เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - โลหะหายาก... ทองน้ำเงิน

บทที่ 19 - โลหะหายาก... ทองน้ำเงิน

บทที่ 19 - โลหะหายาก... ทองน้ำเงิน


บทที่ 19 - โลหะหายาก... ทองน้ำเงิน

“ช่างเถอะ ไม่มีเวลามาสนใจเจ้าแล้ว จงดูแลตัวเองเอาเองก็แล้วกัน!”

ซือคงเวยโยนชุดทนความร้อนที่ยังทำไม่เสร็จมาให้ตัวหนึ่ง ก่อนจะหันไปเห็นอาจารย์ทูและตานมู่เอ่อร์ที่กำลังพยายามอย่างหนัก เขาจึงเลิกล้มความคิดที่จะขับไล่เย่หานจวิน แล้วรีบพุ่งกลับเข้าไปในห้องหลอมแกนกลางทันที

“ตัวช่วยเร่งไฟ! ตัวช่วยเร่งไฟ! เอาตัวช่วยเร่งไฟมาให้ข้าขวดหนึ่ง!”

“จริงด้วย! ยังมีดอกไม้สนิมเหล็กด้วย เลือกต้นที่ใหญ่ที่สุด!... ช่างเถอะ! สนใจไม่ไหวแล้ว เอามาให้ข้าทั้งหมดเลย!”

ทูหลงอายุไม่น้อยแล้ว พอๆ กับเจียงหย่งเหนียน

เมื่อเขาแผดคำราม เสียงนั้นดังกึกก้องประดุจระฆังยักษ์ จนทำให้หูของคนฟังอื้ออึงไปหมด

ซือคงเวยรับคำแล้ววิ่งไปทางด้านซ้าย หลังจากเจอเป้าหมายในกองอุปกรณ์แล้ว เขาก็พุ่งเข้าไปคุ้ยหาอย่างรวดเร็ว

ภาพอันน่ามหัศจรรย์เกิดขึ้นพร้อมกัน เข็มหลายชนิดที่เคยปักอยู่ที่หน้าอกของเขาพลันพุ่งบินขึ้นมา

ที่ปลายเข็มแต่ละเล่มผูกติดไว้ด้วยเส้นไหม พวกมันโบยบินขึ้นลงราวกับมีชีวิต

เพียงเวลาแค่ห้าหกวินาที ก็ไปถึงชั้นวางทางด้านขวา ปลายเข็มอันแหลมคมเกี่ยวเข้าที่ด้านใน แล้วช่วยกันพยุงกล่องยาใบหนึ่งบินกลับมา

พลังอำนาจ... 「เข็มลึกลับ」!

นี่คือพลังอำนาจใช้งานเพียงหนึ่งเดียวของอาชีพระดับ F ช่างเย็บปัก

ผลของมันคือการควบคุมเข็มบิน ในเวลาปกติใช้เพื่อถักทอเสื้อผ้า ในเวลาไม่ปกติใช้เพื่อลอบโจมตี ส่วนจะใช้อย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับว่าหัวสมองของเจ้าศาสตราจะฉลาดเพียงใด

ในตอนนี้ซือคงเวยจึงใช้เข็มลึกลับเพื่อแยกสมาธิทำงานสองอย่างพร้อมกัน เพื่อให้ได้วัสดุทั้งสองชนิดที่ทูหลงต้องการในเวลาที่สั้นที่สุด

“เอาตัวช่วยเร่งไฟมาให้ข้า! ส่วนดอกไม้สนิมเหล็กโยนเข้าไปได้เลย!”

ทูหลงแผดเสียงเรียก พลางคว้าค้อนเหล็กขนาดใหญ่มาจากที่ไหนไม่รู้ ใบหน้าอันแดงฉานเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้

“อีกนิดเดียว! อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จแล้ว!”

“นี่คือหนึ่งในสูตรลับของเผ่าคนแคระเชียวนะ ไม่ว่าจะอย่างไรพวกเขาก็ไม่ยอมขายให้เด็ดขาด!”

“ข้าถือเศษโลหะที่ทำสำเร็จแล้วมาศึกษาวิจัยอยู่ตั้งสามปี... ข้ามีลางสังหรณ์ว่า โลหะหายาก 「ทองน้ำเงิน」 กำลังจะถูกข้าจำลองขึ้นมาสำเร็จแล้ว! ข้าจะสามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งและคมกริบยิ่งขึ้นได้แล้ว!”

ทูหลงเต้นระบำด้วยความตื่นเต้น สีหน้าดูคลุ้มคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ซือคงเวยเพิ่งจะโยนดอกไม้สนิมเหล็กเข้าไปในแท่นหลอม จู่ๆ เขาก็กระโดดขึ้นสูงสิบเมตร เหวี่ยงค้อนเหล็กที่มีขนาดพอๆ กับตัวเขาขึ้นมาอย่างง่ายดาย

ได้ยินเสียงดังเปรี้ยงปร้างจากการกระแทก ค้อนเหล็กทุบลงบนวัตถุแข็งบางอย่าง ประกายไฟสาดกระจายลงสู่พื้น ทิ้งร่องรอยไหม้เกรียมเป็นหลุมเป็นบ่อไปทั่ว

“เพล้ง——”

ตัวช่วยเร่งไฟถูกโยนลงไปที่ก้นแท่นหลอม ในชั่วพริบตา ลิงคบเพลิงและกบจรวดราวกับได้รับพลังเทพมาช่วย

เสาเพลิงสองสาย สายหนึ่งหนาสายหนึ่งบาง ปลดปล่อยแสงสว่างที่เจิดจ้าขึ้นไปอีกขั้น เปลวไฟลุกโชน คลื่นความร้อนอาละวาด ภาพที่เห็นนั้นราวกับเป็นขุมนรกลาวาขนาดเล็ก

“แย่แล้ว! เนื้อโลหะเกิดการเปลี่ยนแปลง! การหลอมรวมหยุดลงแล้ว!”

เสียงหัวเราะของทูหลงรักษาไว้ได้ไม่กี่นาที เมื่อคิ้วของเขาขยับวูบ การระเบิดระลอกใหม่ก็เกิดขึ้นภายในเตาหลอมทันที

มีเศษวัสดุที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหลุดออกจากร่างหลัก กระแทกเข้ากับผนังเตา เสียงระเบิดดังโครม รอยร้าวขนาดยาวครึ่งเมตรปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

“อาจารย์ทู ล้มเหลวแล้ว เตาจะระเบิดแล้วครับ!”

ในฐานะศิษย์เวทมนตร์ธาตุไฟ ตานมู่เอ่อร์มีความสามารถในการรับรู้ถึงเปลวไฟเป็นรองเพียงปรมาจารย์อาวุธทูหลงเท่านั้น

เขากอดอกไว้แน่น ทว่าก็ไม่อาจยับยั้งร่างกายที่สั่นเทาเอาไว้ได้

ความกลัวแผดเผาหัวใจประดุจเปลวไฟ ในหัวเต็มไปด้วยภาพของฟ้าถล่มดินทลาย แขนขาที่ขาดวิ่นร่วงหล่นลงสู่ทะเลเพลิงประดุจเทพธิดาโปรยบุปผา สุดท้ายสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็คงไม่พ้นถ่านศพสีดำที่ไม่มีใครเหลียวแล

“เป็นไปไม่ได้! ทำไมถึงสูญเสียความเสถียร! ขั้นตอนไหนที่ผิดพลาดกันแน่?!”

ทูหลงไม่ได้ถูกความตายข่มขู่ แววตาที่สั่นไหวนั้นมีเพียงความมึนงงและความคลั่งไคล้ที่เพิ่มขึ้นไปอีกขั้น

เขากระโดดขึ้นอีกครั้ง ค้อนเหล็กทุบลงไปอีกครั้ง พยายามใช้พลังอันป่าเถื่อนบังคับให้สสารที่แตกต่างกันหลายชนิดหลอมรวมกันให้สำเร็จ

เมื่อเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นนั้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโลก

ซือคงเวยส่งเสียงครางในลำคอ จู่ๆ เขาก็ทรุดลงนั่งกับพื้น เลือดสายหนึ่งไหลออกมาจากปาก จมูก และหู จิตวิญญาณพลันดิ่งวูบลงสู่จุดต่ำสุดในทันที

ในฐานะจิตพิทักษ์ในพันธสัญญา หนูแผงคอวิ่งวนอยู่กับที่ด้วยความกังวล

ทว่ามันไม่มีความสามารถในการต่อต้านเปลวไฟอันร้อนแรง ระยะห่างเพียงไม่กี่สิบเมตรนี้สำหรับมันแล้วราวกับเหวลึก จะเดินหน้าก็ไม่ได้จะถอยหลังก็ไม่ดี ได้แต่ส่งเสียงร้องจี๊ดๆ ด้วยความตกใจ หมดหวังและไร้หนทาง

“...ยังไม่ได้ผลอีกหรือ?”

