เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - การแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยงระดับมหาวิทยาลัย

บทที่ 33 - การแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยงระดับมหาวิทยาลัย

บทที่ 33 - การแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยงระดับมหาวิทยาลัย


เมื่อเห็นว่าหลินซู่มีสีหน้าตกตะลึงและเข้าใจถึงความหมายของการปรากฏขึ้นของทักษะวิวัฒนาการใหม่นี้อย่างถ่องแท้แล้ว ฉินหนานก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เธอลากเก้าอี้มานั่ง พาดขาเรียวยาวไว้บนโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ "แต่ที่ฉันบอกว่าเธอกำลังจะดังน่ะ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องนี้นะ"

"ยังมีอะไรอีกเหรอครับ" หลินซู่ได้สติกลับมา พอได้ยินแบบนั้นก็อดถามไม่ได้

"อะแฮ่ม" ฉินหนานกระแอมเบาๆ เหลือบมองไปที่เครื่องชงกาแฟ

หลินซู่รู้ทัน รีบเดินไปรับกาแฟมาเสิร์ฟให้อย่างรู้หน้าที่ "เชิญรับกาแฟครับลูกพี่"

จิบกาแฟอย่างสบายใจแล้ว ฉินหนานถึงได้เริ่มพูด "ฉันเคยบอกเธอเรื่องการแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยงระดับมหาวิทยาลัยแล้วใช่ไหม"

"เคยพูดถึงครั้งนึงครับ โครงการที่มหาวิทยาลัยซานเฉิงจะเอาไปนำเสนอปีนี้คือโปรเจกต์ร่างวิวัฒนาการใหม่ของผีเสื้อแสงเทวะของเราใช่ไหมครับ" หลินซู่พยักหน้า

การแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยงระดับมหาวิทยาลัย และ การแข่งขันผลงานการสอนระดับมหาวิทยาลัย เป็นสองงานใหญ่ที่ทุกมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญที่สุด

งานใหญ่ทั้งสองงานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยด้านการเพาะเลี้ยงและการสอนของแต่ละมหาวิทยาลัยในรอบปีที่ผ่านมา ถือเป็นการแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยโดยตรง และมีการถ่ายทอดสดตลอดทั้งงาน

ผลงานการเพาะเลี้ยง หมายถึงผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับการเลี้ยงดูสัตว์อสูร รวมถึงผลงานวิจัยที่ช่วยส่งเสริมการสืบพันธุ์ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโต และรูปแบบการวิวัฒนาการใหม่ๆ ของสัตว์อสูร

ส่วนผลงานการสอน จะเน้นไปที่ทักษะใหม่ๆ ที่นำมาใช้สอน หรือวิธีการสอนแบบใหม่สำหรับทักษะที่มีอยู่แล้ว

ตัวอย่างเช่น วิธีการสอนทักษะเป่าหิมะของโลกเสินอู่ที่หลินซู่เคยลองใช้ ก็สามารถนำมานำเสนอเป็นวิธีการสอนแบบใหม่ได้ แต่พิจารณาจากระดับความสำคัญของทักษะเป่าหิมะแล้ว หากมหาวิทยาลัยไหนเอาผลงานแบบนี้ไปโชว์ ก็คงต้องรั้งท้ายแน่นอน

อันดับในการแข่งขันทั้งสองงานนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับมหาวิทยาลัยผู้ใช้อสูร รวมถึงงบประมาณและการสนับสนุนที่จะได้รับในปีถัดไป ดังนั้นทุกปีการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยจึงดุเดือดมาก

แม้ว่าความสำคัญของทั้งสองงานจะไม่ได้ต่างกันมาก แต่เนื่องจากช่วงเวลาในการจัดงาน การแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยงจึงดูมีน้ำหนักมากกว่าเล็กน้อย

การแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยงจัดขึ้นในช่วงที่นักเรียน ม.ปลาย ปีสามเพิ่งจบการศึกษาและได้รับสิทธิ์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยผู้ใช้อสูรพอดี ซึ่งหมายความว่าทันทีที่การแข่งขันจบลง ฤดูกาลรับสมัครนักศึกษาใหม่ของแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะเริ่มขึ้น

ด้วยเหตุนี้ ผลการแข่งขันย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยของนักเรียนจบใหม่ และส่งผลกระทบต่อยอดรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโดยตรง

สำหรับปีนี้ ผลงานที่มหาวิทยาลัยซานเฉิงเตรียมไว้สำหรับการแข่งขัน ก็คือร่างวิวัฒนาการของผีเสื้อแสงเทวะ นั่นคือ ผีเสื้อศักดิ์สิทธิ์ลายหงส์ สัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ระดับราชันย์ขั้นกลาง

ตามการประเมินของฉินหนาน ผลงานนี้น่าจะติดหนึ่งในสามอันดับแรกของการแข่งขันได้ไม่ยาก หรืออาจจะคว้าแชมป์มาได้เลยด้วยซ้ำ

เรื่องนี้ฉินหนานเคยเกริ่นกับหลินซู่ไว้แล้ว ตอนนั้นเธอยังพูดติดตลกอยู่เลยว่าจะพาหลินซู่ไปออกกล้องด้วย ให้เขาได้โชว์ตัวต่อหน้าคนทั้งสมาพันธ์

"ตอนแรกก็เป็นโปรเจกต์ผีเสื้อแสงเทวะนั่นแหละ" ฉินหนานจิบกาแฟแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ "แต่ตอนนี้เปลี่ยนแผนแล้ว!"

"หา" หลินซู่กะพริบตา "เปลี่ยนเป็นอะไรครับ"

ถ้าจำไม่ผิด ปีนี้สถาบันวิจัยวิวัฒนาการมหาวิทยาลัยซานเฉิงมีโปรเจกต์ที่เข้าตาอยู่ไม่กี่โปรเจกต์เองนี่นา

เดี๋ยวก่อน...

เมื่อนึกถึงคำพูดของฉินหนานก่อนหน้านี้ หลินซู่ก็ตาเบิกกว้าง "พี่หนาน พี่คงไม่ได้ตั้งใจจะเอาโปรเจกต์เป็ดล้มลุกไปเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยซานเฉิงลงแข่งหรอกนะ"

"ใช่แล้ว" ฉินหนานพยักหน้ารับอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะกัดฟันพูดต่อ "เมื่อไม่กี่วันก่อน นังป้าแก่จากมหาวิทยาลัยจิงหัวโทรมาขิงผลงานวิจัยใส่ฉัน แถมยังท้าทายว่าจะทำให้มหาวิทยาลัยซานเฉิงต้องกินฝุ่นในการแข่งขันคราวนี้ ฉันก็เลยต้องจัดของหนักไปตอกหน้ามันซะหน่อย"

หลินซู่: "..."

"พี่หนาน พี่ไม่คิดจะ... ทบทวนดูใหม่หน่อยเหรอครับ" หลินซู่พูดอย่างระมัดระวัง "พี่ดูสิ งานแข่งขันแบบนี้มันก็เป็นเวทีโชว์ผลงานของนักวิจัยด้วยไม่ใช่เหรอครับ โอกาสดีๆ แบบนี้พี่น่าจะเป็นคนขึ้นไปนำเสนอเองดีกว่า ผมแค่เป็นลูกมือช่วยพี่ก็พอแล้ว"

การต้องไปทำตัวโดดเด่นแบบนั้น มันไม่ใช่แนวทางของเขาเลยจริงๆ...

"โชว์ผลงานเหรอ" ฉินหนานเหลือบมองหลินซู่ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาเปิดหน้าเพจหนึ่งแล้วแกว่งไปมาตรงหน้าเขา "ดูนี่! นี่คือผลจากการโชว์ผลงานในการแข่งขันปีที่แล้วของฉัน"

เมื่อเห็นยอดผู้ติดตามบนบัญชีโซเชียลมีเดียของฉินหนานที่ปาเข้าไปห้าสิบล้านคน หลินซู่ก็นิ่งเงียบไปสองวินาที ก่อนจะค่อยๆ พูดขึ้นว่า "พี่หนาน... สรุปว่าฉากหน้านี่พี่เป็นนักวิจัย แต่เบื้องหลังนี่พี่คือ... ไอดอลใช่ไหมครับ"

นักวิจัยบ้าอะไรจะมียอดผู้ติดตามเยอะขนาดนี้!

"ไอดอลบ้าอะไรล่ะ!" ฉินหนานยักไหล่ "ก็แค่ไปแข่งปีที่แล้ว จากนั้นยอดผู้ติดตามก็พุ่งพรวดๆ ไม่หยุดเลย ถ้าฉันไม่ปิดการแจ้งเตือนไว้ ป่านนี้คงรำคาญตายไปแล้ว ปีนี้ฉันไม่ยอมไปอีกเด็ดขาด"

"นักวิจัยคนอื่นที่ไปแข่ง ก็ไม่เห็นจะมียอดผู้ติดตามในโซเชียลเยอะขนาดนี้นี่นา!" พูดถึงตรงนี้ ฉินหนานก็รู้สึกหงุดหงิดจนต้องยกกาแฟขึ้นมาจิบ

หลินซู่เงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อนึกภาพบรรดานักวิจัยวัยกลางคนหัวล้านแต่เก่งกาจในสถาบันวิจัยเทียบกับฉินหนาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า "พี่หนาน... หรือว่า... ผมหมายถึงอาจจะนะ... แฟนคลับพวกนั้นเขา... ตามมาเพราะหน้าตาพี่หรือเปล่าครับ"

ฉินหนาน: "???"

"ถึงเธอไม่อยากไปก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ" ฉินหนานกลอกตา "เมื่อกี้ผู้อำนวยการก็อนุญาตแล้วนี่ เธอไม่ได้ยินเหรอ"

อ่า นี่...

หลินซู่จำได้ว่าตอนที่ผู้อำนวยการตู้เดินออกไป ท่านบอกว่าตกลงตามข้อเสนอของฉินหนาน...

ที่แท้ ข้อเสนอนั่นก็คือเรื่องนี้นี่เอง!

"พี่หนาน พี่หลอกผมเหรอ"

"พูดอะไรแบบนั้น" ฉินหนานหัวเราะหึๆ "พี่เปิดโอกาสให้เธอได้แสดงฝีมือเลยนะ จงรับไว้ซะดีๆ"

หลินซู่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า "ก็ได้ครับ"

มาถึงขั้นนี้แล้ว แถมผู้อำนวยการตู้ก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะ

"อีกสองวันนี้ เธอมีหน้าที่เขียนรายงานวิจัยเรื่องร่างวิวัฒนาการของเป็ดล้มลุกและทักษะวิวัฒนาการใหม่ให้เสร็จนะ" ฉินหนานจิบกาแฟอย่างสบายใจ "ส่วนฉัน... สองวันนี้ก็จะอยู่ที่สถาบันวิจัยนี่แหละ ถ้าเธอเขียนรายงานแล้วติดขัดตรงไหนก็มาถามฉันได้ตลอด อีกสองวัน เราจะออกเดินทางไปเขต 1 เพื่อร่วมการแข่งขันกัน"

เขต 1 คือเขตศูนย์กลางการบริหารของสมาพันธ์เหยียนหวง และเป็นเขตที่เจริญที่สุดในบรรดาเจ็ดสิบสองเขต การแข่งขันใหญ่ๆ แบบนี้ก็ย่อมต้องจัดที่นั่นอยู่แล้ว

"อีกสองวันก็ไปแล้วเหรอครับ!" หลินซู่ตาโต "มันไม่กระชั้นชิดไปหน่อยเหรอครับ"

"ไม่เป็นไรน่า เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ" ฉินหนานยิ้ม "มีฉันอยู่ทั้งคน ไม่ต้องห่วงน่า"

หลินซู่ไม่พูดพร่ำทำเพลง อุ้มฉิวฉิวแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองทันที

"อ้าว จะไปไหนน่ะ"

"ไปหาข้อมูล! เขียนรายงาน!"

...

หลังจากปั่นรายงานจนหัวหมุนมาตลอดช่วงเช้า ในที่สุดหลินซู่ก็เขียนร่างรายงานการวิจัยฉบับแรกเสร็จสมบูรณ์

หลังจากพาฉิวฉิวไปจัดการมื้อเที่ยงเสร็จ เสียงเรียกเข้าจากอุปกรณ์สื่อสารก็ดังขึ้น

เมื่อหลินซู่เปิดดู ก็พบว่าเป็นคำขอท้าประลองจากสนามประลองเทียนจ้านนั่นเอง

ตั้งแต่พายุเหมันต์และเป่าหิมะของฉิวฉิวพัฒนาถึงขั้น II ก็มีผู้ใช้อสูรสนใจมาท้าประลองกับฉิวฉิวมากขึ้น หลินซู่จึงได้รับคำขอท้าประลองแทบทุกวัน

แต่ครั้งนี้เขากลับขมวดคิ้วเล็กน้อย

จากการไปฝ่าด่านหอคอยสัตว์อสูรในโลกเสินอู่ทุกวัน ทำให้ประสบการณ์การต่อสู้ของฉิวฉิวเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนมาก ความจำเป็นในการต่อสู้จริงจึงไม่ได้เร่งด่วนเหมือนตอนแรกแล้ว

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่เป็นไร แต่สองวันนี้เขาต้องทุ่มเทสมาธิไปกับการเขียนรายงานวิจัย แถมคืนนี้ตอนข้ามมิติไป การแข่งขันนักปรุงก็กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เขาคงจะต้องยุ่งวุ่นวายทั้งสองฝั่ง

หลังจากนั้นอีกสองวัน ก็ต้องเดินทางไปเขต 1 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันอีก ซึ่งก็คงกินเวลาไปหลายวัน

และหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการจบการศึกษา หลินซู่ก็ต้องเริ่มเตรียมตัวสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยผู้ใช้อสูรแล้ว

ดังนั้น การเป็นคู่ซ้อมในตอนนี้จึงไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรกับเขามากนัก รังแต่จะทำให้เสียเวลาเสียเปล่าๆ

หรือว่า... จะบอกเจ้าของสนามประลองจง ว่าจะไม่เป็นคู่ซ้อมแบบลงทะเบียนแล้วดีไหมนะ

ยังไงซะตอนนั้นเจ้าของสนามก็บอกแล้วว่า ลาออกเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะเป็นแค่งานพาร์ตไทม์

คิดได้ดังนั้น หลินซู่ก็เปิดสมุดโทรศัพท์ในอุปกรณ์สื่อสาร ค้นหาเบอร์โทรของเจ้าของสนามจงแล้วโทรออกไป

ไม่นาน ใบหน้าของเจ้าของสนามจงก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ "ว่าไงเสี่ยวหลิน มีอะไรเหรอ"

"คืออย่างนี้นะครับคุณลุงจง ช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่ง เลยคงจะทำงานคู่ซ้อมต่อไม่ไหวแล้วครับ" หลินซู่พูดอย่างจริงใจ "ขอโทษด้วยนะครับ"

"ไม่เป็นไร" เจ้าของสนามจงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า "เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าวันนี้เธอน่าจะได้รับคำขอประลองอีกครั้งใช่ไหม เธอจะรับคำขอนั้นหรือเปล่าล่ะ"

"เอ่อ..." หลินซู่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า "งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปที่สนามประลองตอนนี้เลยครับ หลังจากจบการประลองครั้งนี้ ผมก็จะไม่รับการประลองใดๆ อีกแล้วนะครับ"

เพิ่งจะขอลาออก ถ้าจะปฏิเสธการประลองครั้งสุดท้ายนี้ด้วย หลินซู่ก็รู้สึกเกรงใจอยู่เหมือนกัน

"ตกลง เดี๋ยวทางนี้จะยกเลิกการลงทะเบียนของเธอให้เลยนะ" เจ้าของสนามจงพยักหน้า

หลังจากวางสาย หลินซู่ก็มองไปที่ฉิวฉิวในอ้อมกอด "ดูเหมือนว่าเราคงต้องสู้กันอีกสักตั้งแล้วล่ะ"

"มิ~ (òωó)" (เรื่องเล็กน่า~)

หลินซู่ยิ้มบางๆ เปิดอีเมลนั้นขึ้นมาดู "ไหนขอดูหน่อยสิว่าคู่ต่อสู้ครั้งนี้ของแกคือ... เอ่อ..."

เมื่อเห็นเนื้อหาในอีเมล สีหน้าของหลินซู่ก็เปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนทันที

ฉิวฉิวชะโงกหน้ามาดูหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร สีหน้าของมันก็เปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที

"มิ!" (เตรียมใจไว้เลย สุนัขอัคคีเมฆา!)

ไม่คิดเลยว่าคู่ต่อสู้ในการประลองครั้งสุดท้ายนี้ จะเป็นสุนัขอัคคีเมฆา

ช่วงนี้ฉิวฉิวไปลุยหอคอยสัตว์อสูรทุกวัน และก็ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับสุนัขอัคคีเมฆาในชั้นที่ห้าตลอด มันสะสมความแค้นกับสุนัขอัคคีเมฆาไว้มาก หลินซู่แทบจะนึกภาพออกเลยว่าสุนัขอัคคีเมฆาตัวนี้จะต้องโดนอัดยับขนาดไหน

เดี๋ยวก่อน...

เหมือนมันจะไม่ง่ายแบบนั้นนะ!

หลินซู่ขมวดคิ้วอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับสุนัขอัคคีเมฆาตัวนี้ที่อยู่ด้านล่างอีเมล สีหน้าก็เริ่มแปลกไป "ฉิวฉิว ศึกนี้อาจจะตึงมือหน่อยนะ ทักษะพรสวรรค์ของคู่ต่อสู้ก็ถึงขั้น II หมดแล้วเหมือนกัน แถมยังเรียนทักษะใหม่มาเพียบเลย..."

สถานการณ์แบบนี้หาได้ยากมาก เพราะไม่ใช่ผู้ใช้อสูรทุกคนจะมีเงื่อนไขและโอกาสในการฝึกฝนระดับความเชี่ยวชาญทักษะของสัตว์อสูรให้สูงถึงระดับนี้ได้เหมือนหลินซู่ และการที่อีกฝ่ายสามารถทำให้สัตว์อสูรระดับทารกมีทักษะพรสวรรค์ถึงขั้น II ได้ทั้งหมด แสดงว่าผู้ใช้อสูรคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

มีพื้นฐานดีขนาดนี้ ปกติก็น่าจะเลือกทำสัญญากับสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ระดับบัญชาการขั้นต่ำสิ ทำไมถึงเลือกสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ระดับสูงขั้นสูงอย่างสุนัขอัคคีเมฆากันนะ

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินซู่ก็เริ่มรู้สึกสนใจผู้ใช้อสูรที่กำลังจะเผชิญหน้าด้วยขึ้นมา

ถ้าอีกฝ่ายเป็นนักเรียน ม.ปลาย ปีสามที่กำลังจะจบการศึกษาเหมือนกับเขา... หมอนี่อาจจะเป็นคู่แข่งตัวฉกาจในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยก็ได้!

...

"เขาตอบตกลงแล้ว อีกเดี๋ยวคงจะมาถึง" วางอุปกรณ์สื่อสารลง จงเทียนจ้านก็หันไปมองเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้า "เสี่ยวเฉิน ไม่เจอกันหลายปี โตขึ้นเยอะเลยนะ ว่าแต่ทำไมสัตว์อสูรที่เธอทำสัญญาถึงเป็นสุนัขอัคคีเมฆาล่ะ พ่อเธอไม่ได้เตรียมสัตว์อสูรระดับบัญชาการขั้นต่ำไว้ให้เป็นตัวเริ่มต้นเหรอ"

จงเทียนจ้านเคยมีสหายร่วมรบเก่าคนหนึ่ง พวกเขาเคยร่วมรบที่แนวหน้าเพื่อต่อต้านสัตว์อสูรมาด้วยกัน ผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายมาด้วยกันจนเกิดเป็นความผูกพันอันลึกซึ้ง ต่อมาสหายร่วมรบคนนั้นก็ย้ายไปตั้งรกรากที่เขต 2 ส่วนเขาก็เลือกที่จะอยู่ที่เขต 11 และเปิดสนามประลองแห่งนี้

เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคือลูกชายของสหายร่วมรบคนนั้น ชื่อว่า จ้าวเทียนเฉิน อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายของเขา และกำลังจะจบ ม.ปลาย ปีสามเหมือนกัน

จ้าวเทียนเฉินมีแววตาหยิ่งผยองเล็กน้อย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าจงเทียนจ้าน เขาก็ยังคงรักษามารยาทในฐานะผู้น้อย "คุณลุงจง เหตุผลที่ผมเลือกสุนัขอัคคีเมฆา มีอยู่สองข้อครับ ข้อแรกคือ นิสัยของสุนัขอัคคีเมฆาตัวนี้เข้ากับผมได้ดีมาก ส่วนข้อที่สอง..."

"อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยงระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ขอผมอุบไว้ก่อนนะครับ ถึงตอนนั้นคุณลุงก็จะรู้เอง"

"เธอพูดมาซะขนาดนี้ ฉันก็พอจะเดาออกบ้างแล้วล่ะ" จงเทียนจ้านหัวเราะหึๆ "เหล่าจ้าวเก่งไม่เบาเลยนะ แนวทางการวิจัยของพ่อเธอตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องสุนัขอัคคีเมฆาใช่ไหม แถมยังมีผลลัพธ์เป็นชิ้นเป็นอันแล้วด้วย"

"แหม คุณลุงเดาถูกหมดเลย" จ้าวเทียนเฉินหัวเราะแฮะๆ "พ่อผมค้นพบร่างวิวัฒนาการใหม่ของสุนัขอัคคีเมฆาครับ มีศักยภาพในการวิวัฒนาการสูงมาก สามารถไปถึงระดับบัญชาการขั้นสูงได้เลย"

"โอ้โห เหล่าจ้าวสุดยอดไปเลย" จงเทียนจ้านอุทานเบาๆ พยักหน้าเห็นด้วย "ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่แปลกหรอก ดูท่าพอเปิดเผยร่างวิวัฒนาการนี้ออกมา ราคาของสุนัขอัคคีเมฆาคงพุ่งปรี๊ดแน่ๆ"

"พ่อเธอโทรมาบอกฉันว่า อีกหนึ่งเดือนเธอตั้งใจจะมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยซานเฉิง ให้ฉันช่วยดูแลหน่อย" จงเทียนจ้านมองจ้าวเทียนเฉินด้วยความสงสัย "มหาวิทยาลัยจงเทียนที่เขต 2 ไม่ดีเหรอ มีพ่อเธอคอยสนับสนุน อยู่ที่นั่นน่าจะสะดวกกว่าไม่ใช่เหรอ"

ในดวงตาของจ้าวเทียนเฉินฉายแววคาดหวัง "คุณลุงครับ ที่ผมเลือกมามหาวิทยาลัยซานเฉิง ก็เพื่อสัตว์อสูรตัวที่สองของผมครับ!"

"สัตว์อสูรตัวที่สองเหรอ"

"ใช่ครับ สถาบันวิจัยวิวัฒนาการมหาวิทยาลัยซานเฉิงเพิ่งประกาศผลการวิจัยร่างวิวัฒนาการใหม่ของผีเสื้อแสงเทวะไปเมื่อไม่นานมานี้ ร่างวิวัฒนาการใหม่มีชื่อว่า ผีเสื้อศักดิ์สิทธิ์ลายหงส์ เป็นสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ระดับราชันย์ขั้นกลางที่มีถึงสามธาตุ คือ สายพลังจิต แสง และไฟ"

ดวงตาของจ้าวเทียนเฉินเป็นประกาย "สัตว์อสูรตัวที่สองของผม ตั้งใจว่าจะทำสัญญากับผีเสื้อมายา ถ้าได้รับคำชี้แนะจากนักวิจัยฉินหนาน จนสามารถวิวัฒนาการเป็นผีเสื้อศักดิ์สิทธิ์ลายหงส์ได้สำเร็จ ผมก็จะสามารถสร้างทีมสัตว์อสูรธาตุไฟที่ไร้เทียมทานได้เลยครับ!"

"อ้อ อย่างนี้นี่เอง" จงเทียนจ้านถึงบางอ้อ การปรากฏตัวของเผ่าพันธุ์ระดับราชันย์ ย่อมดึงดูดความสนใจจากเขาเช่นกัน ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมจ้าวเทียนเฉินถึงเลือกแบบนี้

"แต่เรื่องพวกนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ผมอยากสู้กับผู้ใช้อสูรของเหมันต์ไร้รอยคนนั้นมากกว่าครับ" ในดวงตาของจ้าวเทียนเฉินเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ "คิดไม่ถึงเลยว่าที่นี่จะมีสัตว์อสูรที่ฝึกทักษะจนเชี่ยวชาญในระดับเดียวกับสัตว์อสูรของผมได้ อยากจะเห็นกับตาสักครั้งจริงๆ"

เขารู้ดีว่ากว่าที่สุนัขอัคคีเมฆาของเขาจะมาถึงจุดนี้ได้ มันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง เพื่อให้แน่ใจว่ามันอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อให้ตอนที่วิวัฒนาการเป็นร่างใหม่และเลื่อนขั้นเป็นระดับสูงไปพร้อมกัน จะสามารถดึงศักยภาพสูงสุดออกมาได้ มันจึงต้องฝึกฝนอย่างหนักหน่วงจนแทบจะหาคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันไม่ได้เลยในเขต 2

และเขต 2 ก็คือเขตความปลอดภัยที่เจริญเป็นอันดับสองของสมาพันธ์เหยียนหวงเชียวนะ

ไม่คิดเลยว่า ที่นี่จะมีเหมันต์ไร้รอยตัวหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญทักษะในระดับเดียวกับสัตว์อสูรของเขาได้ และจากที่คุณลุงจงบอก ผู้ใช้อสูรของเหมันต์ไร้รอยตัวนั้น ก็เป็นนักเรียน ม.ปลาย ปีสามที่กำลังจะจบการศึกษาเหมือนกัน

การที่อีกฝ่ายยังอยู่ที่เขต 11 ในเวลานี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยซานเฉิงเช่นกัน

ในฐานะผู้สมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยซานเฉิงที่มาจากเขต 2 ซึ่งเจริญกว่า จ้าวเทียนเฉินย่อมมีความหยิ่งทะนงในตัวเอง

แชมป์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องเป็นของเขาเท่านั้น!

งั้นก็เริ่มต้นเส้นทางสู่ความเป็นสุดยอดผู้ใช้อสูร จากการต่อสู้ครั้งนี้เลยแล้วกัน!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 33 - การแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยงระดับมหาวิทยาลัย

คัดลอกลิงก์แล้ว