่าพันจิน

ลูกสนก็มีสองร้อยกว่าจิน

ของแห้งอย่างเห็ดเฮเซล เห็ดเข็มทอง อีกสิบกว่าจิน

เห็ดหลินจือป่าคุณภาพเยี่ยมหลายสิบดอก เห็ดหัวลิงอีกจำนวนหนึ่ง

โสมป่าที่ซื้อมาจากตลาดนกพิราบและยังไม่ได้ลงดิน

รวมถึงโสมป่าอายุร้อยปีต้นนั้นด้วย

เมื่อมองดูเสบียงกองโต หลี่ไคซินก็รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

เขาเก็บของส่วนใหญ่ไว้ในมิติเร้นลับอย่างมิดชิด หยิบเอาของแห้งสองห่อที่ไม่เตะตาออกมาวางไว้ข้างเตียง เตรียมไว้ใช้ตบตาคนอื่นพรุ่งนี้

......

เช้ามืดวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้ายังมืดมิด

แต่เรือนรับรองกลับคึกคักไปด้วยเสียงจอแจ ทุกคนต่างหิ้วกระเป๋าสัมภาระใบโตที่อัดแน่นไปด้วยของป่าและของฝากที่ซื้อหาหรือแลกเปลี่ยนมาจากที่นี่

หลี่ไคซินก็สะพายกระเป๋าสามใบ นอกจากของสองห่อที่เตรียมไว้เมื่อคืน ก็มีกระเป๋าสัมภาระใบเดิมของเขาด้วย

เมื่อมาถึงลานจอดรถ ก็เห็นรถบรรทุกกว่าสิบคนถูกบรรทุกด้วยกระสอบเสบียงจนพูนเป็นภูเขา

ช่างเฉินกำลังยืนอยู่ข้างรถของตัวเอง พยายามออกแรงยกกระเป๋าสัมภาระใบเขื่องสามใบขึ้นไปผูกบนตะแกรงหลังคารถอย่างทุลักทุเล

"อาจารย์ ผมช่วยครับ!"

หลี่ไคซินตะโกนบอก แล้วรีบวิ่งเข้าไปหา

"มาพอดีเลย เอาสัมภาระของเอ็งมาผูกรวมกันไว้เลย" ช่างเฉินยื่นมือมารับของ

"ได้เลยครับ!" หลี่ไคซินรับคำ

จากนั้น เขาก็ปีนขึ้นปีนลงอย่างคล่องแคล่ว สองศิษย์อาจารย์ช่วยกันผูกสัมภาระทั้งหมดจนแน่นหนาอย่างรวดเร็ว

"เรียบร้อย ไปกินข้าวที่โรงอาหารกันเถอะ เดี๋ยวก็ต้องออกเดินทางแล้ว" เฉินต้าปิงปัดฝุ่นที่มือแล้วบอก

"ครับ!"

หลี่ไคซินพยักหน้า กระโดดลงจากรถ แล้ววิ่งเหยาะๆ ไปหาอู๋เทียนกับเฉียนต้าจ้วง

เมื่อทั้งสามคนเจอกัน ก็เดินมุ่งหน้าไปที่โรงอาหารพร้อมกัน

ระหว่างทาง อู๋เทียนเอาแต่จ้องกระเป๋าสัมภาระของหลี่ไคซินกับเฉียนต้าจ้วงที่ดูจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ริมฝีปากขยับยุกยิกอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามออกไป

จนกระทั่งมานั่งกินข้าวต้มแป้งข้าวโพดในโรงอาหาร อู๋เทียนก็ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

เขาลดเสียงลง ถามด้วยความสงสัย "ไคซิน ต้าจ้วง ตอนขามาฉันเห็นพวกนายสะพายกระเป๋ามาคนละใบไม่ใช่เหรอ? ทำไมขากลับถึงงอกมาอีกสองใบได้ล่ะ? ข้างในมีของดีอะไรเหรอ?"

โดนยิงคำถามเป็นชุดแบบนี้ หลี่ไคซินกับเฉียนต้าจ้วงก็หันมามองหน้ากัน

เฉียนต้าจ้วงฉีกยิ้มซื่อๆ เป็นฝ่ายชิงตอบก่อน

"อาจารย์พาฉันไปตลาดนกพิราบมาน่ะ เสบียงที่นี่ราคาถูกกว่าตลาดนกพิราบที่ซื่อจิ่วเฉิงเกือบครึ่งแหนะ!"

