- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- 14 - ดูดซับจนหมดสิ้น
14 - ดูดซับจนหมดสิ้น
14 - ดูดซับจนหมดสิ้น
14 - ดูดซับจนหมดสิ้น
"ผลึกม่วงนี้ แม้แต่พลังงานในสมุนไพรก็ดูดซับได้หรือ? ใช่แล้ว! ‘พลังยา’ ที่แฝงอยู่ในสมุนไพร แท้จริงแล้วมันก็คือพลังงานชนิดหนึ่งไม่ใช่หรือ?"
"นักรบกินสมุนไพรเข้าไปแล้วความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้น ก็เพราะร่างกายดูดซับพลังยาและหลอมรวมพลังงานในสมุนไพรนั่นเอง"
อี้อวิ๋นพลันเข้าใจกระจ่างแจ้ง หลายวันที่ผ่านมาเขาได้ทำการทดลองหลายอย่าง เตรียมทั้งเปลวไฟ น้ำร้อน หรือแม้แต่ผ้าหยาบที่ถูไถจนเกิดไฟฟ้าสถิต ซึ่งเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ "เปี่ยมไปด้วยพลังงาน" ทว่าพลังงานเหล่านั้นผลึกม่วงกลับไม่ดูดซับเลย
พลังงานที่ผลึกม่วงดูดซับได้ เท่าที่สรุปได้ในตอนนี้คือ แสงดาว กระดูกอสูร พลังยา
หากพิจารณาดูให้ดี พลังงานเหล่านี้ นอกจากแสงดาวที่ดูเลื่อนลอยแล้ว ส่วนที่เหลือล้วนเกี่ยวข้องกับการฝึกฝนของนักรบในโลกนี้ทั้งสิ้น!
แม้แต่แสงดาวก็อาจเกี่ยวข้องกับการฝึกฝน ในโลกนี้อาจมีวิชาฝึกตนที่ดูดซับแสงดาวก็เป็นได้
ส่วนกระดูกอสูรและสมุนไพรเหล่านี้ไม่ต้องพูดถึง สิ่งเหล่านี้คือของดีที่สามารถปรับปรุงร่างกายของนักรบและช่วยชำระไขกระดูกได้
ดูเหมือนว่าจะมีเพียงพลังงานสำหรับการฝึกยุทธ์เท่านั้นที่ผลึกม่วงจะดูดซับได้
ทว่า ผลึกม่วงดูดซับพลังยาในผลตันกั่วไปแล้ว เช่นนั้นผลตันกั่วนี้นังมีประโยชน์อยู่อีกหรือ?
คงจะกลายเป็นของเสียไปแล้วกระมัง!
แม้ผลตันกั่วนี้จะดูภายนอกยังสมบูรณ์ดี แต่ความจริงคงเป็นเพียงกากยาที่ดูดีหน่อย หรืออาจจะด้อยกว่ากากยาทั่วไปเสียอีก
อี้อวิ๋นรู้ดีว่าของอย่างผลตันกั่วไม่สามารถกินได้โดยตรง ต้องผ่านกรรมวิธีพิเศษในการเคี่ยวสกัดเสียก่อน
และวิธีการเคี่ยวสกัดเช่นนี้ มีเพียงระดับสูงของชนเผ่าเท่านั้นที่รู้
ไม่ใช่เพียงผลตันกั่ว แม้แต่สมุนไพรอื่นๆ ในภูเขาสมุนไพรตระกูลเหลียนก็เช่นเดียวกัน คนธรรมดากินเข้าไปก็เท่ากับกินยาพิษ ไม่เพียงไม่มีประโยชน์ ซ้ำร้ายยังจะทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรงเพราะไม่สามารถย่อยพลังยาได้ จนถึงขั้นเลือดออกทั้งเจ็ดทวารและสิ้นใจตาย!
หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ ชนเผ่าตระกูลเหลียนคงไม่วางใจให้คนยากจนเหล่านี้ขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนเขา เพราะหากพวกเขาแอบกินระหว่างเก็บ ใครเล่าจะรู้ได้?
ทว่าตอนนี้ ผลึกม่วงดูดซับพลังยาในผลตันกั่วแล้วส่งต่อมาหล่อเลี้ยงร่างกายของอี้อวิ๋น แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงผลข้างเคียงที่เป็นพิษใดๆ เลย
นี่คือความมหัศจรรย์ของผลึกม่วง
มันเปลี่ยนพลังงานที่เดิมทีรุนแรงให้กลายเป็นพลังงานที่อ่อนโยนเหมาะสำหรับคนธรรมดาที่จะดูดซับ ทำให้อี้อวิ๋นสามารถกินและดูดซับสมุนไพรบนเขาได้ตามใจชอบ โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้!
เรียกได้ว่าไร้ร่องรอยอย่างแท้จริง!
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ อี้อวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"อวิ๋นเอ๋อ เจ้าหัวเราะอะไรหรือ" เจียงเสี่ยวโหรวตะโกนถามจากด้านล่าง นางคอยเป็นกังวลกลัวว่าเขาจะพลาดตกลงมา ที่สูงชันเช่นนี้หากตกลงไปบนพื้นหิน ผลลัพธ์คงไม่ต้องคาดเดา
"พี่เสี่ยวโหรว ท่านดูนี่สิคืออะไร?"
อี้อวิ๋นเด็ดผลตันกั่วที่สูญเสียพลังยาไปจนหมดสิ้นแล้วโยนลงไป
"ผลตันกั่ว? ลูกใหญ่เสียจริง!"
เจียงเสี่ยวโหรวรู้สึกดีใจในตอนแรก ทว่าต่อมาก็รู้สึกเศร้าสร้อย ผลตันกั่วอายุยี่สิบปี แม้จะเป็นยาดีแต่น้องชายกลับไม่มีวาสนาได้ใช้ ยานี้ยังคงต้องส่งให้ชนเผ่า เพื่อให้คนเฒ่าคนแก่ในเผ่าเคี่ยวสกัดอย่างประณีตเพื่อให้เหลียนเฉิงอวี้ใช้ชำระล้างร่างกาย
เจียงเสี่ยวโหรวเก็บผลตันกั่วลงในตะกร้าสมุนไพรด้วยความรู้สึกหดหู่
ภารกิจของพวกเขาคือต้องเก็บสมุนไพรให้ได้คนละแปดตำลึง ซึ่งคำนวณตามน้ำหนักของสมุนไพรระดับต่ำสุด สำหรับสมุนไพรอย่างผลตันกั่วอายุยี่สิบปี เวลาคำนวณน้ำหนักจะเพิ่มคะแนนให้เป็นพิเศษ หากวันนี้โชคดีเช่นนี้ต่อไป อย่างน้อยอาหารประทังชีวิตก็คงรักษาไว้ได้
คิดไปก็น่าสลดใจ ตนเองและน้องชายเสี่ยงชีวิตมาเก็บสมุนไพร ต่อให้โชคดีล้นฟ้าเก็บสมุนไพรล้ำค่าได้มากเพียงใด สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงการทำเพื่อผู้อื่น
"อวิ๋นเอ๋อ พอเถิด อย่าปีนขึ้นไปสูงกว่านี้เลย"
เจียงเสี่ยวโหรวเห็นอี้อวิ๋นปีนขึ้นไปสูงกว่าสิบวาแล้วก็นึกสงสารพลางตะโกนบอก ต่อให้ทุ่มเทเพียงใด สมุนไพรที่เก็บได้ก็ไม่ใช่ของเรา มีความหมายอะไรกัน
แต่อี้อวิ๋นแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เพราะเขาเห็นว่าไม่ไกลนัก บริเวณต้นสนกิ่งคดที่ขึ้นอยู่บนหน้าผามีแสงวิญญาณพุ่งขึ้นมา ตรงนั้นมีสมุนไพร!
อี้อวิ๋นปีนป่ายไปอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งเหนี่ยวรั้งกิ่งสนไว้ อีกมือหนึ่งค่อยๆ เด็ดสมุนไพรรูปทรงคล้ายร่มขนาดเล็กออกมาจากโคนต้นสนอย่างระมัดระวัง
"เห็ดหลินจือดำ สมุนไพรที่มีมูลค่าสูงกว่าผลตันกั่ว"
อี้อวิ๋นดีใจยิ่งนัก เขาดูดซับพลังงานในเห็ดหลินจือดำจนหมดเกลี้ยงโดยไม่เกรงใจ ชั่วพริบตานั้น ความรู้สึกสดชื่นซ่านไปทั่วร่างก็กลับมาอีกครั้ง อี้อวิ๋นรู้สึกได้ชัดเจนว่าพลังงานในเห็ดหลินจือดำเข้าสู่หัวใจของเขา แล้วไหลเวียนไปตามกระแสเลือดสู่ทุกส่วนของร่างกาย หล่อเลี้ยงเนื้อหนังมังสา ความรู้สึกนี้ทำให้เขาสบายตัวจนอยากจะครางออกมา
ต้องรู้ว่า หลายวันที่ผ่านมาอี้อวิ๋นตกอยู่ในสภาพหิวโหยมาตลอด
โดยเฉพาะหลังจากชำระไขกระดูก เขายิ่งหิวจนตาเขียวปัด ตอนนี้เขายังไม่มีความสามารถพอที่จะออกไปล่าสัตว์เพียงลำพัง ทว่าร่างกายกลับกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและต้องการพลังงานอย่างยิ่ง
การกินอาหารจำนวนมากให้พลังงานได้จริง แต่จะเทียบกับสมุนไพรได้อย่างไร? ผลตันกั่วหนึ่งผลและเห็ดหลินจือดำหนึ่งต้นนี้ สำหรับอี้อวิ๋นแล้ว เปรียบเสมือนการส่งถ่านในฤดูหิมะโดยแท้!
อี้อวิ๋นรู้สึกว่า หลังจากผลึกม่วงดูดซับเห็ดหลินจือดำนี้แล้ว พลังยาของมันก็เข้าสู่ร่างกายผ่านการไหลเวียนเลือดครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เพียงแต่เขารู้สึกเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง แม้แต่สายตาก็พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เดิมทีเขามองเห็นมดที่อยู่ไกลออกไปสิบวาเพียงลางๆ แต่ตอนนี้สามารถมองเห็นส่วนหัว อก ท้อง และขาเล็กๆ ทั้งหกของมันได้อย่างชัดเจน
เห็ดหลินจือดำช่วยบำรุงสายตา แม้อี้อวิ๋นจะไม่สันทัดเรื่องสรรพคุณยา แต่เขาก็พอรู้ว่าผลของสมุนไพรระดับต่ำเช่นนี้ไม่ควรเห็นผลชัดเจนปานนี้ พวกคนแก่ในเผ่าต้องใช้สมุนไพรจำนวนมหาศาลมาเคี่ยวจึงจะพอเห็นผลบ้าง
แต่เขากลับใช้ผลึกม่วงดูดซับสมุนไพร เห็นผลทันตาและชัดเจนยิ่งนัก
ผลึกม่วงนี้ คงจะช่วยให้ประสิทธิภาพของยาเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณกระมัง!
อี้อวิ๋นโยนเห็ดหลินจือดำที่กลายเป็น "กากยาชั้นดี" ให้แก่เจียงเสี่ยวโหรว
"เห็ดหลินจือดำ! อวิ๋นเอ๋อ ทำไมเจ้าถึงโชคดีเช่นนี้!"
เจียงเสี่ยวโหรวรู้สึกเหลือเชื่อ สมุนไพรระดับนี้ปกติเก็บได้วันละต้นก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่อี้อวิ๋นกลับเก็บยาดีระดับนี้ได้ถึงสองต้นติดต่อกัน โชคชะตาช่างเข้าข้างจริงๆ!
อี้อวิ๋นยิ้มโดยไม่ตอบคำถาม เมื่อมีผลึกม่วงอยู่ เพียงแค่เขาเข้าใกล้สมุนไพรวิเศษ ก็จะมีจุดแสงพุ่งขึ้นมาชี้นำทางราวกับประภาคาร จะเก็บยาดีไม่ได้ได้อย่างไร!
ในตอนนี้อี้อวิ๋นปีนขึ้นมาสูงสิบกว่าวาแล้ว แต่เพราะได้รับพลังจากสมุนไพรสองชนิดและดูดซับพลังยาได้อย่างสมบูรณ์ เขาจึงรู้สึกคึกคะนองราวกับมังกรและเสือ ต่อให้ปีนต่อไปอีกสิบกว่าวาก็เป็นเรื่องง่ายดาย
ทว่าเขาไม่อยากทำตัวให้เป็นที่ตื่นตระหนกจนเกินไป จึงปีนกลับลงมา
เปลี่ยนสถานที่ แล้วเก็บสมุนไพรต่อไป!
อี้อวิ๋นใช้กลยุทธ์พื้นฐานคือ ดูดให้เกลี้ยง เก็บให้เกลี้ยง และกินให้เกลี้ยง เมื่อเจอสมุนไพรเขาก็จะเก็บกวาดราวกับลมพายุ
เขาพบว่าภูเขาสมุนไพรตระกูลเหลียนนี้คือทำเลทองของเขาโดยแท้
หลายวันนี้เขากำลังหิวและกลุ้มใจที่ไม่มีพลังงานสำหรับการฝึกยุทธ์ ภูเขาสมุนไพรตระกูลเหลียนนี้กลับช่วยแก้ปัญหาใหญ่ในคราวเดียว
อี้อวิ๋นปีนขึ้นไปยังหน้าผาแห่งหนึ่งซึ่งมีภูมิประเทศสูงชัน ปกติมีคนขึ้นมาถึงน้อยมาก จากมุมมองของเจียงเสี่ยวโหรว นางจึงมองไม่เห็นเลยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ด้านบน
"อวิ๋นเอ๋อ เจ้าจงระวังด้วย!"
เสียงของเจียงเสี่ยวโหรวดังมาจากก้นผา แต่เพราะลมภูเขาพัดแรง เสียงนั้นจึงค่อนข้างเบาบาง
"พี่เสี่ยวโหรว ท่านวางใจเถิด ข้ารู้จักประมาณตน"
อี้อวิ๋นกระโดดไปตามโขดหินที่แหลมคมราวกับเลียงผาที่ปราดเปรียว หน้าผาสูงชันประมาณสามสี่วา เขากระโดดหยั่งแรงบนผนังหินเพียงสองครั้งก็ขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้นเอง ภายในทัศนวิสัยของเขา มีกลุ่มแสงขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารกพุ่งออกมาจากซอกหินใหญ่
กลุ่มแสงนี้สว่างไสวยิ่งกว่าจุดแสงใดๆ ที่เขาเคยเห็นมาถึงสิบเท่า!
"หือ? นี่คือ!"
อี้อวิ๋นชะงักในใจ สมุนไพรวิเศษที่อยู่ใต้ซอกหินนี้ต้องล้ำค่าอย่างยิ่งแน่ ถึงได้เปล่งแสงสว่างปานนี้
เขาผลักหินออก และพบโสมหยกม่วงที่มีรูปร่างคดเคี้ยวอยู่ใต้หินนั้นจริงๆ โสมหยกม่วงนี้อยู่ในตำแหน่งที่มิดชิดและอยู่บนหน้าผาชันที่คนทั่วไปยากจะปีนถึง ดังนั้นมันจึงเติบโตมานานหลายปีโดยไม่มีผู้ใดค้นพบ
ช่างเข้าทางอี้อวิ๋นยิ่งนัก
อี้อวิ๋นไม่เกรงใจ ใช้ผลึกม่วงดูดซับโสมหยกม่วงนี้ไปเช่นกัน
ทันใดนั้น ภายในผลึกม่วงก็เต็มไปด้วยแสงสีม่วงที่ดูสลัว แสงสีม่วงเหล่านี้รวมตัวกันเข้าสู่ร่างกายของอี้อวิ๋น เขารู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน กระแสความร้อนนี้ไหลไปตามเส้นชีพจรทั่วร่าง หล่อเลี้ยงอวัยวะภายในที่เคยติดขัด และค่อยๆ สูงขึ้นไปยังส่วนศีรษะ ทำให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาว่องไวขึ้น พร้อมกับมีความรู้สึกร้อนผ่าวที่หัวและร่างกายเบาหวิว
ความรู้สึกนี้คล้ายกับอาการมึนเมาสุรา ร่างกายเหมือนล่องลอยอยู่บนปุยเมฆตลอดเวลา ทว่าในขณะเดียวกันกลับมีความร้อนรุ่มอย่างยิ่ง จนทำให้เขารู้สึกเหมือนมีพละกำลังมหาศาลที่ต้องการจะระบายออกไป!
อี้อวิ๋นรู้สึกคันยิบไปทั้งตัวจนแทบทนไม่ไหว เขากวาดสายตามองไปรอบๆ จนพบหินก้อนใหญ่หนักประมาณสองสามร้อยชั่ง เขารู้สึกเหมือนมีมดนับพันตัวไต่ตามร่างกาย อยากจะระบายออกอย่างรุนแรง
เขาเดินเข้าไปหน้าหินยักษ์ก้อนนั้น แล้วยกมันขึ้นมาในคราวเดียว
หนึ่งครั้ง! สองครั้ง! สามครั้ง!
อี้อวิ๋นยกหินก้อนนั้นสิบกว่าครั้งจนเหงื่อท่วมตัว แต่กลับรู้สึกสดชื่นอย่างยิ่ง
เขายังรู้สึกไม่หนำใจ จึงแบกหินก้อนนั้นไว้บนหลังแล้วทำท่าลุกนั่งกะโดด รวดเดียวถึงยี่สิบครั้งจนขาชา เหงื่อทั่วร่างถูกความร้อนระเหยกลายเป็นไอ
ช่างยอดเยี่ยมนัก!
เมื่อเขาขยับร่างกายตามใจชอบ กระดูกทั่วร่างก็ส่งเสียงดังลั่น!
ในการฝึกยุทธ์ ช่วงที่กำลังวางรากฐานคือกิจกรรมการกินกระดูกอสูร ใช้สมุนไพรชำระร่างกาย ฝึกปรือเนื้อหนัง และสร้างจิตวิญญาณให้แข็งแกร่ง!
หลังจากฝึกปรือแล้ว ยังต้องเสริมด้วยการฝึกหนักวันแล้ววันเล่า หากไร้ซึ่งทรัพยากรหรือความพากเพียร ก็ย่อมไม่อาจสำเร็จวิชายุทธ์ได้
อี้อวิ๋นไม่ได้นำโสมหยกม่วงก้อนนั้นติดตัวไป สมุนไพรระดับนี้หากเก็บไปอาจทำให้เกิดความแตกตื่น โดยเฉพาะเมื่อพลังยาของมันถูกเขาดูดซับไปหมดแล้ว เขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวด้วยการเก็บสิ่งนี้ไป
คนธรรมดาเก็บสมุนไพรทั้งวันโดยไม่พัก ก็อาจเก็บไม่ได้ถึงแปดตำลึง แต่อี้อวิ๋นมีการชี้นำจากผลึกม่วง ประกอบกับประสาทสัมผัสที่ว่องไว หูไวตาคม มองเห็นสมุนไพรที่ไกลออกไปหลายสิบวาได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเพียงเวลาหนึ่งชั่วยาม เขาก็เก็บสมุนไพรได้ครบสิบหกตำลึงตามที่เขาและเจียงเสี่ยวโหรวต้องการ
แน่นอนว่าสมุนไพรเหล่านี้ล้วนถูกผลึกม่วงดูดซับไปแล้วรอบหนึ่ง แม้ภายนอกจะดูสมบูรณ์ดี แต่ความจริงกลับกลายเป็นเพียงกากยาไปแล้ว
อี้อวิ๋นส่งตะกร้ายาให้เจียงเสี่ยวโหรว พร้อมกำชับนางว่าอย่าเพิ่งรีบส่งสมุนไพรเร็วเกินไปเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย
"อวิ๋นเอ๋อ... ทำไมถึงเร็วนัก..." เจียงเสี่ยวโหรวรู้สึกมึนงงไปหมด ความเร็วในการเก็บสมุนไพรของน้องชายนั้นช่างรวดเร็วเกินไปแล้ว
"โชคดีน่ะพี่เสี่ยวโหรว ข้าขอลงจากเขาก่อนรอบหนึ่ง ท่านก็แสร้งทำเป็นเก็บอยู่ที่นี่ไปก่อน ข้าไปละ!"
ขณะที่พูด อี้อวิ๋นก็วิ่งพุ่งลงจากเขาไปทันที
---