เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 การเตรียมตัวก่อนไปตงเป่ย

บทที่ 21 การเตรียมตัวก่อนไปตงเป่ย

บทที่ 21 การเตรียมตัวก่อนไปตงเป่ย


ท้องฟ้าเพิ่งจะสาง

หลี่ไคซินก็ตื่นแต่เช้าตรู่

ในห้องครัวของบ้านตระกูลหลี่มีแสงไฟสลัวๆ สว่างขึ้นมานานแล้ว ในหม้อมีไข่ต้มสองฟองซึ่งเป็นของหายากกำลังเดือดปุดๆ

"ไคซิน เร็วเข้า มากินตอนร้อนๆ"

แม่ปอกเปลือกไข่ต้มใส่ลงในชามของลูกชาย แล้วตักข้าวต้มข้นๆ ให้อีกหนึ่งชามพูนๆ แต่สายตาของแม่กลับจับจ้องอยู่ที่หลี่ไคซินตลอดเวลา ราวกับต้องการสลักภาพของเขาในตอนนี้ไว้ในใจ

หลี่ไคซินรู้ดีว่าแม่เป็นห่วง เขาจึงรีบยัดไข่ต้มเข้าปากสองสามคำ แล้วซดข้าวต้มตามไปอีกค่อนชาม จากนั้นก็ยกมือขึ้นเช็ดปาก

เขาแสร้งทำเป็นหัวเราะอย่างสบายใจ "พ่อ แม่ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไปกับอาจารย์ ปลอดภัยแน่นอน! รอผมกลับมาจากตงเป่ย จะซื้อของฝากทางนู้นมาฝากนะครับ!"

พ่อนั่งสูบบุหรี่เงียบๆ อยู่ที่ธรณีประตู ท่ามกลางควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้ง พ่อมอกดูลูกชายที่ตอนนี้ตัวสูงเกือบจะเท่าตัวเองแล้ว

พร้อมกับพูดย้ำอีกครั้ง "อยู่บนถนนก็หูตาไวๆ เชื่อฟังคำสั่งอาจารย์ให้ดี"

หน้าประตูบ้าน หลี่ไคซินสะพายสัมภาระใบโตที่แม่จัดเตรียมให้เมื่อคืน โบกมือลาพ่อแม่ แล้วหันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปที่ปากซอย

เมื่อมองแผ่นหลังของลูกชายหายลับไปตรงปากซอย ร่างกายของแม่ที่ฝืนทำเข้มแข็งมาตลอดก็ทรุดฮวบลง พิงไหล่ที่ไม่กว้างนักของสามี เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้น

"หมิงเต๋อ ลูกไม่เคยไปไหนไกลขนาดนี้มาก่อนเลย ฉันใจคอไม่ดีเลย"

พ่อยื่นมือออกไปตบหลังภรรยาเบาๆ สายตายังคงทอดมองไปทางที่ลูกชายเดินจากไป น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น

"ลูกนกก็ต้องหัดบินเอง ลูกโตแล้ว ก็ต้องมีทางเดินของตัวเอง การไปกับช่างเฉินถือเป็นการไปเรียนรู้วิชา ไปเปิดหูเปิดตา เป็นเรื่องดีนะ"

เมื่อหลี่ไคซินแบกสัมภาระมาถึงสถานีขนส่ง ที่นั่นก็เต็มไปด้วยเสียงจอแจของผู้คนแล้ว

รถบรรทุกเจี่ยฟ่างกว่าสิบคนจอดเรียงเป็นสองแถว หน้าหน้ารถแต่ละคันมีสัมภาระกองอยู่ พวกคนขับรถและเด็กฝึกงานต่างก็ทักทายกันไปมา ตรวจเช็คสภาพรถ และมัดสัมภาระให้แน่นหนา

"อาจารย์!"

หลี่ไคซินมองเห็นช่างเฉินกำลังตรวจเช็คหม้อน้ำอยู่หน้ารถ จึงรีบวิ่งเข้าไปหา

ช่างเฉินหันกลับมา พยักหน้าให้เมื่อเห็นเขา "เตรียมของมาครบแล้วใช่ไหม? เสื้อกันหนาวต้องหนาๆ หน่อยนะ ทางตงเป่ยช่วงเวลานี้ หนาวจนหูแทบหลุดเลยล่ะ"

"ครบแล้วครับ!"

หลี่ไคซินตบสัมภาระใบโตที่สะพายอยู่บนหลัง

เขาเหลือบไปเห็นอู๋เทียนกับเฉียนต้าจ้วงยืนอยู่ไม่ไกล ทั้งสองคนก็แบกสัมภาระพะรุงพะรัง สีหน้ามีทั้งความตื่นเต้นและกังวลไม่แพ้กัน

"ไคซิน! ทางนี้!" เฉียนต้าจ้วงร้องเรียกเสียงดัง

หลี่ไคซินเดินเข้าไปหา ทั้งสามคนจับกลุ่มกระซิบกระซาบกัน

"แม่เจ้าโว้ย เพิ่งมาทำงานได้อาทิตย์เดียว ก็เจอเรื่องใหญ่เบ้อเริ่มเลย เกิดมาเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ!" อู๋เทียนมองดูขบวนรถที่ยาวเหยียดพลางเดาะลิ้น

เฉียนต้าจ้วงก็เกาหัว "นั่นสิ คึกคักกว่าตอนหมู่บ้านฉันเชือดหมูฉลองปีใหม่ซะอีก ได้ยินมาว่ารอบนี้ไปไกลมากเลยนะ"

หลี่ไคซินเพิ่งรู้ว่าสองคนนี้ก็เพิ่งเข้ามาทำงานก่อนเขาแค่ไม่กี่วัน และไม่เคยวิ่งรถทางไกลมาก่อนเหมือนกัน

ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ ผู้อำนวยการเซี่ยก็เดินนำหน้าเจ้าหน้าที่หลายคนเข้ามา เสียงพูดคุยจอแจเงียบลงทันที

"ทุกคน ฟังทางนี้!"

เสียงอันทรงพลังของผู้อำนวยการเซี่ยดังก้อง กลบเสียงเครื่องยนต์เสียสนิท

"เข้าแถวไปรับปืนที่ห้องยามตามลำดับ! เร็วเข้า!"

รับปืน!

หัวใจของหลี่ไคซินเต้นแรง เขาเดินตามแถวไปข้างหน้า เมื่อถึงหน้าต่างห้องยาม เขาเซ็นชื่อแล้วรับปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติ Type 56 ที่ได้รับการดูแลอย่างดีพร้อมกับกระสุนอีกหลายสิบนัดมา

หลังจากที่ทุกคนรับปืนกันครบแล้ว ผู้อำนวยการเซี่ยก็ก้าวขึ้นไปยืนบนบันไดข้างรถบรรทุก แล้วเริ่มกล่าวปลุกใจก่อนออกเดินทาง

"สหายทุกคน! ภารกิจของเราในครั้งนี้ คือการไปช่วยสถานีจ่ายเสบียงขนเสบียงมาจากตงเป่ย! นี่เป็นเรื่องความเป็นความตายของปากท้องคนในเมืองเรา! ความสำคัญของมัน ฉันคงไม่ต้องพูดอะไรมาก ทุกคนน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว!"

สายตาของเขากวาดมองไปตามใบหน้าที่ดูมีอายุและใบหน้าอ่อนเยาว์ของทุกคน

"ระหว่างทาง อาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ หรืออาจจะเจอพวกโจรปล้นรถที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! เพราะเหตุนี้แหละ ถึงได้แจกปืนให้ทุกคน! จำไว้ว่า ปืนมีไว้เพื่อป้องกันตัว ไม่ใช่ให้เอาไปแกว่งหาเรื่อง! ทุกการกระทำต้องฟังคำสั่ง! ไปอย่างปลอดภัย และกลับมาอย่างปลอดภัย!"

"และเมื่อไปถึงที่หมาย ก็จงทำตัวให้เป็นระเบียบเรียบร้อย อย่าทำตัวให้สถานีขนส่งเมืองซื่อจิ่วเฉิงของเราต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง! ถ้าทำภารกิจสำเร็จ ทางสถานีจะมีความดีความชอบให้ทุกคน!"

คำพูดเหล่านี้ เจตนาหลักคือต้องการตักเตือนพวกเด็กฝึกงาน และเป็นเครื่องเตือนใจให้พวกคนขับรถรุ่นเก่า

หลังจากกล่าวปลุกใจจบ ผู้อำนวยการเซี่ยก็สั่งให้เจ้าหน้าที่แจกเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้แต่ละคน โดยประเมินจากการเดินทางสิบวัน จะจ่ายให้ก่อนครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือค่อยมาคิดบัญชีตอนกลับมา

"หลี่ไคซิน เด็กฝึกงาน สิบวันได้ห้าหยวน จ่ายก่อนสองหยวนห้าเหมา!" เจ้าหน้าที่คนหนึ่งขานชื่อ แล้วยื่นธนบัตรใบละหนึ่งหยวนสองใบกับธนบัตรใบละหนึ่งเหมาอีกหลายใบให้

หลี่ไคซินรับเงินมาด้วยความสงสัย จึงกระซิบถามช่างเฉินที่อยู่ข้างๆ "อาจารย์ครับ แล้วค่าเบี้ยเลี้ยงพวกนี้ ทำไมเมื่อวานถึงไม่มีล่ะครับ?"

ช่างเฉินยัดเงินใส่กระเป๋า แล้วอธิบาย "เมื่อวานมันแค่วิ่งรถระยะสั้น ไปเช้าเย็นกลับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง"

เมื่อเห็นหลี่ไคซินตั้งใจฟัง ช่างเฉินก็พูดต่อ "แต่คราวนี้มันเป็นการวิ่งรถทางไกล ต้องกินนอนกลางถนน ต้องคอยระวังภัยสารพัด นี่เขาเรียกว่าเงินค่าเสี่ยงภัย การแจกปืนก็เพื่อเหตุผลนี้แหละ สมัยก่อนถนนหนทางมันไม่ค่อยปลอดภัย ตอนนี้ถึงจะดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังอาจจะเจอพวกเห็นแก่เงินจนไม่กลัวตายอยู่บ้าง"

หลี่ไคซินถึงกับบางอ้อ

ในตอนนั้นเอง

ผู้อำนวยการเซี่ยก็เดินมาที่ข้างๆ หลี่ไคซินด้วยท่าทีสบายๆ แล้วดึงเขาไปคุยในที่ลับตาคน มองซ้ายมองขวา ก่อนจะลดเสียงลงต่ำจนแทบจะกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน

"ไคซิน ไปถึงตงเป่ยแล้ว เวลาอยู่ในป่า หรือไปเจอชาวบ้านแถวนั้น ลองดูๆ หน่อยว่ามีพวกของป่าดีๆ อย่างโสมป่า หนังสัตว์ หรืออะไรทำนองนี้บ้างไหม ถ้ามีก็ช่วยดูๆ ให้หน่อย เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา"

พูดพลาง เขาก็ยัดซองจดหมายหนาปึกใส่ในกระเป๋าสะพายของหลี่ไคซินอย่างแนบเนียน

"นี่เงินสองร้อยหยวน เธอรับไว้ก่อน ถ้าเจอของดีก็ซื้อมาได้เลย"

หลี่ไคซินเข้าใจทันทีว่านี่คือการรับจ้างทำธุระส่วนตัวให้ผู้อำนวยการเซี่ย

เขาพยักหน้ารับอย่างรู้กัน "เข้าใจแล้วครับคุณอาเซี่ย เดี๋ยวผมจะคอยดูให้ครับ"

หลังจากกลับไปยืนข้างช่างเฉิน เขาก็สังเกตเห็นว่าผู้อำนวยการเซี่ยก็กระซิบกระซาบกับคนขับรถที่ชื่อจาง ซึ่งเป็นคนที่ช่วยขนหมีดำในครั้งก่อนด้วยวิธีคล้ายๆ กัน

ดูเหมือนว่า รองผู้อำนวยการท่านนี้กำลังสร้างเครือข่ายและเส้นทางหาเงินของตัวเองอยู่ และด้วยผลงานก่อนหน้านี้ ทำให้เขาเริ่มได้รับความไว้วางใจจากผู้อำนวยการเซี่ยในระดับหนึ่ง

จริงๆ แล้วผู้อำนวยการเซี่ยก็อยากจะฝากฝังเรื่องนี้กับคนขับรถหลายๆ คน แต่บางคนก็อยู่คนละขั้วอำนาจ บางคนก็ไม่สนใจเรื่องแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ส่วนพวกเด็กฝึกงาน เขาก็ยังไม่ค่อยไว้ใจ

ช่วยไม่ได้ ในเมื่อคนที่จะใช้งานได้มีน้อย เขาจึงต้องเรียกใช้หลี่ไคซิน อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็ดูฉลาดและพอจะพึ่งพาได้บ้าง

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว

ผู้อำนวยการจ้าวที่ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูห้องทำงานมาตลอด ก็ยกมือขึ้นโบก เสียงอันทรงพลังดังก้องไปทั่วลานจอดรถ

"ออกเดินทาง!"

สิ้นเสียงคำสั่ง ทุกคนก็เริ่มเคลื่อนไหว

พวกคนขับรถรีบปีนขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ ส่วนเด็กฝึกงานก็ปีนขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับอย่างคล่องแคล่ว

ช่างเฉินเปิดประตูรถ หันไปพูดกับหลี่ไคซิน "ขึ้นรถ! ภารกิจคราวนี้ใช้เวลานาน พอถึงช่วงที่ถนนดีๆ ข้าจะให้เอ็งลองขับดูบ้าง"

"ได้ครับ ขอบคุณครับอาจารย์" หลี่ไคซินรีบปีนขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ วางปืนยาวไว้แทบเท้าอย่างระมัดระวัง

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้น รถบรรทุกเจี่ยฟ่างสีเขียวกว่าสิบคน ค่อยๆ แล่นออกจากประตูสถานีขนส่งไปทีละคัน

จบบทที่ บทที่ 21 การเตรียมตัวก่อนไปตงเป่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว