- หน้าแรก
- ฉันอยู่ในเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนัน แต่มีระบบเกมทนายฟ้าประทาน
- บทที่ 27 คำให้การที่เพิ่มเข้าไปในบันทึกของคดี...มันหมายความว่ายังไงกัน!?
บทที่ 27 คำให้การที่เพิ่มเข้าไปในบันทึกของคดี...มันหมายความว่ายังไงกัน!?
บทที่ 27 คำให้การที่เพิ่มเข้าไปในบันทึกของคดี...มันหมายความว่ายังไงกัน!?
บทที่ 27 คำให้การที่เพิ่มเข้าไปในบันทึกของคดี...มันหมายความว่ายังไงกัน!?
สิ่งที่ทาคานากะรู้สึกตะหงิดใจที่สุดก็คือ นอกจากตัวเขาแล้ว...ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้สึกว่าคำพูดของมัตสึโอะ ทาคาชิ มีตรงไหนผิดปกติเลยสักนิด!
ไม่ใช่ละมั้ง!? พวกคุณคิดว่าผมเป็นพ่อมดจริงๆเหรอ!? ผมเป็นทนายนะโว้ย!!!
“ฮ่าๆ ชมเกินไปแล้วครับ! ชมเกินไปแล้ว!”
“เจ้าหนูทนายมัวยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ? นั่งลงสิ!”
โคโกโร่ยิ้มพลางไม่ลืมที่จะเตือนทาคานากะให้แสดงความใจกว้างต่อหน้าธารกำนัล
ภายใต้สายตาของทุกคน...ทาคานากะไม่สามารถเก็บสีหน้าบึ้งตึงเอาไว้ได้จริงๆ
ในที่สุด...เขาจึงนั่งลงด้วยใบหน้าที่พยายามฝืนยิ้มแบบสุดๆ...ก่อนจะแอบกระซิบถามนักสืบโมริ
“…นี่! คุณลุง...ทำไมคนพวกนี้ถึงไม่สงสัยฉายาของผมเลยล่ะ?”
“ผมเป็นทนายนะ! ไม่ใช่พ่อมดสักหน่อย”
สีหน้าของโคโกโร่ดูแปลกๆ...เขาเหลือบมองมัตสึโอะ ทาคาชิที่ยังคงกล่าวเปิดงานอยู่
จากนั้นเขาก็โน้มตัวเข้ามาและกระซิบว่า
“คนที่เรียนกฎหมายถ้าไม่ใช่ 'ผู้วิเศษ' จะเป็นทนายได้ยังไงกันล่ะ? ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละว่าแกน่ะใช้เวทมนตร์ได้!”
“…?”
อะไรคือใครๆก็รู้ว่าผมใช้เวทมนตร์? แม้แต่ตัวผมเองยังไม่รู้เลยว่าผมไปใช้เวทมนตร์ตอนไหน!!!
ทาคานากะพึมพำกับตัวเองพลางนั่งตัวตรง
รายการได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!
“ผมได้ยินมาว่านักสืบโมริไขคดีมาหลายคดีแล้ว...คุณโมริช่วยเล่าขั้นตอนการทำงานให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ?”
“ผมเชื่อว่าไม่เพียงแต่ผมเท่านั้น...แต่ผู้ชมคนอื่นๆต่างก็ตั้งตารอฟังการวิเคราะห์อันชาญฉลาดของนักสืบโมริเช่นกันครับ”
มัตสึโอะ ทาคาชิทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นด้วยการนำไมโครโฟนไปจ่อที่ปากของโคโกโร่
ใบหน้าของโคโกโร่เปลี่ยนเป็นแข็งค้างเป็นหินทันที
(เล่า...เล่ากระบวนการสืบสวนงั้นเหรอ!? ฉันน่ะเหรอ!? จะให้บอกว่า 'ฉันหลับไปตื่นหนึ่งคดีก็จบแล้ว' งั้นเรอะ!?)
(ไม่ได้ๆ! ขืนพูดแบบนั้นหน้าตาฉันก็เสียหมดน่ะสิ!)
สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ สมองของลุงโมริหมุนติ้วก่อนจะปิ๊งไอเดียหนึ่งขึ้นมาได้!
“ก่อนจะถึงตอนนั้นให้ท่านพ่อมดข้างๆ ผมเป็นคนเล่ากระบวนการสืบสวนในคดีของเขาดูก่อนดีกว่านะครับ!”
“เขาว่ากันว่าอาหารจานหลักมักเสิร์ฟเป็นอย่างสุดท้ายจริงไหมครับ...ฮ่าๆๆ!”
นักสืบโมริหัวเราะกลบเกลื่อนพยายามปกปิดเรื่องนี้
จู่ๆขี้ก็ถูกโยนไปให้ทาคานากะที่อยู่ข้างๆเขา!
ในขณะนั้น โคนันซึ่งนั่งอยู่ในกลุ่มผู้ชมก็กระตุกมุมปากเล็กน้อย
(โธ่คุณลุง...มาออกรายการเพื่ออะไรละเนี่ย? ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงหรอกเหรอ?)
(ถึงจะรู้ว่าลุงคิดว่าคดีจบแล้วก็ไม่จำเป็นต้องสนใจรายละเอียดก็เถอะ)
(แต่อย่างน้อยก็ช่วยถามสิ่งที่ตัวเอง 'พูด' หลังตอนหลับไว้บ้างเถอะนะ?)
ทาคานากะซึ่งถูกใช้เป็นโล่กำบังอย่างไม่ทราบสาเหตุ...กำลังคิดอย่างรวดเร็ว
เขาเพิ่งไขคดีมาได้แค่สองคดีเอง...แถมคดีหนึ่งยังเกิดที่หน้าบ้านตัวเองอีก
จะเอาที่ไหนมาพูดให้ยาวพอจนจบช่วงรายการล่ะเนี่ย...?
เอาวะ! ถ้าเวลาไม่พอก็เอาคดีจาก 'Gyakuten Saiban' (Ace Attorney) มาดัดแปลงเล่าเอาแล้วกัน...หวังว่านารุโฮโดะคุงคงไม่ว่าอะไรนะ!
“...อะแฮ่ม ตกลงครับ งั้นผมจะขอเล่ากระบวนการสืบสวนในคดีก่อนหน้านี้ของผมให้ฟังแล้วกัน!”
“ตอนนั้นน่ะนะ...ผมยังนั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานมุโคเก็น …”
สถานีโทรทัศน์นิชิไมชั้น 4 ชั้น 4 ห้องมิกซ์เสียง เวลา 20:15 น.
มิชิฮิโกะ ยาโฮะโปรดิวเซอร์ของสถานีโทรทัศน์โยมิอุริ...ได้ชมการโต้ตอบของนักสืบในรายการดังกล่าว
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่ามัตสึโอะ ทาคาชิ อดีตคู่หูของเขามีความสามารถที่จะสร้างการแสดงที่ดีได้จริงๆ!
แต่ถึงอย่างนั้น…
“ทุกวันนี้...ผู้คนไม่ชอบดูชายวัยกลางคนมาเล่าเรื่องกันแล้ว”
“ถ้าเปลี่ยนพิธีกรเป็นสาวในชุดหูกระต่ายหรือชุดพนักงานออฟฟิศล่ะก็...เรตติ้งคงพุ่งกว่านี้แน่!”
“หึๆๆ! มัตสึโอะ...อย่าโทษฉันเลยนะ...ฉันทำไปก็เพื่ออนาคตของรายการนี้ทั้งนั้นแหละ”
มิชิฮิโกะ ยาโฮะจิบเบียร์ในมืออย่างมีชัยพลางมองดูห้องบันทึกเสียงบนชั้น 9 ที่กำลังเข้าสู่ช่วงพักโฆษณา...โทรศัพท์มือถือที่แขวนอยู่ข้างตัวเขาดังขึ้นมาทันที...เขาจึงหยิบขึ้นมารับด้วยความงุนงง
ดูเหมือนว่าจะเป็นคำพูดจากผู้ช่วยหนุ่มที่คอยติดตามมัตสึโอะ ทาคาชิอยู่เสมอ
“...ใช่...ฉันอยู่ที่ห้องมิกซ์เสียงชั้น 4 ที่นี่ปกติดีไม่ต้องเป็นห่วง”
มิชิฮิโกะ ยาโฮะวางสายและนึกขึ้นได้ว่ามัตสึโอะ ทาคาชิเคยนัดพบเขาที่ห้องมิกซ์เสียงเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับข้อเสนอรายการใหม่และขอให้เขาแยกย้ายพนักงานที่ชั้นสี่ไปก่อน เขาจึงวางโทรศัพท์มือถือลงแล้วออกจากห้องมิกซ์เสียงไปจัดการเรื่องต่างๆ
ในขณะเดียวกัน...ที่สตูดิโอบนชั้น 9 ช่วงพักโฆษณาได้สิ้นสุดลงแล้ว
มัตสึโอะ ทาคาชิหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการดักฟังโทรศัพท์มือถือ
“ทุกคนทราบไหมครับ? โดยทั่วไปแล้วโทรศัพท์มือถือที่ถูกติดตั้งเครื่องดักฟังจะทำให้ข้อมูลรั่วไหลได้ง่ายมากเลยนะครับ!”
“แต่ถ้าคุณใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าๆ แบบนี้ ก็จะยากต่อการถูกดักฟังครับ”
สีหน้าของทาคานากะแสดงออกถึงความสับสนอย่างอธิบายไม่ได้
ใช่แล้ว!...ไม่มีใครแอบฟังหรอก...ในยุคนี้ใครจะไปแอบดักฟังโทรศัพท์รุ่นเก่าๆ แบบนั้นกันล่ะ?
ตอนนี้ทุกคนใช้โทรศัพท์แบบฝาพับกันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมคนอื่นถึงทำหน้าเหมือนมันเป็นเรื่องปกติกันหมดเลยล่ะเนี่ย?
“มันก็ไม่แน่เสมอไปนะครับคุณพิธีกร! โทรศัพท์มือถือส่งข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุ...แม้ว่าจะไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ดักฟังได้...แต่ถ้ามีคนจูนคลื่นไปที่ความถี่เดียวกันข้อมูลก็รั่วไหลได้เหมือนกันนั่นแหละครับ”
เมื่อหัวข้อนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาโมริ โคโกโร่ซึ่งกำลังง่วงนอนอยู่ก็พลันตื่นตัวขึ้นมาทันที ในฐานะนักสืบชื่อดังที่เคยเป็นตำรวจมาก่อน...เขาจะไม่มีทางไม่รู้ข้อมูลเหล่านี้ได้ยังไงกัน!?
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือจากมือของมัตสึโอะ ทาคาชิ อย่างโอ้อวด
แล้วกดหมายเลขแผนกต้อนรับของโรงแรมโดยพูดด้วยน้ำเสียงที่เกินจริงและดูเว่อร์วัง
“โมชิโมชิ? ผมโมริเองนะ เรื่องที่จองไว้จัดตามเดิมเลยนะ...ผมจะไปสวีตกับกิ๊กคืนนี้...อะไรทำนองนี้แหละครับ...เรื่องแบบนี้อย่าโทรมาคุยกันทางมือถือเลยนะ”
มัตสึโอะเหงื่อตก!
ให้ตายสิ! นักสืบคนนี้พูดอะไรออกมาเนี่ย...เดี๋ยวรายการก็โดนแบนหรอก!
เขาชิงโทรศัพท์คืนจากมือลุงโมริมาวางสายทันที
เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อพลางรีบเปลี่ยนเรื่อง
“เอาเป็นว่าทุกคนโปรดจำจุดนี้ไว้ด้วยนะครับ! และตอนนี้เรามาเข้าสู่ช่วงที่สองของรายการกันเลย...”
“ชื่อของช่วงนี้คือ.....【คนร้ายตัวจริงก็คือคุณ!!!】”
“ขอเชิญทุกท่านรับชมวิดีโอสั้นๆต่อไปนี้....แล้วทายดูนะครับว่าใครคือคนร้ายตัวจริง!”
การบันทึกรายการได้ยุติลงชั่วคราว
เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดสด...ทุกคนในห้องบันทึกเสียงจึงมีเวลาพักผ่อนสองสามนาที
“ขอโทษนะครับ! ผมรู้สึกปวดท้องนิดหน่อย...ขอตัวไปข้างนอกสักครู่นะครับ!”
มัตสึโอะ ทาคาชิพูดพลางกุมท้อง
ผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆ ถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้นคุณจะกลับมาทันช่วงอัดวิดีโอสั้นไหมคะ?”
“ไม่มีปัญหาครับ! สี่นาทีก็พอแล้วคุณนักสืบโมริ...คุณทนายทาคานากะต้องขออภัยด้วยครับ!”
ทาคานากะลูบคางพลางมองมัตสึโอะ ทาคาชิที่เดินออกไป
เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เขาจำความยาวของวิดีโอสั้นได้ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?
แล้ว...เขาจำเป็นต้องพกโทรศัพท์มือถือเครื่องใหญ่ๆ เข้าไปในห้องน้ำด้วยงั้นเหรอ?
“...แปลกชะมัด”
ทาคานากะหาวและเดินออกไปเช่นกัน...โดยวางแผนที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ตรงทางเดิน
ผู้ช่วยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง...ก่อนจะเดินตามทาคานากะออกไปด้วยความสงสัย
ทาคานากะพึมพำกับตัวเองด้วยความสับสนเล็กน้อยเมื่อมองไปยังบันไดที่อยู่ใกล้ๆ
“ขอถามหน่อยได้ไหมครับ...บันไดทางลงทุกจุดเนี่ยมีกล้องวงจรปิดติดอยู่หมดเลยหรือเปล่าครับ?”
ผู้ช่วยไม่เข้าใจว่าทำไมทาคานากะถึงถามแบบนี้...แต่เธอก็ยังตอบไปอยู่ดี
“เอ่อ...ก็ไม่ทั้งหมดนะคะ...มีบันไดหนีไฟจุดหนึ่งที่ลงไปได้แค่ถึงชั้น 7 เท่านั้นจะลงต่อไปชั้นล่างก็ไม่ได้...ตรงนั้นเลยไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ค่ะ”
“อ๋อ...งั้นเหรอครับ”
ทาคานากะพยักหน้า...เตรียมจะเดินกลับเข้าห้องแต่แล้วเขาก็ต้องชะงักกึกอยู่กับที่!
【บันทึกหลักฐาน: คำให้การของ นางาอิ อายาโกะผู้ช่วยพิธีกรเกี่ยวกับ (ตำแหน่งกล้องวงจรปิดตรงบันได) ได้ถูกเพิ่มเข้าไปในบันทึกของหลักฐานแล้ว】
…นี่มันอะไรกันเนี่ย?
มีการเพิ่มคำให้การลงในบันทึกหลักฐานแล้วงั้นเหรอ!??
“…ขอโทษด้วยครับ...ผมมีเรื่องต้องไปตรวจสอบนิดหน่อย...หลังจากนี้อาจจะเข้าร่วมรายการไม่ได้แล้วล่ะครับ”
ทาคานากะหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋า...แล้วเหลือบมองห้องน้ำที่อยู่หัวมุมทางเดิน
(ถ้ามีคดีฆาตกรรม...คนร้ายก็คือมัตสึโอะ ทาคาชิสินะ?)
(ที่เหลือก็แค่หาศพให้เจอแล้วแจ้งตำรวจ...)
(เอาเป็นว่า...ลองไปเช็กดูหน่อยแล้วกัน!)
(จบตอน)