"อาจารย์ยังให้ฉันยืมเงินไปซื้อของเพิ่มด้วยนะ"

หลี่ไคซินก็ช่วยเสริม "อืม อาจารย์ฉันก็พาไปเหมือนกัน คืนแรกที่มาถึงเลย"

"ซื้อพวกของป่ากับของแห้งแถวนี้น่ะ ไม่ได้แพงอะไรหรอก แค่ของแปลกตา เลยกะจะเอาไปให้ที่บ้านลองชิมดู"

หลี่ไคซินไม่ได้เล่าเรื่องที่เขาซื้อสมุนไพรมาด้วย

พออู๋เทียนได้ฟัง ก็ถึงกับนั่งอึ้ง มือที่ถือหมั่นโถวค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ สีหน้าเปลี่ยนจากสงสัยเป็นตกตะลึง

เขาพึมพำเสียงสั่น "ตะ...ตลาดนกพิราบ? ทะ...ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลยล่ะ? ไม่มีใครบอกฉันสักคำ!"

หลี่ไคซินกับเฉียนต้าจ้วงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ เลยประสานเสียงกันด้วยความประหลาดใจ

"อ้าว? นึกว่านายรู้แล้วซะอีก!"

"ฉัน...ฉันก็นึกว่าเอ็งรู้แล้วเหมือนกัน..."

คำพูดพวกนี้เหมือนเอาน้ำมันไปราดบนกองไฟ อู๋เทียนกระแทกหมั่นโถวลงบนโต๊ะดังปัง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรง หน้าแดงก่ำ เสียงที่พยายามกดให้ต่ำสั่นเครือไปด้วยความโกรธที่อัดอั้น

"ฉัน...ฉันจะไปหาอาจารย์ฉัน!"

พูดจบเขาก็ลุกพรวดขึ้น

หลี่ไคซินมือไว รีบคว้าแขนอู๋เทียนไว้แน่น "อู๋เทียน! ใจเย็นก่อน!"

"ทำไมฉันต้องใจเย็น!"

อู๋เทียนเชิดหน้าเถียง ตาแดงก่ำ

"ทีอาจารย์พวกนายมีอะไรดีๆ ก็พากันไปหมด แล้วทำไมอาจารย์ฉันถึงทำกับฉันแบบนี้ล่ะ!"

หลี่ไคซินมองอู๋เทียนด้วยสายตาที่สงบนิ่งและเด็ดขาด

"ตอนนี้นายไปหาเขาแล้วจะทำอะไรได้? ทะเลาะกัน? หรือด่าเขาสักฉาด? นายเป็นลูกศิษย์ ส่วนเขาเป็นอาจารย์นะ!"

"ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา คนที่ผิดก็คือนาย คนอื่นจะมองว่านายไม่รู้จักเด็กผู้ใหญ่ ไม่เชื่อฟังคำสั่ง แล้วต่อไปนายจะอยู่ที่สถานีขนส่งยังไง?"

คำพูดของหลี่ไคซินเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดเรียกสติ

ความโกรธเกรี้ยวของอู๋เทียนมอดดับลงในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและมืดแปดด้าน

เขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดสภาพ น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ "แล้ว...แล้วฉันควรทำยังไงดี? ปล่อยผ่านไปแบบนี้เหรอ?"

หลี่ไคซินเห็นสภาพเพื่อนแล้วก็รู้สึกสงสาร ถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดว่า

"เฮ้อ...ตอนนี้ก็ไม่มีวิธีไหนหรอก คงต้องรอจังหวะดีๆ ค่อยหาทางเปลี่ยนอาจารย์ให้แกแล้วกัน"

อู๋เทียนก้มหน้างุด นิ่งเงียบไป

เมื่อเห็นดังนั้น หลี่ไคซินกับเฉียนต้าจ้วงก็เงียบตามไปด้วย

บรรยากาศระหว่างทั้งสามคนตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีใครปริปากพูดอะไรอีก ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวกันเงียบๆ

จบบทที่ บทที่ 36 เตรียมตัวเดินทางกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว