เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

16 - เหลือประโยขน์ให้เหลียนเฉิงอวี้บ้าง

16 - เหลือประโยขน์ให้เหลียนเฉิงอวี้บ้าง

16 - เหลือประโยขน์ให้เหลียนเฉิงอวี้บ้าง


16 - เหลือประโยขน์ให้เหลียนเฉิงอวี้บ้าง

"เก็บยาแล้ว! เก็บยาแล้ว!"

ยามค่ำคืน จ้าวเถี่ยจู้ตะโกนก้องอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน

สมาชิกห้าคนจากค่ายเตรียมทหารจัดวางโต๊ะยาว บนโต๊ะมีกระด้งกลมใบใหญ่ห้าใบ

กระด้งเหล่านี้สานจากไม้ไผ่ ปกติใช้สำหรับตากพุทราหรือตากยา

ในขณะนี้ กระด้งใหญ่สามในห้าใบเต็มไปด้วยสมุนไพรแล้ว

คนในเผ่าที่ไปเก็บยาต่างเข้าแถวเพื่อส่งมอบสมุนไพร มีชายชราเคราแพะคนหนึ่งคอยจำแนกอายุและระดับความหายากของยาแต่ละชนิด จากนั้นจึงใช้ตาชั่งคันเล็กชั่งน้ำหนักแล้วบันทึกลงบัญชี

เมื่อถึงตาของอี้อวิ๋นและเจียงเสี่ยวโหรว อี้อวิ๋นค่อยๆ ส่งมอบสิ่งที่เก็บมาได้ออกไป

ชายชราเคราแพะเหลือบมองคราหนึ่ง ดวงตาพลันเป็นประกาย "ผลตันกั่ว! เห็ดหลินจือดำ! หญ้าห้าวิญญาณ! โสมป่า! ยาดีทั้งนั้น!"

ชายชรามองสมุนไพรล้ำค่าเหล่านี้ราวกับเห็นสมบัติ เขาหยิบมันขึ้นมาลูบไล้อยู่ไม่ขาดมือ

อี้อวิ๋นเฝ้ามองอยู่ด้านข้างพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตาเฒ่าผู้นี้ดูออกชัดเจนว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร แต่กลับมองไม่ออกว่าสมุนไพรเหล่านี้ถูกผลึกม่วงสูบเอาพลังยาไปจนสิ้นแล้ว

ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะสมุนไพรที่ถูกผลึกม่วงดูดซับไปนั้น รูปลักษณ์ภายนอกดูไม่ต่างจากสมุนไพรสมบูรณ์ที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ เลยแม้แต่น้อย

"เหอะๆ เจ้าหนู ถือว่าเจ้าโชคดีไป วันนี้อาหารของเจ้ายังรักษาไว้ได้!"

จ้าวเถี่ยจู้มองสมุนไพรเหล่านั้นด้วยความพึงพอใจยิ่ง

การรวบรวมสมุนไพรของพวกเขา หากได้ของที่มีคุณภาพสูง ย่อมจะได้รับรางวัลตอบแทนจากเหลียนเฉิงอวี้!

ในภายภาคหน้าเมื่อเหลียนเฉิงอวี้รุ่งโรจน์ เหล่าลูกน้องอย่างพวกเขาก็พลอยได้ดิบได้ดีไปด้วย อาจจะได้เข้าไปใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ หรือไม่ก็คงจะได้ตำแหน่งงานดีๆ ทำสักอย่าง!

"ข้าว่าเจ้าหนูอย่างเจ้าเหมาะจะเป็นเด็กเก็บยาจริงๆ เกิดมาเพื่อเก็บยาโดยเฉพาะ การที่ข้าให้เจ้าไปเก็บยาก็ถือว่าตาถึง และใช้คนได้ถูกกับงานแล้ว!"

"คราวก่อนตกลงมาไม่ตาย กลับทำให้เจ้าเก็บยาได้คล่องแคล่วขึ้นเสียอย่างนั้น ข้าว่าก็ยึดตามมาตรฐานนี้แหละ พรุ่งนี้เจ้าต้องส่งยาเพิ่มอีกหนึ่งเหลียง!"

จ้าวเถี่ยจู้เอ่ยพลางแคะหูไปด้วย ท่าทางดูสบายๆ อย่างที่สุด

"อะไรนะ!?"

เจียงเสี่ยวโหรวโกรธจัด ยาสิบหกเหลี่ยงก็นับว่าบีบคั้นกันเกินไปแล้ว จ้าวเถี่ยจู้ยังจะเพิ่มอีก!

แม้เจียงเสี่ยวโหรวจะรู้ว่าอี้อวิ๋นเก็บยาได้เร็ว ต่อให้เพิ่มอีกนิดเขาก็คงทำได้สำเร็จ แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไป จ้าวเถี่ยจู้คงจะยิ่งได้ใจและเพิ่มข้อเรียกร้องไปเรื่อยๆ ไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่!

"ท่านทหารจ้าว ท่านล้อเล่นแล้ว สมุนไพรเหล่านี้ข้าต้องตรากตรำลำบากทั้งวัน ถึงจะเก็บมาได้จนถึงขีดจำกัดแล้ว"

น้ำเสียงของอี้อวิ๋นราบเรียบและเนิบช้าเป็นพิเศษ ในขณะที่พูด หางตาของเขาชำเลืองมองไปยังกระด้งใหญ่สามใบที่เต็มไปด้วยยา

บนผิวของกระด้งทั้งสามใบ เริ่มมีจุดแสงลอยละล่องขึ้นมาอย่างช้าๆ

จุดแสงเหล่านี้ย่อมถูกดึงดูดออกมาโดยผลึกม่วง พวกมันเหมือนกับหิ่งห้อยในยามราตรีที่ค่อยๆ ลอยเข้ามาหาอี้อวิ๋น

มุมปากของอี้อวิ๋นปรากฏรอยยิ้มที่ยากจะสังเกตเห็น ผลึกม่วงต้องใช้เวลาสักพักในการดูดซับพลังจากสมุนไพร การที่จ้าวเถี่ยจู้พูดจาไร้สาระอยู่ในตอนนี้จึงเป็นไปตามความต้องการของเขาพอดี

"มารดามันเถอะ! เจ้าคิดว่าข้ากำลังปรึกษาหารือกับเจ้าอยู่หรือ!?" จ้าวเถี่ยจู้ตบโต๊ะดังปัง จนชายชราเคราแพะถึงกับสะดุ้ง

"เจ้าที่เป็นเพียงสามัญชนชั้นต่ำที่ขุดดินกิน นานๆ ทีจะมีที่ให้ใช้ประโยชน์ได้บ้าง เจ้ากลับมาเกี่ยงงอนโยเย! เผ่าเหลียนไม่เลี้ยงคนกินแรงผู้อื่น คนที่นี่ไม่เป็นนักรบก็ต้องทำงานอย่างซื่อสัตย์! พรุ่งนี้ส่งยาสมุนไพรเพิ่มอีกหนึ่งเหลียง ไสหัวไปได้แล้ว!"

เมื่อถูกจ้าวเถี่ยจู้ดุด่าว่ากล่าวอย่างรุนแรง สีหน้าของอี้อวิ๋นดูเหมือนจะย่ำแย่ลงอย่างมาก ร่างกายแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน

ผู้คนต่างคิดว่าอี้อวิ๋นรู้สึกอับยศ เด็กชายอายุเพียงสิบเอ็ดสิบสองปีถูกด่าทอต่อหน้าสาธารณชนด้วยถ้อยคำที่หยาบคายยิ่งนัก ย่อมจินตนาการได้ว่าเขาจะได้รับผลกระทบเพียงใด

จ้าวเถี่ยจู้มองใบหน้าของอี้อวิ๋นที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับขาว ในดวงตาฉายแววเยาะเย้ย

เจียงเสี่ยวโหรวรู้สึกไม่สบายใจในใจ นางจึงดึงแขนอี้อวิ๋น แต่อี้อวิ๋นกลับเหมือนถูกตรึงรากไว้กับพื้น ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ดูราวกับถูกจ้าวเถี่ยจู้ด่าจนสติหลุดไปแล้ว

"ดูดซับไปเกือบหมดแล้วกระมัง... หากดูดต่อไป เหลียนเฉิงอวี้คงจะเริ่มสงสัย"

อี้อวิ๋นไม่ได้เห็นจ้าวเถี่ยจู้ในสายตาเลยแม้แต่น้อย คิดเสียว่ามีสุนัขบ้ากำลังเห่าอยู่เท่านั้น ในใจเขากำลังคำนวณว่าควรจะดูดซับพลังยาเท่าใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

ดูดซับสักเจ็ดถึงแปดส่วนก็น่าจะพอแล้ว อย่างไรเสียก็ต้องเหลือ 'น้ำแกง' ให้เหลียนเฉิงอวี้บ้าง ไม่เช่นนั้นหากยาสมุนไพรดีๆ หลายกระด้งกลายเป็นหญ้าแห้งไร้ค่า แม้แต่คนโง่ก็คงดูออกว่ามีสิ่งผิดปกติ

ในตอนนี้อี้อวิ๋นยังไม่อาจปะทะกับระดับสูงของเผ่าเหลียนได้ แม้เขาจะสามารถจัดการจ้าวเถี่ยจู้ได้ แต่เมื่อเทียบกับผู้อาวุโสของเผ่าหรือเหลียนเฉิงอวี้แล้ว เขายังห่างชั้นอยู่มาก

ผลึกม่วงดูดซับพลังยาและซึมเข้าสู่กระแสโลหิตอย่างรวดเร็ว ผ่านการหมุนเวียนของโลหิตไปหล่อเลี้ยงร่างกายของอี้อวิ๋น อี้อวิ๋นรู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรไปทั่วร่างกาย ทำให้ตัวของเขาค่อยๆ ร้อนขึ้น และสีหน้าของเขาก็แดงระเรื่อขึ้นเพราะเหตุนี้

ร่างกายของอี้อวิ๋นรู้สึกเบาหวิวราวกับไม่มีน้ำหนัก รู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่บนหมู่เมฆ

ท่าทางของอี้อวิ๋นที่ปรากฏต่อสายตาของคนในเผ่าหลายคนกลับดูย่ำแย่ยิ่งนัก ใบหน้าแดงก่ำ ลำคอหนาเตอะ แขนขาดูไร้เรี่ยวแรง ปฏิกิริยาเช่นนี้เห็นชัดว่าเกิดจากการถูกจ้าวเถี่ยจู้ดุด่า

"ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารนัก อายุยังน้อยเพียงนี้ เพียงเพราะไปขัดคอจ้าวเถี่ยจู้ในวันแจกเสบียง จึงถูกเขาหมายหัวเช่นนี้"

"ชีวิตของเด็กคนนี้ก็ขมขื่นนัก มาอยู่เผ่าเหลียนได้ไม่นานมารดาก็ป่วยตาย ตัวเขาเองก็ขี้โรคและอ่อนแอ ไม่มีกำลังพอจะไปต่อกรกับจ้าวเถี่ยจู้ได้หรอก"

"พวกจากค่ายเตรียมทหารทำตัวกร่างในหมู่บ้านเช่นนี้ เมื่อไหร่จะจบสิ้นเสียที พวกเจ้าว่าคุณชายเหลียนเฉิงอวี้จะพาพวกเราเข้าไปในเมืองได้จริงๆ หรือ?"

"จุ๊ๆ อย่าพูดจาเรื่อยเปื่อย ระวังคนจากค่ายเตรียมทหารมาได้ยินเข้า เจ้าจะซวยไปด้วย!"

"ข้าว่านะ เด็กคนนี้คงจะถูกพวกนั้นกลั่นแกล้งจนตายเข้าสักวัน..."

การเก็บยาบนเขาย่อมมีคนตกลงมาตายเสมอ และยิ่งเป็นยาที่ล้ำค่าเท่าไหร่ ก็ยิ่งเติบโตอยู่บนหน้าผาสูงชันเท่านั้น อี้อวิ๋นส่งมอบยาดีๆ มากมายเช่นนี้ คงจะต้องปีนหน้าผาสูงอย่างสุดชีวิตเป็นแน่ หากทำเช่นนี้ต่อไปถ้าไม่ตกลงมาตายก็คงเป็นเรื่องปาฏิหาริย์แล้ว

แต่ทว่า ในเผ่าเหลียน การตายของคนผู้หนึ่งจะมีความหมายอันใดเล่า? ชีวิตของคนที่นี่คือสิ่งที่มีค่าน้อยที่สุด

...

ยามดึก สงัด ดวงจันทร์โค้งมนราวกับตะขอเงินแขวนอยู่บนท้องฟ้า

ในห้องปรุงยาของจวนหัวหน้าเผ่าเหลียน ชายฉกรรจ์หลายคนกำลังชักเครื่องเป่าลมอย่างแข็งขัน ใช้ฟืนกองสุมเผาใต้หม้อใบใหญ่

ชายชราในห้องปรุงยาหลายคนจัดเตรียมสมุนไพรอย่างระมัดระวัง ผสมผสานกับยาสมุนไพรเสริมอีกหลายสิบชนิด และเริ่มเคี่ยวเป็นน้ำแกงยา

สมุนไพรเสริมและระดับไฟในการเคี่ยวยานี้ ล้วนเป็นเคล็ดลับสืบทอดของเผ่าเหลียน ไม่อาจเปิดเผยให้ชาวบ้านธรรมดาล่วงรู้ ไม่ฉะนั้นหากชาวบ้านเหล่านี้มีวิธีเคี่ยวยา ก็อาจจะแอบเก็บยามากินเองได้

ในสายตาของระดับสูงของเผ่าเหลียน การใช้ยาดีๆ กับชาวบ้านธรรมดานั้นถือเป็นการนำอาหารดีๆ ไปเลี้ยงสุกรโดยเปล่าประโยชน์ ไม่มีประโยชน์อันใดเลย

อย่าว่าแต่ชาวบ้านธรรมดาเลย แม้แต่สมาชิกค่ายเตรียมทหารเหล่านั้น ก็แทบไม่มีโอกาสได้ใช้สมุนไพรในการชำระล้างร่างกาย

น้ำแกงยาที่ถูกเคี่ยวอย่างพิถีพิถันเหล่านี้ ล้วนเตรียมไว้สำหรับเหลียนเฉิงอวี้เท่านั้น

"ดี! ดีมาก! คราวนี้เจ้าทำได้ไม่เลว ยาที่เก็บมาได้มีของล้ำค่าอยู่ไม่น้อย!"

หัวหน้าเผ่ามองดูรายการสมุนไพรแล้วพึงพอใจอย่างยิ่ง

"นี่เป็นสิ่งที่ข้าน้อยสมควรทำขอรับ" จ้าวเถี่ยจู้พยักหน้าถี่ๆ ราวกับไก่จิกข้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ "เรื่องที่ท่านหัวหน้าเผ่าสั่งกำชับ อีกทั้งยังเกี่ยวกับอนาคตของคุณชายเหลียน ข้าน้อยไม่บังอาจละเลย วันนี้หลังจากเลิกจากลานฝึก ข้าน้อยก็ตรงไปยังภูเขาสมุนไพรทันที เพื่อควบคุมพวกสามัญชนเหล่านั้นให้เก็บยา พวกนั้นขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าปีนหน้าผา ข้าน้อยร้อนใจนักจึงปีนขึ้นไปเอง ปรากฏว่าโชคดีพอดี จึงได้พบเห็ดหลินจือดำและผลตันกั่วเหล่านี้"

จ้าวเถี่ยจู้แย่งชิงความดีความชอบของอี้อวิ๋นมาเป็นของตนโดยตรง

"ไม่เลว! เจ้ามีน้ำใจมาก ไปที่ห้องคลังเพื่อรับเนื้อสัตว์แห้งหนึ่งชั่งเถิด" หัวหน้าเผ่าตบไหล่จ้าวเถี่ยจู้

"ขอบพระคุณท่านหัวหน้าเผ่า!" จ้าวเถี่ยจู้เอ่ยด้วยความดีใจอย่างยิ่ง

"อืม ตั้งใจทำงานให้ดี เมื่อเฉิงอวี้ได้เป็นนักรบแห่งอาณาจักรเทพแล้ว ย่อมต้องขาดคนคอยรับใช้คอยวิ่งเต้น เจ้าก็จงทำให้เฉลียวฉลาดเข้าไว้ ถึงเวลานั้นหากได้รับความโปรดปรานจากเฉิงอวี้ และได้ติดตามอยู่ข้างกายเขาเสมอ วันหน้าเมื่อเฉิงอวี้รุ่งโรจน์ ย่อมขาดผลประโยชน์ของเจ้าไปไม่ได้"

"ขอบพระคุณท่านหัวหน้าเผ่าที่เมตตา!" จ้าวเถี่ยจู้คุกเข่าโขกศีรษะด้วยความตื่นเต้นสุดระงับ

เจ้าเด็กที่ชื่ออี้อวิ๋นคนนั้นช่างเป็นดาวนำโชคของตนจริงๆ นึกไม่ถึงว่าเจ้าทาสชั้นต่ำนั่นจะเก่งกาจเรื่องการเก็บยา ภายหลังสามารถให้เศษกากยาหรืออาหารหยาบๆ แก่เขาสักเล็กน้อยเป็นการตอบแทน เจ้าเด็กยากจนคนนั้น แค่ให้อะไรนิดหน่อยคงซาบซึ้งใจจนตัวสั่นแล้ว ถึงตอนนั้นเขาก็จะยอมเป็นเบี้ยหน้าไฟให้ข้าด้วยความเต็มใจ!

จ้าวเถี่ยจู้จินตนาการถึงภาพตนเองที่วางอำนาจบาตรใหญ่ในเมืองใหญ่ในอนาคต แล้วจึงเดินจากไปอย่างลิงโลด

จบบทที่ 16 - เหลือประโยขน์ให้เหลียนเฉิงอวี้บ้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว