- หน้าแรก
- เกมเหนือมิติ ทะลวงบั๊กสยบเทพ
- บทที่ 47 - ผีร้ายประชุม
บทที่ 47 - ผีร้ายประชุม
บทที่ 47 - ผีร้ายประชุม
หลังจากพุ่งพรวดออกจากประตูรถมาได้
จี้อี้ก็หันมองไปรอบๆ
นอกจากป้ายรถเมล์เก่าๆ ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวแล้ว ผู้โดยสารที่เพิ่งลงรถมาก่อนหน้านี้ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
หมอกบางเบาที่ดูเหมือนมีเหมือนไม่มีแผ่ปกคลุมยามค่ำคืน
หมอกนี่แปลกมาก มองดูเผินๆ เหมือนจะเบาบาง แต่กลับจำกัดทัศนวิสัยการมองเห็นให้แคบลงอย่างน่าประหลาด
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นเพียงฝั่งตรงข้ามถนนที่มีแสงไฟสลัวๆ ส่องสว่างอยู่
"เมืองผีร้ายงั้นเหรอ ... แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่ารับมือยาก"
แต่ถ้าเทียบกันแล้วก็ยังดีกว่าถนนปรโลกล่ะนะ
นี่คือเส้นทางผ่านด่านที่เขาตกลงกับคุณหนูแมวเอาไว้
"ถ้าเดาไม่ผิด ถนนปรโลกน่าจะทริกเกอร์สถานะตายทันทีได้ง่ายกว่า หรือไม่แน่มันอาจจะเป็นตัวเลือกที่เลือกแล้วต้องตายสถานเดียวเลยก็ได้"
การคาดเดานี้ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองลอยๆ
ตอนที่รถวิ่งผ่านสถานีถนนปรโลก ไม่มีผีร้ายลงจากรถเลยสักตนเดียว
ถ้าเป็นผู้เล่นที่สภาพจิตใจย่ำแย่มากๆ พอขึ้นรถเมล์ผีสิงมาแล้วโดนผนึกพลังกะทันหัน ภายใต้บรรยากาศสุดสยองแบบนั้นจะอยากทำอะไร
รีบลงจากรถให้ไวที่สุดไงล่ะ
แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงๆ คงหนีไม่พ้นความตายแน่
"เฮ้อ ดวงตาข้อมูลสุดไร้เทียมทานของฉัน"
ทำไมถึงโดนแบนไปได้ล่ะเนี่ย
ถ้าใช้ตาดูคำตอบได้ตรงๆ จี้อี้จะเสียเวลาปวดสมองคิดไปทำไมกัน
สิ่งที่เรียกว่าสิทธิ์การเข้าถึงระดับสูงสุดหรือพลังระดับจำกัดสิทธิ์ของดวงตาข้อมูล พอมาอยู่ต่อหน้าการแบนสกิลแล้ว มันกลับไม่มีสิทธิพิเศษอะไรเลย
พูดกันตามตรง มันก็ยังคงเป็นแค่สกิล ไม่ใช่โปรแกรมโกงที่สั่นคลอนรากฐานของเกมได้จริงๆ หรอก
"แล้วถ้าเป็นเวอร์ชันสมบูรณ์แบบ มันจะต่างออกไปไหมนะ"
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่
จี้อี้ก็เดินข้ามถนนและเดินต่อมาอีกพักหนึ่งจนมาถึงสถานที่ที่เรียกว่าเมืองผีร้าย
หน้าทางเข้าเมืองมีป้ายไม้ตั้งอยู่
"เมืองผีร้าย"
ตัวหนังสือสีแดงเขียนโย้เย้ไปมา แถมยังมีรอยสีแดงคล้ำไหลเยิ้มลงมาตามรอยขีด
เขายื่นจมูกเข้าไปดมใกล้ๆ
แม่ง สีทานี่หว่า
"แหวะ กลิ่นฟอร์มาลดีไฮด์ฉุนกึกเลย"
[ติ๊งต่อง~ อายุขัย -1]
ดวงตาข้อมูลเด้งข้อความขึ้นมา
" ?"
[หลอกเล่นน่า นายยังแข็งแรงดีอยู่ ตกใจล่ะสิ เซอร์ไพรส์ไหม คาดไม่ถึงล่ะสิ]
จี้อี้ชะงักไป
"แปลกจัง สกิลฉันโดนแบนไปแล้วไม่ใช่เหรอ"
เขาเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
[ดวงตาข้อมูล] ในช่องสกิลยังคงเป็นสีเทาหม่น
[อย่าเอาเวอร์ชันคนจนมาเทียบกับฉันสิ มันแบนดวงตาข้อมูลแล้วเกี่ยวอะไรกับ 'ดวงตาข้อมูลเวอร์ชันสมบูรณ์แบบพลัสสุดยอดไร้เทียมทานทะลุจักรวาล' อย่างฉันด้วยล่ะ]
"แล้วเมื่อกี้ทำไมแกไม่ออกมาล่ะ"
[นายถูกท่านเทพมารจับตาดูอยู่นี่นา ฉันไม่กล้าเสนอหน้าหรอก]
"จับตาดูเหรอ"
[ไม่งั้นนายคิดว่า 'บัตรเชิญของเทพมาร' เป็นของที่หยิบมาได้ตามใจชอบหรือไง การที่นายถือครองไอเทมชิ้นนี้ พระองค์สามารถสังเกตการณ์นายได้ตลอดเวลา แต่ฉันขอแนะนำให้นายเก็บมันไว้จะดีกว่า]
"ดูเหมือนแกจะรู้อะไรเยอะเลยนะ ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม"
[ฉันเป็นแค่ดวงตา มีหน้าที่แค่บอกข้อมูลจากสิ่งที่เห็นเท่านั้นแหละ]
" ... "
จี้อี้ถึงกับพูดไม่ออก
เขาเลิกเซ้าซี้
แล้วหันไปมองเมืองเล็กๆ ตรงหน้า
[เมืองนี้มีผู้อยู่อาศัยมากมาย ได้แก่ ผีร้าย ผีร้าย และก็ผีร้าย]
"ไอ้เวรเอ๊ย"
[ใจเย็นๆ สิ วันนี้ในเมืองมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ผู้อยู่อาศัยทุกคนต้องไปประชุมที่หอประชุม ให้ฉันช่วยนำทางไหม]
ตัวอักษรตรงหน้ากะพริบผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ตามมาด้วยลูกศรนำทางสีฟ้าเรืองแสงที่ฉายขึ้นมาบนจอประสาทตา
พอมองดูลูกศรสว่างๆ บนพื้นก็ทำให้จี้อี้นึกถึงแว่นตา AR ขึ้นมาเลย
"แกมีความเกี่ยวข้องอะไรกับจื่อจื่อของชาวซานถี่หรือเปล่าเนี่ย"
[ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย ฉันก็แค่ดวงตาของนาย]
"งั้นเหรอ ถ้างั้นฉันตั้งชื่อให้แกดีกว่า"
"เห็นแกทำงานคล่องแคล่วดี ราวกับทาสวัวทาสม้า แต่คำว่าวัวม้ามันฟังดูไม่เพราะ งั้นเอาคำว่าม้ามาผสมกับตา ต่อไปนี้แกชื่อ 'ตาม้า' ก็แล้วกัน"
[ถ้างั้นก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่ตอนนี้คุณมีตาม้าถึงสามรูแล้ว]
" ... "
ดวงตานี่มีอีโก้สูงชะมัด
เขาเลิกหาเรื่องใส่ตัวและเลิกหมกมุ่นกับที่มาของดวงตานี้
จี้อี้เดินไปตามป้ายบอกทางบนพื้น
ต้องยอมรับเลยว่าในสถานการณ์ที่สกิลทั้งหมดถูกแบน ดวงตาข้อมูลในตอนนี้ถือว่าสมกับระดับจำกัดสิทธิ์จริงๆ
เสียอย่างเดียวคือมีข้อเสียนิดหน่อย
จี้อี้ไม่สามารถเรียกดูข้อมูลแบบทั่วไปได้ตามใจชอบอีกต่อไป ต้องรอให้ดวงตาเป็นฝ่ายคัดกรองเนื้อหาแล้วค่อยส่งมาให้เขารับรู้เท่านั้น
สิบนาทีต่อมา จี้อี้ก็มาถึงสถานที่ที่เรียกว่าหอประชุม
มันคือคฤหาสน์ชนบทที่มีความสูงประมาณสามชั้น
เมื่อเดินผ่านลานหน้าบ้านมา ด้านหน้าก็คือประตูบานคู่
ดวงตาข้อมูลยังอุตส่าห์ทำไฮไลต์สว่างๆ เพื่อบอกใบ้ให้เขาเคาะประตู
"ช่วยอย่าทำลายบรรยากาศสยองขวัญสั่นประสาทให้กลายเป็นเกมค่ายเพนกวินสำหรับเด็กน้อยจะได้ไหม"
[ฉันว่าที่นายพูดก็มีเหตุผลนะ]
เอฟเฟกต์สีฟ้าเรืองแสงสว่างจ้าตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีแดงคล้ำสุดสยอง
" ... "
ช่างมันเถอะ
ก๊อกก๊อกก๊อก
จี้อี้เคาะประตู
ไม่นานนัก
เสียงเอี๊ยดก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูบานคู่ที่ถูกเปิดออกมาจากด้านใน
คนเปิดประตูคือผู้หญิงผมสั้นที่มีหน้าม้าปรกหน้าไปครึ่งซีก
เธอหน้าตาสวยมาก ต่อให้ทรงผมจะดูอินดี้แหวกแนวไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้บดบังความสวยของเธอเลยสักนิด
"ผมคือ ... "
จังหวะที่จี้อี้กำลังจะอ้าปากพูด
ฟู่
ลมเย็นยะเยือกก็พัดมาจางด้านหลัง
ผมหน้าม้าของผู้หญิงคนนั้นเปิดเปิง เผยให้เห็นใบหน้าอีกครึ่งซีกที่มีแต่กล้ามเนื้อและไร้ซึ่งผิวหนัง
จี้อี้เม้มปากแน่น เกือบจะหลุดเสียงร้องออกมาแล้วเชียว
[ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เธออาศัยความสวยไปเป็นเมียน้อยแล้วเหยียบย่ำเมียหลวง สุดท้ายชายโฉดหญิงชั่วก็มีจุดจบที่ไม่สวยเท่าไหร่ คนหนึ่งโดนทุบหัวแบะ ส่วนอีกคนโดนถลกหนังหน้าไปครึ่งซีก]
[โอ๊ะ ฉันเดาว่านายคงไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้หรอก สิ่งที่นายอยากเห็นคือข้อมูลนี้ใช่ไหม]
[ระดับความอันตราย: อันตรายถึงชีวิต]
[คำเตือนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องย้ำบ่อยๆ หรอก สำหรับคนธรรมดาทั่วไป ทุกสิ่งที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่อันตรายถึงชีวิตทั้งนั้นแหละ]
"เข้ามาสิ"
ระหว่างที่จี้อี้กำลังอึ้งอยู่
สาวครึ่งหน้าก็เอ่ยปากขึ้นช้าๆ
"ครับ ขอบคุณครับ"
จี้อี้เดินผ่านประตูเข้าไปและมองดูโถงทางเดินที่ค่อนข้างหรูหรา
ตรงกลางมีโต๊ะยาวที่มีคนนั่งล้อมวงอยู่เต็มไปหมด หรือจะพูดให้ถูกคือผีนั่นแหละ
ในขณะเดียวกัน เขาก็เหลือบไปเห็นคนคุ้นหน้า
คุณหนูแมวผู้มีรูปร่างสูงโปร่งแต่หน้าตาธรรมดากำลังนั่งปะปนอยู่ในนั้นด้วย
ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าตกตะลึง
จี้อี้ส่งยิ้มตอบกลับไปก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะยาวอย่างผ่าเผย
เมื่อเสียงปิดประตูดังปังมาจากด้านหลัง
สาวครึ่งหน้าก็เดินตามมาที่โต๊ะและทิ้งตัวลงนั่งทางฝั่งขวามือของจี้อี้
เท่ากับว่าที่นั่งทั้ง 22 ที่ถูกจับจองจนเต็มพอดี
"อืม ... มากันครบแล้วสินะ"
ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะยาว ตรงที่นั่งประธาน
ตาแก่ตาบอดคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ด
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาไม่มีลูกตา เปลือกตายุปบุ๋มลงไปลึกมาก เบ้าตากลวงโบ๋ทั้งสองข้างดูมืดมิดสุดขีดภายใต้แสงไฟสลัว
"ต่อไปเราจะมาพูดเรื่องสำคัญกัน"
น้ำเสียงแหลมปรี๊ดของเขาช่างบาดหูเหลือเกิน
"วันนี้ที่ข้าเรียกทุกคนมา มีเรื่องจะแจ้งสองเรื่อง ... เรื่องแรกหลายคนคงรู้กันแล้ว นั่นคือการลากคอฆาตกรที่ฆ่าเสี่ยวหงออกมา"
"ฮิฮิ ฮิฮิฮิ~"
ทันใดนั้น เด็กหญิงชุดแดงก็ส่งเสียงหัวเราะชวนขนลุกออกมา
หลายคนในที่นั้นหันไปมองเธอ
ตาแก่ตาบอดถึงกับดุเสียงแข็ง "ชู่ว! อย่ามาทำเล่นนะ!"
เด็กหญิงเอามือปิดปากและหยุดหัวเราะ แต่มุมปากยังคงยกยิ้มชวนสยดสยองอยู่
จี้อี้จำได้ว่าเขาเคยเจอเด็กผู้หญิงคนนี้บนรถเมล์
[เด็กคนนี้คือเสี่ยวหง ไม่ต้องสงสัยเลย เธอคือคนที่ถูกเรียกว่าเหยื่อ เพียงแต่ว่าเหยื่อยังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นไอ้ฆาตกรที่ว่านั่นก็ย่อมไม่มีอยู่จริง]
จี้อี้ถึงกับสะดุ้งเฮือก
ทำไมดวงตาข้อมูลถึงมาเฉลยคำตอบกันดื้อๆ แบบนี้ล่ะ
นี่มันต่างอะไรกับการดูโคนันแล้วพอฆาตกรโผล่มาก็โดนคอมเมนต์สปอยล์ใส่หน้าล่ะเนี่ย
[โอ้ ที่รัก ทำไมถึงได้มีสองมาตรฐานล่ะจ๊ะ เมื่อกี้ตอนที่ฉันไม่อยู่ ใครกันนะที่โวยวายว่า 'ไม่อยากปวดสมอง ท่านดวงตาข้อมูลผู้ยิ่งใหญ่ โปรดมอบคำตอบที่ถูกต้องให้ฉันทีเถอะ~']
ไอ้เวรเอ๊ย ฉันไปพูดแบบนั้นตอนไหนฟะ
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่
ตาแก่ตาบอดก็พูดต่อ
"เรื่องที่สองก็คือต้องลากคอคนเป็นที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางพวกเราออกมา!"
[จบแล้ว]