เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - สำนักหกแก่นแท้

บทที่ 4 - สำนักหกแก่นแท้

บทที่ 4 - สำนักหกแก่นแท้


บทที่ 4 - สำนักหกแก่นแท้

หลังจากจีฉางอันรับราชโองการ ก็ขึ้นไปนั่งบนรถม้า

เหยี่ยนรื่อสะบัดแส้ม้า เอ่ยปากสอบถาม

"องค์ชาย พวกเรากลับคฤหาสน์กันเลยหรือไม่"

"กลับ กลับคฤหาสน์ก่อน"

จีฉางอันไม่ได้ไปที่สำนักหกแก่นแท้ด้วยตนเอง แต่เลือกที่จะวางแผนก่อนลงมือ

เป้าหมายของเขา ไม่ใช่เพียงแค่เกลี้ยกล่อมสำนักหกแก่นแท้ แต่ต้องการยึดครองสำนักหกแก่นแท้ทั้งหมด

เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ จีฉางอันก็เรียกตัวจ้าวเกามาหา เอ่ยถามเขาว่า

"ตอนนี้สำนักหกแก่นแท้มีคดีใดบ้าง ไม่จำเป็นต้องใช้สำนวนคดีที่ละเอียดมากนัก"

"ให้คนขององค์กรข่ายเร้นลับนำข้อมูลจำเลยและเหตุผลในการฟ้องร้องมาให้ข้า"

"ขอรับ องค์ชาย"

จ้าวเกาพยักหน้า จากนั้นก็ไปจัดการ

ไม่นาน บนโต๊ะก็เต็มไปด้วยคดีความล่าสุดของสำนักหกแก่นแท้ กองสุมเป็นภูเขา มีมากมายมหาศาล

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่องค์กรข่ายเร้นลับรวบรวมมาได้ สำนักหกแก่นแท้ต้องมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน

ไม่มีทางเลือก นี่คือรากฐานของราชวงศ์ต้าจิ้น ตอนตั้งประเทศไม่ได้เลือกที่จะกวาดล้างให้สะอาด

ตอนนี้จะกำจัดแมลงอย่างไร ก็ยากที่จะกำจัดให้หมดจด

"จิงหนี เจ้าก็มาดูด้วย ดูว่ามีเรื่องอันใดที่ยืนยันได้บ้าง"

จีฉางอันกล่าวกับจิงหนี จากนั้นทั้งสองก็เริ่มค้นหาในกองเอกสาร

ไม่นาน จีฉางอันก็เลือกสิ่งที่ต้องการออกมาจากคดีเหล่านี้ได้

"ตรวจสอบคดีนี้อย่างละเอียด"

วันรุ่งขึ้น จีฉางอันตื่นเช้าอย่างหาได้ยาก นั่งรถม้ามุ่งหน้าไปยังสำนักหกแก่นแท้

ทว่าเขาก็ได้รับข่าวสารหนึ่งเช่นกัน นั่นก็คือวันนี้เสด็จพ่อยังคงไม่ออกว่าราชการ

จากการที่ตนเองได้พบหน้า แม้ไม่รู้ว่าเสด็จพ่อได้รับบาดเจ็บหรือไม่ แต่การออกว่าราชการต้องไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

ตอนนี้ไม่ออกว่าราชการต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่ ก็ทำให้จีฉางอันนึกถึงเหตุผลหนึ่งขึ้นมาได้

สำนักหกแก่นแท้ หน่วยงานของราชวงศ์ต้าจิ้นที่ดูแลคดีในยุทธภพ

เมื่อเทียบกับองค์กรที่ดูแลขุนนางอย่างหน่วยองครักษ์เสื้อแพร กลิ่นอายความเป็นยุทธภพของสำนักหกแก่นแท้นั้นหนักหน่วงมาก

คนจำนวนไม่น้อยในนั้น ล้วนเป็นศิษย์ของสำนักยุทธ์ต่างๆ

ส่วนใต้เท้าเหลียงผู้นั้น ระดับมหาปรมาจารย์ ผู้มีอำนาจสูงสุดของสำนักหกแก่นแท้

ตาบอดไปหนึ่งข้าง ถูกผู้คนขนานนามว่า เนตรพิการ

เหยี่ยนรื่อรับคำสั่ง บังคับรถม้ามุ่งตรงไปยังศูนย์บัญชาการสำนักหกแก่นแท้ในเมืองหลวง

เมืองหลวงแม้กว้างใหญ่ แต่ที่ทำการของสำนักหกแก่นแท้อยู่ไม่ไกล ไม่นานจีฉางอันก็มาถึงสำนักหกแก่นแท้แห่งนี้

พลันเห็นกำแพงสีแดงกระเบื้องสีเขียว หลังคาชายคายื่นงอนประดับปูนปั้น ด้านหน้าประตูมีสิงโตหินตั้งอยู่หนึ่งคู่

หน้าประตูมีแผ่นป้ายขนาดใหญ่เขียนตัวอักษรคำว่า สำนักหกแก่นแท้ อย่างชัดเจน

การคุ้มกันโดยรอบแน่นหนา แม้แต่สองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เกรงว่าคงมีระดับปราณก่อเกิดขั้นที่เจ็ดขึ้นไป

"เหยี่ยนรื่อ เจ้ารออยู่ที่นี่ จิงหนี เจ้าตามข้าเข้าไป"

กล่าวจบ จีฉางอันก็นำป้ายหยกราชวงศ์ออกมาแล้วเดินเข้าไป กลับพบว่าสำนักหกแก่นแท้ในเวลานี้ดูยุ่งเหยิงถึงขีดสุด

มือปราบเดินขวักไขว่ไปมา ในมือถือสำนวนคดีอัดแน่น

ลองคิดดูก็ใช่ ฮ่องเต้และองค์ชายถูกลอบสังหาร สำนักหกแก่นแท้จะหัวหมุนก็เป็นเรื่องสมควร

ทว่าจีฉางอันมาในครั้งนี้เพื่อหาเรื่อง ไม่ได้มาช่วยพวกเขาสะสางคดี

ต้องการให้สำนักหกแก่นแท้ยอมรับการก่อตั้งหน่วยปราบยุทธภพ จะเป็นไปได้อย่างไร นี่คือการลดทอนอำนาจของพวกเขาชัดๆ

ก้าวเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก็มาถึงด้านนอกโถงใหญ่

โถงใหญ่นี้เขียนตัวอักษรใหญ่สี่คำว่า กระจกใสแขวนสูง ดูจากลายเส้นอักษร ดูเหมือนว่าเสด็จพ่อของตนจะเป็นคนเขียนเอง

ส่วนใต้เท้าเหลียงที่อยู่ด้านบนกำลังดื่มชาอุ่นๆ ดูเหมือนจะไม่ได้ยุ่งวุ่นวายเหมือนมือปราบคนอื่นๆ แต่กลับดูผ่อนคลายสบายใจ

เมื่อเห็นจีฉางอัน ใต้เท้าเหลียงก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ จากนั้นโค้งคำนับทำความเคารพ

"ขุนนางผู้น้อยคารวะองค์ชายหก"

"ไม่ทราบว่าองค์ชายหกมาที่นี่มีธุระอันใด ที่นี่ไอชั่วร้ายหนักหน่วง องค์ชายมีร่างกายสูงส่ง จะมาสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไร"

จีฉางอันกลับแค่นเสียงเย็นชา ฟังคำพูดของชายตาเดียวตรงหน้า

ส่ายหน้ากล่าวว่า

"หรือว่าใต้เท้าเหลียงที่ได้ฉายาว่ายอดมือปราบ จะสะกดไอชั่วร้ายนี้ไม่อยู่หรือ"

"ป้ายอักษรที่เสด็จพ่อของข้าประทานให้สำนักหกแก่นแท้ของพวกเจ้า สะกดไอชั่วร้ายนี้ไม่อยู่หรือ"

ใต้เท้าเหลียงร้องแย่ในใจ เคยได้ยินมาแต่ก่อนว่าองค์ชายหกแห่งต้าจิ้นเฉลียวฉลาด

แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นคนที่ชอบสวมหมวกให้คนอื่นเช่นนี้ (หมายถึงชอบยัดเยียดข้อหา)

รีบกล่าวว่า

"ย่อมไม่กล้า ทว่าผู้มีเรือนร่างสูงค่าประดุจทองคำ ย่อมไม่นั่งใต้ชายคาที่ใกล้ถล่ม ขุนนางผู้น้อยเพียงแค่เป็นห่วงเท่านั้น"

"ขอเชิญองค์ชายประทับด้านบน ไม่ทราบว่าองค์ชายมาด้วยเรื่องอันใด"

จีฉางอันก็ไม่เกรงใจ นั่งลงบนตำแหน่งของใต้เท้าเหลียงโดยตรง จากนั้นส่งสัญญาณให้จิงหนีรินชาให้ตนหนึ่งจอก

จิบไปหนึ่งคำ ชานี้รสชาติดี เหมาเฟิงภูเขาหวงซาน ของบรรณาการราชวงศ์

"ชาของเจ้ารสชาติดี อย่างไรเสียก็มีคนให้เจ้ามา เอามาให้ข้าสักหน่อย" จีฉางอันกล่าวเรียบๆ

ใต้เท้าเหลียงรู้สึกปวดใจอยู่บ้าง ลอบด่าในใจ คิดว่าตนเองขาดทุนย่อยยับ

"ขุนนางผู้น้อยจะแบ่งให้องค์ชายสักสองตำลึงขอรับ"

จีฉางอันเห็นสีหน้าของใต้เท้าเหลียงเป็นเช่นนี้ กลับกล่าวตรงๆ ว่า

"ใต้เท้าเหลียงน่าจะรู้ว่าข้ามาทำไม"

"ชาของข้านี้ ก็ไม่ได้เอาของเจ้ามาเปล่าๆ"

"ใต้เท้าเหลียง หัวของเจ้ากำลังจะหลุดจากบ่าแล้ว ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้หนึ่งครั้ง ก็ถือเสียว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับน้ำชาเหล่านี้ก็แล้วกัน"

น้ำเสียงของจีฉางอันเบาบาง แต่ภายในกลับแฝงจิตสังหารเอาไว้มากมาย

"เอ่อ" ใต้เท้าเหลียง แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ว่าองค์ชายหกมาที่นี่ทำไมในครั้งนี้

นั่นก็คือฝ่าบาทตรัสว่า องค์ชายหกต้องการก่อตั้งหน่วยปราบยุทธภพ

ต้องการสอบถามความคิดเห็นของตน ดูว่าเขาจะสามารถเป็นผู้บัญชาการหน่วยนี้ได้หรือไม่ สามารถก่อตั้งหน่วยปราบยุทธภพได้หรือไม่

ใต้เท้าเหลียงเพียงรู้สึกว่าตนเองถูกม้วนเข้าไปพัวพันกับเรื่องที่ไม่ธรรมดา ในเวลาที่ยังไม่เข้าใจว่าฝ่าบาทต้องการสื่อความหมายใด

ก็ทำได้เพียงทำตามสัญชาตญาณ นั่นก็คือปฏิเสธ หน่วยปราบยุทธภพ จะปรากฏขึ้นที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด

"องค์ชายหกเหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้ ที่นี่คือสำนักหกแก่นแท้ อยู่เบื้องล่างโอรสสวรรค์ มีใครกล้าสังหารข้าหรือ"

ใต้เท้าเหลียงแม้ใจจะสั่นสะท้าน แต่กลับไม่แสดงออกถึงความสงสัยใดๆ เอ่ยปากถาม

ใครจะคาดคิดว่าจีฉางอันกลับลุกพรวดขึ้นมา ตบโต๊ะดังปัง ตะโกนกร้าว

"เหลียงชาง เจ้ายังไม่ยอมรับผิดอีกหรือ ช่างบังอาจนัก"

"สมรู้ร่วมคิดกับชาวยุทธ์ ปลูกฝังนักฆ่า มุ่งหวังล้มล้างราชวงศ์"

"ทำความผิดใหญ่หลวงถึงเพียงนี้ ยังกล้าแก้ตัวอีกหรือ"

"หา" ใต้เท้าเหลียงฟังคำพูดของจีฉางอันแล้วตกใจ นี่ไม่ใช่ความผิดเล็กๆ เลยนะ

พูดให้ใหญ่หน่อยก็ถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตรได้เลย

ในเวลานี้เขายังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจีฉางอันจึงไม่เล่นตามไพ่

เจ้าต้องการก่อตั้งหน่วยปราบยุทธภพ เช่นนั้นก็มาปรึกษาหารือกับข้าสิ

เอาข้อดีและวิธีแก้ปัญหาข้อเสียของการก่อตั้งหน่วยปราบยุทธภพมาพูดสิ

ใช้เกลี้ยกล่อมข้าไม่ใช่หรือ

ตอนนี้เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่

ใต้เท้าเหลียงหวาดหวั่นในใจ อย่างไรเสียฐานะของตนก็ไม่ต่ำต้อย องค์ชายหกไม่มีเหตุผลที่จะมาล่วงเกินตนเปล่าๆ

หรือว่าเขาจะกุมหลักฐานอะไรไว้จริงๆ หากเป็นเช่นนั้น ตนเองคงต้องเกิดเรื่องแน่ๆ

"ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เช่นนั้นก็ดูสำนวนคดีนี่เถอะ"

จีฉางอันก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ให้จิงหนีนำข้อมูลที่องค์กรข่ายเร้นลับหามาได้วางลงบนโต๊ะ

ใต้เท้าเหลียงรีบหยิบมาอ่านอย่างละเอียดทันที

"ปีต้าจิ้นที่ 378 ฤดูร่วง คดีเด็กหายในเมืองหลวง 34 คดี ในจำนวนนั้น 9 คดีปิดไม่ได้"

"คดีที่ปิดได้ ผู้กระทำผิดล้วนเป็นนักพนันที่สิ้นเนื้อประดาตัว ขอทานริมถนน..."

"จำนวนเด็กที่ตามหาพบ ศูนย์"

"ปีต้าจิ้นที่ 378 ฤดูร้อน จำนวนเด็กหาย 73 คน ในจำนวนนั้น 12 คดีปิดไม่ได้"

"คดีที่ปิดได้ ผู้กระทำผิดล้วนเป็นนักพนันที่สิ้นเนื้อประดาตัว ขอทานริมถนน..."

"จำนวนเด็กที่ตามหาพบ ศูนย์"

"บ่อนพนันเหล่านี้ล้วนเป็นกิจการของสมาคมมีดแดง ส่วนขอทานเหล่านั้นก่อนตายล้วนไปกินอาหารดีๆ ที่หอสุรามามื้อหนึ่ง"

"เจ้าว่าเงินเหล่านี้มาจากที่ใด"

"ข้ายังมีคดีอีกมากมาย ใต้เท้าอยากรู้หรือไม่"

จีฉางอันถูมือทั้งสองข้าง ฤดูร่วงก็ยังค่อนข้างหนาวอยู่นะ

แต่เชื่อว่าตอนนี้ใต้เท้าเหลียงน่าจะหนาวกว่า

"คดีเหล่านี้ ล้วนมีเงื่อนงำน่าสงสัยอย่างยิ่ง ส่วนจุดหมายปลายทางของเด็กเหล่านี้ สำนักหกแก่นแท้ของพวกเจ้ากลับตามหาไม่พบเลยสักคน"

"อีกทั้งนี่คือเบื้องล่างโอรสสวรรค์ นี่หรือคือสำนักหกแก่นแท้ของเจ้า"

เวลานี้จีฉางอันปัดถ้วยชาทิ้งอย่างแรง ชาและน้ำชาชั้นเลิศสาดกระเซ็นไปทั่ว

"เจ้านั่งอยู่ที่นี่ สวมชุดขุนนางของราชวงศ์ กินเบี้ยหวัดของราษฎร ทั้งยังดื่มเครื่องบรรณาการของผู้อื่น"

"ใต้เท้า ช่างสุขสบายเสียจริง"

"ข้าจะบอกเจ้าให้ เด็กเหล่านี้"

"ส่วนหนึ่งถูกส่งเข้าองค์กรนักฆ่า ถูกฝึกให้เป็นนักฆ่า"

"ส่วนผู้ที่ลอบสังหารเสด็จพ่อ พี่ใหญ่ น้องชาย ก็คือคนเหล่านี้นี่แหละ"

"ตอนนี้เจ้ากล้าพูดหรือไม่ว่า เจ้ากับพวกค้ามนุษย์เหล่านี้ กับพวกที่ลอบสังหารฮ่องเต้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลย"

จบบทที่ บทที่ 4 - สำนักหกแก่นแท้

คัดลอกลิงก์แล้ว