เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 - รถเมล์ผีสิง เมืองผีร้าย

บทที่ 46 - รถเมล์ผีสิง เมืองผีร้าย

บทที่ 46 - รถเมล์ผีสิง เมืองผีร้าย


"หยอดเหรียญ"

ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เป็นน้ำเสียงที่ไม่อาจขัดขืนได้

จี้อี้เชื่อว่าถ้าเขากล้าขัดคำสั่ง ตาเฒ่านี่คงกลายร่างเป็นผีร้ายมาเอาชีวิตเขาแน่

"หยอดสิ ฉันจะหยอดเดี๋ยวนี้แหละ"

เขาหันไปมองคุณหนูแมว "คงต้องลำบากเธอหน่อยแล้วล่ะ เขาบอกให้ฉันยัด ... โอ๊ย!"

คุณหนูแมวหยิกเนื้อตรงเอวของเขาแล้วบิดไปเกือบ 180 องศา

"ผิดไปแล้วๆ"

จี้อี้หยิบเหรียญสองเหรียญออกมาจากช่องเก็บของ

เคร้ง

หยอดลงในกล่องเก็บเงิน

แม้จะพยายามเล่นมุกลามกเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ

แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก

บรรยากาศอันหนาวเหน็บและน่าสยดสยองแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งคันรถและโอบล้อมพวกเขาทั้งสองคนไว้

จี้อี้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกแกะที่เดินเข้าปากเสือ

เคร้ง

คุณหนูแมวก็หยอดเหรียญลงไปสองเหรียญเช่นกัน

ทั้งสองคนมองเข้าไปด้านในรถพร้อมกัน

มีผู้โดยสารนั่งกระจายอยู่ประมาณเจ็ดแปดคน

ผู้หญิงผมเผ้ารุงรัง สวมหน้ากากอนามัยสีขาวและใส่ชุดเดรสสีขาว

ผู้ชายวัยกลางคนที่มีแผลไฟไหม้ขนาดใหญ่ทั่วทั้งหัว ใบหน้า และลำตัว แววตาดูดุร้าย

ยายเฒ่าที่ขาขาดไปข้างหนึ่งและมีริ้วรอยเหี่ยวย่นร่องลึกเต็มใบหน้า

เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีแดงที่มีรอยยิ้มชวนสยดสยองประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา

เด็กชายหน้าตาซีดเผือดที่แววตาเหม่อลอย

และตาแก่ที่เบ้าตาลึกโบ๋ราวกับโครงกระดูก

"เวรเอ๊ย มากันครบทั้งคนแก่ คนป่วย คนพิการ และเด็กเลยนะ"

จี้อี้สบถในใจ

เขาคว้ามือคุณหนูแมวแล้วเดินตรงไปที่เบาะหลังสุดของรถ

คุณหนูแมวพยายามสะบัดมือออก "ฉันไม่ได้กลัวขนาดนั้นซะหน่อย"

จี้อี้ "ฉันนี่แหละที่กลัว"

คุณหนูแมว " ... "

ผู้โดยสารบนรถคันนี้แค่สุ่มจับมาสักคนก็เอาไปสร้างเป็นหนังผีแฟรนไชส์ได้ตั้งสองสามภาคแล้ว

จี้อี้กลัวของแบบนี้จริงๆ

ต่อให้เป็นฆาตกรโรคจิตอย่างเจสันหรือไมเคิลก็ยังดีซะกว่า

อย่างน้อยก็ยังให้ความรู้สึกหลอกตัวเองได้ว่ายังพอมีทางต่อสู้ด้วยกำลังได้บ้าง

แต่พวกผีสางที่ใช้กฎฟิสิกส์จัดการไม่ได้แบบนี้มันน่าขนลุกเกินไปแล้ว

เมื่อเดินมาถึงแถวหลังสุดของรถกับคุณหนูแมว

ทั้งสองคนก็นั่งลงเคียงข้างกัน

เมื่อพวกเขานั่งลงเรียบร้อย รถก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป

"มือฉันนุ่มไหมคะคุณจี้ปา"

"อ้อ โทษที"

จี้อี้ปล่อยมือ

ภายในรถเงียบสงัด ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีก

พวกเขาแอบสังเกตสภาพแวดล้อมอย่างเงียบๆ

นอกหน้าต่างรถมีต้นไม้ใบหญ้าและพุ่มไม้พุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วิวทิวทัศน์เหมือนกับวิวนอกหน้าต่างตอนนั่งรถไฟทางไกลตอนกลางคืน

ถนนมืดสลัวและไม่มีแม้แต่ไฟถนน

จากความสั่นสะเทือนของรถ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นถนนดินที่อาจจะมุ่งหน้าไปสู่ชนบทหรือเมืองเล็กๆ

"พอดวงตาข้อมูลใช้ไม่ได้ก็เหมือนคนตาบอดคลำทางเลยแฮะ ... "

แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับการผ่านด่านชั้นที่ 13 แบบงงๆ นั่นอย่างแน่นอน

"ด่านที่แล้วตั้งใจจะปูทางมาให้รถเมล์ผีสิงคันนี้งั้นเหรอ มิน่าล่ะมันถึงดูทำแบบลวกๆ ชุ่ยๆ แถมรางวัลยังกลายมาเป็นตั๋วผ่านด่านสำหรับชั้นนี้อีก ... อ้อ บันไดที่ยาวเหยียดนั่นด้วย"

หยาบช้าและชุ่ยสุดๆ

ชั้น 13 เป็นเหมือนกับชั้นที่ 11 ไม่ผิดเพี้ยน

จี้อี้สงสัยว่าอาจจะมีตัวตนบางอย่างกำลังชักใยอยู่เบื้องหลังเกมทะลวงหอคอยปีศาจนี้อยู่

"จะเกี่ยวกับบัตรเชิญของเทพมารนี่ไหมนะ"

เมื่อมองดูบัตรเชิญในช่องเก็บของ จี้อี้ก็ตกอยู่ในห้วงความคิด

คนที่อยู่เบื้องหลังต้องการจะทำอะไรกันแน่

ตอนนั้นเอง คุณหนูแมวก็เอาข้อศอกกระทุ้งจี้อี้สองที

"ยัยผู้หญิง มีอะไรเหรอ"

จี้อี้หันไปถาม

คุณหนูแมวถลึงตาใส่จี้อี้ด้วยความแปลกใจก่อนจะกระซิบข้างหูเขา

"นายดูตรงนั้นสิ มีป้ายบอกสถานีติดอยู่"

จี้อี้มองตามสายตาของคุณหนูแมวไป

"มืดตึ๊ดตื๋อขนาดนี้ ฉันจะไปมองเห็นอะไรเล่า"

พูดจบจี้อี้ก็หยิบไฟฉายออกมา

แกร๊ก เขาเปิดไฟฉาย

แสงสว่างวาบส่องไปกระทบและทำให้ป้ายบอกสถานีสว่างขึ้น

มีแค่สี่สถานีเท่านั้น

สถานีต้นทาง - หอคอยปีศาจชั้นที่ 14

สถานีรายทาง - ถนนปรโลก เมืองผีร้าย

สถานีปลายทาง - งานเลี้ยงเทพมาร

แกร๊ก

เขาปิดไฟฉาย

"นายมีบัตรเชิญอยู่กับตัว บางทีสถานีปลายทางอาจจะสร้างมาเพื่อนนายโดยเฉพาะก็ได้นะ" คุณหนูแมวออกความเห็น

"อืม ... ดูเหมือนที่ฉันคิดไว้จะไม่ผิด ด่านนี้คงไม่ได้เป็นแค่การฝ่าหอคอยปีศาจธรรมดาๆ สำหรับฉันแล้วล่ะ"

จี้อี้ขมวดคิ้ว

แต่สิ่งที่เรียกว่าเทพมารคืออะไรกันแน่

ทำไมต้องมาหาเขา แล้วทำไมต้องใช้วิธีนี้มาเจอเขาด้วย

ถ้าดวงตาข้อมูลยังอยู่ก็คงจะดีสิ

"บัตรเชิญมีแค่ใบเดียว ฉันเดาว่าคงนั่งไปถึงสถานีปลายทางกับนายไม่ได้หรอก"

คุณหนูแมวเอ่ยขึ้น

"สำหรับฉันแล้ว เส้นทางผ่านด่านที่ถูกต้องน่าจะต้องเลือกเลือกลงระหว่างสถานีถนนปรโลกกับเมืองผีร้ายนี่แหละ"

จี้อี้ได้ยินดังนั้นก็คิดว่ามีเหตุผล

ความผิดปกติในหอคอยปีศาจครั้งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพุ่งเป้ามาที่เขาโดยเฉพาะ

"คุณหนูแมว เธอคิดว่าหลังจากที่ฉันไปงานเลี้ยงนั่นแล้ว ฉันจะยังลุยด่านต่อไปพร้อมกับเธอได้อยู่ไหม"

"คงไม่ได้หรอก"

"แล้วถ้าเธอต้องไปลุยดันเจี้ยนแบบหลายคนด้วยตัวคนเดียว มันจะไม่เสียเปรียบแย่เหรอ"

"โห ถ้างั้นขอถามหน่อยเถอะค่ะว่าตั้งแต่เริ่มมาจนถึงตอนนี้ คุณจี้ปาได้ทำผลงานอะไรที่โดดเด่นเพื่อทีมบ้างไหมคะ"

" ... "

ดูเหมือนจะไม่มีแฮะ

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"ฉันให้เจ้านี่กับเธอก็แล้วกัน ถือซะว่าให้ยืม"

จี้อี้หยิบไอเทม [ปุ่มล็อกเอาต์] ออกมา

"ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ใช้เถอะ ฉันไม่คิดดอกเบี้ยหรอก มีเงินเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน แต่ถ้าไม่ได้ใช้ก็ถือซะว่าฝากไว้ที่เธอก่อนก็แล้วกัน"

ดวงตาของคุณหนูแมวเป็นประกายเล็กน้อย

ของแพงขนาดนี้ ผู้เล่นเลเวล 9 กลับใจป้ำยอมควักเงินซื้อ

"ไม่ต้องหรอก"

เธอส่ายหน้า "ถึงดันเจี้ยนแบบคู่จะยากกว่าดันเจี้ยนแบบเดี่ยว แต่ฉันก็ไม่ได้อ่อนหัดถึงขั้นผ่านชั้น 14 ไปไม่ได้หรอกนะ ถ้าฉันประเมินแล้วว่าด่านต่อไปไม่มีหวังชนะ ฉันก็จะออกจากดันเจี้ยนเองแหละ"

เมื่อพูดจบเธอก็เสริมขึ้นมาอีกว่า "แน่นอน การยอมแพ้กลางคันครั้งนี้ นายยังติดหนี้บุญคุณฉันอยู่นะ ... "

จี้อี้เงียบ ไม่ได้พูดอะไรตอบ

สิบนาทีต่อมา

รถเมล์ก็จอดเทียบป้าย

ถึงถนนปรโลกแล้ว

ไม่มีใครลงจากรถ แน่นอนว่าไม่มีผีตนไหนลงเช่นกัน

รถจอดนิ่งอยู่ประมาณห้าวินาที เมื่อเห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ภายในรถ รถเมล์ก็ไม่ได้เปิดประตูหลังและแล่นต่อไป

ตลอดทางเป็นไปอย่างราบรื่น

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ก็มาถึงเมืองผีร้าย

รถเมล์จอดที่ริมถนน ประตูหลังเปิดออก

ผู้โดยสารผีทั้งเจ็ดแปดตนต่างลุกขึ้นยืนแล้วเข้าแถวลงจากรถอย่างเป็นระเบียบ

เซี่ยเจียอี๋ก็ลุกขึ้นยืนและไปต่อท้ายแถว

เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของจี้อี้

เห็นเพียงเขาหลับตาแน่น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

กำลังคิดถึงแม่ที่ไม่ได้เจอกันมานานเหรอ หรือกำลังคิดหาวิธีรับมือกับเทพมารอยู่กันแน่

เธอไม่อาจล่วงรู้ได้

เธอหันหลังกลับแล้วเดินตามเด็กหญิงชุดแดงที่อยู่ท้ายแถวลงจากรถเมล์ไป

เอี๊ยด

ประตูรถที่เก่าผุพังค่อยๆ ปิดลง

ปัง

ประตูรถปิดสนิท

ภายในรถเมล์เหลือเพียงจี้อี้เป็นผู้โดยสารคนสุดท้าย

และในจังหวะที่รถกำลังจะออกตัวอีกครั้ง

ทันใดนั้นเอง

จี้อี้ก็ลืมตาโพลงขึ้นมา

"แม่งเอ๊ย หลับเพลินจนเลยป้าย! ลุง จอดรถ! ผมจะลง!"

จี้อี้กระโดดพรวดขึ้นมาแล้วพุ่งไปที่ประตูหลังรถพลางทุบกระจกรถไม่หยุด

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!

คนขับหันขวับมา น้ำเสียงยังคงแหบพร่าเช่นเดิม "ที่นี่คือเมืองผีร้าย เอ็งแน่ใจนะว่าจะลงที่นี่"

"ใช่! ผมจะลงที่นี่แหละ"

แววตาขุ่นมัวของตาแก่คนขับราวกับแฝงอารมณ์บางอย่างที่ยากจะอธิบาย

เอี๊ยด ...

ประตูรถเปิดออกในที่สุด

จี้อี้พุ่งตัวออกไปทันที

"เทพมารบ้าบออะไรกัน! แกให้ฉันไปแล้วฉันต้องไปงั้นเหรอ แกทำครอบครัวฉันพังพินาศแล้วฉันยังต้องมาขอบคุณที่แกไม่ฆ่าฉันอีกหรือไง ไอ้เวรเอ๊ย ไปอมคยฉันไป๊!"

สถานีปลายทาง

งานเลี้ยงเทพมาร

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" เงาตบต้นขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ได้ยินไหม เขาบอกให้เธอไปอมคยเขา ฮ่าฮ่าฮ่า! ฉันบอกแล้วไงว่าไอ้เด็กนี่มันน่าสนใจ!"

ป้าบ ป้าบ ป้าบ!

เขาตบต้นขาอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด ผ่านไปครู่หนึ่งก็สงสัยขึ้นมา "เอ๊ะ ทำไมตบแล้วไม่เจ็บเลย"

แขกที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น " ... แกตบขาฉันอยู่"

ในเวลานี้

บนที่นั่งประธาน หญิงสาวในชุดเดรสราตรีสีดำเหลือบมองเงาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ไม่เป็นไร วันหน้ายังมีเวลาอีกมาก ... "

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 46 - รถเมล์ผีสิง เมืองผีร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว