- หน้าแรก
- แอสซาซินส์ ครีด ฮอกวอตส์
- บทที่ 17 ชีวิตครอบครัวของฉัน
บทที่ 17 ชีวิตครอบครัวของฉัน
บทที่ 17 ชีวิตครอบครัวของฉัน
บทที่ 17 ชีวิตครอบครัวของฉัน
ในครั้งนี้หนูเรมัสตัวน้อยไม่มีโอกาสได้พบกับหนูท็องส์ตัวน้อย
เนื่องจากเวลาที่นัดหมายนั้นจัดการได้ยาก และอีกประการหนึ่งคือพวกเขายังไม่ได้เป็นญาติกันในตอนนี้
แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะไม่อย่างนั้นหากในอนาคตพวกเขาได้ลงเอยกัน แล้วเรมัสพูดขึ้นมาว่า "ฉันเคยอุ้มเธอตอนเธอยังตัวกะเปี๊ยกอยู่เลยนะ" มันอาจจะทำให้เสียบรรยากาศไปเสียหน่อย
ในที่สุด ซิเรียสและเรกูลัสก็ได้ใช้ข้ออ้างเรื่องการไปซื้อหนังสือที่ตรอกไดแอกอน เพื่อเดินทางไปยังบ้านของครอบครัวท็องส์ผ่านเครือข่ายผงฟลู โดยใช้เตาผิงของร้านหม้อใหญ่รั่วเป็นทางผ่าน
ลุงแอลในชุดแจ็กเก็ตหนังแบบมักเกิ้ลก็อยู่ที่นั่นด้วย อัลฟาร์ดเป็นน้องชายของแม่พวกเขา เขาเป็นพ่อมดโสดผู้มั่งคั่งที่จะทิ้งกองทองจำนวนมหาศาลไว้ให้ซิเรียสในอนาคต
โบราณว่าไว้ว่าหลานชายมักจะถอดแบบมาจากลุง และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะหากพิจารณาดูแล้ว เขาก็จัดว่าเป็นชายหนุ่มที่รูปงามคนหนึ่ง
ส่วนท็องส์นั้น เธอน่ารักเหลือเกิน เมื่อมองไปยังหนูน้อยชาวฮัฟเฟิลพัฟในอนาคต เรกูลัสในฐานะน้าชายก็ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูเธอมากขึ้นเรื่อยๆ
ใบหน้ากลมมนจ้ำม่ำของเธอเริ่มฉายแววคางแหลมสวยถอดแบบมาจากแม่ดวงตาสีเข้มทอประกายราวกับอัญมณีสีดำสองเม็ด และเธอก็เริ่มมีเส้นผมบางๆ ที่เดี๋ยวก็กลายเป็นสีชมพูสดใส อีกประเดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่าง... เธอช่างดูนุ่มนิ่มน่าทะนุถนอมไปเสียหมดราวกับตุ๊กตาตัวน้อย
เรกูลัสหยิบของเล่นเวทมนตร์รูปลูกสุนัขที่เตรียมไว้ออกมา เพียงแค่บีบเบาๆ มันก็จะพูดประโยคหยอกล้อที่ตั้งค่าไว้ ซึ่งมีประโยคหนึ่งที่พูดว่า "แต่งงานกับผมนะคนสวย" รวมอยู่ด้วย
สองพี่น้องพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้เธอหัวเราะ พวกเขามองดูท็องส์ในวัยทารกหัวเราะคิกคักพร้อมกับเปลี่ยนสีผมและสีตาไปมา
อันโดรเมดานั่งยิ้มอย่างอ่อนโยนอยู่ข้างๆ เธอมองดูน้าชายและหลานชายที่รุมล้อมลูกสาวของเธอและหัวเราะไปด้วยกัน พลางรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างยิ่ง
"เมด้า เจ้าค้นพบได้อย่างไรว่านิมฟาดอร่าเป็นเมตามอร์ฟมากัส" ลุงแอลเอ่ยถาม
"ตอนที่นิมฟาดอร่าเพิ่งเกิด ผมของเธอเป็นสีดำ พอเส้นผมเริ่มเปลี่ยนสีได้ มันทำเอาฉันกับเท็ดตกใจแทบแย่" น้ำเสียงของอันโดรเมดาก็อ่อนโยนเช่นกัน "เรานึกว่ามีใครแอบสลับตัวลูกของเราเสียอีก ฉันใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะตระหนักได้ว่านิมฟาดอร่าเป็นเมตามอร์ฟมากัส"
"สีผมของเธอจะบ่งบอกถึงอารมณ์และสภาวะในตอนนั้น ตอนนี้ผมของเธอเป็นสีชมพู แสดงว่าเธอกำลังมีความสุขมาก แต่ถ้าเธอหิว มันจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือสีม่วง" สามีของอันโดรเมดากล่าวเสริมจากด้านข้าง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงความรักอย่างสุดซึ้งที่มีต่อภรรยาและลูกสาว
เท็ด ท็องส์ ดูเป็นคนสุภาพอ่อนโยนมาก และดูเข้ากันได้ดีกับอันโดรเมดา
ทว่าเรกูลัสจำต้องเอ่ยถามคำถามนี้ออกไป
"อันโดรเมดา มันจะดีจริงๆ หรือที่ตั้งชื่อเธอว่านิมฟาดอร่าน่ะ"
"นิมฟาดอร่า ชื่อนี้มันผิดตรงไหนหรือ" อันโดรเมดาถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มงดงาม "ของขวัญจากนางไม้ เหมือนกับนิมฟาดอร่าของฉันอย่างไรล่ะ"
ที่ด้านหลังของอันโดรเมดาในจุดที่เธอมองไม่เห็น เท็ด ท็องส์ แอบส่ายหน้าให้เรกูลัสเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่ดูจนใจ
เอาเถอะ หลานสาวท็องส์เอ๋ย น้าช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้จริงๆ
...