ครั้งนี้ทูหลงรู้สึกหน้ามืดตามัว จิตวิญญาณสูญเสียการควบคุม

ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาทั้งสองข้างของเขา สสารอันรุ่งโรจน์กลุ่มนั้นไม่เพียงแต่ไม่หลอมรวมกัน ทว่ากลับหลุดลอกออกมาอีกชิ้น

ประดุจดาวตกพุ่งชนโลก มันพุ่งผ่านข้างหูของเขาไป และทำลายจนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ในทันที

“อาจารย์ทู ถอยเถอะครับ!”

“การหลอมล้มเหลวได้ แต่ถ้าคนต้องมาตายตกตามกันไป ก็ไม่มีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่แล้วนะครับ!”

ตานมู่เอ่อร์พ่นเลือดออกมาคำหนึ่ง แล้วกล่าวเตือนอีกครั้ง

ขณะนั้น ลิงคบเพลิงหยุดการพ่นเปลวไฟ แล้วหันมายืนขวางหน้าเจ้านายไว้ ใช้ร่างกายอันบึกบึนป้องกันเศษวัสดุที่อาจกระเด็นมาโดน

“เฮ้อ...”

ทูหลงถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง แววตาหายวับไปจากรูม่านตา คนทั้งคนราวกับแก่ชราลงไปถึงสิบปี

ทว่าในตอนที่เขาเพิ่งจะหันร่างกายกลับมา และตั้งใจจะใช้แรงถีบตัวเพื่อให้พ้นจากพื้นที่ระเบิดที่อันตรายที่สุดนั้นเอง

เงาดำสายหนึ่งพลันวูบผ่านข้างกายเขาไป นำพามาซึ่งสายลมเย็นจางๆ

“หือ?!” ทูหลงชะงักฝีเท้ากะทันหัน ดวงตาเบิกกว้างประดุจระฆังสำริด

นี่คือเงาร่างของมนุษย์คนหนึ่งอย่างนั้นหรือ? เป็นไปได้อย่างไร!

“เฮ้ย!” ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตาย ซือคงเวยแทบอยากจะขยี้ตาตัวเอง เพื่อดูให้ชัดๆ ว่าตนตาฝาดไปหรือเป็นภาพลวงตากันแน่

พวกเขากำลังหนีตาย แม้แต่อาจารย์ทูยังไม่ฝืนต่อ ตัดใจละทิ้งผลสำเร็จที่ทุ่มเทศึกษามานาน

ทว่าคนผู้นั้น——หานจวิน! กลับยังไม่หนีไปอีกอย่างนั้นหรือ?!

เขาคิดจะทำอะไร? ก้าวเข้าใกล้แท่นหลอมเพียงลำพัง... ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร?!

ริมฝีปากของซือคงเวยสั่นระริก สูญเสียความสามารถในการคิดไปชั่วขณะ ในหัวสมองตื้อไปหมด

“อาจารย์ทู ท่านทำผิดพลาดสามประการที่ไม่ควรมองข้าม”

“ประการแรก แท่นหลอมไม่สูงส่งพอ ไม่มีการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลทางอ้อมให้ความยากในการหลอมพุ่งสูงขึ้นเป็นเส้นตรง”

“ประการที่สอง ลวดลายบนหลังกบจรวดนั้นหม่นหมองเกินไป ดูเหมือนจะเหนื่อยล้าเกินพิกัด การฝืนหลอมในสภาวะที่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ เปลวไฟที่พ่นออกมาจึงไม่มีทางรักษาความเสถียรไว้ได้”

น้ำเสียงที่ราบเรียบดังขึ้น แม้จะไม่มีพลังอำนาจในการขยายเสียงมาเสริม ทว่ากลับดังชัดเจนเข้าไปในใจของทุกคนประดุจเสียงระฆังและกลองที่ตีพร้อมกันอย่างดึกก้อง

ดวงตาของซือคงเวยอดไม่ได้ที่จะเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง จนความตกตะลึงแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าและไม่อาจเลือนหายไปได้เลย

ตานมู่เอ่อร์ที่ถูกลิงคบเพลิงอุ้มไว้ที่เอวและถอยหนีอย่างบ้าคลั่ง เมื่อได้ยินดังนั้นจิตใจก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เช่นเดียวกันที่สงสัยว่าตนหูฟาดไปหรือไม่

เสียงนี้... หานจวินอย่างนั้นหรือ?

เขาไม่เพียงไม่ถอยทว่ากลับเดินหน้า ด้วยร่างกายที่อ่อนแอเพียงหนึ่งเดียวกลับเข้าใกล้แท่นหลอม ราวกับกำลังเดินเล่นในสวน ทั้งยังมีกำลังเหลือเฟือที่จะแสดงความคิดเห็นของตนออกมาอย่างนั้นหรือ?

ตกลงว่าโลกใบนี้มันบ้าไปแล้ว หรือว่าเด็กคนนี้สมองไม่ปกติกันแน่ ถึงได้เป็นพวกประสาทกลับอย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้?!

“เอ๊ะ... วิเคราะห์ได้มีเหตุผล!”

ท่าทางการถีบตัวของทูหลงชะงักไป

ความมึนงงและความสูญเสียเลือนหายไปชั่วคราว เปลี่ยนเป็นแววตาแห่งการครุ่นคิด ในดินแดนขุมนรกที่เปลวไฟแผดเผาแห่งนี้นั้น ช่างดูไม่เข้าพวกเอาเสียเลย

“ประการที่สาม สาเหตุสำคัญที่ทำให้การหลอมสูญเสียความสมดุลอย่างรุนแรง ก็คือท่านใจร้อนเกินไป เติมดอกไม้สนิมเหล็กมากเกินไป”

“ดอกไม้สนิมเหล็กเป็นวัสดุวิเศษจากฟ้าดินที่เปี่ยมไปด้วยธาตุทองอันเข้มข้น วัสดุทั่วไปหากเติมลงไปเพียงเล็กน้อย ย่อมช่วยเสริมความแข็งแกร่งได้อย่างมั่นคง”

“ทว่าน่าเสียดาย สิ่งที่ท่านต้องการหลอมคือโลหะหลอมรวม การเอาแต่ความแข็งแกร่งนั้นไม่ได้หมายความว่าถูกต้อง ทหารที่แข็งแกร่งย่อมพินาศ ไม้ที่แข็งแกร่งย่อมหักโค่น ทุกสิ่งล้วนต้องพอเหมาะพอดี”

“จากปัญหาเหล่านี้ ประกอบกับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในการถลุงช่วงแรก ความผิดซ้ำซ้อนเช่นนี้ ตอนจบสุดท้ายย่อมต้องเป็นการระเบิดเต่าเป็นธรรมดา”

“...มีเหตุผล... บางทีอาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ!”

แววตาของทูหลงเป็นประกาย ราวกับมีแสงสว่างขับไล่หมอกควันในใจให้จางหายไป ความตื่นเต้นอย่างรุนแรงกระตุ้นสมอง จนแขนขาสั่นเทาอย่างรุนแรง

“ความล้มเหลวไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ข้าเห็นว่าท่านมีดอกไม้วิญญาณน้ำแข็งและหญ้าจื่อจิงอยู่ที่นี่ น่าจะช่วยควบคุมความเสียหายบางส่วนไว้ได้”

เย่หานจวินไม่มีเวลาหันกลับไปมอง ท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่ได้ดูผ่อนคลายเหมือนน้ำเสียงที่พูดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว

เขาต้านทานความรู้สึกแผดเผาที่ราวกับจะย่างสด คุ้ยหาจากชั้นวางที่ล้มระเนระนาดจนเจอเลือกล่องยาใบหนึ่งออกมา ใช้หินเจาะฝาเปิดออก แล้วหยิบหญ้ายาวสีม่วงข้างในออกมา

จากนั้น ดอกไม้วิญญาณน้ำแข็งที่พบก่อนหน้านี้ กลีบดอกหนึ่งถูกขยี้จนแหลก น้ำจากดอกไม้ถูกทาลงที่ลำคอ แขน และขา เพื่อสร้างชั้นกันความร้อนชั่วคราว

ส่วนที่เหลือถูกกำไว้ในมือซ้าย นำมาผสมกับหญ้าจื่อจิง พืชทั้งสองชนิดวางซ้อนกัน แล้วใช้เศษหินบดขยี้อีกครั้ง

ไม่จำเป็นต้องบดจนเป็นผง เพียงแค่ให้แหลกจนมีน้ำเยิ้มออกมา เย่หานจวินก็คว้าขึ้นมาทันที ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว เล็งไปที่ตำแหน่งของหม้อหลอมแล้วออกแรงโยนไปอย่างสุดกำลัง

“ปึ่ก!”

แรงแขนไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน ความสามารถในการควบคุมร่างกายหายไปกว่าเก้าส่วน

โชคดีที่แท่นหลอมสูงถึงสิบเมตร แม้ความแม่นยำจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง ทว่าจุดตกสุดท้ายก็ไม่มีอะไรผิดพลาด

เศษดอกไม้วิญญาณน้ำแข็งและหญ้าจื่อจิง กระแทกเข้ากับวัตถุที่กำลังหลอมได้อย่างแม่นยำ!

