- หน้าแรก
- เกมเหนือมิติ ทะลวงบั๊กสยบเทพ
- บทที่ 48 - เสี่ยวหง คนตายคนแรก
บทที่ 48 - เสี่ยวหง คนตายคนแรก
บทที่ 48 - เสี่ยวหง คนตายคนแรก
จี้อี้ได้ยินดังนั้นก็ใจหายวาบ
ตาแก่ตาบอดพูดต่อ "ข้าก็รู้ว่าพวกเราไม่ได้สนิทสนมกัน เพราะในเมืองผีร้ายแห่งนี้ พวกเราต้องทำเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน ถ้าทำไม่สำเร็จ ความทรงจำก็จะถูกล้างจนหมดเกลี้ยง"
"แต่ขอแค่เราทำสำเร็จเพียงครั้งเดียว ก็จะสามารถทำลายลูปนี้และหลุดพ้นไปได้"
ตอนนั้นเอง
จี้อี้ที่นั่งอยู่ท้ายโต๊ะยาวก็ยกมือขึ้น
"ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมไม่ลองใช้วิธีสุ่มหาไปเรื่อยๆ ล่ะ จดบันทึกฆาตกรกับคนเป็นที่พวกเราสงสัยในแต่ละวันลงกระดาษ ไม่ช้าก็เร็วต้องมีสักวันแหละที่ทายถูก มันไม่ได้ยากเลยนะ ในหมู่พวกเรา 22 คนมีฆาตกร 1 คนและคนเป็น 1 คน เท่ากับว่ามีรูปแบบความเป็นไปได้ทั้งหมด 231 แบบ"
ตอนที่จี้อี้พูด เขาสัมผัสได้ถึงสายตากว่ายี่สิบคู่ที่จ้องเขม็งมาทางเขา
ทำเอาแทบจะฉี่ราด
โดยเฉพาะสายตาของเด็กหญิงชุดแดงที่จ้องมาพร้อมกับรอยยิ้มชวนขนลุก
[คุณดึงดูดความสนใจของเสี่ยวหงได้แล้ว]
[ระดับความสนใจของเสี่ยวหง +10]
[ระดับความสนใจของเสี่ยวหง 10/50]
"หืม"
จี้อี้ร้องเอ๊ะในใจ
การทำตัวโดดเด่นเกินไปดูเหมือนจะเป็นเรื่องอันตรายนะเนี่ย
ระดับความสนใจของเสี่ยวหงไม่ใช่คำใบ้จากดวงตาข้อมูล แต่เป็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบ
มีแถบสถานะใหม่เพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ต้องเดาเลย ถ้าหลอดนี้เต็มเมื่อไหร่ เกมนี้คงได้จบเห่แน่
[นายเดาถูกแล้วล่ะเพื่อนรัก สมกับเป็นเจ้านายของดวงตาข้อมูลจริงๆ เพราะงั้นช่วยทำตัวให้มันกลมกลืนหน่อย คนฉลาดแต่พูดมากแบบนายน่ะ มักจะโดนหมาป่าจับกินเป็นคนแรกในตอนกลางคืนเสมอนั่นแหละ]
" ... "
ในตอนนั้นเอง ตาแก่ตาบอดก็ส่ายหน้า
"นั่นไม่ใช่แผนที่ดีเลย ... ไม่ใช่แค่ความทรงจำในแต่ละวันจะถูกล้างนะ แต่ทุกอย่างในเมืองนี้ก็จะถูกรีเซตกลับไปเป็นเหมือนเดิมด้วย ต่อให้เมืองนี้ถูกเผาจนราบเป็นหน้ากลอง พอเช้าวันรุ่งขึ้นมันก็จะกลับมาเป็นปกติ การจะจดบันทึกอะไรไว้มันเป็นไปไม่ได้หรอก"
จังหวะนี้ ผู้ชายที่กล้ามโตทั้งตัวและมีตะปูปักอยู่เต็มหน้าก็พูดแทรกขึ้นมา
"ครั้งแล้วครั้งเล่า การประชุมแบบเดียวกันนี้คงวนซ้ำมาไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว พวกเรามานั่งคุยกันตรงนี้มันจะได้ประโยชน์อะไร"
จากนั้นเขาก็ฉีกยิ้มกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมราวกับฉลาม ใบหน้าประดับด้วยความมืดมน
"สู้ให้ข้าฆ่าพวกแกทิ้งให้หมดดีกว่า ในนี้ต้องมีทั้งฆาตกรแล้วก็คนเป็นอยู่แน่ แบบนั้นลูปก็จะถูกทำลายไม่ใช่หรือไง"
สิ้นเสียงของเขา
ผีร้ายทั้งห้องก็หันไปมองเขาด้วยความระแวดระวัง
วืด!
ไอหยินและความอาฆาตแค้นนับไม่ถ้วนแผ่ซ่านไปทั่วห้อง
[ถูกมลทินกัดกร่อน สติสัมปชัญญะกำลังลดลง]
[ถูกมลทินกัดกร่อน สติสัมปชัญญะกำลังลดลง]
[ถูก ... ]
ข้อความระบบเด้งขึ้นมาตรงหน้ารัวๆ
จี้อี้รู้สึกว่าสมองของเขาเริ่มสับสนปั่นป่วน
ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีแดงฉาน ลำคอตีบตันจนแทบจะกระอักเลือดออกมา
[ช่างเป็นสงครามเทพเจ้าที่คนเดินดินต้องมารับเคราะห์จริงๆ ถึงฉันจะไม่แนะนำให้นายทำตัวเด่นก็เถอะ แต่ถ้านายยังไม่ทำอะไรสักอย่างล่ะก็ นายได้ตายจริงๆ แน่]
ดังนั้น
ปัง!
จี้อี้ก็ตบโต๊ะด้วยความโกรธจัด
"พอได้แล้ว! ถ้าแค่สู้กันมั่วซั่วแล้วมันทำลายลูปได้ คืนนี้พวกเรายังจะต้องมานั่งอยู่ตรงนี้อีกเหรอ!"
ไออาฆาตบนร่างของผีร้ายทุกตนลดฮวบลงทันที
สถานการณ์กลับเข้าสู่ความสงบชั่วครู่
[คุณดึงดูดความสนใจของเสี่ยวหงได้แล้ว]
[ระดับความสนใจของเสี่ยวหง +10]
[ระดับความสนใจของเสี่ยวหง 20/50]
" ... "
แม่งเอ๊ย ขืนเป็นแบบนี้ไปอีกสักพักคงได้เกมโอเวอร์แหงๆ
โชคดีที่ยังควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้
"ฉันมีข้อเสนอ"
ตอนนั้นเอง คุณหนูแมวที่เอาแต่เงียบและคอยสังเกตการณ์มาตลอดก็เอ่ยปากขึ้น
"ตอนนี้พวกเรายังไม่มีเบาะแสอะไรเลย ในสถานการณ์แบบนี้ ต่อให้คุยกันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่ดี ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรที่ฆ่าเสี่ยวหง และยิ่งไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าตัวเองไม่ใช่คนเป็น"
จี้อี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
คุณหนูแมวเดินหมากตานี้ได้ฉลาดมาก
คำพูดของเธอแฝงเจตนาแอบแฝงเอาไว้เพียบ ไม่รู้หรอกว่าฆาตกรจะหาตัวง่ายไหม
แต่คนเป็นน่ะหาตัวง่ายเกินไปแล้ว
เขากับคุณหนูแมวทำไม่ได้หรอกนะไอ้การถลกหนังหน้าหรือเอาตะปูปักหัวเนี่ย
แต่ขอแค่ทำให้ผีทุกตนยอมรับข้อตกลงที่ว่า 'คนเป็นกับผีแยกกันไม่ออก' ได้ โอกาสรอดของเขากับคุณหนูแมวก็จะมีมากขึ้น
คุณหนูแมวพูดต่อ
"ฉันขอเสนอให้ทุกคนแยกย้ายกันไปหาเบาะแสในเมือง ต่อให้หาหลักฐานที่ชี้ตัวฆาตกรตรงๆ ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะได้เบาะแสทางอ้อมบ้าง อย่างเช่นความสัมพันธ์ของเหยื่อ หรือใครที่มีแนวโน้มว่าจะชอบฆ่าคน เพื่อหาเบาะแสของฆาตกรต่อไป"
พูดจบ คุณหนูแมวก็เสริมขึ้นมาอีกประโยคในตอนท้าย
"ส่วนเรื่องคนเป็น ฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นภัยคุกคามอะไรมาก ไว้ค่อยจัดการทีหลังก็ได้"
ระหว่างที่พูด รูม่านตาของคุณหนูแมวก็หดเกร็ง ราวกับกำลังกวาดตามองข้อความที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[เธอดึงดูดความสนใจของเสี่ยวหงได้แล้ว ระดับความสนใจ +10 พวกนายขยับเข้าใกล้ความตายไปอีกก้าวแล้วสิ น่ายินดีด้วยจริงๆ]
จี้อี้ละสายตาออกมาและเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้อย่างแนบเนียน
สถานการณ์ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
"ข้าเห็นด้วยกับที่แม่หนูนี่พูด ... "
ผู้ชายหน้าตามืดมนที่มีผมม้าปรกตาชูมือขึ้น
"ฉันก็เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้"
ผู้หญิงชุดขาวที่สวมหน้ากากอนามัยก็ชูมือขึ้นเช่นกัน
ไม่นาน ผีร้ายตนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยกันแสดงความเห็นด้วย จำนวนคนที่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้มีมากกว่าครึ่ง
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ... "
ตาแก่ตาบอดลากเสียงยาว
"งั้นก็แยกย้ายกันไปจัดการตามนี้ก็แล้วกัน"
[เควสต์หลักได้รับการอัปเดตแล้ว]
[เควสต์หลักปัจจุบัน: ตามหาเบาะแสของฆาตกร]
สิบนาทีต่อมา
ภายในห้องเก็บฟืน
จี้อี้กับเซี่ยเจียอี๋แกล้งทำเป็นค้นหาของบางอย่าง
"เด็กผู้หญิงคนนั้นคือเสี่ยวหงเหรอ คุณจี้อี้รู้ได้ยังไงคะ"
"เดาง่ายจะตาย ก็มีเธอใส่ชุดแดงอยู่คนเดียวนี่"
" ... "
เซี่ยเจียอี๋รู้สึกว่าข้อสรุปนี้มันข้ามขั้นไปหน่อยไหม
แต่ดูเหมือนจะไม่มีข้อกังขาอะไรเลยแฮะ
"แล้วจุดประสงค์ที่เธอต้องปิดบังตัวตนคืออะไรล่ะ"
"ไม่รู้สิ" จี้อี้ส่ายหน้า
"คุณหนูแมว วิธีที่เธอเสนอมามันก็แค่การถ่วงเวลาเท่านั้นแหละ ในเมื่อไม่มีเหยื่อ มันก็ย่อมไม่มีฆาตกร ถ้าเป็นแบบนี้ อีกไม่นานพวกเราสองคนที่เป็นคนเป็นก็ต้องตกเป็นเป้าโจมตีอยู่ดี"
จี้อี้พูดพลางกวาดสายตามองข้าวของเครื่องใช้ในห้องไปด้วย
[ขวานด้ามหนึ่ง ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก บางทีในลูปก่อนๆ มันอาจจะถูกเอาไปจามหัวผีบางตนมาแล้วก็ได้ แต่ตอนนี้ขวานด้ามนี้สะอาดเอี่ยมอ่อง เอาไว้ผ่าฟืนอย่างเดียว]
[ก็แค่กองฟืนธรรมดา นายจะจ้องมันทำไมนักหนา หนาวหรือไงถึงอยากก่อไฟ]
[ของที่แขวนอยู่บนผนังคือปืนล่าสัตว์กับหัวหมีดำ แปลกจริงๆ เลยแฮะ ในเรื่องเล่าสยองขวัญสไตล์จีนที่อยู่ในเมืองชนบทแบบจีนแท้ๆ ทำไมถึงมีของประดับสไตล์ตะวันตกได้ล่ะเนี่ย แถมยังเอามาไว้ในห้องเก็บฟืนอีก ฉันว่าน่าจะเอาไปไว้ในห้องนั่งเล่นมากกว่านะ]
[ที่นี่ไม่มีเบาะแสอะไรหรอก ลองหาดูใหม่เถอะ]
[นั่นมันก็แค่ขี้หมา นายคิดว่าขี้หมากองนั้นมันจะมีความลับสวรรค์อะไรซ่อนอยู่หรือไง]
จิ๊
ไม่มีเบาะแสอะไรที่เป็นประโยชน์เลยแฮะ
"ลองไปหาที่อื่นดูเถอะ ในเมื่อฆาตกรอาจจะไม่มีอยู่จริง การที่เราจะหาหลักฐานฆาตกรรมไม่เจอก็เป็นเรื่องปกติ" จี้อี้กล่าว
คุณหนูแมวทำท่าครุ่นคิด "ถ้าเป็นแบบนั้น จุดประสงค์หลักในการสืบสวนของเราน่าจะพุ่งเป้าไปที่จุดประสงค์ของเสี่ยวหงมากกว่านะ ... "
"คุณจี้อี้ ลองคิดดูสิคะว่าเป็นแบบนี้หรือเปล่า พอเราเสนอวิธีที่ช่วยไขความจริงหรือรักษาสถานการณ์ให้สงบลงได้ เสี่ยวหงก็จะเพิ่มระดับความสนใจในตัวพวกเรา และพอมันไปถึงจุดหนึ่ง พวกเราก็จะตาย"
"นี่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์แบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่เสี่ยวหงอยากเห็น เพราะงั้น ... "
"เธอต้องการให้เกิดความวุ่นวายและการทำลายล้าง"
จี้อี้ชิงตอบขึ้นมาก่อน
หง่าง...
หง่าง หง่าง...
เสียงระฆังดังขึ้น เป็นสัญญาณให้ไปรวมตัวกันที่หอประชุม
ทั้งสองคนสบตากันและรีบมุ่งหน้าไปที่หอประชุมทันที
เมื่อทุกคนมารวมตัวกันที่โถงทางเดิน
ศพของผีร้ายตนหนึ่งกำลังวางโชว์หราอยู่บนโต๊ะ
หัวของมันถูกทุบจนแบะ ของเหลวสีขาวขุ่นไหลทะลักออกมาเปรอะเปื้อนเต็มโต๊ะ
ตาแก่ตาบอดนั่งอยู่ตรงที่นั่งประธาน น้ำเสียงของเขาดูหนักอึ้ง
"มีคนตาย ถูกฆาตกรที่ฆ่าเสี่ยวหงลงมือ ... "
เขาใช้ดวงตาที่ไม่มีอยู่จริงกวาดตามองไปข้างหน้า
"ในหมู่พวกแก ใครเป็นคนทำกันแน่"
[จบแล้ว]