เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 หลุมมังกรและคิงส์แลนดิง

บทที่ 4 หลุมมังกรและคิงส์แลนดิง

บทที่ 4 หลุมมังกรและคิงส์แลนดิง


บทที่ 4 หลุมมังกรและคิงส์แลนดิง

หลังจากใช้ชีวิตตามกิจวัตรเดิมๆ อยู่หลายวัน ในที่สุดเขาก็หาโอกาสไปสำรวจหลุมมังกรที่ถูกทิ้งร้างได้สำเร็จ เพื่อค้นหาไข่มังกรที่อาจซุกซ่อนอยู่ภายใน

ความร้อนรุ่มในใจเกี่ยวกับเรื่องไข่มังกรเพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้นเมื่อบาร์ริสตันถูกส่งไปทำภารกิจ เขาจึงพาองครักษ์ที่เพิ่งติดสินบนมาใหม่สองสามคนไปยังหลุมมังกร เขาไม่ได้บอกพวกนั้นว่ากำลังตามหาไข่มังกร บอกเพียงแค่ว่าจะไปผจญภัยกัน

หลังจากเดินผ่านตรอกแคบๆ อันเหม็นหึ่งของฟลีบอตทอม ซากปรักหักพังของหลุมมังกรก็ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นอยู่ทางมุมตะวันออกเฉียงใต้ของคิงส์แลนดิง ราวกับรอยแผลเป็นอัปลักษณ์ที่ไม่มีวันรักษาหาย

แทนที่จะเรียกว่าสิ่งปลูกสร้าง มันดูเหมือนโครงกระดูกขนาดยักษ์ที่ถูกกาลเวลาและความบ้าคลั่งกัดกินจนหมดสิ้นมากกว่า

โครงสร้างอันโอ่อ่าที่ครั้งหนึ่งเคยถูกครอบด้วยโดมอันวิจิตรตระการตา บัดนี้เหลือเพียงกำแพงหินโค้งที่ถูกเผาไหม้เป็นตอตะโกชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างดื้อรั้น ดูราวกับซี่โครงที่หักโค่นของมังกรที่กำลังใกล้ตาย

ประตูหินบานยักษ์ที่เคยสลักตราประจำตระกูลทาร์แกเรียนพังทลายลงมานานแล้ว ซากหินที่แตกหักถูกฝังจมอยู่ในดินไปครึ่งหนึ่ง ปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำหนาเตอะและวัชพืชที่เหนียวแน่น

แสงแดดสาดส่องลงมาตามรอยแยกของโดมที่ถล่ม เผยให้เห็นความน่าสยดสยองและอ้างว้างภายใน

พื้นดินถูกปกคลุมไปด้วยซากปรักหักพังหนาเตอะ เป็นการผสมผสานระหว่างคานไม้ที่ถูกเผาไหม้ อิฐที่แตกละเอียด และเถ้าถ่านที่ไม่รู้ที่มาซึ่งส่งเสียงกรอบแกรบยามเหยียบย่ำ

เสาขนาดมหึมาหลายต้นที่ต้องใช้คนหลายคนโอบถูกหักครึ่ง โผล่พ้นซากปรักหักพังออกมาในมุมที่ดูแปลกประหลาด ราวกับกำลังบอกเล่าถึงความโหดร้ายของการก่อจลาจลอย่างเงียบๆ

กลิ่นประหลาดลอยอวลอยู่ในอากาศ ไม่ใช่แค่กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นของมูลนกและสัตว์ป่า แต่ลึกลงไปกว่านั้นยังมีกลิ่นเหม็นไหม้จางๆ ที่แทบจะสัมผัสไม่ได้

พื้นที่ทั้งหมดเงียบสงัดจนน่ากลัว เว้นแต่เสียงลมที่พัดผ่านซากปรักหักพัง ส่งเสียงสะอื้นไห้ต่ำๆ แผ่วเบา ราวกับวิญญาณมังกรและมนุษย์นับไม่ถ้วนกำลังคร่ำครวญถึงความคับแค้นใจ

บรรยากาศนั้นกดทับจิตใจของทุกคนที่หยุดยืนอยู่ ณ ที่แห่งนั้นอย่างหนักอึ้ง

หัวใจของวิเซริสเต้นโครมครามอยู่ในอก เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นที่จะได้สำรวจสิ่งที่ไม่รู้จัก ทว่าก็เจือไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ไม่อาจบรรยายได้

เขารวบรวมสติและเริ่มค้นหาอย่างเป็นระบบ โดยมีสัญชาตญาณในปัจจุบันเป็นเครื่องนำทาง

เขาเพ่งเล็งไปที่การตรวจสอบกำแพงที่ดูมีโครงสร้างแข็งแรงและอาจซ่อนช่องลับหรือทางเดินลับเอาไว้ โดยใช้กริชเล่มเล็กที่พกติดตัวมาเคาะเบาๆ เพื่อฟังเสียงสะท้อน

เขายังเบียดตัวเข้าไปในห้องด้านข้างและระเบียงทางเดินบางแห่งที่ยังไม่พังทลายลงมาทั้งหมด บริเวณเหล่านั้นมืดมิดกว่ามาก มีเพียงแสงสว่างสลัวๆ ที่ลอดผ่านรอยแตกและแสงจากคบเพลิงที่ผู้ติดตามถือมาเท่านั้น

ในแอ่งรูปวงกลมที่ดูเหมือนจะเป็นฐานของรังมังกรในอดีต เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง หินบริเวณนั้นมีสีเข้มกว่า ราวกับถูกความร้อนสูงจัดเป็นเวลานาน ซึ่งแตกต่างจากบริเวณโดยรอบอย่างเห็นได้ชัด

เขานั่งยองๆ ลง ใช้มือปัดฝุ่นและกรวดบนพื้นผิวออกอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับสสารแข็งสีดำที่เกาะตัวกันเป็นก้อน ซึ่งเกิดจากการหลอมละลายของทรายและหินภายใต้ความร้อนจัด

สิ่งนี้ยืนยันกับเขาว่าต้องมีมังกรอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นรังมังกร

เขาขุดให้ลึกลงไปอีก แต่กลับไม่พบอะไรเลยนอกจากเศษหินหลอมละลายชิ้นใหญ่ๆ สองสามชิ้นและกระดูกของสัตว์จำพวกแพะ

การค้นหานานนับชั่วโมงท้ายที่สุดก็สูญเปล่า

แต่เขาไม่ยอมแพ้ ท้ายที่สุดแล้ว หากไข่มังกรหาง่ายขนาดนั้น คงมีคนพบมันไปตั้งนานแล้ว

เขาถือว่าการสำรวจครั้งนี้เป็นภารกิจลาดตระเวนที่คุ้มค่า อย่างน้อยก็ช่วยให้เขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของหลุมมังกร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมาเยือนในครั้งหน้า

ทว่าความล้มเหลวในการสำรวจหลุมมังกรทำให้วิเซริสฝากความหวังไว้กับซัมเมอร์ฮอลล์มากยิ่งขึ้น

เขาเริ่มตั้งใจค้นหาเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่เหล่าเมสเตอร์ ซึ่งไม่ใช่ไพเซล เนื่องจากคิงส์แลนดิงมีผู้ช่วยเมสเตอร์คนอื่นๆ นอกเหนือจากแกรนด์เมสเตอร์ นำมาให้เขาอ่าน เพื่อค้นหาบันทึกเกี่ยวกับกษัตริย์ที่ควรจะเป็นอย่างเอกอนที่ห้าและโศกนาฏกรรมแห่งซัมเมอร์ฮอลล์

บันทึกอย่างเป็นทางการไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก เพียงแค่เน้นย้ำว่าเป็นอุบัติเหตุไฟไหม้ที่น่าสลดใจ และไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นความอัปยศของตระกูลทาร์แกเรียนและยิ่งทำให้การปกครองของราชวงศ์สั่นคลอนมากขึ้นไปอีก

ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ทางตระกูลจะบันทึกรายละเอียดไว้ให้คนรุ่นหลัง สถานที่เพียงแห่งเดียวที่มีบันทึกครบถ้วนน่าจะเป็นซิทาเดล แต่วิเซริสจะไม่พิจารณาไปที่ซิทาเดลในตอนนี้ อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะได้ครอบครองมังกรเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ในเศษเสี้ยวบทกวีของเหล่านักกวี เขาได้จับใจความข้อมูลที่แตกต่างออกไป เช่น ความหมกมุ่นในมังกรของเอกอนที่ห้า ไม่ว่าจะเป็นไข่มังกรทั้งเจ็ดฟอง เปลวเพลิงที่กลืนกินความหวัง และความพยายามที่เข้าใกล้มังกรมากที่สุดนับตั้งแต่กษัตริย์เอกอนผู้พิชิต เป็นต้น

ข้อมูลที่กระจัดกระจายเหล่านี้อาจเป็นเบาะแสแห่งคำพยากรณ์ก็ได้ เนื่องจากโลกใบนี้ยังมีเวทมนตร์และสิ่งที่เรียกว่าทวยเทพ และสิ่งแปลกประหลาดก็มักจะแฝงคำพยากรณ์เอาไว้เสมอ

เขาตั้งปณิธานอย่างลับๆ ว่าจะต้องหาเหตุผลและโอกาสที่เหมาะสมเพื่อไปเยือนซัมเมอร์ฮอลล์ให้ได้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

ในขณะเดียวกัน เขาก็คอยจับตาดูคลื่นใต้น้ำทางการเมืองภายในปราสาทเรดคีพอยู่เสมอ

ตัวอย่างเช่น เขาสังเกตเห็นว่าหัตถ์พระราชาคนปัจจุบันอย่างโอเวน เมอร์รีเวทเธอร์ เป็นเพียงแค่พวกประจบสอพลอที่เอาแต่เออออห่อหมกเท่านั้น

ผู้ที่กษัตริย์วิกลจริตยอมรับฟังอย่างแท้จริงคือวาริส ชายผู้มีรอยยิ้มประดับใบหน้าอยู่เสมอ น้ำเสียงนุ่มนวล และมีภูมิหลังที่ลึกลับ

รวมถึงแกรนด์เมสเตอร์ไพเซล ชายชราเคราขาวเฟิ้มที่ดูเหมือนจะเลอะเลือน แต่กลับยึดตำแหน่งตัวแทนของซิทาเดลเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

วาริสเปรียบเสมือนแมงมุมที่ซ่อนตัวอยู่หลังพรมแขวนผนังอันหรูหรา ไม่แปลกใจเลยที่ฉายาของเขาคือแมงมุม และเหล่านกน้อยของเขาก็มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

วิเซริสเคยบังเอิญพบกับสายลับแห่งราชสำนักผู้นี้หลายครั้งตามระเบียงทางเดินหรือลานกว้าง และขันทีผู้นี้ก็มักจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเสมอ

เขาจะทักทายด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดาว่า อรุณสวัสดิ์พ่ะย่ะค่ะ เจ้าชายวิเซริส ขอให้ทุกเรื่องในวันนี้ของพระองค์ราบรื่น

ดวงตาที่มองเห็นทุกสิ่งคู่นั้นดูเหมือนจะเจาะทะลุเปลือกนอกอันเยาว์วัยของเขาเพื่อมองดูบางสิ่งที่ลึกลงไป ทำให้วิเซริสรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง

เขาต้องระมัดระวังตัวเป็นสองเท่า คำพูดหรือการกระทำใดๆ ที่เกินวัยอาจดึงดูดความสนใจของแมงมุมผู้นี้และนำพาสิ่งอันตรายที่ไม่อาจคาดเดามาให้

อันที่จริงวาริสเป็นบุคคลที่อันตรายมาก

เมื่อมองย้อนกลับไปถึงการกระทำของเขาในเนื้อเรื่องต้นฉบับ เขาให้การสนับสนุนราชวงศ์ของโรเบิร์ต บาราเธียนอย่างเปิดเผย แต่อย่างลับๆ เขาและอิลลิริโอกลับให้ทุนสนับสนุนวิเซริส ทาร์แกเรียน รัชทายาทตัวจริงที่ลี้ภัยอยู่ต่างแดนมาอย่างยาวนาน

หลังจากรัชทายาทตัวจริงตายด้วยน้ำมือของคาล โดรโกในทุ่งหญ้าโดธรากี วาริสก็หันไปฝากความหวังไว้กับแดเนอริส แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่ม่านหมอกแห่งการหลอกลวงอีกชั้นหนึ่งเท่านั้น

เท่าที่รู้ การลงทุนที่แท้จริงของเขาคือ กริฟฟ์น้อย หรือ เอกอน ทาร์แกเรียน ผู้ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าฟื้นคืนชีพขึ้นมาและซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มทหารรับจ้างกริฟฟอนทอง

เป็นเพราะเอกอนวัยเยาว์ผู้นี้ถูกวาริสกำไว้ในมืออย่างแน่นหนามาตั้งแต่เด็ก ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว ทำให้เขาน่าเชื่อถือยิ่งกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังอ้างอยู่เสมอว่าสิ่งที่เขาแสวงหามีเพียงกษัตริย์ที่ปราดเปรื่องและเที่ยงธรรม ซึ่งสามารถนำพาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่เวสเทอรอสได้เท่านั้น

ทว่ามีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อคำพูดสวยหรูเหล่านั้น

มาตรฐานของสิ่งที่เขาเรียกว่าความปราดเปรื่องและความเที่ยงธรรมนั้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยตัววาริสเองหรอกหรือ

นี่ก็เหมือนกับการซื้อกล่องสุ่มทางอินเทอร์เน็ต ผู้ซื้อไม่มีทางรู้เลยว่าข้างในมีอะไร แต่พ่อค้าที่นำของมาใส่กลับรู้ดีที่สุด และเขาจะไม่มีวันยอมเสียเปรียบเด็ดขาด

และวาริสก็คือผู้ที่เตรียมกล่องสุ่มนี้อย่างพิถีพิถัน และพยายามเร่ขายกษัตริย์ที่ตนเลือกให้กับคนทั้งอาณาจักร

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเป็นคนเลือกกษัตริย์ให้ตัวเอง โดยถือเอาพระราชอำนาจสูงสุดเป็นเกมกระดานที่เขาสามารถชักใยอยู่เบื้องหลังได้

ในทางกลับกัน แกรนด์เมสเตอร์ไพเซลก็เปรียบเสมือนเถาวัลย์เหี่ยวเฉาที่หยั่งรากลึกลงในปราสาทเรดคีพ

เขามักจะพูดจาเชื่องช้า ดูราวกับคนใกล้ตายเต็มที

ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เคยคัดค้านคำสั่งอันบ้าคลั่งต่างๆ ของกษัตริย์วิกลจริตโดยตรง บางครั้งถึงกับให้การสนับสนุนเชิงวิชาการด้วยซ้ำ เช่น การเขียนตำราเกี่ยวกับอานุภาพของเพลิงโลกันตร์

แต่วิเซริสซึ่งเคยอ่านเนื้อเรื่องต้นฉบับมาก่อนรู้ดีว่า ชายชราที่ดูเหมือนใกล้ตายผู้นี้เป็นเพียงแค่การตบตาเท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว ในอีกสิบปีให้หลัง เขาก็ยังมีเรี่ยวแรงที่จะสั่งสอนรอส โสเภณีแสนสวยจากแดนเหนืออย่างขยันขันแข็งหลายครั้งต่อคืน เขาดูแข็งแรงดีทีเดียว แม้ว่าจะคึกคักแค่บนเตียงก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้น ชายผู้นี้คงจะสวามิภักดิ์ต่อตระกูลแลนนิสเตอร์ไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยทำงานร่วมกับไทวิน แลนนิสเตอร์ ในตอนที่อีกฝ่ายดำรงตำแหน่งเป็นหัตถ์พระราชา

เขาประทับใจในอำนาจอันล้นเหลือ ประสิทธิภาพ และวิธีการอันโหดเหี้ยมของไทวิน แลนนิสเตอร์ โดยเชื่อว่ามีเพียงไทวินเท่านั้นที่คู่ควรกับการเป็นหัตถ์พระราชาอย่างแท้จริง

ดังนั้น ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นแกรนด์เมสเตอร์ในเวลาต่อมา เขาเพียงแค่แสร้งทำเป็นเห็นด้วยกับผู้อื่น แต่เก็บความภักดีและการเชื่อฟังอย่างหมดหัวใจเอาไว้ให้ไทวินแต่เพียงผู้เดียว

ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของวิเซริสไม่หยุดหย่อน ทำให้เขาตระหนักยิ่งขึ้นว่าปราสาทเรดคีพก็คือกระดานหมากรุกขนาดยักษ์ และตัวเขาเองก็เป็นเพียงแค่เบี้ยตัวเล็กๆ ที่ดูไร้ค่าและพร้อมจะถูกสังเวยได้ง่ายๆ

เขาต้องรีบสะสมความแข็งแกร่งเพื่อกระโดดออกจากกระดาน ก่อนที่ผู้เล่นคนอื่นจะสังเกตเห็นเขา

ในขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในปราสาทเรดคีพก็ทำให้เขารู้สึกถูกกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ

อารมณ์ของกษัตริย์วิกลจริตแอริสเริ่มแปรปรวนมากขึ้นทุกที เมื่อไม่กี่วันก่อน ทหารยามหนุ่มคนหนึ่ง เพียงเพราะชุดเกราะของเขาเสียดสีกันจนเกิดเสียงดังระคายหูเล็กน้อยในขณะที่กษัตริย์เสด็จผ่าน กลับถูกกล่าวหาอย่างรุนแรงว่าเป็นกบฏที่คิดลอบปลงพระชนม์ โดยไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจงใดๆ แอริสก็สั่งให้ราชองครักษ์ลากตัวเขาออกไปประหารชีวิตทันที

ยิ่งไปกว่านั้น สาวใช้ชราที่รับใช้มาหลายปีบังเอิญทำแจกันที่ไม่ได้มีราคาแพงอะไรแตก แอริสกลับโกรธเกรี้ยวและมองว่านี่เป็นลางร้ายและคำสาปที่ทวยเทพส่งมา จึงสั่งให้นำตัวเธอไปขังไว้ในห้องขังที่มืดและชื้นที่สุดในคุกมืดของปราสาทเรดคีพ ปล่อยให้เธอแห้งตายอยู่ที่นั่น

สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำการตัดสินใจของวิเซริส ครอบครัวนี้และปราสาทเรดคีพเน่าเฟะไปถึงแก่น จำเป็นต้องถูกทำลายทิ้งให้สิ้นซากแล้วสร้างขึ้นมาใหม่

เขาต้องรีบรวบรวมความแข็งแกร่งและหนีออกจากถังดินปืนที่กำลังจะระเบิดนี้ให้เร็วที่สุด

เขายังเคยเห็นเรการ์จากที่ไกลๆ อยู่สองสามครั้ง

เจ้าชายแห่งดรากอนสโตนมักจะขมวดคิ้วเล็กน้อยอยู่เสมอ ดูเหมือนกำลังจมอยู่กับความคิดที่คนอื่นไม่อาจเข้าใจได้

วิเซริสแค่นหัวเราะในใจ เขารู้ดีว่าความคิดเหล่านั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องคำทำนายในความฝันเกี่ยวกับเจ้าชายแห่งพันธสัญญา บทเพลงแห่งน้ำแข็งและไฟ และคำทำนายบ้าบอที่ว่ามังกรต้องมีสามหัว

การสปอยล์เนื้อเรื่องในอดีตทำให้เขาไม่ชอบตัวละครสุดรันทดตัวนี้ ซ้ำยังรู้สึกรำคาญใจอยู่ลึกๆ ด้วยซ้ำ

ความหมกมุ่นในคำทำนายอันคลุมเครือนี้นี่แหละ ที่ท้ายที่สุดแล้วจะลากคนทั้งตระกูลลงสู่ขุมนรกแห่งความพินาศชั่วนิรันดร์

แต่เขาได้วางแผนเอาไว้แล้ว เขาจะปล่อยให้เรการ์เดินตามเส้นทางโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แต่เดิม

วิเซริสจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะมันง่ายมากที่จะเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตราย เขาเองก็มีเส้นทางของตัวเองที่ต้องเดิน

สำหรับอาชารา เดน วิเซริสยังไม่ได้ลงมือทำอะไรโดยตรง

ร่างกายของเด็กวัยห้าขวบเป็นเกราะกำบังชั้นเยี่ยม แต่ก็เป็นข้อจำกัดที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน การแสดงความสนใจที่ผิดปกติและเกินวัยต่อหญิงชั้นสูงชาวดอร์น จะดึงดูดปัญหาที่ไม่จำเป็น หรืออาจถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แต่จากการเลียบเคียงถาม เขาก็ได้รู้ว่าปัจจุบันอาชารายังคงอยู่ที่สตาร์ฟอลล์ในดอร์น และจะมาเยือนคิงส์แลนดิงเป็นครั้งคราวเพื่อเยี่ยมอาเธอร์ พี่ชายของเธอ และเข้าเฝ้าเอเลีย มาร์เทลเท่านั้น

เขาแค่ต้องรอคอยช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างอดทน

ส่วนแบรนดอน สตาร์ค ทายาทแห่งแดนเหนือผู้โด่งดังเรื่องพฤติกรรมอันป่าเถื่อน หากมีโอกาส วิเซริสก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยผลักไสเขาเบาๆ ในอนาคต เพื่อเร่งรัดให้หมาป่าป่าเถื่อนตัวนี้ไปสู่จุดจบตามโชคชะตาเร็วขึ้น

ซึ่งนี่อาจจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของอาชาราไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

รัตติกาลมาเยือนอีกครา ปกคลุมทั่วทั้งคิงส์แลนดิงราวกับม่านกำมะหยี่สีดำผืนยักษ์

วิเซริสสั่งให้สาวใช้ถอยออกไป และนั่งอยู่ริมหน้าต่างอันหนาวเหน็บเพียงลำพัง

ความวุ่นวายไม่ใช่หลุมพราง ความวุ่นวายคือบันได

เขาพึมพำคำพูดของนิ้วก้อย รอยยิ้มเย็นชาและเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ซึ่งดูไม่สมกับวัยของเขาเอาเสียเลย

เสียงในใจคอยบอกเขาว่า สิ่งที่เขาต้องการจะได้มาในเร็วๆ นี้ นี่อาจจะเป็นคำทำนายที่คล้ายกับนิมิตฝันล่วงหน้า เขายังไม่อยากหวั่นไหวไปกับความรู้สึกนี้ แต่มันก็ช่างลึกลับและล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึง

จบบทที่ บทที่ 4 หลุมมังกรและคิงส์แลนดิง

คัดลอกลิงก์แล้ว