ในชั่วพริบตา เมฆหมอกพวยพุ่ง ไอน้ำจำนวนมหาศาลฟุ้งกระจายไปทั่ว

แท่นหลอมที่ความรู้สึกบอกว่าจะระเบิดได้ทุกเมื่อ กลับเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว

วินาทีก่อนหน้า ใจกลางหน้าผากยังรู้สึกปวดหนึบ ร่างกายถูกปกคลุมด้วยวิกฤตความตาย

วินาทีต่อมา แขนขาพลันเบาหวิว ทั้งคนราวกับคนที่เพิ่งจะขึ้นฝั่งจากการจมน้ำ หอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายตกใจ

“ฟู่ว——”

เย่หานจวินถอนหายใจอย่างโล่งอก ความเหนื่อยล้าไม่อาจสะกดกั้นไว้ได้อีกต่อไป เขาถอยหลังอย่างเซไปเซมาห้าหกก้าว จนเผลอไปชนเข้ากับเสาที่ร้อนจัดแผ่นหลังจึงเจ็บปวดแปลบปลาบราวกับถูกไฟลวก

จากนั้น หัวใจก็เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง เลือดทั่วร่างพลันไหลเวียนเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน ความหวานพุ่งขึ้นมาถึงลำคอ เขาแหงนหน้าขึ้นแล้วพ่นเลือดออกมาคำหนึ่ง

“แค่อัก... แค่อัก แค่อัก...”

เขาพยายามสะกดกลั้นอาการหน้ามืด เย่หานจวินก้มลงมองเสื้อผ้าที่ถูกเผาจนกลายเป็นเศษผ้าขาดวิ่น ผิวหนังที่แดงฉานดั่งเลือดปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

ครั้งนี้ ดูเหมือนจะเอาชีวิตมาทิ้งเล่นๆ ไปหน่อย...

หากก้าวพลาดไปเพียงนิดเดียว และไม่สามารถยับยั้งการระเบิดของเตาได้ ด้วยร่างกายที่บอบบางในปัจจุบันของเขา เกรงว่าจะรอดชีวิตได้ยาก

“การหลอม... หยุดลงแล้ว?!”

ซือคงเวยอ้าปากค้าง จ้องมองอย่างโง่งม ราวกับถูกไฟฟ้าช็อต จิตวิญญาณอยู่ในสภาวะกึ่งมึนงง

ส่วนตานมู่เอ่อร์ที่อยู่อีกด้าน ก็มีสีหน้าเหมือนเห็นผี ยืนบื้ออยู่ตรงนั้นราวกับท่อนไม้ ดวงตาแทบจะถลนออกมา

ลิงคบเพลิงที่อุ้มเขาไว้ที่เอว เมื่อสัมผัสได้ว่าวิกฤตคลี่คลายลงแล้ว ฝีเท้าก็เริ่มชะลอลง ความดุร้ายที่ควรจะมีค่อยๆ ถูกความมึนงงเข้าครอบงำ

“ดอกไม้วิญญาณน้ำแข็งบวกกับหญ้าจื่อจิง ยังมีผลลัพธ์ที่ประหลาดเช่นนี้อยู่อีกหรือ?!”

ทูหลงคือคนที่ตกใจที่สุด ทว่าเขาก็คือคนที่ตอบสนองได้เร็วที่สุดเช่นกัน

เพียงไม่กี่วูบ เขาก็พุ่งเข้ามาถึงตรงหน้าเย่หานจวิน แล้วย่อตัวลงมาสบตากับเขา

ด้านหนึ่งคือดวงตาคู่โตประดุจระฆังสำริด อีกด้านหนึ่งคือดวงตาที่เหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย อากาศโดยรอบพลันตกอยู่ในความเงียบงัน

“รีบบอกข้ามา ดอกไม้วิญญาณน้ำแข็งและหญ้าจื่อจิง ทำไมถึงสร้างไอเย็นที่รุนแรงขนาดนี้ได้?”

“และไฟที่รุนแรงเมื่อเจอกับน้ำแข็งที่รุนแรง ไม่ควรจะเกิดปฏิกิริยาระเบิดเตาที่รุนแรงยิ่งกว่าหรือ? ทำไมการหลอมถึงหยุดลงได้ล่ะ หลักการในเรื่องนี้คืออะไรกันแน่?!”

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 19 - โลหะหายาก... ทองน้ำเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว