- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1686 บทสนทนาธรรมบนบัลลังก์อันว่างเปล่า (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1686 บทสนทนาธรรมบนบัลลังก์อันว่างเปล่า (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1686 บทสนทนาธรรมบนบัลลังก์อันว่างเปล่า (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1686 บทสนทนาธรรมบนบัลลังก์อันว่างเปล่า
[แฟนฟิค เขียนโดย iPAT]
เมฆเจ็ดสีลอยผ่านซุ้มประตูมังกรที่สลักจากหยกสวรรค์ เสียงระฆังนิรันดร์ดังกังวานไปทั่วชั้นฟ้า แต่มันกลับไม่ได้ทำให้จิตใจของหลี่ฉิงซานสงบลงแม้แต่น้อย เขายังคงกำมือแน่น สัมผัสถึงตัวเลข "หก" ที่สลักลึกอยู่ในวิญญาณ
เบื้องหน้าของเขาคือโถงกลางของตำหนักสวรรค์อันยิ่งใหญ่ มันกว้างขวางเสียจนดูเหมือนจักรวาลย่อมๆ ไม่มีเสาค้ำยัน ไม่มีหลังคา มีเพียงหมู่ดาวที่หมุนวนอยู่เหนือศีรษะ และที่ใจกลางนั้น มีบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์หยกอันโอ่อ่า
บุรุษผู้นั้นสวมชุดมหาจักรพรรดิเต็มยศ ใบหน้าดูเหมือนชายวัยกลางคนที่ในชุดคลุมหนังหมีคนเดิมที่หลี่ฉิงซานเคยเห็น แต่บัดนี้ใบหน้านั้นดูกระจ่างสดใสอย่างยิ่ง ขณะที่ดวงตาส่องประกายระยิบระยับราวกับการเกิดดับของโลกนับหมื่นใบบรรจุอยู่ในนั้น เขาคือจุดศูนย์กลางของสรรพสิ่งทั้งปวง... จักรพรรดิสวรรค์
"น้องชาย ข้าส่งเจ้าได้เพียงเท่านี้" ผู้อาวุโสสูงสุดเอ่ยเสียงแผ่วพลางประสานมือคารวะไปทางบัลลังก์นั้นด้วยความนอบน้อม ก่อนจะถอยฉากออกไปพร้อมกับเฉาเทียนเจียวที่สั่นสะท้านด้วยความยำเกรง
หลี่ฉิงซานก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เผยรอยยิ้มยียวน ราวกับจะท้าทายอำนาจที่มองไม่เห็น "พบกันอีกแล้ว หัวหน้า"
"น้องชาย เจ้ามาถึงแล้ว เป็นอย่างไร อาณาจักรของข้า เจ้าชอบหรือไม่" จักรพรรดิสวรรค์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองอย่างยิ่ง
"สวรรค์ทั้งเก้าช่างโดดเด่นจริงๆ น่าเสียดายที่มันมีเพียงเปลือกที่ว่างเปล่า น่าเบื่อจริงๆ" หลี่ฉิงซานยักไหล่กล่าวอย่างสบายๆ
"โอ้ เช่นนั้นหรือ เจ้าคงยินดีที่จะอยู่ในโลกใบเล็กที่เต็มไปด้วยสรรพชีวิตมากกว่า" น้ำเสียงของจักรพรรดิสวรรค์แฝงความเย้ยหยันเล็กน้อย "เอาล่ะ อย่าพึ่งพูดเรื่องอื่น มาดื่มกินกันก่อนเถอะ ข้าเตรียมงานเลี้ยงพิเศษสุดไว้ให้เจ้าแล้ว"
ทันใดนั้นโต๊ะอาหารนับร้อยที่มีสุราอาหารเต็มโต๊ะก็ปรากฎขึ้นจากความว่างเปล่าพร้อมเหล่าทวยเทพที่มาร่วมงาน
"โอ้ สมกับเป็นจักรพรรดิสวรรค์ สุราอาหารชั้นเลิศสุดจริงๆ" หลี่ฉิงซานสัมผัสได้ถึงปราณจิตวิญญาณอันหนาแน่นที่บรรจุอยู่ในสุราอาหารอย่างเต็มเปี่ยม แน่นอนว่าทุกอย่างล้วนเป็นสมบัติทางจิตวิญญาณชั้นสูงสุด
โดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น หลี่ฉิงซานพุ่งเข้าไปดื่มกินอย่างอารมณ์ดี มีของดีวางอยู่ตรงหน้าา เหตุใดจะไม่คว้าไว้ ของเล็กน้อยเช่นนี้ สำหรับจักรพรรดิสวรรค์ย่อมไม่ถือเป็นสิ่งใด ขณะที่หลี่ฉิงซานก็ชื่นชอบถึงกับสาบานว่าจะลิ้มรสสุราอาหารไปทั่วหล้าเพื่อจะได้ไม่เสียใจที่ได้รับโอกาสที่สองของการมีชีวิต
จักรพรรดิสวรรค์หัวเราะอย่างพึงพอใจ กินรีเต้นรำอยู่กลางโถง บรรยากาศคล้ายจะชื่นมื่นมีชีวิตชีวา หากไม่รวมพวกทวยเทพที่นั่งนิ่งเหมือนตอไม้ทำสีหน้าประหลาดหรือมืดครึ้มเหล่านั้น
"เอิ๊ก!" เวลาค่อยๆ ผ่านไป หลี่ฉิงซานกินดื่มจนอิ่มหนำจนเรอออกมา
"เป็นอย่างไรบ้าง สุราอาหารที่ข้าเตรียมไว้ ถูกใจน้องชายหรือไม่?" จักรพรรดิสวรรค์กล่าว
"ยอดเยี่ยม สมกับเป็นสุราอาหารของสวรรค์ทั้งเก้าจริงๆ" หลี่ฉิงซานตอบด้วยอาการมึนเมาเล็กน้อย
จักรพรรดิสวรรค์กล่าวต่อ "หากเจ้าชอบ เจ้าสามารถอยู่ที่นี่และเพลิดเพลินกับความสุขเหล่านี้ได้ตลอดไป ข้าเคยบอกแล้ว ดินแดนใต้ฝืนฟ้านี้จะเป็นของเจ้าทั้งหมด"
"เสียดายที่ข้าไม่สนใจที่จะปกครองดินแดน ข้าคงต้องขอปฏิเสธความหวังดีของพี่ชายแล้ว" หลี่ฉิงซานส่ายหน้า "ไม่ฝังกระดูกขาวไว้ที่บ้านเกิด เดินทางข้ามผ่านภูเขาเขียว ท่องโลกหล้าอันไร้สิ้นสุด นี่คือหลี่ฉิงซาน"
แม้จักรพรรดิสวรรค์จะเคยมอบความช่วยเหลือแก่เขา และยังมอบกระบี่สวรรค์พิภพให้เขาซึ่งถือเป็นความช่วยเหลือในจังหวะที่เหมาะสม มิฉะนั้นเขาอาจตายไปแล้วในพิภพปีศาจ แม้สิ่งนั้นก็เหมือนกับการติดสินบนที่หวังผลประโยชน์ซึ่งไร้ความจริงใจใดๆ แต่เขาก็เป็นคนที่จะตอบแทนบุญคุณความแค้นเสมอ ดังนั้นเขาจึงเดินทางมายังสวรรค์ทั้งเก้าตามคำเชิญของฝ่ายตรงข้ามอย่างว่าง่าย แม้นี่จะเป็นเพียงร่างแยกซึ่งไม่ได้ทำให้เขาตายจริงก็ตาม
จักรพรรดิสวรรค์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะถอนหายใจและส่ายหน้าเล็กน้อย "เสียดาย เสียดาย"
จักรพรรดิสวรรค์ไม่ได้โกรธกริ้ว เขาเพียงปัดมือเบาๆ ภาพของพิภพมนุษย์ พิภพปีศาจ และวัฎสงสารทั้งหกพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับฟองสบู่ "เจ้าเห็นสิ่งเหล่านี้ไหม? ทุกอย่างดำรงอยู่ได้เพราะมีกฎ หากไม่มีจุดศูนย์กลางที่มั่นคง ทุกอย่างจะพังทลายลงสู่ความโกลาหล...น้องชาย เจ้ามีความมุ่งมั่นดั่งเหล็กกล้า มีวาสนาเหนือผู้ใด ข้าจะยื่นข้อเสนอให้เจ้าเป็นครั้งสุดท้าย"
เขาลุกขึ้นยืน รัศมีรอบกายแผ่ซ่านจนหมู่ดาวหยุดหมุน
"จงละทิ้งสายเลือดปีศาจทั้งปวงในร่าง แล้วข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็น จักรพรรดิผู้พิทักษ์เต๋า อยู่เหนือเทพเจ้าทั้งปวง เป็นรองเพียงข้าผู้เดียว เจ้าจะมีอำนาจแก้ไขกฎเกณฑ์ที่เจ้าชิงชัง และมอบอิสรภาพให้ผู้ใดก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ... ภายใต้ระเบียบของข้า"
หลี่ฉิงซานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของเขาราวกับสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหกวัฎสงสาร
"ฮ่าๆๆๆๆ! ช่างเป็นข้อเสนอที่เย้ายวนใจยิ่งนัก! แต่ท่านรู้ไหมว่าท่านพลาดตรงไหน? ท่านบอกว่าจะให้ข้ามีอำนาจแก้ไขกฎ... ภายใต้ระเบียบของท่าน? นั่นมันก็แค่การเปลี่ยนจากนักโทษในคุกใต้ดิน มาเป็นหัวหน้าผู้คุมคุกไม่ใช่หรือ!"
หลี่ฉิงซานก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ดวงตาสีแดงฉานประดุจจักรพรรดิปีศาจลุกโชน
"ท่านถามข้าว่าเห็นฟองสบู่พวกนี้ไหม? ข้าจะบอกท่านให้ว่าข้าเห็นสิ่งใด... ข้าเห็นรถบรรทุกปูนที่ชนคนตาย เห็นลิฟต์ที่ร่วงหล่นในโรงแรมหรู เห็นผู้คนที่จมปลักอยู่ในความฝัน! ท่านปกครองสวรรค์มาเนิ่นนานจนลืมไปแล้วหรือว่า ความจริง คือสิ่งใด? หรือว่าบัลลังก์ของท่านมันสูงเสียจนท่านมองไม่เห็นหัวของคนที่อยู่ข้างล่าง!"
"ความจริงคือเต๋า และเต๋าก็คือข้า" จักรพรรดิสวรรค์ตอบอย่างราบเรียบ "สิ่งที่เจ้าเห็นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของภาพมายาที่แตกสลาย"
"ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะขอเป็นเศษเสี้ยวที่จะปักเข้าไปในดวงตาของเต๋า!" หลี่ฉิงซานกล่าว "ท่านต้องการให้ข้าละทิ้งสายเลือดปีศาจ? ท่านคงลืมไปแล้วว่าข้าเป็นใคร... ข้าคือหลี่ฉิงซาน ผู้ที่ไม่ยอมคุกเข่าให้แม้แต่สวรรค์! หากอิสรภาพต้องมาจากการประทานให้ของท่าน นั่นก็ไม่ใช่จบสิ้นแล้วหรือ? อิสรภาพที่แท้จริง คือการที่ข้าสามารถชี้หน้าด่าท่านได้ว่า ไอ้แก่เอ๊ย บัลลังก์นี้น่ะ ข้าไม่เอาหรอก!"
บรรยากาศในโถงสวรรค์พลันเย็นเยือกจนกลายเป็นน้ำแข็ง เจตนาสังหารอันบริสุทธิ์ขอเหล่าเทพเซียนนับพันกดทับลงมาที่ร่างของหลี่ฉิงซานเพียงคนเดียว
จักรพรรดิสวรรค์ถอนหายใจแผ่วเบา "เห้อ... เจ้าเหมือนกับเขาจริงๆ มักจะเลือกทางที่ยากลำบากที่สุดเสมอ"
"ไม่ใช่ทางที่ยากที่สุด" หลี่ฉิงซานกล่าวด้วยรอยยิ้มมั่นใจ "แต่เป็นเส้นทางที่ข้าจะไม่รู้สึกเสียใจเมื่อมองย้อนกลับไป!"
"มาเถอะ ตาแก่! มาดูกันว่า เต๋า ของเจ้า กับ กำปั้น ของข้า ใครมันจะพังก่อนกัน!"
หลี่ฉิงซานปฏิเสธข้อเสนอที่จะเป็นเบอร์สองของสวรรค์ทั้งเก้า และประกาศศึกอย่างเป็นทางการ สงครามครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนๆ กำลังจะเริ่มขึ้น!