- หน้าแรก
- เกมเหนือมิติ ทะลวงบั๊กสยบเทพ
- บทที่ 42 - ชั้นที่สิบเอ็ด บ้าน
บทที่ 42 - ชั้นที่สิบเอ็ด บ้าน
บทที่ 42 - ชั้นที่สิบเอ็ด บ้าน
ระหว่างที่คุณหนูแมวพึมพำร่ายคาถา เงาร่างสายต่างๆ ก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
[ชื่อ: อัญเชิญเทพแบบลวกๆ]
[ประเภทการ์ดสกิล: สกิลเรียกใช้ ครอบครองถาวร]
[ผลลัพธ์: สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองด้วยการอัญเชิญเทพมาประทับร่าง เนื่องจากพิธีกรรมทำแบบลวกๆ มาก เทพที่อัญเชิญมาจึงค่อนข้างสุ่ม และมีโอกาสเกิดผลลัพธ์ด้านลบ]
[เงื่อนไขการเรียนรู้: พลังวิญญาณ > 40]
[หมายเหตุ: การอัญเชิญเทพก็เหมือนการเปิดกาชา อาจจะเกลือจนได้ไฟนรก หรืออาจจะได้เทพหลัวมาประทับร่าง]
จี้อี้ถือมีดสั้นพัวพันอยู่กับสัตว์อสูรไม่หยุดหย่อน
ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมเหลือบมองคุณหนูแมวว่าเธอจะอัญเชิญตัวอะไรออกมาได้
"บ้าเอ๊ย ความทนทานของมีดสั้นเล่มนี้ใกล้จะพังเต็มทีแล้ว"
จากการแกล้งโจมตีถากๆ อย่างต่อเนื่อง ผิวหนังชั้นนอกของสัตว์อสูรก็มีรอยโดนกรีดหลายจุด
แต่นั่นก็เป็นแค่แผลถลอก สัตว์อสูรไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังโดนยั่วโมโหจนคลุ้มคลั่ง การโจมตีดุดันขึ้นเรื่อยๆ
"คุณหนูแมว พิธีใกล้จะเสร็จแล้ว อาวุธชิ้นนี้พังก็ช่างมันเถอะ"
จี้อี้ฮึดสู้ปะทะกับสัตว์อสูรตรงๆ
เขามีความเร็วเหนือกว่าสัตว์อสูรมาก อาศัยกลยุทธ์ก่อกวนแบบตีแล้วหนี ยิ่งทำให้สัตว์อสูรโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแต่ทำอะไรไม่ได้
กร๊อบ!
เสียงแตกหักดังลั่น
[ไอเทม "มีดสั้น" พังทลายอย่างถาวร]
"เวรเอ๊ย! มีดที่ฉันเพิ่งถอยมาใหม่นะเฟ้ย!"
จี้อี้โกรธจัดชกเข้าที่เบ้าตาของสัตว์อสูรเต็มแรง จนมันร้องโหยหวนและถูกซัดกระเด็นถอยไปหลายก้าว
"คุณหนูแมว ยังไม่เสร็จอีกเหรอ"
อีกด้านหนึ่ง ทั่วร่างของคุณหนูแมวถูกไฟผีสีน้ำเงินเข้มพันธนาการไว้
"เสร็จแล้ว!"
เธอลืมตาโพลง นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและมีรูม่านตาเรียวแหลม
เปลวไฟที่โอบล้อมร่างช่างพิสดาร ลามไปติดขวานในมือด้วยไฟสีน้ำเงินสด
"นี่มัน ... เนโกะมาตะสองหางเหรอ"
ฟุ่บ
คุณหนูแมวกระโจนขึ้นกลางอากาศด้วยท่าทางประหลาดล้ำที่แทบไม่น่าเชื่อ
ถ้าพูดถึงความเร็ว เธอย่อมเทียบจี้อี้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ด้วยการพลิกตัวหลบหลีกที่พลิ้วไหวสุดๆ ภาพที่เห็นจึงราวกับภูตผี
[ความเร็ว: 35 (ชั่วคราว)]
[ความคล่องตัว: 40 (ชั่วคราว)]
"โหดเกิ๊น"
คุณหนูแมวเหวี่ยงขวานสุดแรงเกิดกลางอากาศ ฟาดเข้าที่หัวของสัตว์อสูรอย่างจัง
ฉึก!
ขวานจามลึกลงไปในกะโหลก เปลวไฟสีน้ำเงินลุกลามแทรกซึมเข้าไปด้านใน
ฟุ่บ
คุณหนูแมวกระโดดเบาๆ ทีเดียวก็ลอยสูงถึงสิบเมตร พละกำลังของเธอไม่พอที่จะดึงขวานออก จึงตัดสินใจล่าถอยออกมาแทน
"โฮกกก!"
สัตว์อสูรถูกเปลวไฟประหลาดแผดเผาจนส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน
ตึง!
มันสะบัดหางฟาดลงพื้นจนแผ่นดินสั่นสะเทือน
จี้อี้รีบถอยกรูดเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนลูกหลงจากการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของสัตว์อสูร
"โฮกกก! โฮกกก! โฮกกก!"
เปลวไฟลุกลามเข้าสู่สมอง ไม่นานสัตว์อสูรก็แน่นิ่งไป
เปลวไฟสีน้ำเงินแผดเผาร่างของสัตว์อสูรจนมอดไหม้ เหลือเพียงขวานเล่มนั้นทิ้งไว้
[ผ่านด่านชั้นที่ 7 แล้ว]
[ได้รับรางวัล: ดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งฟิสิกส์]
จี้อี้มองดูชะแลงเหล็กที่เพิ่มเข้ามาในช่องเก็บของด้วยแววตาเป็นประกาย
อาวุธระดับชั้นเลิศ พลังโจมตีระดับปานกลาง!
เมื่อเทียบกับมีดสั้นที่มีพลังโจมตีค่อนข้างต่ำ ไม่ว่าจะเป็นอานุภาพหรือระยะการโจมตีก็เหนือกว่ามาก
ไม่เสียแรงเปล่าจริงๆ
เทิร์นของเก่าแลกของใหม่ ถือว่ากำไรนิดหน่อยล่ะนะ
ตอนนี้คุณหนูแมวยกเลิกสถานะอัญเชิญเทพแล้ว พลังวิญญาณของเธอลดลงเหลือ 68%
เธอหยิบขวานที่ถูกรมควันจนดำเมี่ยมขึ้นมาจากพื้น "ความทนทาน ... ลดไปเยอะเลย"
เธอเก็บขวานแล้วเปลี่ยนมาใช้พลั่วทหารอเนกประสงค์แทน
"ขวานนี่คงเอามาใช้ต่อไม่ได้แล้ว ต้องรอเอากลับไปซ่อมก่อน"
จี้อี้พยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร
ทั้งสองคนมุ่งหน้าเดินต่อ ไม่นานก็พบบันไดทางลงใต้ดิน
หลังจากนั้นทางก็สะดวกโยธิน
[ได้รับไอเทม: ถุงมือปีนหน้าผา]
[ได้รับไอเทม: เกราะแผ่นเหล็กหนาเตอะ]
[ได้รับไอเทม: เข็มฉีดยาอะดรีนาลีน]
ด่านต่อๆ มาก็ผ่านไปได้ฉลุย
บอสประจำด่านชั้นที่สิบเป็นมอนสเตอร์สายลี้ลับประเภทเน้นความเร็ว ซึ่งแพ้ทางความสามารถของพวกเขาทั้งสองคนพอดี จึงถือว่าผ่านด่านมาได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
"พักกันตรงนี้สักแป๊บเถอะ"
เมื่อเผชิญหน้ากับบันไดทางลงใต้ดินอันมืดมิด
คุณหนูแมวก็หยุดเดิน
"รูปแบบด่านหลังจากนี้จะแตกต่างจากสิบชั้นแรกมาก นายต้องเตรียมตัวให้พร้อม พอลงไปข้างล่างแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาที่จะใช้กำลังแก้ได้เสมอไป ปรับสภาพร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้พอแล้วค่อยลุยต่อ"
"โอเค"
จี้อี้พยักหน้า
การเคลียร์หอคอยปีศาจสิบชั้นแรกใช้เวลาไปกว่าสี่ชั่วโมง พวกเขาสองคนจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมจริงๆ
ทั้งคู่นั่งลงบนพื้น
จี้อี้ล้วงเอาถุงข้าวสารออกมา
ภายใต้สายตาตกตะลึงของคุณหนูแมว เขากำข้าวสารยัดเข้าปากคำโต
"เอาหน่อยไหม"
จี้อี้ยื่นข้าวสารให้กำหนึ่ง
คุณหนูแมวส่ายหน้า "ข้าวสารดิบขอผ่านดีกว่า แต่ถ้ามีเนื้อล่ะก็ ถึงจะดิบฉันก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ"
หลอกไม่สำเร็จแฮะ
"ได้สิ งั้นคราวหน้าฉันจะประเคนเนื้อให้เธอกินเอง"
" ... "
หลังจากการพักฟื้นเสร็จสิ้น
จี้อี้ก็กลับมาอยู่ในสภาพเต็มร้อยอีกครั้ง
ส่วนคุณหนูแมวยังตามหลังอยู่นิดหน่อย การต่อสู้ต่อเนื่องผลาญพลังวิญญาณไปมาก ตอนนี้เพิ่งจะฟื้นฟูมาแตะระดับ 80%
ตึก ตึก ตึก
บันไดที่เงียบสงัดคราวนี้ทอดตัววนลงด้านล่างราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
เดินมาเกือบสิบนาที ในที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงชั้นที่สิบเอ็ด
ที่นี่คือห้องนอนสไตล์โมเดิร์น
วินาทีที่พวกเขาก้าวเท้าลงจากบันไดมาเหยียบพื้นห้อง บันไดก็อันตรธานหายไปอย่างน่าประหลาดราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
"นี่มันอะไรเนี่ย เกมหนีออกจากห้องปิดตายงั้นเหรอ"
จี้อี้งุนงงไปหมด
"ไม่รู้สิ ความท้าทายตั้งแต่ชั้น 11 ถึง 20 มีลูกเล่นเยอะและซับซ้อนกว่าสิบชั้นแรกมาก บางด่านก็เน้นไขปริศนาล้วนๆ บางด่านก็ต้องใช้ทั้งกำลังและสมองควบคู่กันไป รับมือยากเอาเรื่องเลยล่ะ"
ระหว่างที่คุณหนูแมวพูด จี้อี้ก็เดินสำรวจไปทั่วแล้ว
"ที่นี่ฉันคุ้นๆ นะ"
คุณหนูแมว "หืม"
"นี่คือบ้านของฉัน"
" ??"
สีหน้าของเซี่ยเจียอี๋เต็มไปด้วยความฉงน 'คราวที่แล้วไปบ้านเขาก็ไม่ได้จัดห้องแบบนี้นี่นา'
"พูดให้ถูกคือ ที่นี่คือบ้านเก่าของฉัน"
จี้อี้เดินไปที่เตียง ทำท่าจะทิ้งตัวลงนั่งแต่ก็ชะงักไป
ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขา
ทุกสิ่งเป็นแค่ภาพฉายจากเกมเหนือมิติเท่านั้น
"อธิบายไปมันจะยาวน่ะ จำที่ฉันเคยบอกได้ไหมว่าฉันร้อนเงินมาก"
"อืม จำได้สิ"
"นี่คือห้องของพ่อแม่ฉัน บ้านเราเคยหลังใหญ่กว่านี้ แต่โดนศาลยึดไปประมูลขายทอดตลาดตั้งนานแล้ว เพราะบ้านฉันเป็นหนี้ก้อนโต โตมากๆ เลยล่ะ"
คุณหนูแมวมีสีหน้าอ่อนลงและเริ่มตั้งใจฟัง
"ปีนั้นแม่ฉันไปเข้าลัทธิอะไรสักอย่าง แล้วก็เอาเงินที่บ้านไปบริจาคให้ลัทธินั่นอย่างบ้าคลั่ง แม่ทำได้เนียนมากจนคนในบ้านไม่มีใครรู้เรื่องเลย พอพวกเรามารู้ตัวอีกที บ้านก็เป็นหนี้ไปหลายล้านแล้ว"
เขาพูดพลางมองดูข้าวของเครื่องใช้ที่คุ้นเคยในห้องนอนด้วยความรู้สึกคิดถึง
"ต่อมาพ่อฉันก็หนีตามผู้หญิงคนอื่นไป ส่วนแม่ก็หายสาบสูญไปเลย แถมตอนนั้นฉันดันโดนหลอกให้เซ็นชื่อเป็นผู้ค้ำประกันร่วมอีก ภาระหนี้สินทั้งหมดเลยตกมาอยู่ที่ฉันซึ่งยังเรียนมหา'ลัยอยู่เลย"
จี้อี้เล่าเรื่องราวในอดีตด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง
ผายมือเชิญคุณหนูแมว
"นั่งสิ ที่นี่ไม่มีอันตรายหรอก"
แม้ว่าเซี่ยเจียอี๋จะไม่อยากนั่งบนเตียงเดียวกันกับผู้ชายสักเท่าไหร่
แต่พอเห็นจี้อี้กำลังอินกับอารมณ์ เธอก็ปฏิเสธไม่ลง
ทั้งสองคนนั่งอยู่บนเตียงคู่โดยเว้นระยะห่างกันครึ่งเมตร
"หลังจากนั้นฉันก็ต้องดรอปเรียนออกมาทำงานหาเงิน อาศัยหัวหมอจากการเล่นเกมหาเงินมาใช้หนี้ได้ล้านนึง แต่นั่นมันก็แค่ช่องทางทำเงินชั่วคราว ไม่นานก็หาเงินทางนั้นไม่ได้อีก ... ขอโทษทีนะที่พูดเรื่องไร้สาระให้ฟังซะเยอะเลย ตอนนี้อารมณ์ฉันมัน ... "
"ไม่เป็นไร ฉันเต็มใจฟัง"
"อืม ... "
จี้อี้พยักหน้า
ตอนนี้เขารู้สึกสับสนจริงๆ
แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องครอบครัวแตกแยกหรือหนี้สินที่ไม่ได้ก่อหรอกนะ
จี้อี้มองดูข้อมูลที่ได้จากดวงตาข้อมูล
[ชื่อ: ห้องของสาวกลัทธิเทพมาร]
[หมายเหตุ: โอ้~ ดูเหมือนจะมีคนดวงซวยผูกพันกับเกมแห่งทวยเทพมานานแล้วสิ ลองทายกันดูดีกว่า ตัวตนของคนดวงซวยคนนี้ต้องตัดผู้ชายที่มีดวงตาข้อมูลออกไปก่อนเป็นอันดับแรก]
[จบแล้ว]