- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1687 ตามปรารถนา (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1687 ตามปรารถนา (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1687 ตามปรารถนา (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1687 ตามปรารถนา
[แฟนฟิค เขียนโดย iPAT]
ในพริบตาที่หลี่ฉิงซานประกาศกร้าวท้าทายเจ้าสวรรค์ ทั่วทั้งโถงสวรรค์พลันเกิดแรงสั่นสะเทือนประหนึ่งโลกธาตุจะแตกสลาย กลิ่นอายความเย็นเยือกขุมหนึ่งปะทุขึ้น ปรากฏเป็นร่างของมหาบุรุษสวมเกราะสีดำสนิท ผมยาวสยายประดุจคลื่นมหาสมุทรในคืนมืด... จักรพรรดิเจินอู่ ผู้ปราบปรามทิศอุดร
"บังอาจ!"
เสียงตะโกนของจักรพรรดิเจินอู่นั้นทรงพลังจนมวลอากาศแทบกลายเป็นของแข็ง "เจ้าเป็นเพียงมดปลวกจากโลกเบื้องล่าง ได้วาสนาเพียงเล็กน้อย กลับกล้ามาพล่ามคำไร้สาระต่อหน้าองค์จักรพรรดิสวรรค์! วันนี้หากข้าไม่ถลกหนังปีศาจชั่วของเจ้าออก ความศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์จะยังมีอยู่ได้อย่างไร!"
จักรพรรดิเจินอู่โกรธจัดจนดวงตาสาดประกายสายฟ้า ดาบเจ็ดดาราในมือส่งเสียงราวกับระฆังวิญญาณออกมาเป็นท่วงทำนองสังหาร เขาไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าหาหลี่ฉิงซานประดุจมังกรดำทะลวงเมฆา รอบข้างพลันมืดลงจนกลายเป็นห้วงสุญญะที่มีดาวเจ็ดดวงล้อมรอบและหมุนวน รัศมีดาบกวาดเอาพลังแห่งดวงดาวทั้งเจ็ดกดทับลงมา หมายจะสยบหลี่ฉิงซานให้หมอบราบอยู่กับพื้นในกระบวนท่าเดียว
หลี่ฉิงซานที่ยืนอยู่ท่ามกลางห้วงสุญญะไม่มีความตั้งใจจะหลบหลีก ในทางตรงข้าม มันกระตุ้นเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของปีศาจพยัคฆ์ ความดื้อรั้นของปีศาจวัว ความซุกซนของปีศาจวานร เขายังคงประคองรอยยิ้มยโสไว้บนใบหน้า ร่างแยกของเขาเริ่มสั่นไหวและจางลงเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่ความอ่อนแอ... แต่มันคือการรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ในจุดเดียว!
"ฮ่าฮ่าฮ่า เจิ้นอู่ หนอ เจิ้นอู่ ตัดอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองยังไม่ได้ กลับกล้าตั้งชื่อ วังสวรรค์ไร้ปรารถนา เช่นนั้นก็เข้ามา!"
หลี่ฉิงซานไม่ได้ใช้กระบี่ ไม่ได้ใช้ทักษะอลังการ เขาเพียงก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และเหวี่ยงหมัดขวาออกไปตรงๆ
ปีศาจวานร หมัดทลายสวรรค์!
ปัง!!!
เสียงปะทะนั้นไม่ได้ดังกึกก้องอย่างที่คิด แต่มันเป็นเสียงหักสะบั้นของกฎเกณฑ์ กระบี่เจ็ดดาวของเจินอู่ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้ากลับถูกหมัดเปล่าๆ ของหลี่ฉิงซานต่อยจนโค้งงอ พลังของเทพปีศาจทั้งหมดของเขารวมอยู่ในหมัดนี้ก่อเป็นพลังทำลายยล้างที่สั่นสะเทือนโลกหล้า ม้วนตัวเป็นเกลียวทะลวงผ่านเกราะสีดำ กระแทกเข้ากับกายแท้ของมหาเทพแห่งทิศอุดรโดยตรง กระทั่งส่งเขากระเด็นออกไปราวกับว่าวสายป่านขาด
เลือดสายหนึ่งไหลออกมาจากริมฝีปากของจักรพรรดิเจินอู่ แม้เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างแท้จริง แต่มันก็ทำให้เขาและทวยเทพทั้งหมดตกตะลึงจนเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!
ต้องรู้ว่าจักรพรรดิสวรรค์เจิ้นอู่ก็เป็นหนึ่งในมหาเทพที่หลอมรวมความว่างเปล่าเข้ากับเต๋าซึ่งหาได้ยาก ตัวตนระดับนี้กวาดตามองสวรรค์ทั้งเก้าทั้งหมดก็ยังมีเพียงหยิบมือเท่านั้น
ขณะที่หลี่ฉิงซานเพิ่งจะกลายเป็นเทพเจ้าที่แท้จริงและยังไม่ถึงขั้นหลอมรวมความว่างเปล่าเข้ากับเต๋า สิ่งสำคัญที่สุดคือ นี่เป็นเพียงร่างแยก แต่เขากลับสามารถทำร้ายจักรพรรดิเจิ้นอู่ได้จริงๆ
ผู้ฝึกตนที่ผ่านภัยพิบัติสวรรค์เจ็ดครั้งสามารถทำร้ายผู้ฝึกตนที่ผ่านภัยพิบัติสวรรค์แปดครั้ง สิ่งนี้เกินจินตนาการของผู้คนไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อนึกถึงว่าเขาคือดาวปีศาจที่กำลังจะนำไปสู่มหัตภัยวันสิ้นโลก เทพเจ้าทั้งหมดก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็นเยียบเข้าไป
ความเงียบงันปกคลุมวังสวรรค์... เหล่าทวยเทพอึ้งราวกับถูกสาป ไม่มีใครคาดคิดว่ามหาเทพปราบมารจะพ่ายแพ้ให้กับร่างแยกของเทพปีศาจในหมัดเดียว!
"ก๊าก! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
หลี่ฉิงซานเงยหน้าหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขาสะท้อนไปทั่วสวรรค์ชั้นฟ้า "เป็นอย่างไรบ้าง เจินอู่ สมดังปรารถนาหรือไม่? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ในชั่วขณะนี้ร่างแยกของหลี่ฉิงซานก็เริ่มปริแตกและค่อยๆ สลายกลายเป็นแสงดาวทีละน้อย พลังของเขาถูกใช้ไปจนหมดสิ้นในการโจมตีเมื่อครู่
เขาหันไปสบตากับจักรพรรดิสวรรค์ที่ยังคงนั่งสงบนิ่งเป็นครั้งสุดท้าย "หัวหน้า... ข้าไปก่อนนะ แล้วพบกันใหม่ อย่าลืมเตรียมเหล้าดีๆ ไว้รอด้วย!"
พลันนั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงของวิหคเพลิงอมตะกลับดังขึ้น เพลิงหลากสีปะทุและเผาร่างแยกของหลี่ฉิงซานจนมอดไหม้เป็นเถ้าธุลีในพริบตา จากนั้นเปลวหลากสีในร่างวิหคเพลิงอมตะก็พุ่งทะยานขึ้นเหนือสวรรค์ทั้งเก้าและหายไปที่สุดขอบฟ้า
ท่ามกลางการเฝ้ามองอันตะลึงงันของเหล่าทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่ เสียงหัวเราะของหลี่ฉิงซานยังคงก้องกังวานท้าทายอำนาจสวรรค์
หลี่ฉิงซานแสดงพลังที่เหนือความคาดหมาย สยบมหาเทพด้วยหมัดเดียวและจากไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้สวรรค์ทั้งเก้าต้องสั่นคลอนด้วยความหวาดผวาเป็นครั้งแรกในรอบหลายกาลเวลา!
.....
ณ ใจกลางพิภพปีศาจ ร่างหลักของหลี่ฉิงซานที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขาพลันลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างสว่างวาบราวกับดวงประทีปที่ส่องทะลุความมืดมิดของจักรวาล ในมือของเขากำลังกุมด้ามดาบเล่มหนึ่งที่เพิ่งตีเสร็จสิ้น แผ่ซ่านกลิ่นอายที่ทำเอาห้วงมิติรอบด้านปริร้าว... ดาบเทพปีศาจ!
ดาบเล่มนี้ไม่ได้หลอมขึ้นจากเหล็กกล้าทั่วไป แต่หลอมรวมขึ้นจากเจตจำนงที่ต้องการทำลายโซ่ตรวนแห่งโชคชะตา และพลังงานสวรรค์พิภพ ทันทีที่ดาบเล่มนี้ถือกำเนิด ทั่วทั้งพิภพปีศาจต่างสั่นสะเทือน สายเลือดเทพและปีศาจในกายของหลี่ฉิงซานเดือดพล่านประดุจลาวา
จากการประกาศสงครามและสำแดงเดชในสวรรค์ทั้งเก้าเมื่อครู่ จิตใจของเขาได้รับการปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์ เมื่อไม่สามารถหวนคืน ก็ทำได้เพียงก้าวเดินต่อไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตามการเดินทางไปยังสวรรค์ทั้งเก้าในครั้งนี้ทำให้การบ่มเพาะของเขาก้าวหน้าอย่างฉับพลันและก้าวกระโดด ปีศาจวัว ปีศาจพยัคฆ์ ปีศาจวานร วิหคเพลิงอมตะ บรรลุถึงจุดสูงสุดแล้ว
เสียงคำรามของปีศาจพยัคฆ์ดังกึกก้องอยู่ในทะเลวิญญาณ เจตจำนงแห่งการต่อสู้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างของเขามีลายพยัคฆ์สีทองพาดผ่าน แข็งแกร่งจนสามารถฉีกกระชากกฎเกณฑ์ได้ด้วยมือเปล่า ขณะที่ปีศาจวัวแผ่ซ่านพละพลังดิบเถื่อนอันมหาศาล มั่นคงดุจรากฐานของโลก ปีศาจวานรที่ขี้เล่นและบ้าคลั่ง บัดนี้ดวงตามันฉายแววแห่งปัญญาที่มองทะลุภาพมายาทั้งปวง วิหคเพลิงอมตะนิพานกำเนิดใหม่จากกองเถ้าถ่าน โบยบินอย่างอิสระ
ตอนนี้สายเลือดปีศาจทั้งสามในร่างของเขา ไม่ว่าจะเป็นปีศาจวัว ปีศาจพยัคฆ์ และปีศาจวานร กลายเป็นบริสุทธิ์อย่างที่สุด
ขณะที่สายเลือดเทพทั้งสาม ได้แก่ เต่าจิตวิญญาณ กิเลน และ วิหคเพลิงอมตะ ก็ไม่ด้อยไปกว่าสายเลือดปีศาจ
เขาไม่ต้องกังวลว่ากิเลนจะกลืนกินเทพและปีศาจตนอื่นในร่างของเขาอีกต่อไป และยังสร้างสมดุลขึ้นอีกครั้ง
ไม่เพียงเท่านั้น! การที่เขาได้พินิจดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่แท้จริงของพิภพบรรพกาลผ่านร่างแยก ทำให้การบ่มเพาะเทพมังกรและปีศาจอสรพิษเกิดการตื่นรู้ ก้าวไปอีกขั้น แม้จะยังไม่บรรลุจุดสูงสุด แต่หยินและหยางในกายก็เริ่มหลอมรวม มังกรและอสรพิษกลืนกินกันและกันกลายเป็นวงจรอันเป็นนิรันดร์ พลังของเขาพุ่งทะยานจนเหนือกว่าเทพเจ้าที่แท้จริงไปไกลสุดกู้ แม้แต่มหาเทพที่หลอมรวมความว่างเปล่าเข้ากับเต๋าก็อาจไม่สามารถต่อต้านเขาได้อีกต่อไป
"ถึงเวลาแล้ว..." หลี่ฉิงซานพึมพำ น้ำเสียงของเขามีอำนาจที่ทำให้มวลอากาศสั่นไหว
ทันใดนั้น กลิ่นอายของเขาพลันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เพียงพลังของเทพหรือปีศาจ แต่มันคือการเริ่มต้นของการหลอมรวมความว่างเปล่าเข้ากับเต๋า ร่างของเขาดูเหมือนจะดำรงอยู่และหายไปในเวลาเดียวกัน ความว่างเปล่ารอบกายถูกดึงดูดเข้ามากลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน
ครืนนนนน!
เหนือท้องฟ้าของพิภพปีศาจที่เคยมีเพียงสีแดงหม่น บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำทมิฬที่หนาทึบยิ่งกว่าครั้งไหนๆ สายฟ้าสีม่วงและสีทองฟาดฟันกันไปมาจนเกิดเสียงกัมปนาทที่ได้ยินไปทั่วพิภพปีศาจ
นี่ไม่ใช่ภัยพิบัติสวรรค์ทั่วไป แต่มันคือ ภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่แปด!
ภัยพิบัติสวรรค์ที่รุนแรงที่สุดที่กีดขวางผู้ฝึกตนจากการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะมหาเทพอย่างเต็มภาคภูมิ หากก้าวผ่านไปได้ เขาจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ฝึกตนอีกต่อไป แต่จะเป็นตัวแทนแห่งเต๋า เป็นมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และพร้อมที่จะนำกองทัพปีศาจบุกทำลายวังสวรรค์ให้ย่อยยับ
หลี่ฉิงซานลุกขึ้นยืน ชูดาบเทพปีศาจขึ้นสู่ฟ้า ท้าทายมวลเมฆภัยพิบัติที่กำลังกดทับลงมา
"มา! ให้ข้าดูว่า ทัณฑ์ของพวกเจ้าจะหยุดข้าได้หรือไม่!"