- หน้าแรก
- โต้วหลัว เกิดใหม่เป็นจูจู๋ชิง สู่เส้นทางจักรพรรดินี
- บทที่ 15: เจตนาแอบแฝง
บทที่ 15: เจตนาแอบแฝง
บทที่ 15: เจตนาแอบแฝง
บทที่ 15: เจตนาแอบแฝง
ในห้องส่วนตัวอันเงียบสงบของโรงแรมแห่งหนึ่ง จูจู๋ชิงสะบัดเสื้อคลุมที่ปกปิดร่างของนางออกอย่างสบายๆ และนั่งลงบนเก้าอี้
อีกด้านหนึ่ง ดวงตาของจูจู๋อวิ๋นหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นการกระทำของจูจู๋ชิง
บนทวีปโต้วหลัว รูปร่างของวิญญาจารย์รุ่นเยาว์นั้นแทบจะแปรผันตรงกับพลังวิญญาณของพวกเขา ยิ่งพลังวิญญาณสูง รูปร่างของพวกเขาก็มักจะดูโตเกินวัยมากขึ้นเท่านั้น
ความสูงปัจจุบันของจูจู๋ชิงนั้นปาเข้าไป 1.6 เมตรแล้ว หากไม่ใช่เพราะใบหน้านั้น จูจู๋อวิ๋นคงไม่เชื่อหรอกว่าน้องสาวคนนี้ เมื่อปีที่แล้วยังเป็นแค่เด็กกะโปโลตัวเล็กๆ อยู่เลย
"จูจู๋ชิง เจ้า..."
เมื่อมองไปที่น้องสาวของนาง จูจู๋อวิ๋นก็มีความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
"โธ่ ท่านพี่ เราอย่าเพิ่งคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องกันเลยดีกว่า"
"เราไม่ได้เจอกันมาตั้งปีนึงแล้ว ท่านสบายดีไหมเจ้าคะ?"
จูจู๋ชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
นางเชื่อว่าจูจู๋อวิ๋นจะไม่ทำร้ายนาง นั่นเป็นเหตุผลที่นางกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าจูจู๋อวิ๋น
"ไม่ได้สิ จูจู๋ชิง เจ้าต้องอธิบายมาให้ชัดเจน! ข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินหลงผิดไม่ได้เด็ดขาด!"
จูจู๋อวิ๋นเดินมานั่งข้างๆ จูจู๋ชิง ใช้สองมือประคองใบหน้าเล็กๆ ของจูจู๋ชิง บีบแก้มของนางพลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
นางกลัวจริงๆ ว่าจูจู๋ชิงอาจจะเผลอเดินหลงผิดไป
เช่น กลายเป็นวิญญาจารย์ผู้ร่วงหล่น
แม้วิญญาจารย์ผู้ร่วงหล่นจะมีพลังวิญญาณพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก แต่เมื่อกลายเป็นวิญญาจารย์ผู้ร่วงหล่นแล้ว พวกเขาก็ไม่เพียงแต่จะถูกสำนักวิญญาณยุทธ์กวาดล้างอย่างหนักหน่วงเท่านั้น แต่แม้แต่ผู้คนจากสองจักรวรรดิใหญ่ก็จะไม่ยอมรับพวกเขาเช่นกัน
"โธ่ ท่านพี่ ข้าดูเหมือนคนแบบนั้นหรือเจ้าคะ?!"
นางกลอกตาใส่พี่สาวของนาง
"ถ้าอย่างนั้นก็อธิบายมาให้ข้าฟังให้ชัดเจน แล้วปีที่ผ่านมาเจ้าหายไปไหนมา?"
จูจู๋อวิ๋นแสดงท่าทีว่าเรื่องนี้เจรจากันไม่ได้และต้องอธิบายให้กระจ่าง
"ก็ได้ๆ ข้าผิดเองเจ้าค่ะ!"
จูจู๋ชิงยกมือขึ้นยอมจำนน
"พูดมา!"
จูจู๋อวิ๋นพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าสถานะพี่สาวของนางจะยังมีน้ำหนักในใจของน้องสาวอยู่ไม่น้อย ในบรรดาคนทั้งตระกูล ความผูกพันฉันพี่น้องของพวกนางนั้นหาได้ยากยิ่ง
จูจู๋อวิ๋นเอนหลังพิงโซฟา นั่งไขว่ห้าง แผ่กลิ่นอายราวกับราชินี
"เรื่องนี้คงต้องเล่าย้อนไปตั้งแต่วันปลุกวิญญาณยุทธ์ของข้า อันที่จริง พลังวิญญาณแต่กำเนิดของข้า... บลาๆๆ..."
จูจู๋ชิงเปิดเผยว่านางได้ปิดบังพลังวิญญาณแต่กำเนิดของนางไว้ แต่นางก็ยังคงซ่อนความจริงเรื่องวิญญาณยุทธ์คู่เอาไว้ โดยท้ายที่สุดก็เลือกที่จะเปิดเผยเฉพาะสิ่งที่นางสามารถเปิดเผยได้เท่านั้น
บางเรื่องก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผย นางจะเปิดเผยมันในอนาคตเมื่อนางมีความแข็งแกร่งมากพอ
เมื่อได้รับฟังจูจู๋ชิงค่อยๆ อธิบายถึงสิ่งที่นางได้รับในช่วงปีที่ผ่านมา แววตาของจูจู๋อวิ๋นก็เริ่มอ่อนโยนลงเรื่อยๆ
ช่างเป็นน้องสาวที่แสนดีอะไรเช่นนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองต้องตกระกำลำบาก นางจึงจำใจต้องปิดบังพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดของนางเอาไว้ และนางก็ปิดบังมันมาตลอดสองปี การที่สามารถกดข่มความแข็งแกร่งของตัวเองไว้ถึงสองปีโดยไม่พัฒนาขึ้นเลย นี่มัน...
ดวงตาของจูจู๋อวิ๋นแดงก่ำด้วยความตื้นตันใจ
"จู๋ชิง!"
น้ำเสียงของจูจู๋อวิ๋นสั่นเครือเล็กน้อย นางรู้สึกว่านางทำให้จูจู๋ชิงต้องผิดหวังในฐานะน้องสาว
แม้นางจะเป็นพี่สาว แต่นางก็จำเป็นต้องให้น้องสาวเสียสละตัวเองเพื่อเติมเต็มนาง
"เอาล่ะๆ ไม่ร้องนะคนเก่ง!"
จูจู๋ชิงสวมกอดจูจู๋อวิ๋น ปลอบประโลมนางด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังโอ๋เด็ก
"ไปให้พ้นเลย!"
จูจู๋อวิ๋นหลุดขำออกมาทันที นางใช้นิ้วจิ้มหน้าผากจูจู๋ชิงด้วยความรู้สึกทั้งขำทั้งฉุน
"แล้ว... เจ้าจะกลับมาไหม?"
จูจู๋อวิ๋นมองจูจู๋ชิงด้วยความคาดหวังเล็กน้อย
จักรวรรดิซิงหลัวเป็นจักรวรรดิที่ไร้ซึ่งความรู้สึก บางครั้งแม้แต่ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาก็ยังแข็งทื่อเป็นท่อนไม้
ความรักความผูกพันอันบริสุทธิ์ฉันพี่น้องอย่างที่นางและจูจู๋ชิงมีให้กันนั้น เรียกได้ว่าหาได้ยากยิ่ง
และยิ่งสิ่งใดหาได้ยาก ผู้คนก็ยิ่งหวงแหนมันมากเท่านั้น
"ยังไม่ใช่ตอนนี้เจ้าค่ะ ความแข็งแกร่งของข้ายังอ่อนด้อยเกินไป หากข้ากลับไป ข้าคงถูกกักขังและถูกบังคับให้แต่งงานแบบคลุมถุงชนสารพัด เอาไว้ข้ามีความแข็งแกร่งมากพอก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที!"
จูจู๋ชิงส่ายหน้า ก่อนที่นางจะมีความแข็งแกร่งพอที่จะท้าทายราชวงศ์ซิงหลัวทั้งราชวงศ์ นางจะไม่มีวันเปิดเผยตัวตนให้พวกเขาเห็นเป็นอันขาด
"อย่างนั้นหรือ!"
กลิ่นอายของจูจู๋อวิ๋นพลันหม่นหมองลงทันที
จริงด้วยสิ ด้วยพรสวรรค์พลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดของจูจู๋ชิง นางคงถูกกักบริเวณทันทีที่กลับไป
มากไปกว่านั้น พวกเขาอาจจะจัดหาคู่ครองให้นางก่อนที่จูจู๋ชิงจะโตเป็นสาวเสียด้วยซ้ำ เพื่อผูกมัดนางไว้กับราชวงศ์ซิงหลัวตลอดไป
แต่ว่า...
จูจู๋อวิ๋นเหลือบมองจูจู๋ชิงที่กำลังยิ้มแฉ่ง
น้องสาวของนางช่างเชื่อฟังและว่านอนสอนง่าย แถมพรสวรรค์ของนางก็ยอดเยี่ยม นางเองก็ไม่อยากให้น้องสาวต้องเข้าไปพัวพันกับวังวนอันดำมืดของราชวงศ์ซิงหลัวเช่นกัน
"แล้วน้องสาวตัวน้อยของข้า วางแผนจะทำอะไรต่อไปในอนาคตล่ะ? อ้อ แล้วตอนนี้เจ้าแข็งแกร่งแค่ไหนแล้ว? ออกไปผจญภัยข้างนอกมันจะไม่อันตรายไปหน่อยหรือ?"
จูจู๋อวิ๋นเอ่ยถามคำถามที่นางเป็นห่วงมากที่สุด
"ตอนนี้ข้าก็คงจะแค่เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วทวีปและบ่มเพาะพลังไปเรื่อยๆ ในอนาคตข้าอาจจะไปเยือนจักรวรรดิเทียนโต่วดูสักครั้ง"
"ส่วนเรื่องการบ่มเพาะของข้าน่ะหรือ..."
ดวงตาของจูจู๋ชิงกลอกล่อกแล่ก
นางกลัวว่าจะทำให้จูจู๋อวิ๋นตกใจถ้านางบอกความจริงไป
จูจู๋อวิ๋นอายุมากกว่านางเจ็ดปี ปีนี้ก็สิบหกแล้ว
แต่ระดับพลังวิญญาณของนางเพิ่งจะอยู่แค่สามสิบแปดเท่านั้น ถ้าข้าบอกว่าข้าอายุเก้าขวบแต่มีพลังวิญญาณถึงสามสิบสองแล้ว นางจะตกใจกลัวไหมนะ?
"อย่ามาโกหกนะ บอกข้ามาตามตรงว่าตอนนี้เจ้าระดับไหนแล้ว ให้ข้าดูหน่อยสิว่าอัจฉริยะที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดเขาบ่มเพาะกันเร็วแค่ไหน!"
จูจู๋อวิ๋นเห็นสายตากลอกล่อกแล่กของจูจู๋ชิงก็รู้ทันทีว่ายัยเด็กคนนี้กำลังเตรียมจะโกหก
จักรวรรดิซิงหลัวไม่ได้ให้กำเนิดอัจฉริยะที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดมานานมากแล้ว ตามบันทึก วิญญาจารย์ที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดจะบ่มเพาะได้รวดเร็วมาก การยกระดับสามหรือสี่ขั้นในหนึ่งปีถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย
น้องสาวของนางกดข่มพลังวิญญาณมาสองปีแล้วก็หายตัวไปอีกหนึ่งปี พลังวิญญาณของนางตอนนี้น่าจะอยู่ที่ระดับยี่สิบกว่าๆ แล้วใช่ไหมล่ะ?
"หึๆ ข้าเกรงว่าถ้าบอกไปมันจะเป็นการทำร้ายจิตใจท่านเอาน่ะสิ!"
จูจู๋ชิงถูจมูกพลางพูดด้วยความภาคภูมิใจ
"เจ้าบอกข้ามาเถอะ ข้าอยากจะเห็นนักว่าอัจฉริยะตัวน้อยของข้าจะเก่งกาจสักแค่ไหนกัน!"
แววตาของจูจู๋อวิ๋นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูขณะที่นางมองจูจู๋ชิง
ฟุ่บ!
จูจู๋ชิงไม่ได้ลุกขึ้นยืน นางเพียงแค่หลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้นการสถิตร่างวิญญาณยุทธ์ แม้ว่านางจะไม่ได้ปลดปล่อยวงแหวนวิญญาณออกมาก็ตาม
ทว่า พลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านก็ยังคงแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องส่วนตัวอยู่ดี
รูม่านตาของจูจู๋อวิ๋นค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น และเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในหัวของนาง
ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่าทำไมจูจู๋ชิงถึงหนีออกจากตระกูลจู
ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ ไม่เพียงแต่นางจะไม่กล้าแสดงมันออกมาในตระกูลจูเท่านั้น แต่นางยังต้องกังวลถึงความหวาดระแวงของราชวงศ์ซิงหลัวอีกด้วย
หากราชวงศ์ซิงหลัวรู้สึกว่าพรสวรรค์ของจูจู๋ชิงนั้นยอดเยี่ยมเกินไปและอาจคุกคามสถานะของพวกเขาได้
เมื่อนั้น จูจู๋ชิงก็จะไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างแน่นอน!
"อัคราจารย์วิญญาณ!"
จูจู๋อวิ๋นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะที่นางจ้องมองจูจู๋ชิง
มันมีความตื่นเต้น ความตกตะลึง แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือ ความยินดี!
ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก ความสัมพันธ์ของนางกับจูจู๋ชิงนั้นดีเยี่ยม ยิ่งจูจู๋ชิงแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดีต่อนางมากเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความแข็งแกร่งของจูจู๋ชิงในการออกไปผจญภัยข้างนอก นางก็สามารถเบาใจได้แล้ว
"ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ น้องสาวตัวน้อยของท่าน ในวัยเก้าขวบ ได้บรรลุถึงขอบเขตของอัคราจารย์วิญญาณแล้ว ตำแหน่งราชทินนามพรหมยุทธ์ก็อยู่แค่เอื้อม เป็นยังไงล่ะ ข้าเก่งไหม?!"
จูจู๋ชิงแสดงให้เห็นว่าตอนนี้นางแข็งแกร่งมากแล้ว และเร่งเร้าว่า "มาเร็วเข้า มารีบกอดต้นขาข้าไว้ อนาคตข้าจะพาท่านโบยบินไปให้ถึงฝั่งฝันเอง!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า น้องสาวข้ามีศักยภาพระดับราชทินนามพรหมยุทธ์เลยเชียว!"
เมื่อมองดูท่าทางที่น่ารักน่าชังของจูจู๋ชิง จูจู๋อวิ๋นก็สวมกอดและคลอเคลียนางด้วยความดีใจ
"ท่านพี่ ท่านช่วยอะไรข้าสักอย่างได้ไหมเจ้าคะ?"
หลังจากที่สองพี่น้องหยอกล้อกันอยู่พักหนึ่ง จู่ๆ จูจู๋ชิงก็เอ่ยกับจูจู๋อวิ๋น
"ข้าว่าแล้วเชียวว่าเจ้าไม่ได้แค่กลับมาเยี่ยมข้าเฉยๆ มีอะไรให้ข้าช่วยล่ะสิ? นี่ถ้าไม่มีเรื่องให้ช่วย เจ้าก็คงไม่คิดจะกลับมาเลยใช่ไหมเนี่ย?!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จูจู๋อวิ๋นก็กลอกตาทันที แสร้งทำเป็นน้อยอกน้อยใจน้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะรีบพูดขึ้นทันควันว่า:
"บอกมาสิ เรื่องอะไรล่ะ?"
ท้ายที่สุดแล้ว นางก็คือน้องสาวสุดที่รักของนาง หากนางต้องการความช่วยเหลือ นางก็พร้อมจะช่วยอย่างแน่นอน
มันแค่รู้สึกตะหงิดๆ ใจนิดหน่อยที่รู้ว่าจุดประสงค์ในการกลับมาเยี่ยมนางนั้น แอบแฝงเจตนาอื่นเอาไว้!
นางขยี้หัวเจ้าหมาน้อยของนางอย่างมันเขี้ยว!