เท็ดเป็นสามีที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อผมของท็องส์เปลี่ยนเป็นสีม่วง เขาก็รีบไปเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เธอทันที เพื่อปล่อยให้พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนตัวสำหรับสมาชิกตระกูลแบล็ก
"ถึงแม้เท็ดจะเป็นพ่อมด แต่เขาก็ชอบเปลี่ยนผ้าอ้อมด้วยวิธีแบบมักเกิ้ลมากกว่า" อันโดรเมดากล่าวด้วยรอยยิ้มพลางกวัดแกว่งไม้กายสิทธิ์ กาน้ำชาใบใหญ่บินจากเตามาวางตรงกลางโต๊ะ และถ้วยชาอีกหลายใบก็บินออกมาจากตู้ตามลำดับ แล้วลงจอดตรงหน้าของแต่ละคน
"แอล ซิเรียส เรกูลัส ขอบใจพวกเธอมากนะที่หาเวลามาเยี่ยมนิมฟาดอร่า" อันโดรเมดากล่าว "ที่บ้าน... ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลุงแอลก็กอดอกแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ ทำท่าทางเหมือนคนที่ถอดใจไปแล้ว
ท่าทางนั้นดูเท่และดูดี แต่มันก็เป็นเพียงแค่นั้น
"ก็ดี" ซิเรียสซึ่งปกติมักจะดูไม่มีความสุข กลับมีอารมณ์ที่คงที่ในครั้งนี้และพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายจนทุกคนประหลาดใจ "ท่านพ่อกับท่านแม่ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่หลังจากเรกูลัสเข้าเรียน ชีวิตที่บ้านก็ดูน่าสนใจขึ้นมาก ครั้งนี้เราออกมาได้ก็เพราะความช่วยเหลือของเรกูลัส"
เรกูลัสยิ้มโดยไม่พูดอะไร เขาตอบรับสายตาสำรวจที่สื่อความหมายว่า "อย่างนี้นี่เอง" จากอันโดรเมดาและอัลฟาร์ด
"นั่นก็ดีแล้ว" อันโดรเมดายิ้ม ทว่ามีแววความเศร้าเจืออยู่ในดวงตา "เพียงแต่ว่า ซิสซี่กำลังจะแต่งงานแล้ว และฉันก็ไปร่วมงานไม่ได้... เธอไม่ได้ส่งคำเชิญมาให้ฉัน"
"เมด้า ถ้าเจ้าได้รับเชิญ เจ้าอยากจะไปจริงๆ หรือ" อัลฟาร์ดกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า "เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่เบลลาทริกซ์แต่งงาน หล่อนไม่ได้รักโรดอล์ฟัสคนนั้นเลยแม้แต่น้อย หล่อนก็แค่ทำตามธรรมเนียมการคลุมถุงชนของตระกูลเลือดบริสุทธิ์ พอเสร็จสิ้นพิธีหล่อนก็หายตัวไปทันที แล้วฉันก็บังเอิญไปเจอเข้า เดาดูสิว่าหล่อนกำลังทำอะไรอยู่"
"หล่อนกำลังฝึกศาสตร์มืดกับพวกเอลฟ์ประจำบ้านน่ะสิ" ลุงแอลกล่าวอย่างเหยียดหยาม "หล่อนมันผู้หญิงบ้า และฉันก็ไม่เคยเจอใครที่โหดร้ายและอำมหิตเท่ากับคนในตระกูลเลสแตรงจ์มาก่อนเลย"
"ซิสซี่... เธอคงไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก เธอแตกต่างออกไป..." อันโดรเมดาพยายามโต้แย้งแต่ก็น้ำเสียงขาดความมั่นใจ
"พี่เขาต่างออกไปจริงๆ" เรกูลัสที่เงียบมาตลอดจู่ๆ ก็แทรกขึ้นมา "ผมเจอพี่นาร์ซิสซาบ่อยๆ ที่โรงเรียน พี่เขาชอบลูเซียส มัลฟอย มากจริงๆ เวลาที่พูดถึงลูเซียส พี่ซิสซี่จะทำตัวเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เลย จริงไหม ซิเรียส"
"จริงที่สุด ตอนที่ฉันอยู่ปีหนึ่ง สองคนนั้นอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเลย" ซิเรียสยอมรับพลางบีบจมูกตัวเอง
"ฉันได้รับคำเชิญนะ แต่ไม่คิดจะไปหรอก ฉันกับซิสซี่ก็ไม่ได้ผิดใจอะไรกัน แต่ฉันไม่ชอบมัลฟอยคนนั้นเลย พ่อของเขา อบราซัส น่ะ จริงๆ แล้ว..." อัลฟาร์ดพูดพลางชำเลืองมองผู้เยาว์สองคนที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว "เอาละ เรื่องซุบซิบแค่นี้ก็มากพอสำหรับเดือนนี้แล้ว... ฉันหวังว่าคู่หมั้นของซิสซี่จะไม่เป็นเหมือนพ่อของเขาหรอกนะ"
ให้ตายสิ
เมื่อมีเด็กอยู่ด้วย เหล่าพ่อมดผู้ใหญ่จึงต้องระมัดระวังคำพูดมากขึ้นเล็กน้อย แต่เรกูลัสก็ยังแอบได้ยินเรื่องซุบซิบในโลกพ่อมดมาไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครอบครัวไหนที่ใช้เวทมนตร์ถอดจิตแอบจับพวกมักเกิ้ลมาเป็นทาส หรือความพยายามของใครที่ปรุงน้ำยาสรรพรสปลอมแล้วล้มเหลวจนสองสามีภรรยาพ่อมดมีหูแมวกับหางสุนัขงอกออกมาจนต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเซนต์มังโก หรือภรรยาของใครที่ใช้น้ำยาสัจจะหาที่ซ่อนเงินของสามีจนเรื่องราวบานปลายกลายเป็นศึกในครอบครัว หรือห้องแล็บของใครระเบิดจนคฤหาสน์ทั้งหลังกลายเป็นเถ้าถ่าน และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย
เรื่องซุบซิบเหล่านี้นอกจากจะเล่าสนุกและเป็นการเปิดหูเปิดตาแล้ว ยังช่วยสอนให้พ่อมดน้อยไม่ไปก่อเรื่องวุ่นวาย ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
"พวกเธอต้องระวัง อย่าไปแอบฝึกเวทมนตร์อันตรายกันเองล่ะ" อัลฟาร์ดเตือน
ในขณะเดียวกัน ซิเรียสและเรกูลัส สองพ่อมดน้อยที่กำลังวางแผนจะลองฝึกการแปลงร่างมนุษย์ที่อันตรายอย่างยิ่ง ก็ได้แต่มองหน้ากันและจำต้องเออออรับคำอย่างเสียไม่ได้
ก่อนจะจากกัน ลุงแอลหยิบห่อของขวัญเล็กๆ ที่ห่อมาอย่างไม่เรียบร้อยออกมา
"เดิมทีฉันอยากจะพาซิเรียสไปด้วย..." เขาหยุดพูดไป "ฉันกำลังจะไปสวีเดนเพื่อดูการแข่งไม้กวาดประจำปีและไปสำรวจอะไรนิดหน่อย นี่คือของขวัญวันเกิดล่วงหน้าสำหรับพวกเธอทั้งสองคน"
ซิเรียสกล่าวขอบคุณและรับมันมา ก่อนจะเปิดห่อของขวัญออก ด้านในมีกระจกสี่เหลี่ยมเล็กๆ สองบาน ซิเรียสถือกระจกทั้งสองบานไว้ตรงหน้า และเงาสะท้อนของเขาในกระจกก็มองกลับมาหาเขาในลักษณะกลับหัว
"นี่คือกะจกสื่อสาร มันมีอยู่สองบาน ถ้าพวกเธอต้องการหากัน ก็แค่เรียกชื่ออีกฝ่ายผ่านกระจกแล้วจะติดต่อกันได้" อัลฟาร์ดอธิบาย
"มันเจ๋งมากเลย ขอบคุณครับลุงแอล" ซิเรียสส่งกระจกบานหนึ่งให้เรกูลัสด้วยความตื่นเต้น
เรกูลัสถึงกับชะงักไป