- หน้าแรก
- ระบบมองทะลุโชคชะตา เส้นทางพลิกฟ้าของเด็กรับใช้เต๋า
- บทที่ 4 เสี่ยงตายในดงพิษ ผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่
บทที่ 4 เสี่ยงตายในดงพิษ ผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่
บทที่ 4 เสี่ยงตายในดงพิษ ผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่
บทที่ 4 เสี่ยงตายในดงพิษ ผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่
หลินฉีกลั้นหายใจ เดินวนรอบเตายักษ์อย่างระมัดระวังเพื่อสังเกตให้ถี่ถ้วน
"เซียมซีชี้แนะว่า วาสนาซ่อนอยู่ก้นบึ้งของเตาหลอมนี้ แต่มันดูสกปรกขนาดนี้ คราบฝุ่นที่เกาะอยู่ก็ดูหนาเตอะราวกับเปลือกหินไปแล้ว" หลินฉีนึกย้อนถึงคำใบ้ของเซียมซีสีทอง
ภายในรัศมีสามฉื่อรอบเตาหลอม คือจุดที่พิษโอสถหนาแน่นที่สุดในโถงแห่งนี้ แม้แต่แผ่นหินชิงสือบนพื้นยังถูกกัดกร่อนจนเป็นหลุมเป็นบ่อ
"หากคิดจะเข้าไปให้ถึงก้นเตา ก็ต้องกะเทาะคราบสกปรกชั้นนี้ออกไปให้ได้"
เขาหยิบพลั่วเหล็กกล้าด้ามยาวออกมาจากห่อสัมภาระ กระชับสองมือจับไว้แน่น รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในร่าง เงื้อพลั่วขึ้นราวกับคนตัดฟืน แล้วฟาดฟันลงบนคราบสกปรกหนาเตอะที่เกาะอยู่รอบนอกเตาหลอมอย่างสุดแรง!
"เคร้ง!"
เสียงโลหะปะทะกันดังบาดหูสะท้อนก้องไปทั่วโถง ประกายไฟแลบแปลบปลาบ
แรงสะท้อนมหาศาลตีกลับมาตามด้ามพลั่ว หลินฉีรู้สึกปวดร้าวที่ง่ามมือจนชาไปทั้งแขน พลั่วเหล็กกล้าแทบจะหลุดกระเด็น
เขาเพ่งตามอง ก็พบว่าสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแค่คราบสกปรกนั้น เมื่อโดนเขาฟาดฟันอย่างเต็มเหนี่ยว กลับทิ้งรอยขีดข่วนสีขาวบางๆ ไว้เพียงนิดเดียวเท่านั้น
"แข็งอะไรขนาดนี้!" หลินฉีตกตะลึงในใจ
"ของพรรค์นี้ โดนพิษโอสถกับไฟใต้ดินแผดเผาซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาหลายสิบปี เกรงว่าจะแข็งแกร่งทัดเทียมกับหินผาบนภูเขาไปแล้วมั้ง"
เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่น "ดูท่า วาสนาฝืนลิขิตสวรรค์นี่ คงไม่ได้คว้ามาง่ายๆ สินะ"
แต่เขาไม่มีความคิดที่จะยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย อดทนมาตั้งสามปีแล้ว อุปสรรคแค่นี้จะนับประสาอะไร?
"ครั้งเดียวไม่แตก ก็สิบครั้ง สิบครั้งไม่พอ ก็ร้อยครั้ง พันครั้ง!"
หลินฉีรีดเร้นปราณวิญญาณอันน้อยนิดในร่างมาเคลือบไว้บนพลั่วเหล็ก แม้ผลลัพธ์จะแทบไม่ต่างจากเดิม แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย
"เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!"
ภายในห้องปรุงโอสถอันว่างเปล่า หลงเหลือเพียงเสียงสับพลั่วเป็นจังหวะของหลินฉีครั้งแล้วครั้งเล่า เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปท่ามกลางการใช้แรงงานอันแสนน่าเบื่อหน่าย
ในขณะเดียวกัน พิษโอสถก็กัดกินร่างกายของเขาอยู่ทุกวินาที สารพิษเหล่านั้นแทรกซึมผ่านรูขุมขนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
หลินฉีรู้สึกว่าหัวเริ่มหนักอึ้ง ภาพตรงหน้าเริ่มซ้อนทับกัน แขนขาค่อยๆ ชาหนึบ เสียงที่ดังก้องอยู่ในหูมีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงและเสียงสะท้อนอันแห้งแล้งของพลั่วที่กระทบเตา
"แย่แล้ว นี่คืออาการของคนโดนพิษ" หลินฉีใจหายวาบ เขารู้ดีว่าเวลาของเขาเหลือไม่มากแล้ว
"หยุดไม่ได้! ความหวังอยู่ตรงหน้าแล้ว จะมาล้มลงตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาด"
เขากัดปลายลิ้นตัวเองอย่างแรง ความเจ็บปวดแปลบและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในปากกระตุ้นเส้นประสาท บังคับให้เขายังคงสติสัมปชัญญะเอาไว้ การเคลื่อนไหวของมือยิ่งรวดเร็วและดุดันขึ้น!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด สับพลั่วไปกี่พันครั้ง
เมื่อหลินฉีรู้สึกว่าสติเริ่มเลือนราง และเหวี่ยงพลั่วไปด้วยสัญชาตญาณดิบที่ฝังรากลึกถึงความไม่ยอมแพ้...
"แกรก!"
เสียงปริแตกที่ต่างไปจากเดิมดังขึ้น กากโอสถที่แข็งเป็นหินตรงหน้าเขา ในที่สุดก็ปรากฏรอยร้าว!
ความหวัง... อยู่ตรงหน้าแล้ว
เขากะเทาะรอยร้าวให้กว้างขึ้น ปีนป่ายขึ้นไปบนฐานเตาหลอมด้วยมือและเท้า ชะโงกหน้ามองลงไปด้านใน
ภายในก้นเตาเต็มไปด้วยกากโอสถสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก หนาหลายฉื่อ ส่งกลิ่นคาวหวานที่รุนแรงกว่าด้านนอกถึงสิบเท่า
"ก้นบึ้งของเตาหลอม..."
ดวงตาของหลินฉีทอประกายบ้าบิ่นอย่างเด็ดขาด ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ เขาทิ้งตัวกระโดดลงไปในเตาหลอมทันที
"ฉึก!"
สองเท้าจมลงไปในกากโอสถเหนียวหนืด พิษโอสถอันน่าสะพรึงกลัวจนยากจะจินตนาการ ห่อหุ้มร่างของเขาไว้ในชั่วพริบตา
ผิวหนังของเขาปรากฏจ้ำสีม่วงคล้ำขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ความเจ็บปวดปานถูกเข็มทิ่มแทงอย่างรุนแรงทำให้เขาแทบจะสลบเหมือด
หลินฉีอาศัยพลังใจอันแข็งแกร่ง ส่งเสียงคำรามแหบพร่า สองมือตะกรุยขุดคุ้ยกากโอสถใต้ฝ่าเท้าอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น ปลายนิ้วก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและแข็งแกร่งที่แตกต่างออกไป สัมผัสนั้นไม่ใช่กากโอสถ แต่เป็นไออุ่นประหลาด
ตรงนี้นี่แหละ!
จิตใจของหลินฉีฮึกเหิมขึ้นมาทันที! เขารีบตะลุยขุดไปยังทิศทางนั้นอย่างสุดกำลัง
ไม่นานนัก วัตถุขนาดเท่ากำปั้นที่ถูกกากโอสถหุ้มไว้หนาเตอะก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาประคองมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ค่อยๆ กะเทาะเปลือกกากโอสถชั้นนอกออก
ชั่วพริบตานั้น ประกายแสงสีม่วงที่งดงามราวกับคริสตัลในห้วงความฝัน ก็สาดส่องสว่างวาบขึ้นมา ณ ก้นเตาหลอมอันมืดมิด
กลิ่นหอมของยาอันบริสุทธิ์และทรงพลังดุจเกลียวคลื่น ระเบิดออกมาจากผลึกสีม่วงก้อนนั้น มันปัดเป่าไอหมอกพิษที่ตกค้างมานานหลายสิบปีในเตาหลอมให้กระจายหายไปในพริบตา ก่อเกิดเป็นอาณาเขตบริสุทธิ์เล็กๆ ขึ้นมาแทนที่
เพียงแค่หลินฉีสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยกรุ่นนี้เข้าไปหนึ่งคำ ก็รู้สึกถึงกระแสน้ำอุ่นไหลทะลักจากปอดไปหล่อเลี้ยงทั่วสรรพางค์กาย
แขนขาที่ชาด้านจากพิษ กลับถูกเติมเต็มด้วยพลังชีวิตในเสี้ยววินาที กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง
หลินฉีมือสั่นเทา ประคองผลึกสีม่วงเข้มขนาดเท่ากำปั้นนั้นไว้ รูปลักษณ์ภายนอกโปร่งแสงแวววาว สัมผัสอบอุ่นดุจหยกชั้นดี เมื่อกำไว้ในมือ กลับรู้สึกราวกับกำลังกุมหัวใจที่กำลังเต้นตุบๆ
แก่นแท้โอสถร้อยพฤกษา!
"เซียมซีมหามงคล วาสนาฝืนลิขิตสวรรค์มาแล้ว!"
หลินฉีประคองแก่นแท้โอสถร้อยพฤกษาที่สามารถทำให้ผู้ฝึกตนสายนอกนับไม่ถ้วนต้องคลุ้มคลั่งแย่งชิงก้อนนี้ไว้ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
ทว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาดีใจ พิษโอสถยังคงเกาะติดแน่นเป็นปลิง คอยกัดกินร่างกายของเขาอยู่ภายในเส้นชีพจร เขาต้องรีบฉวยโอกาสนี้หลอมรวมแก่นแท้โอสถร้อยพฤกษาให้เร็วที่สุด
หลินฉีกดข่มความปีติในใจ นั่งขัดสมาธิลงที่ก้นเตาหลอมอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาอ้าปากกลืนแก่นแท้โอสถร้อยพฤกษาขนาดเท่ากำปั้นลงท้องไปรวดเดียวราวกับวาฬดูดน้ำ
"ตู้ม!!!"
วินาทีที่แก่นแท้โอสถตกถึงท้อง กระแสพลังงานสีม่วงอันบ้าคลั่งก็ระเบิดออกมาราวกับมีดวงอาทิตย์ขนาดย่อมจุดชนวนอยู่ในร่าง พลังยาอันมหาศาลนี้ ไม่อาจใช้คำว่าแม่น้ำมาเปรียบเปรยได้อีกต่อไป แต่มันเปรียบดั่งทางช้างเผือกจากเก้าชั้นฟ้าที่ไหลทะลักลงมา ซัดสาดเข้าสู่เส้นชีพจรที่แห้งผากของเขาในพริบตา
"อ๊ากกกก!"
ความเจ็บปวดรวดร้าวปานใจจะขาดแล่นพล่าน หลินฉีทนไม่ไหวจนต้องแผดเสียงร้องคำราม เขารู้สึกเหมือนเส้นชีพจรทุกเส้น กระดูกทุกท่อน เลือดเนื้อทุกอณู ถูกโยนลงไปในน้ำเหล็กหลอมเดือดปุดๆ กำลังถูกละลายและหล่อหลอมขึ้นมาใหม่ทั้งเป็น
ความเจ็บปวดจากส่วนลึกของชีวิตที่ต้องพังทลายเพื่อสร้างใหม่นี้ รุนแรงยิ่งกว่าทัณฑ์ทรมานใดๆ ในโลกหล้า
แต่หลินฉีไม่ยอมให้ความเจ็บปวดนี้มาพรากสติสัมปชัญญะไป เขากัดกรามแน่นจนเลือดกลบปากก็ไม่สนใจ ปล่อยให้ความเจ็บปวดโหมกระหน่ำ ทว่าจิตใต้สำนึกยังคงรักษาสติอันแจ่มชัดไว้ได้อย่างมั่นคง
หลินฉีโคจรเคล็ดบำรุงปราณอย่างบ้าคลั่ง ทว่าวิชาพื้นๆ ระดับนี้ไม่อาจรองรับพลังมหาศาลได้อีกต่อไป
เขาจึงเลิกยึดติดกับเส้นทางเดินลมปราณตามตำรา ปล่อยให้มันเป็นไปตามสัญชาตญาณส่วนลึกของร่างกาย เมื่อเขาชี้นำ พลังยาอันบ้าคลั่งก็หาทางระบายออก ไหลบ่าไปสู่เบื้องลึกของร่างกายเขาราวกับแม่น้ำร้อยสายบรรจบสู่ท้องทะเล
การผลัดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
หากเปรียบร่างกายของหลินฉีเป็นผืนดินที่แห้งแล้งแตกระแหง ปราณวิญญาณที่เขาพากเพียรฝึกฝนมาสามปี ก็เป็นแค่น้ำหยดเล็กๆ ที่พอประทังชีวิตเท่านั้น
แต่บัดนี้ พลังยาอันบริสุทธิ์ของแก่นแท้โอสถร้อยพฤกษา คือสายฝนชุ่มฉ่ำที่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้า!
สายฝนโปรยปราย สรรพสิ่งฟื้นคืนชีพ ณ ใจกลางผืนดินที่เคยตายซาก เมล็ดพันธุ์ที่ถูกฝังกลบมานานปี ได้ตื่นจากการหลับใหลในวินาทีที่ถูกอาบไล้ด้วยพลังชีวิตนี้!
ภาพเงาของเตาหลอมโบราณอันน่าเกรงขาม ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ค่อยๆ ควบแน่นจนเป็นรูปเป็นร่าง เตาหลอมนี้... คือจุดกำเนิดแห่งความเปลี่ยนแปลง
เมื่อมันปรากฏขึ้น กระแสน้ำอุ่นก็แผ่ซ่านออกไป หล่อเลี้ยงไปทั่วแขนขาและกระดูก
หลินฉีสัมผัสได้ว่า เส้นชีพจรที่เคยอุดตันของเขา กำลังถูกกระแสน้ำอุ่นนี้ทะลวงและขยายให้กว้างขึ้นอย่างราบคาบ ราวกับร่องน้ำที่อุดตันมานานได้รับน้ำใหม่มาหล่อเลี้ยง
เลือดของเขาข้นหนืดและหนักแน่นดั่งปรอท เสียงหัวใจเต้นหนักแน่นทรงพลังดุจเสียงลั่นกลองรบ
กระดูกของเขากำลังถูกหล่อหลอมจากภายในสู่ภายนอก เปล่งประกายสีทองจางๆ พร้อมกับส่งเสียงลั่นเป๊าะแป๊ะราวกับโลหะกระทบกัน
กระบวนการนี้กินเวลายาวนานเท่าใดไม่อาจทราบได้
เมื่อภาพเงาเตาหลอมในตันเถียนควบแน่นจนสมบูรณ์ มันก็สั่นสะเทือนเบาๆ ส่งเสียงกังวานต่ำและยาวนาน ราวกับเสียงร้องจากยุคบรรพกาล
"ตู้ม!"
[กายาหลอมรวมร้อยลักษณ์ - ปลุกพลังสำเร็จ!]
สำเร็จแล้ว!