- หน้าแรก
- เย่หลิน ปรมาจารย์สายซุ่ม ชิงโชควาสนา
- บทที่ 10 สังหารจ้าวหู่
บทที่ 10 สังหารจ้าวหู่
บทที่ 10 สังหารจ้าวหู่
บทที่ 10 สังหารจ้าวหู่
หลังจากเย่หลินเดินกอดอกกลับมาถึงที่พัก เขาก็จัดการปิดประตูหน้าต่างให้สนิทมิดชิด
เดิมที หลังจากที่เขาได้เลื่อนขั้นเป็นผู้คุมศิษย์รับใช้ เขาสามารถยื่นเรื่องขอให้ทางสำนักจัดสรรเรือนพักตากอากาศหลังเล็กๆ ซึ่งเป็นสวัสดิการเฉพาะสำหรับผู้คุมศิษย์รับใช้ได้ แต่เนื่องจากมีเวลาจำกัด เรื่องนี้จึงถูกพับเก็บไว้ก่อน
"คนที่ลงมือลอบโจมตีข้าเมื่อครู่ ต้องเป็นจ้าวหู่แน่ๆ"
"ช่างเถอะ ขอลองตรวจสอบทิศทางชะตาของตัวเองดูหน่อยดีกว่า คราวนี้มันน่าจะนิ่งแล้วล่ะ"
ระดับการฝึกตน: ขอบเขตฝึกฝนลมปราณ ระดับ 6
โชคชะตา: สีดำ (เคราะห์กรรมสาหัส)
ชะตาชีวิต: 【ตัวซวยกลับชาติมาเกิด】 【ความเข้าใจระดับเทวะ】
ทิศทางชะตา: หลังจากที่จ้าวหู่ล่วงรู้ระดับการฝึกตนที่แท้จริงของคุณ จ้าวหู่และหนานซิงจะหลอกล่อคุณไปที่ภูเขาด้านหลังในคืนพรุ่งนี้ตอนเที่ยงคืน แล้วลงมือลอบโจมตี ทว่าพวกมันกลับไม่คาดคิดเลยว่าคุณจะซ่อนเร้นระดับการฝึกตนเอาไว้ คุณจึงใช้พลังที่เหนือกว่าสังหารพวกมันทั้งสองคนได้อย่างง่ายดาย และได้รับทรัพยากรจำนวนมหาศาลจากพวกมัน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ได้ถูกตงเฟิงที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเห็นเข้า เขาจึงรีบนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ผู้อาวุโสสายนอกทราบ เมื่อผู้อาวุโสสายนอกรับรู้เรื่องราว เขาก็สั่งขังคุณไว้ในคุกใต้ดิน เพราะเชื่อว่าคุณได้ครอบครองวาสนาอันยิ่งใหญ่เอาไว้ คุณยืนกรานปฏิเสธจนตัวตาย ท้ายที่สุด ผู้อาวุโสสายนอกจึงลงมือสังหารคุณด้วยตนเอง
วาสนาที่กำลังจะมาถึง: ไม่มี
【ตัวซวยกลับชาติมาเกิด】: โชคไม่ดีนัก ตัวอย่างเช่น มักจะสะดุดล้มเวลาเดิน และมักจะถูกสวมเขาเมื่อแต่งงาน
【ความเข้าใจระดับเทวะ】: มีความสามารถในการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม ทำความเข้าใจเคล็ดวิชาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ในเคล็ดวิชาเดียวกัน ผู้อื่นอาจต้องใช้เวลาถึงสามเดือน แต่คุณใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน
"ตงเฟิงงั้นรึ? ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่มาแอบดูข้าวันนั้นน่ะนะ?"
หลังจากอ่านทิศทางชะตาของตนเอง เย่หลินก็นั่งลงบนเตียง ยกมือขึ้นลูบคางพลางรุ่นคิด
ตอนนี้ ใครก็ตามในสำนักสายนอกที่มีความทะเยอทะยาน ต่างก็อยากจะจับตัวเขาไปมอบให้จางเซียว ผู้เป็นอันดับหนึ่งแห่งสายนอก เพื่อประจบสอพลอและเอาหน้ากันทั้งนั้น
ในตอนนี้ มีเพียงจ้าวหู่และหนานซิงเท่านั้นที่กำลังจ้องเล่นงานเขา และในคืนพรุ่งนี้ พวกมันก็จะมาหลอกล่อเขาออกไป
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ จ้าวหู่และหนานซิงกำลังถูกตงเฟิงจับตาดูอยู่นั่นเอง ช่างเป็นแผนการที่แยบยลเสียนี่กระไร เปรียบดั่งตั๊กแตนตำข้าวที่จ้องจับจักจั่น โดยไม่รู้เลยว่ามีนกขมิ้นรอตะครุบอยู่ด้านหลัง ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
"ดูเหมือนว่าคืนพรุ่งนี้ ข้าคงต้องระวังตัวให้มากหน่อยแล้ว และคงต้องถือโอกาสกำจัดตงเฟิงที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดไปซะ เพื่อตัดรากถอนโคนให้สิ้นซาก" เย่หลินเอ่ยขึ้นช้าๆ
ก่อนที่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาจะมีมากพอที่จะรับมือกับจางเซียวได้ เขาจะเปิดเผยระดับพลังที่แท้จริงออกไปไม่ได้เด็ดขาด
"ข้าจะปล่อยให้ไอ้หนูสกปรกตัวนี้ เอาเรื่องระดับการฝึกตนของข้าไปป่าวประกาศไม่ได้"
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ขอดูหน่อยเถอะว่าเจ้าหนูสกปรกอย่างเจ้าจะไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน"
เมื่อคิดทบทวนทุกอย่างจนถี่ถ้วนแล้ว เย่หลินก็หลับตาลงและเริ่มบำเพ็ญเพียร เขาต้องการยกระดับสภาพร่างกายและพลังปราณของตนให้อยู่ในจุดสูงสุดภายในวันและคืนนี้
เพราะครั้งนี้ เขาจะต้องรับมือกับยอดฝีมือในขอบเขตฝึกฝนลมปราณระดับ 5 ถึงสามคน แม้ว่าเขาจะบรรลุถึงขอบเขตฝึกฝนลมปราณระดับ 6 แล้ว แต่เขาก็ประมาทไม่ได้ และต้องมั่นใจว่าจะสามารถสังหารพวกมันได้ทั้งหมด
หากปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว สิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือหายนะอย่างแท้จริง
วันและคืนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับกระพริบตา ในคืนที่สอง ประตูไม้ที่เคยเงียบสงบก็ถูกผลักให้เปิดออกอย่างแรง
"เจ้าคือผู้คุมศิษย์รับใช้ใช่ไหม? ช่วงนี้มีสัตว์อสูรออกอาละวาดที่ภูเขาด้านหลังบ่อยๆ ตอนนี้เราต้องการให้เจ้าไปช่วยตรวจสอบหน่อย ตามพวกข้ามา"
หนานซิงเอ่ยด้วยสีหน้าหงุดหงิดรำคาญใจ สำหรับพวกมันแล้ว ศิษย์รับใช้ก็เป็นแค่เศษสวะ และผู้คุมศิษย์รับใช้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น อย่างมากก็เป็นแค่เศษสวะที่ตัวใหญ่ขึ้นมาหน่อยเท่านั้น
เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย เย่หลินก็ไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา เขายังคงมีสีหน้าเรียบเฉยขณะเอ่ยตอบ
"อย่างนั้นรึ? ตกลง การที่สัตว์อสูรออกอาละวาดที่ภูเขาด้านหลังบ่อยๆ ย่อมเป็นภัยคุกคามต่อศิษย์รับใช้ของข้าเช่นกัน ข้าจะไปกับพวกเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ"
จากนั้นเย่หลินก็ลุกขึ้นยืนและเดินเคียงคู่ไปกับหนานซิง มุ่งหน้าไปยังภูเขาด้านหลัง
"ศิษย์พี่"
ในตอนนั้นเอง หนานซิงก็พยักหน้าให้กับจ้าวหู่ที่กำลังเดินตรงเข้ามา
"นี่คือศิษย์พี่ของข้า เราสองคนรับภารกิจนี้มาด้วยกัน หน้าที่ของเจ้าในครั้งนี้คือการนำทางพวกข้าไป"
หนานซิงเอ่ยกับเย่หลินอย่างช้าๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่หลินก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจกลับลอบแค่นเสียงเยาะ พลางคิดว่าพวกมันช่างตีหน้าซื่อตาใสได้อย่างแนบเนียนเสียจริง
หลังจากพูดจบ เย่หลินก็เดินนำหน้าไป โดยมีหนานซิงและจ้าวหู่เดินตามหลังมาติดๆ ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยังภูเขาด้านหลังภายใต้ความมืดมิดของยามราตรี
เหตุผลของหนานซิงนั้นฟังดูสมเหตุสมผลทีเดียว สัตว์อสูรมักจะออกอาละวาดในเวลากลางคืน ดังนั้นการมาตรวจสอบในยามวิกาลจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด
เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปในภูเขาด้านหลัง ท่าทีของหนานซิงและจ้าวหู่ที่เคยสงบนิ่งก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
"ลงมือ!"
สีหน้าของหนานซิงแข็งกร้าวขึ้น เขาพุ่งหมัดเข้าใส่แผ่นหลังของเย่หลินอย่างเต็มแรง
หากหมัดนี้กระแทกเข้าเป้า มันอาจทำให้เย่หลินพิการได้ในทันที
ทว่าเย่หลินราวกับเตรียมตัวรับมือไว้อยู่แล้ว เขาหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว คว้าหมัดของหนานซิงเอาไว้ แล้วก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ขอบเขตฝึกฝนลมปราณระดับ 5 งั้นรึ? นี่มันก็แค่พลังระดับ 5 ของข้าเท่านั้นแหละ"
ภายในใจของเย่หลินนิ่งสงบ จากนั้นเขาก็ตวัดขาเตะเข้าที่หน้าอกของหนานซิงอย่างจัง
ในชั่วพริบตา ร่างของหนานซิงก็ปลิวละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาด กระเด็นไปตกกระแทกพื้นอย่างแรงในระยะไกล
"อะไรกัน! บัดซบเอ๊ย!"
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า จ้าวหู่ก็ตกตะลึงจนเบิกตากว้าง การที่สามารถรับการโจมตีเต็มกำลังของหนานซิงได้ด้วยมือเปล่าอย่างง่ายดายเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้เลย
แถมยังสามารถเตะหนานซิงที่อยู่ในขอบเขตฝึกฝนลมปราณระดับ 5 จนปลิวกระเด็นไปได้อีก หรือว่าเย่หลินที่อยู่ตรงหน้าเขา จะมีพลังเทียบเท่ากับขอบเขตฝึกฝนลมปราณระดับ 6 แล้วงั้นรึ!
ความคิดนี้ทำให้จ้าวหู่รู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง
"เจ้าซ่อนเร้นระดับการฝึกตนเอาไว้สินะ ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนนัก!"
จ้าวหู่เอ่ยพลางก้าวถอยหลัง มือขวาค่อยๆ ชักมีดสั้นออกมาและซ่อนไว้ด้านหลัง ขณะที่ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้หนานซิง
"เราไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรต่อกัน ทำไมเราไม่เลิกรากันไปแค่นี้ล่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่หลินก็แค่นเสียงเยาะ ก่อนจะชักกระบี่ยาวของตนออกมา
"เลิกรากันไปงั้นรึ? เจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้งั้นรึ"
สิ้นคำพูด เย่หลินก็ใช้วิชาดาบของตน ปลดปล่อยปราณกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่หนานซิงที่นอนกองอยู่บนพื้น
ในทางกลับกัน จ้าวหู่กลับไม่สนใจความเป็นตายของหนานซิงเลยแม้แต่น้อย เขาใช้วิชาตัวเบาอันแปลกประหลาด พุ่งเข้าประชิดตัวเย่หลินอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ตวัดมือขวา ส่งมีดสั้นพุ่งเสียบเข้าที่หน้าอกของเย่หลินในชั่วพริบตา
ทว่าเย่หลินราวกับคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว เขาเบี่ยงตัวหลบมีดสั้นของจ้าวหู่ได้อย่างฉิวเฉียด
เมื่อเห็นดังนั้น จ้าวหู่ก็รีบถอยฉากทิ้งระยะห่างจากเย่หลินทันที เมื่อครู่เขาใช้วิชาตัวเบาระดับเหลืองขั้นต่ำเข้าจู่โจมตี แต่เย่หลินกลับสามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
"ตกลงแล้วเจ้าอยู่ระดับไหนกันแน่!"
จ้าวหู่เหลือบมองหนานซิงที่นอนตายอนาถอยู่ไกลๆ แล้วหันมาตะโกนถามเย่หลิน
"ความตาย ดาบที่นำพาสู่ความตาย"
เย่หลินไม่ตอบคำถาม เขาตวัดกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่จ้าวหู่อีกครั้ง
"บัดซบเอ๊ย เจ้าบีบให้ข้าต้องลงมือเองนะ!"
สีหน้าของจ้าวหู่ดุดันขึ้น เขาเค้นพลังปราณทั้งหมดในร่าง เตรียมพร้อมที่จะสู้ตาย
แต่วินาทีต่อมา คมกระบี่ก็ทะลวงเข้าที่หัวใจของเขา ร่างของจ้าวหู่ล้มตึงลงไปกองกับพื้น นอนแข็งทื่อไร้ซึ่งลมหายใจ
ตอนนี้เย่หลินอยู่ในขอบเขตฝึกฝนลมปราณระดับ 6 ส่วนจ้าวหู่อยู่ในขอบเขตฝึกฝนลมปราณระดับ 5 ประกอบกับมีทักษะการต่อสู้คอยช่วยเหลือ จ้าวหู่จึงไม่อาจแม้แต่จะดิ้นรนต่อสู้เฮือกสุดท้ายได้เลย
หลังจากจัดการทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ว เย่หลินก็เงยหน้าขึ้นมองไปไกลๆ
"เป็นไปได้ยังไง!"
ในพุ่มไม้ที่อยู่ห่างออกไป ตงเฟิงที่เฝ้าสังเกตการณ์เหตุการณ์ทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น เห็นเย่หลินมองมาทางตน ก็ถึงกับม่านตาหดเกร็ง
"เป็นไปได้ยังไง! เขารู้ตัวแล้วงั้นรึ!"
ตงเฟิงตื่นตระหนกสุดขีด จ้าวหู่และหนานซิงต่างก็มีฝีมือทัดเทียมกับเขา แต่กลับถูกเย่หลินจัดการได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ ช่างน่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้
วินาทีต่อมา ขนทั่วร่างของตงเฟิงก็ลุกซู่ เขาเห็นเย่หลินพุ่งตรงเข้ามาหาด้วยความเร็วแสง ก่อนที่เขาจะทันได้คิดอะไรให้มากความ เขาก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งหนีเตลิดกลับไปทางสำนัก
แต่ความเร็วของเขาจะไปสู้เย่หลินได้อย่างไร ไม่นานนัก คมกระบี่เย็นเฉียบก็ถูกจ่อเข้าที่คอหอยของเขา
"ยะ... ศิษย์พี่เย่ ราตรีสวัสดิ์ขอรับ"
เมื่อเห็นกระบี่ยาวจ่ออยู่ที่คอ ตงเฟิงก็ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขาจ้องมองเย่หลินด้วยดวงตาทั้งสองข้าง ฝืนปั้นรอยยิ้มบนใบหน้าพลางเอ่ย
"ศิษย์พี่เย่ ข้าสาบานได้เลยนะขอรับ ว่าคืนนี้ข้าแค่ออกมาชมจันทร์เท่านั้น ข้าไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ และข้าก็ไม่เห็นศิษย์พี่เย่ด้วย"
เมื่อเห็นเย่หลินยังคงนิ่งเฉย ตงเฟิงก็รีบละล่ำละลักอธิบายต่อทันที