- หน้าแรก
- เกมเหนือมิติ ทะลวงบั๊กสยบเทพ
- บทที่ 35 - ผู้ฝึกหลัว ลู่วิ่งมรณะ
บทที่ 35 - ผู้ฝึกหลัว ลู่วิ่งมรณะ
บทที่ 35 - ผู้ฝึกหลัว ลู่วิ่งมรณะ
[ชื่อ: อาหลัว]
[ฉายา: อาหลัวผู้โตเต็มวัย เทพหลัว เจียโจวเซิ่งเคอเถา]
[ระดับความอันตราย: อันตรายสูงสุด]
[อาชีพ: ไม่มี]
[หมายเหตุ: ...... (ข้อมูลถูกลบ)]
นี่คือผลลัพธ์จากการใช้งานดวงตาข้อมูล
อันที่จริงจี้อี้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้มากกว่านี้ แต่หลังจากตั้งค่าจิตสำนึกของตัวเองให้คัดกรอง มันจึงแสดงเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเขาเท่านั้น
ลองหันไปมองชายร่างบึกบึนที่มีหัวเป็นช้างอยู่ข้างๆ
[ชื่อ: ช้าง]
[ฉายา: ผู้ช่วยจนหมดแรง ผู้ไร้การรับรู้กลิ่น เว่ยจงเสียนผู้โตเต็มวัย]
[ระดับความอันตราย: ต่ำ]
[อาชีพ: ผู้ฝึกหลัว]
[หมายเหตุ: บางครั้งคนเราก็มักจะแสดงท่าทีฝืนใจต่อคนรอบข้าง แต่นี่คือเรื่องปกติของเขา อันที่จริงเขาเป็นมิตรกับคุณมากนะ]
หลังจากอ่านข้อมูลของชายหน้าตาดุร้ายทั้งสองคนจบ
จี้อี้ก็เริ่มสังเกตเห็นว่าที่นี่คือยิมออกกำลังกาย สถานที่กว้างขวางมากแถมยังมีอุปกรณ์ครบครันสุดๆ
เพียงแต่ที่นี่มันแฝงไปด้วยบรรยากาศอันน่าสยดสยอง
รู้สึกอึดอัดจนบอกไม่ถูก
โดยเฉพาะกับอาหลัวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
แค่มองเขาแวบเดียวก็รู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองเทพเจ้าโบราณอยู่เลย
"โดนเทพหลัวของเราทำให้ตกใจงั้นเหรอ ไม่ต้องห่วง เทพหลัวเป็นคนใจกว้าง ขอแค่นายตอบคำถามมาตามตรง เทพหลัวก็จะไม่เอาความหรอก"
ช้างพูดขึ้นมาอีกครั้ง
นี่เขากำลังช่วยพูดแก้สถานการณ์ให้จี้อี้อยู่นี่นา
พอลองคิดดูดีๆ ต่อให้เป็นดันเจี้ยนระดับยาก มันก็ไม่น่าจะใจร้ายถึงขั้นโผล่มาปุ๊บก็ฆ่าทิ้งปั๊บโดยไม่ให้โอกาสตั้งตัวหรอก
ขอแค่มีไหวพริบสักหน่อยก็คงไม่มาตายที่นี่หรอกมั้ง
"ที่แท้คุณก็คือเทพหลัวนี่เอง! ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว พอได้มาเจอตัวจริงเป็นครั้งแรกผมก็เลยตื่นเต้นจนสมองขาวโพลนไปหมดเลยครับ เมื่อกี้คุณถามว่าอะไรนะครับ"
อาหลัวทำหน้าตายทื่อ ร่างกายแผ่กลิ่นอายอันน่าสยดสยองออกมา "งั้นฉันขอถามหน่อย แกมาที่นี่ทำไม"
สิ้นเสียงคำถาม ตัวเลือกก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[สมัครสมาชิก: จ่ายเงินในเกม 5000 หน่วย ความยากของเกมจะลดลงเหลือระดับธรรมดา มีผลแค่ครั้งเดียวเท่านั้น]
[จ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว: จ่ายเงินในเกม 20000 หน่วย ได้รับคำแนะนำการออกกำลังกาย มีโอกาสได้รับแต้มสถานะอย่างถาวร]
[สมัครเป็นพนักงาน: คุณจะได้รับเงินในเกมหรือรางวัลเพิ่มเติมตามตำแหน่งงานที่ทำ แต่อาจจะต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่มากขึ้น]
[ใช้งานสกิล คิดเร็ว แล้ว]
จี้อี้ตัดตัวเลือกแรกทิ้งทันที
การลดความยากของเกมหมายความว่ารางวัลก็จะลดลงตามไปด้วย แถมยังต้องเสียเงินเพิ่มอีก ขืนเลือกแบบนี้การลงดันเจี้ยนรอบนี้คงขาดทุนย่อยยับแน่
แต่ตัวเลือกที่สองกับสามนี่สิ เลือกยากแฮะ
สุดท้ายด้วยคติประจำใจของคนงก จี้อี้จึงเลือกข้อสาม
"ผมมาสมัครงานครับ"
พอได้ยินดังนั้น อาหลัวก็หันคอที่แข็งทื่อไปหาอีกคน
"ช้าง หมอนี่มาสมัครงาน ดูท่าทางเป็นคนซื่อๆ ไม่เลวเลย ฉันว่านายลองพิจารณาดูหน่อยก็ดีนะ"
นี่ถึงกับช่วยพูดสนับสนุนให้เลยเหรอ
พอนึกถึงอุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่
[ผ้าผูกคอของมาเอดะ มิซากิ: เพิ่มค่าความประทับใจพื้นฐานจาก NPC ประเภทสิ่งลี้ลับเล็กน้อย]
ดูเหมือนว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะแสดงผลแล้วสินะ
[ระดับความอันตราย: อันตรายสูงสุด]
"แต่ดูเหมือนว่าความประทับใจที่เขามีต่อฉัน มันจะไม่เกี่ยวข้องกับระดับความอันตรายเลยแฮะ"
จี้อี้สรุปในใจอย่างรวดเร็ว
มัดกล้ามของช้างดูไม่ธรรมดาเลย เผลอๆ อาจจะแข็งแกร่งพอๆ กับราชันปีศาจร้อยตาด้วยซ้ำ
แต่ระดับความอันตรายกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
"ความแข็งแกร่งและความประทับใจ มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับระดับความคุกคาม แต่มันก็ไม่ใช่ความจริงเสมอไป"
ภายใต้ผลลัพธ์ของสกิลคิดเร็ว
จี้อี้สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจวิธีเอาชีวิตรอดในดันเจี้ยนนี้แล้ว
อาหลัวคือภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุด
ขอแค่พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอาหลัว ความยากของเกมก็จะลดลงอย่างมหาศาล
"ตามมาสิ ไปทำเรื่องเข้าทำงานที่เคาน์เตอร์กัน"
ร่างอันสูงใหญ่ของช้างเดินกดดันเข้ามา
"ขีดจำกัดพลังต่อสู้ของดันเจี้ยนนี้คงจะไม่ต่ำแน่ๆ"
จี้อี้เดินตามช้างไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ
จากนั้นช้างก็หยิบ "ใบสมัครงาน" ออกมาจากเคาน์เตอร์
"อยากทำตำแหน่งอะไรล่ะ"
ตัวเลือกเด้งขึ้นมาตรงหน้า
[1. พนักงานทำความสะอาด]
[2. พนักงานต้อนรับ]
[3. พนักงานขาย]
[4. เทรนเนอร์ฟิตเนส]
จี้อี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า "ผมขอเลือกอาชีพเดียวกับพี่ได้ไหมครับ"
"แปร๊น"
เสียงช้างร้องดังก้องขึ้นมา
"ไอ้หนุ่มพอจะมีความฉลาดอยู่บ้าง แต่การมาทำหน้าที่ของฉันมันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายหรอกนะ"
จี้อี้มองดูอาชีพ [ผู้ฝึกหลัว] ของช้าง
"เงินเดือนน่าจะสูงกว่าใช่ไหมล่ะครับ"
"แน่นอน ผลตอบแทนมันสูงกว่าตำแหน่งธรรมดาพวกนี้เป็นสิบเท่า แต่ก็ใช่ว่าใครจะทำได้หรอกนะ"
ช้างอธิบายให้ฟัง
เป็นอย่างที่คิดไว้เลย
ดูเหมือนว่าจะมีเส้นทางลับที่ให้รางวัลมากกว่าซ่อนอยู่สินะ
"มีเงื่อนไขอะไรบ้างล่ะครับ ลองว่ามาสิ"
"หึหึ ดูท่านายจะไม่กลัวตายจริงๆ เอาเป็นว่าขอเริ่มจากเงื่อนไขพื้นฐานที่สุดก่อนเลยนะ ความสามารถของนายต้องถึงเกณฑ์ของเทรนเนอร์ฟิตเนสซะก่อน เพราะอาชีพนี้ไม่ได้เปิดเผยให้คนนอกรู้ เบื้องหน้าก็เลยต้องรับบทเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสทั่วไป แต่พอดูกล้ามเนื้อของนายแล้ว จุ๊ๆ อ่อนปวกเปียกชะมัด"
จี้อี้ไม่สนใจคำวิจารณ์ "ถ้าผมมีความสามารถพิเศษเฉพาะทาง จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษไหมครับ"
"ความสามารถพิเศษเหรอ"
ช้างปรายตามองไปที่เป้ากางเกงของจี้อี้
"ที่นี่ไม่รับโฮสต์หรอกนะ ต่อให้นายอยากจะไปอ่อยสมาชิกผู้หญิง ก็ต้องพิจารณาดูด้วยว่าร่างกายจะรับไหวไหม พวกเธอ... แข็งแกร่งกันทั้งนั้นแหละ"
" ... "
"แน่นอนว่าถ้ากลุ่มเป้าหมายของนายคือสมาชิกผู้ชายบางคนล่ะก็... สภาพนายก็ถือว่าพอผ่านอยู่"
" ?"
ช้างพยายามยักคิ้วให้จี้อี้ แต่เขาไม่มีคิ้วให้ยักนี่สิ
จี้อี้เลยต้องรีบอธิบาย "ผมวิ่งเก่งครับ ให้ผมพาสมาชิกออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอก็น่าจะไม่มีปัญหานะครับ"
ช้างเริ่มแสดงท่าทีรำคาญ "ก็แค่วิ่ง ใครๆ ก็วิ่งเป็นปะ มันจะไปนับเป็นความสามารถพิเศษได้ยังไง"
"ให้ผมลองดูก่อนสิครับ"
จี้อี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ถ้าผมทำผลงานได้ไม่น่าพอใจ พี่ค่อยให้ผมไปทำตำแหน่งอื่น แบบนี้โอเคไหมครับ"
" ... " ช้างเงียบไปครู่หนึ่ง
[ระดับความอันตราย: ต่ำ]
" ... เอาเถอะ ลองดูก็ได้"
ถือว่าเป็นคนใจดีอยู่นะเนี่ย
ไม่นานนัก
ช้างก็พาจี้อี้มาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่วิ่งไฟฟ้าเครื่องใหม่เอี่ยม
รูปร่างหน้าตาของมันดูแปลกประหลาดมาก มันถูกประกอบขึ้นมาจากกระดูกและเลือดเนื้อ แถมยังมีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปหมด
จี้อี้กวาดตามอง
[ชื่อไอเทม ลู่วิ่งมรณะ]
[ประเภท ไอเทม]
[คุณภาพ ระดับสมบูรณ์แบบ]
[ผลลัพธ์ สามารถใช้วิ่งได้ แต่มันมีความนึกคิดเป็นของตัวเอง หากผู้ใช้งานวิ่งได้ไม่ถูกใจ มันก็จะกลืนกินผู้ใช้งานคนนั้นเข้าไป ความเร็วสูงสุดของมันสามารถทำได้ถึง 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง]
[สามารถนำออกจากดันเจี้ยนได้หรือไม่ ไม่ได้]
[หมายเหตุ สมชื่อเลย อัตราการเสียชีวิตของผู้ที่ใช้งานลู่วิ่งเครื่องนี้สูงถึง 98%]
"อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสล่ะ" ช้างพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คนที่ใช้ลู่วิ่งเครื่องนี้ส่วนใหญ่โดนกินเรียบหมด แต่ถ้านายอยากจะใช้ความสามารถพิเศษเข้าทำงาน นายก็ต้องผ่านการทดสอบนี้ให้ได้"
"แล้วมีใครเคยรอดชีวิตจากลู่วิ่งเครื่องนี้บ้างล่ะครับ"
นี่คือสิ่งที่จี้อี้อยากรู้มากที่สุดในตอนนี้
"ฉัน แล้วก็เทพหลัว"
ช้างตอบ
"ดูไม่ออกเลยแฮะ... ว่าเทพหลัวจะวิ่งเก่งขนาดนี้"
"เปล่า เขาไม่ได้วิ่งเก่งหรอก"
"อ้าว แล้ว ... "
"ลู่วิ่งมันไม่กล้ากินเขาน่ะสิ"
" ... "
สมแล้วที่เป็นตัวตนที่อันตรายที่สุดในดันเจี้ยนนี้
"ถ้ากลัวแล้ว ตอนนี้เปลี่ยนใจไปเลือกตำแหน่งอื่นก็ยังทันนะ"
"ไม่เป็นไรครับ ผมขอท้าพิสูจน์สักตั้ง"
ช้างส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ "รอเดี๋ยว ฉันขอเปิดเครื่องก่อน"
เขาไปลากกะละมังใส่เลือดมาจากมุมไหนก็ไม่รู้
ซ่า
แล้วสาดเลือดพวกนั้นลงไปบนลู่วิ่งมรณะ
แต่ไม่นานเลือดพวกนั้นก็ถูกดูดกลืนจนแห้งเหือด จากนั้นลู่วิ่งก็เปล่งแสงสีแดงอันน่าสยดสยองออกมาและสว่างขึ้นเรื่อยๆ
"ขึ้นไปสิ"
[จบแล้ว]