- หน้าแรก
- สามก๊ก ยอดกุนซือสุดโฉดล้างแผ่นดิน
- ตอนที่ 7 รักษาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว
ตอนที่ 7 รักษาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว
ตอนที่ 7 รักษาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว
ตอนที่ 7 รักษาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก แสงสีทองยามเย็นสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระโจม กระทบลงบนร่างของมหาอุปราชโจโฉ
"เรื่องโรคระบาดในกองทัพ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?"
โจโฉหรี่ตาลงเล็กน้อย บนใบหน้าที่ลึกล้ำดุจมหาสมุทรนั้น แฝงไว้ด้วยความกังวลจางๆ
"เรียนท่านมหาอุปราช นับตั้งแต่ฝ่ายตัดเสื้อเริ่มเร่งมือเย็บหน้ากากอนามัยเมื่อสามวันก่อน จนถึงตอนนี้ กองทัพห้าแสนนายของเราที่ตั้งค่ายเรียงรายกันอยู่ ได้รับแจกจ่ายไปแล้วกว่าครึ่ง ผลลัพธ์เห็นได้ชัดเจนมาก ยอดทหารที่ตายด้วยโรคระบาดในแต่ละวัน ตอนนี้ลดลงเหลือไม่ถึงสามร้อยนายแล้วขอรับ!"
ตันกุ๋นติดตามเรื่องนี้มาตลอด จึงรู้รายละเอียดอย่างถ่องแท้ เมื่อท่านมหาอุปราชเอ่ยถาม เขาก็รีบลุกขึ้นยืนโค้งคำนับรายงานทันที
"ดี!"
จู่ๆ โจโฉก็ลุกพรวดขึ้น ใบหน้าภายใต้แสงแดดยามเย็นดูเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ มั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน!
"ในเมื่อโรคระบาดในกองทัพควบคุมได้แล้ว แสดงว่าการให้ทหารใส่หน้ากากอนามัยตามคำแนะนำของเหวินเหอนั้น ได้ผลชะงัดนัก ขั้นต่อไป... ก็ถึงเวลาดำเนินแผนนั้นแล้ว!"
แผนนั้น!
แผนทิ้งศพปล่อยพิษ ป่วนซินเอี๋ย!
เมื่อได้ยินประโยคนี้จากปากท่านมหาอุปราช เหล่ากุนซือที่นั่งอยู่ต่างก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่!
เมื่อโรคระบาดกำเริบ ผู้ป่วยจะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง แม้ภายนอกจะดูปกติเหมือนคนทั่วไป แต่อวัยวะภายในล้วนเน่าเฟะ สภาพน่าเวทนาจนไม่อยากมอง...
"ท่านมหาอุปราช ตัดสินใจจะใช้แผนนี้จริงๆ หรือขอรับ? มันอำมหิตเกินไป..."
เมื่อพูดถึงแผนทิ้งศพ ซุนฮิวก็นึกถึงภาพอันน่าสยดสยองของทหารที่ตายด้วยโรคระบาด เขายังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจ จึงได้แต่พึมพำเสียงเบา
บังเอิญว่าตอนนี้ กาเซี่ยง เจ้าของแผนการ กำลังไปตรวจดูความคืบหน้าการทำหน้ากากอนามัยที่แผนกตัดเสื้อ จึงไม่ได้อยู่ในกระโจม เหล่ากุนซือจึงสามารถวิพากษ์วิจารณ์แผนนี้กันได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ
"ในเมื่อเหวินเหอเป็นคนเสนอแผน ย่อมต้องเป็นแผนที่เหี้ยมโหดอำมหิตถึงขีดสุด ใช้ศพทหารแค่ไม่กี่ร้อยศพ แลกกับการที่ซินเอี๋ยล่มสลายไปเองโดยไม่ต้องออกแรงตี ได้เมืองมาอย่างง่ายดาย มีอะไรไม่ดีล่ะ?"
โจโฉฝืนยิ้มตอบ แต่ลึกๆ ในใจ เขาก็ยอมรับว่าแผนของกาเซี่ยงนั้น อำมหิตเข้าขั้นจริงๆ
เล่าหัวเห็นสีหน้าของซุนฮิวดูผิดแปลกไป ดูเหมือนจะมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้แผนทิ้งศพ จึงพูดปลอบใจว่า "ซุนกงต๋า ท่านเป็นคนมีเมตตา แต่การศึกย่อมไม่หน่ายกลอุบาย ตราบใดที่สามารถเอาชนะศัตรู และรักษากำลังรบของเราไว้ได้ จะมัวไปห่วงเรื่องอื่นทำไม!"
โจโฉค่อยๆ เดินลงมาจากบันได ก้าวเดินช้าๆ ไปรอบๆ กระโจม พลางถอนใจกล่าวว่า "ความอำมหิตในแผนการของกาเหวินเหอครั้งนี้ ร้ายกาจไม่แพ้ศึกที่อ้วนเซียครั้งนั้นเลย!"
"ถ้าพูดถึงกุนซือจอมพิษในใต้หล้า คงไม่มีใครเกินกาเหวินเหอของข้าแล้ว..."
โจโฉนึกถึงศึกที่เมืองอ้วนเซีย เพราะความชอบภรรยาคนอื่นแท้ๆ จึงโดนกาเซี่ยงใช้เตียวซือ อาสะใภ้ของเตียวสิ้วมาเป็นเหยื่อล่อ วางแผนพิษซ้อนแผนพิษ เล่นงานเขาจนทัพแตก ต้องหนีหัวซุกหัวซุน เสียทั้งลูกชายอย่างโจงั่ง และเตียนอุย ยอดองครักษ์อันดับหนึ่งไป นึกถึงทีไร ก็ยังทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบมาจนถึงทุกวันนี้!
"ท่านมหาอุปราช หากจะบอกว่าเป็นกุนซือจอมพิษอันดับหนึ่งในใต้หล้า เกรงว่าอาจจะไม่ใช่เขาก็ได้ขอรับ..."
เทียหยกที่นั่งเงียบอยู่รั้งท้าย จู่ๆ ก็พูดโพล่งขึ้นมา
"หืม?"
โจโฉชะงักไปเล็กน้อย หันกลับมามองเห็นว่าเป็นเทียหยก ก็หัวเราะลั่น "เทียจ้งเต๋อ ผู้ไม่เคยขาดเสบียงนี่เอง! ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้จ้งเต๋อก็ไม่ยอมรับ อยากจะชิงตำแหน่งกุนซือจอมพิษอันดับหนึ่งในใต้หล้ากับกาเหวินเหองั้นสิ? ฮ่าๆ!"
เทียจ้งเต๋อ ผู้ไม่เคยขาดเสบียง!
เดิมเทียหยกมีชื่อว่า เทียลี่ เขาเป็นคนฉลาดแกมโกง ตอนที่มาสวามิภักดิ์กับโจโฉ เขาบอกโจโฉว่า เขาเคยฝันเห็นตัวเองยืนอยู่บนยอดเขาไท่ซาน ใช้สองมือประคองดวงอาทิตย์ไว้ ดวงอาทิตย์เปรียบดั่งองค์จักรพรรดิ ความหมายของเขาคือ เขาเกิดมาเพื่อเป็นขุนนางคู่บัลลังก์ และเจ้านายที่เขาจะรับใช้ ก็คือผู้ที่จะได้เป็นฮ่องเต้ในอนาคต
โจโฉได้ยินก็ดีใจมาก สั่งให้เขาเปลี่ยนชื่อเป็น 'เทียหยก' ทันที จากนั้นเขาก็กลายมาเป็นขุนนางคนสำคัญของโจโฉ โดยตัวอักษร 'หยก' ก็คือการเพิ่มตัว 'อาทิตย์' ไว้บนตัว 'ลี่' นั่นเอง
ในศึกระหว่างอ้วนเสี้ยวกับโจโฉ เทียหยกใช้ทหารแค่เจ็ดร้อยนาย รักษากำแพงเมืองกวนเสียไว้ได้ อ้วนเสี้ยวที่มีกำลังทหารถึงแสนนาย กลับตีเมืองไม่แตก! โจโฉได้ยินเรื่องนี้ ก็กล่าวชมเทียหยกจิตใจห้าวหาญ "ความกล้าของเทียหยกนั้น เหนือกว่าเบ้งหุนเสียอีก!"
แน่นอนว่าเทียหยกต้องมีความกล้าหาญ เพราะเขากล้ากินเนื้อคน!
ตอนที่ยกทัพไปปราบลิโป้ เกิดภัยตั๊กแตนระบาดพอดี ทำให้เสบียงอาหารขาดแคลน
"ข้าน้อยมีวิธี หาเสบียงมาให้ได้ขอรับ!"
เมื่อเทียหยกได้ยินเรื่องนี้ เขาก็นำทัพไปปล้นเสบียงที่บ้านเกิดของตัวเองทันที หาเสบียงมาได้พอประทังไปสามวัน แต่ในยุคกลียุคแบบนั้น เสบียงอาหารที่เหลือก็ถูกตั๊กแตนกินไปหมดแล้ว ในเสบียงที่เทียหยกหามาได้นั้น กลับมีเนื้อมนุษย์ปะปนอยู่ด้วย!
ตั้งแต่นั้นมา เทียจ้งเต๋อผู้ไม่เคยขาดเสบียง ก็โด่งดังเป็นพลุแตก กลายเป็นกุนซือจอมพิษที่เลื่องชื่อในค่ายโจโฉ ก่อนที่กาเซี่ยงจะมาสวามิภักดิ์ ความอำมหิตของเขานั้นเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในบรรดากุนซือทั้งหมด!
"ท่านมหาอุปราช..."
เมื่อเห็นท่านมหาอุปราชขุดคุ้ยวีรกรรมความอำมหิตในอดีตของเขาขึ้นมา เทียหยกก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำ
"ข้าน้อยมิกล้าเอาตัวเองไปเทียบชั้นกับกาเหวินเหอหรอกขอรับ คนที่ข้าน้อยพูดถึง คือคนอื่นต่างหาก"
โจโฉทำหน้าประหลาดใจ หยุดคิดไปครู่หนึ่ง แล้วถามด้วยความสงสัย "นอกจากพวกเจ้าสองคนแล้ว ในใต้หล้ายังมีใครอีก?"
เทียหยกค่อยๆ ลุกขึ้นยืน หันไปมองทางทิศเมืองซินเอี๋ยในเกงจิ๋ว สายตาลึกล้ำและทอดยาว "ย้อนกลับไปตอนนั้น ในค่ายของเล่าปี่ ก็เคยมีกุนซือจอมพิษแบบนี้อยู่คนหนึ่ง ความอำมหิตในการวางแผนของเขา มีแต่จะเหนือกว่าเหวินเหอ ไม่มีทางด้อยกว่าแน่นอน!"
"คนที่เทียจ้งเต๋อพูดถึง หรือว่าจะเป็น... จูกัดซั่น?"
ทันใดนั้น ประตูกระโจมก็เปิดออก พร้อมกับเสียงแหบพร่าของคนแก่ดังขึ้น กาเซี่ยงเดินค้อมหลังเข้ามาในกระโจมบัญชาการ
"อ้อ!"
"จูกัดซั่น!"
โจโฉร้องอ๋อ เอามือตบหัวตัวเองเบาๆ ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้
"ใช่แล้วๆ! ต้องเป็นสามกุนซือจอมพิษสิ!"
"เทียจ้งเต๋อผู้ไม่เคยขาดเสบียง กาเหวินเหอผู้ป่วนใต้หล้า และจูกัดซั่นผู้รักษาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว!"
บนใบหน้าของโจโฉยังคงประดับรอยยิ้ม เพราะในบรรดาสามกุนซือจอมพิษ เขากวาดมาเป็นพวกได้แล้วถึงสองคน!
แต่เมื่อทุกคนได้ยินชื่อจูกัดซั่น ก็เหงื่อตกกันเป็นแถว!
จูกัดซั่น ผู้รักษาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว!
แผนพิษของคนอื่น อย่างมากก็แค่เอาชนะศึก ชนะเมืองๆ หนึ่งได้!
แต่จูกัดซั่น สามารถทำลายขั้วอำนาจ หรือแม้กระทั่งลบชื่อเจ้าเมือง หรือทำลายประเทศชาติให้ย่อยยับได้เลย!
"เจ้าจูกัดซั่นนี่มันเป็นใครมาจากไหนกันแน่? ข้าเคยส่งคนไปสืบดูหลายทาง แต่ก็ไม่เคยรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของมันเลย โผล่มาแวบๆ หายๆ ทำตัวลึกลับดั่งภูตผี ยากจะจับทางได้..."
เมื่อพูดถึงจูกัดซั่น โจโฉก็ส่ายหน้าขมวดคิ้วอย่างจนปัญญา
"ได้ยินมาว่า เขาปรากฏตัวครั้งแรกที่เมืองอ้วนเซีย จากนั้นก็ไปเหอเป่ย หลังจากอ้วนเสี้ยวพ่ายแพ้ จูกัดซั่นก็ไปโผล่ที่เกงจิ๋ว คอยอยู่ข้างกายเล่าปี่"
"หลังจากนั้น มังกรหลับก็ลงจากเขา เล่าปี่แต่งตั้งให้เป็นกุนซือแทนจูกัดซั่น แล้วจูกัดซั่นก็หายตัวไปอย่างลึกลับอีกครั้ง..."
เทียหยกเป็นคนที่มีเครือข่ายสายลับแน่นแฟ้นที่สุดในตระกูลโจ แม้จะไม่มีข่าวที่ยืนยันได้แน่ชัด แต่ข่าวลือและเสียงซุบซิบในหมู่ชาวบ้านที่เกี่ยวกับจูกัดซั่น ก็มีอยู่ไม่น้อย
วีรกรรมของจูกัดซั่น เริ่มต้นจากการสร้างชื่อในศึกที่เหอเป่ยของอ้วนเสี้ยว กลายเป็นมหาภัยพิบัติที่พร้อมจะกลืนกินแผ่นดินสามก๊กในพริบตา!
จูกัดซั่นเดินทางไปกิจิ๋ว เข้าพบอ้วนเสี้ยว อ้างว่ามีสิบแผนการ สามารถทำลายโจโฉ และยึดครองแผ่นดินได้ง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือ
แต่อ้วนเสี้ยวที่หลงระเริงว่าตัวเองมีกุนซือใหญ่อย่าง เตียนห้อง ซิมโพย กุยตู๋ และฮองกี๋ แถมยังมีขุนนางตงฉินอย่างจอสิวคอยช่วยงาน กลับมองไม่เห็นหัวจูกัดซั่น ซ้ำยังเยาะเย้ยว่า แผนการของจูกัดซั่นเอาไปโยนทิ้งลงคูเมืองกิจิ๋ว เต่าในน้ำยังไม่ชายตามองเลย!
ผลก็คือ!
ที่หน้าประตูเมืองกิจิ๋ว จูกัดซั่นเดินจากไปอย่างโดดเดี่ยว ก่อนจะพลิกกลับมาขายอ้วนเสี้ยวทิ้งซะงั้น!
หลังจากนั้น จูกัดซั่นก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมปั่นหัวกองทัพทั้งสองฝ่าย ลอบติดต่อกับเล่าปี่และกวนอู ปล่อยแผนพิษออกมาไม่ขาดสาย ล่อลวงงันเหลียงจนตาย และทำร้ายบุนทิวจนสิ้นชีพ
ส่งผลให้อ้วนเสี้ยวพ่ายแพ้ติดต่อกัน สูญเสียทั้งทหารและขุนพล จนหมดสิทธิ์ที่จะขึ้นมาทาบรัศมี แข่งขันแย่งชิงแผ่นดินกับโจโฉได้อีกต่อไป
ก่อนตาย อ้วนเสี้ยวยังคงร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเสียใจ "ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ข้ายอมทิ้งกุนซือทุกคนในใต้หล้า แต่จะไม่ยอมล่วงเกินจูกัดซั่นเด็ดขาด!"
"จูกัดซั่นหนอจูกัดซั่น! ที่แท้เขาก็แค่รักษาตัวรอดเพียงผู้เดียว แต่กลับแพร่พิษไปทั่วทั้งแผ่นดิน!!"