เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ชาวบ้านหมู่บ้านเค่าซานถุน

บทที่ 29 ชาวบ้านหมู่บ้านเค่าซานถุน

บทที่ 29 ชาวบ้านหมู่บ้านเค่าซานถุน


ทั้งสองคนเพิ่งจะเดินมาใกล้ลานนวดข้าวตรงปากทางเข้าหมู่บ้านเค่าซานถุน

ก็มีชาวบ้านตาไวสังเกตเห็นเข้าทันที

"อุ๊ยตาย! นั่นเหล่าซื่อนี่! ทำไมสภาพถึงได้เป็นแบบนั้นล่ะ?!"

"พี่สี่! พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม?!"

ชาวบ้านหลายคนที่กำลังทำงานอยู่ในลาน ต่างก็ทิ้งเครื่องมือในมือ ร้องตะโกนด้วยความตกใจแล้วพากันวิ่งกรูกันเข้ามา

เมื่อพวกเขาเห็นเสื้อโค้ทหนังแกะของจ้าวเหล่าซื่อที่ทั้งขาดวิ่นและชุ่มไปด้วยเลือด รวมถึงใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเลือด ก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตกตะลึง

มีชายหนุ่มเลือดร้อนคนหนึ่ง กวาดสายตามองหลี่ไคซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าจะขาดไปบ้างแล้ว ตามเนื้อตัวกลับสะอาดสะอ้านไม่มีแผลแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาก็พลันปรากฏแววโกรธเคืองขึ้นมาทันที

เขาชี้หน้าหลี่ไคซินแล้วตั้งคำถามเสียงแข็ง "แกใช่ไหม! เมื่อวานพี่สี่บอกว่าจะพาคนจากในเมืองเข้าป่า"

"พวกแกไปเจออันตรายอะไรมา แล้วแกก็ทิ้งพี่สี่หนีเอาตัวรอด ปล่อยให้พี่สี่ต้องมารับเคราะห์จนสภาพเป็นแบบนี้ใช่ไหม!"

พอได้ยินแบบนั้น สายตาของชาวบ้านที่มุงดูอยู่ก็หันมามองหลี่ไคซินด้วยความคลางแคลงใจและไม่พอใจ

จ้าวเหล่าซื่อแม้จะอ่อนแรงเต็มที แต่พอได้ยินคำกล่าวหานี้ เขาก็มีปฏิกิริยาตอบโต้ทันที เขาฝืนยันตัวให้ยืนตรงขึ้น รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีตะโกนอธิบายสุดเสียง

"พูด...พูดจาเหลวไหลอะไรวะ!"

"ฝูงหมาป่า! ข้ากับน้องชายไปเจอ...ฝูงหมาป่าฝูงใหญ่ที่เนินรับแดด"

"ถ้าไม่ได้น้องชายที่ยิงปืนแม่นยังกับจับวาง แถมยังมีฝีมือเก่งกาจ ป่านนี้ข้าคงทิ้งชีวิตไว้ในป่าแล้ว พวกเราช่วยกันสู้ไล่พวกมันไปต่างหาก!"

"น้องชายต่างหาก ที่ช่วย...ช่วยชีวิตข้าไว้ตั้งหลายครั้ง!"

จ้าวเหล่าซื่อหอบหายใจแฮ่กๆ เสียงขาดห้วง แต่ก็พยายามอธิบายเรื่องราวให้ทุกคนเข้าใจ

ระหว่างที่กำลังพูดอยู่นั้น ผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับแจ้งข่าว กับหญิงวัยกลางคนหน้าตาตื่นตระหนกที่สวมเสื้อกันหนาวปะชุน พร้อมกับเด็กวัยรุ่นอีกสองคน ก็วิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามา

ชาวบ้านที่มุงอยู่แหวกทางให้โดยอัตโนมัติ

พอภรรยาของจ้าวเหล่าซื่อเห็นสภาพสามีที่โชกเลือดไปทั้งตัว ขาก็พาลหมดแรง ทรุดฮวบลงไปกอดสามีร้องไห้โฮ

ร้องไห้คร่ำครวญ "ตาเฒ่า! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? สวรรค์ช่วยด้วย! เมื่อเช้าตอนออกจากบ้านยังดีๆ อยู่เลย"

จ้าวเหล่าซื่อรีบกลั้นความเจ็บปวด ปลอบใจภรรยา "ไม่เป็นไรๆ ร้องไห้ทำไม!"

"มันก็แค่ดูน่ากลัวเฉยๆ โดนไอ้เดรัจฉานนั่นกัดเอาสองสามแผล พักสักสองสามวันก็หาย ไม่ตายหรอกน่า"

แล้วเขาก็ย้ำอีกครั้ง พร้อมกับชี้มือไปทางหลี่ไคซิน "วันนี้โชคดีที่ได้น้องชายคนนี้ช่วยไว้ เขาเป็นคนช่วยชีวิตข้า เขาเป็นผู้มีพระคุณของบ้านเรานะ!"

เมื่อภรรยาของจ้าวเหล่าซื่อได้ยินดังนั้น ก็เงยหน้าทั้งน้ำตามองไปที่หลี่ไคซิน

ก่อนหน้านี้ในใจลึกๆ เธอก็แอบโกรธเคืองชายหนุ่มจากในเมืองคนนี้อยู่บ้าง ที่เป็นต้นเหตุให้สามีของเธอต้องมาเจอเรื่องร้ายแรงแบบนี้

แต่พอได้ยินจากปากสามีเอง ความขุ่นเคืองที่มีก็มลายหายไปในพริบตา กลายเป็นความซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดไม่ได้

เธอรีบถลาเข้าไปกะจะคุกเข่ากราบหลี่ไคซินทันที "น้องชาย! ขอบคุณนะ! ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยชีวิตตาเฒ่าบ้านฉันไว้!"

หลี่ไคซินจะกล้ารับการกราบไหว้นี้ได้อย่างไร เขารีบเบี่ยงตัวหลบ

พร้อมกับยื่นมือไปประคอง "พี่สะใภ้อย่าทำแบบนี้เลยครับ! พี่สี่จ้าวก็ต้องมาเจอเรื่องอันตรายเพราะพาผมเข้าป่า ผมช่วยก็เป็นเรื่องสมควรแล้วครับ"

จ้าวเหล่าซื่อหันไปมองผู้ใหญ่บ้านที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น พลางหอบหายใจ

เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ผู้ใหญ่บ้าน...เรื่องวันนี้มันผิดปกตินะ! ข้ากับน้องชายไปเจอฝูงหมาป่าฝูงใหญ่หลายสิบตัวที่เนินรับแดด"

"ที่ตรงนั้น...ปกติก็มีแค่กวางชะมดกับกวางป่าสองสามตัว สัตว์ร้ายในป่าลึกไม่ค่อยลงมาเพ่นพ่านแถวนั้นหรอก"

"ข้าว่าสัตว์ร้ายในป่าลึกคงจะอพยพลงมาแล้วล่ะ ต้องรีบเตือนให้คนในหมู่บ้านระวังตัวกันให้ดีนะ"

ผู้ใหญ่บ้านแซ่จาง เป็นชายวัยห้าสิบกว่า หน้าตาคมเข้มและดูสุขุมเยือกเย็น

ทีแรกตอนเห็นจ้าวเหล่าซื่อกับหลี่ไคซินแบกซากหมาป่าลงมาสองตัว เขายังนึกว่าก็แค่บังเอิญไปเจอหมาป่าสองตัว แล้วพลาดท่าโดนทำร้ายเอา

แต่พอได้ยินคำว่าฝูงหมาป่าฝูงใหญ่หลายสิบตัวกับสถานที่อย่างเนินรับแดด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

เนินรับแดดอยู่ห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลนัก การที่มีฝูงหมาป่าฝูงใหญ่ปรากฏตัวที่นั่น ถือเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่งสำหรับหมู่บ้านเค่าซานถุน

เมื่อจ้าวเหล่าซื่อเห็นผู้ใหญ่บ้านนิ่งเงียบ ก็คิดว่าผู้ใหญ่บ้านไม่เชื่อ จึงรีบพูดขึ้น "ผู้ใหญ่บ้าน ข้าไม่ได้โกหกนะ"

"ถ้าไม่เชื่อ ตอนนี้ก็ให้พี่น้องทีมล่าสัตว์ขึ้นไปดูที่เนินรับแดดได้เลย! ที่นั่น...ที่นั่นยังมีซากหมาป่ากองอยู่อีกตั้งเยอะ ที่พวกข้าแบกลงมาไม่ไหว!"

ผู้ใหญ่บ้านจางสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด น้ำเสียงหนักแน่น "ข้าเชื่อเอ็ง! เหล่าซื่อ เอ็งรีบไปทำแผลก่อน!"

จากนั้นก็หันไปสั่งการชายฉกรรจ์รูปร่างบึกบึนที่สะพายปืนแก๊ปอยู่ข้างๆ สองสามคนทันที

"เถี่ยจู้! พาคนไปสองสามคน รีบขึ้นไปดูที่เนินรับแดดเดี๋ยวนี้! เอาอาวุธไปด้วย ระวังตัวให้ดีล่ะ!"

"ครับ! ผู้ใหญ่บ้าน!"

ชายที่เป็นหัวหน้ารับคำ สั่งลูกน้องอีกสามสี่คน แล้วรีบพากันวิ่งขึ้นเขากลับไปทางเดิมทันที

อีกด้านหนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านจางก็ร้องบอกชาวบ้านอีกหลายคน "พวกเราสองสามคนมาช่วยกันหน่อย พยุงเหล่าซื่อไปส่งที่สถานีอนามัยเร็ว!"

ชาวบ้านที่มีน้ำใจก็รีบเข็นรถลากไม้มาทันที ทุกคนช่วยกันพยุงจ้าวเหล่าซื่อขึ้นไปนอนบนรถอย่างระมัดระวัง

เหตุการณ์ที่หน้าหมู่บ้านจึงแยกย้ายกันไปสองทาง

ทางหนึ่งมีเถี่ยจู้นำทีมมุ่งหน้าไปที่เนินรับแดด

อีกทางหนึ่งก็เข็นรถลาก คุ้มกันจ้าวเหล่าซื่อและหลี่ไคซินมุ่งหน้าไปที่สถานีอนามัย

ระหว่างทางไปสถานีอนามัย

หลี่ไคซินถึงได้รู้ว่า สถานีอนามัยตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของหลายๆ หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านเค่าซานถุนไปพอสมควร

รถลากไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไปตามถนนดิน ภรรยาของจ้าวเหล่าซื่อเดินตามประกบติดรถ คอยปาดน้ำตาอยู่เป็นระยะ

หลี่ไคซินเดินเงียบๆ อยู่ข้างๆ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง กลุ่มชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์ที่นำโดยเถี่ยจู้ ก็อาศัยความคล่องแคล่วและความคุ้นเคยเส้นทาง รีบมุ่งหน้าไปจนถึงเนินรับแดดอย่างรวดเร็ว

ทว่า เมื่อพวกเขาแหวกพุ่มไม้พุ่มสุดท้ายออก และมองเห็นภาพที่ปรากฏอยู่บนเนินเขา ทุกคนก็ราวกับถูกคาถาตรึงร่าง ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง!

ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่เนินหญ้าที่พวกเขาคุ้นเคยอีกต่อไป แต่มันคือลานประหารชัดๆ

ซากหมาป่าสีเทากว่ายี่สิบตัวนอนตายเกลื่อนกลาดจมกองเลือด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงชวนคลื่นไส้แทบจะจับตัวเป็นก้อนในอากาศ

"แม่...แม่เจ้าโว้ย!"

สมาชิกรุ่นหนุ่มคนหนึ่งเสียงสั่นเครือ ขาแข้งสั่นพั่บๆ

เถี่ยจู้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เขาจะเป็นพรานป่ารุ่นเก๋า ก็ยังไม่เคยเห็นฉากการฆ่าฟันที่ดุเดือดเลือดพล่านขนาดนี้มาก่อน

ต้องเป็นคนที่โหดเหี้ยมและเก่งกาจขนาดไหนกัน ถึงจะฆ่าหมาป่าได้เยอะขนาดนี้

เถี่ยจู้หมดข้อสงสัยในคำพูดของจ้าวเหล่าซื่อโดยสิ้นเชิง ในใจของเขากลับเกิดความรู้สึกยำเกรงต่อชายหนุ่มแปลกหน้าจากในเมืองคนนั้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มของหลี่ไคซินก็เดินทางมาถึงสถานีอนามัยจนได้

มันเป็นอาคารชั้นเดียวที่ดูเก่าซอมซ่อ

เมื่อเห็นคนสภาพโชกเลือดถูกพยุงเข้ามา หมอวัยกลางคนสวมแว่นตาในชุดกาวน์สีขาวเพียงคนเดียวในสถานีก็รีบวิ่งออกมารับหน้า และเอ่ยถามชาวบ้านที่เดินนำหน้ามาทันที

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงได้เจ็บหนักขนาดนี้?"

ชาวบ้านคนนั้นก็รีบตอบ "หมอครับ ช่วยดูหน่อยเถอะครับ พี่สี่ของผมโดนหมาป่ากัดมาครับ"

พอหมอได้ยินก็ไม่รอช้า เข้าไปช่วยพยุงจ้าวเหล่าซื่อ พร้อมกับตรวจดูบาดแผลไปพลาง

พอเห็นว่าบนบาดแผลมีเศษสมุนไพรเละๆ โปะอยู่ คิ้วของหมอก็ขมวดเข้าหากันทันที เอ่ยปากตำหนิด้วยน้ำเสียงดุๆ

"นี่เอาอะไรมาโปะมั่วซั่วเนี่ย? ใครให้พวกคุณเอาสมุนไพรมาโปะเองฮะ? ถ้าเกิดแผลติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง?"

พอเห็นแบบนั้น หลี่ไคซินก็รีบก้าวออกมาอธิบายทันที "หมอครับ ที่โปะอยู่นั่นคือตี้อวี๋กับป๋ายจี้ครับ เป็นสมุนไพรห้ามเลือดที่ใช้กันบ่อยๆ ในป่า ตอนที่ทำแผล เราก็พยายามทำให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วครับ"

หมอได้ยินดังนั้น ก็มองหน้าหลี่ไคซินด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าหลี่ไคซินพูดจาฉะฉาน และสมุนไพรที่บอกก็ตรงกับสรรพคุณจริงๆ

สีหน้าของหมอก็ดูผ่อนคลายลง "อืม ก็ยังพอมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง"

หมอไม่พูดอะไรต่อ รีบลงมือจัดการแผลทันที ค่อยๆ เขี่ยเอาเศษสมุนไพรออกอย่างระมัดระวัง แล้วใช้แอลกอฮอล์ล้างทำความสะอาดแผลใหม่อีกครั้ง

จ้าวเหล่าซื่อเจ็บจนต้องสูดปาก แต่ก็กัดฟันทนไม่ยอมร้องออกมาสักแอะ

หลังจากทำความสะอาดเสร็จ หมอก็โรยผงยาแก้อักเสบอย่างชำนาญ แล้วใช้ผ้าก๊อซสะอาดพันแผลลึกๆ หลายแห่งให้อย่างระมัดระวัง

"แผลลึกพอสมควรเลย โชคดีที่ไม่โดนกระดูกกับเส้นเลือดใหญ่ ต้องมาล้างแผลตามนัด กินยาแก้อักเสบด้วย ห้ามโดนน้ำเด็ดขาด ให้นอนพักฟื้นไปสักระยะ ค่าต้มยาบวกค่าทำแผล ทั้งหมดสองหยวน"

หมอพูดไปพลางเขียนใบสั่งยาไปพลาง

ชาวบ้านที่ตามมาส่งต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขารีบร้อนออกมา ใครจะไปพกเงินติดตัวมาด้วย

ภรรยาของจ้าวเหล่าซื่อยิ่งหน้าเสีย ร้อนใจจนต้องเอามือถูไปมา

หลี่ไคซินไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แต่จริงๆ แล้วหยิบธนบัตรใบละหนึ่งหยวนสองใบออกมาจากมิติเร้นลับ แล้วยื่นให้ทันที "หมอครับ นี่เงินครับ"

หมอรับเงินไป แล้วยื่นยาให้ภรรยาของจ้าวเหล่าซื่อ พร้อมกับกำชับข้อควรระวังอีกสองสามอย่าง

จ้าวเหล่าซื่อที่นอนอยู่บนรถลาก มองดูหลี่ไคซินจ่ายเงินให้ ริมฝีปากก็ขยับไปมา

ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยแต่หนักแน่นว่า "น้องชาย เงินนี่ พอกลับไป...กลับไปถึงข้าจะคืนให้นะ"

ภรรยาของจ้าวเหล่าซื่อก็กล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ขอบคุณมากนะน้องชาย! วันนี้ต้องขอบคุณเธอจริงๆ!"

"พี่สี่จ้าว พี่สะใภ้ เกรงใจเกินไปแล้วครับ เรื่องแค่นี้เอง" หลี่ไคซินโบกมือปฏิเสธ ไม่ได้ใส่ใจอะไร

ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่

ทุกคนก็ช่วยกันพยุงจ้าวเหล่าซื่อขึ้นไปนอนบนรถลากอีกครั้ง แล้วค่อยๆ เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านเค่าซานถุน

จบบทที่ บทที่ 29 ชาวบ้านหมู่บ้านเค่าซานถุน

คัดลอกลิงก์แล้ว