เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - หิวๆ หม่ำๆ

บทที่ 30 - หิวๆ หม่ำๆ

บทที่ 30 - หิวๆ หม่ำๆ


เตียงของเยว่หลินชิงนั้นกว้างขวางมาก ผ้าห่มก็อ่อนนุ่มสุดๆ พอล้มตัวลงนอนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปหมด

ทว่า...

ท่านอนของนางช่างดูไม่ได้เอาเสียเลย!

สวี่ผิงชิวไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเตียงก็ออกจะกว้างขวางใหญ่โต เหตุใดนางถึงต้องเบียดเข้ามาหาเขาด้วย แถมยังม้วนผ้าห่มเอาไปกอดไว้คนเดียวเสียหมดอีก

ตอนที่อยู่บนกระเรียนกระดาษ เยว่หลินชิงโดนกอดรัดไว้แน่น นางก็เลยแผลงฤทธิ์ไม่ออก แต่ตอนนี้สิ...

สวี่ผิงชิวทำได้เพียงลุกจากเตียงด้วยความหงุดหงิด แล้วเริ่มตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาคิดว่าที่เยว่หลินชิงเป็นเช่นนี้ก็มีอยู่เหตุผลเดียว นั่นก็คือตอนกลางวันนางขี้เกียจเกินไป พลังงานก็เลยเหลือเฟือจนล้นปรี่

รุ่งสาง เยว่หลินชิงงัวเงียตื่นขึ้นมา จมูกส่งเสียงครางฮึมฮัม นางกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงพร้อมกับกอดผ้าห่มแน่น กว่าจะนึกถึงสวี่ผิงชิวขึ้นมาได้ ก็เห็นเขานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น กำลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาอยู่อย่างขะมักเขม้น

นางอ้าปากหาวหวอด ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย "เหตุใดเจ้าถึงตื่นมาฝึกวิชาแต่เช้าตรู่เลยล่ะ?"

"การเริ่มต้นวันที่ดีต้องเริ่มแต่เช้าตรู่ ข้าก็แค่เป็นคนมีระเบียบวินัยเท่านั้นเอง" สวี่ผิงชิวลืมตาขึ้น แล้วเริ่มแต่งเรื่องหลอกลวงหน้าตายอีกครั้ง

บุรุษผู้มีศักดิ์ศรีอย่างสวี่ผิงชิว ไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองถูกเยว่หลินชิงเบียดจนตกเตียง เลยต้องจำใจลุกขึ้นมา

"อ้อ..." เยว่หลินชิงรับคำเสียงแผ่ว ในใจของนางจู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ขนาดสวี่ผิงชิวผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศไร้ผู้ทัดเทียมยังต้องตื่นแต่เช้ามาฝึกวิชา แล้วนางล่ะ... นางยังจะมัวแต่นอนอุตุกินบ้านกินเมืองอยู่อีกหรือ?!

ด้วยความรู้สึกผิดที่เกาะกินใจ เยว่หลินชิงจึง... หลับตาลง แล้วตัดสินใจนอนต่ออีกสักงีบ เพื่อสงบสติอารมณ์และฟื้นฟูดวงจิตแห่งมรรคของตัวเอง

"???"

สวี่ผิงชิวมองดูเยว่หลินชิงหลับปุ๋ยไปอย่างหน้าตาเฉย ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย มิน่าเล่าเยว่หลินชิงฝึกวิชากับท่านอาจารย์มาตั้งนานนม แต่ยังติดแหงกอยู่ที่ขั้นสัมผัสวิญญาณระดับสมบูรณ์ มันมีเหตุผลเช่นนี้นี่เอง

แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง สภาพจิตใจที่ปล่อยวางของเยว่หลินชิงแบบนี้ อาจจะทำให้นางก้าวเดินบนวิถีแห่งการฝึกตนไปได้ไกลกว่าก็เป็นได้ แค่มันอาจจะช้าไปสัก(ไม่)หน่อยเท่านั้นเอง

สวี่ผิงชิวถอนหายใจยาว ก่อนจะกลับไปจมดิ่งอยู่กับการสูดดมไอวิญญาณ เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายขั้นเสวียนติ้งอันยิ่งใหญ่ของตนต่อไป

ถ้าหากตอนนี้เขามีตบะขั้นเสวียนติ้งล่ะก็ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้เยว่หลินชิงเบียดจนตกเตียงได้?!

ผ่านไปอีกพักใหญ่ กว่าเยว่หลินชิงจะเอาชนะแรงดึงดูดของเตียงนอนได้ นางใช้สองมือยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก สายรัดเอวที่เคยผูกไว้แน่นหนา บัดนี้หลุดลุ่ยไปกองอยู่กับพื้นเพราะท่านอนอันแสนจะผาดโผนของนาง

เยว่หลินชิงที่เพิ่งตื่นนอนดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติ อาจเป็นเพราะสวี่ผิงชิวยังคงหลับตาฝึกวิชาอยู่ ไม่ได้หันมามอง นางจึงไม่ได้สังเกตเห็นสภาพตัวเอง

นางค่อยๆ เขยิบตัวไปที่ขอบเตียง สอดเท้าเล็กๆ เข้าไปในรองเท้าเกี๊ยะ ปลายเท้าเชิดขึ้นเล็กน้อย นิ้วเท้าเรียวขาวดุจไข่มุกคีบสายรองเท้าเกี๊ยะไว้แน่น นางใช้สองมือยันเตียงไว้ แล้วก็สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของผ้าห่มได้สำเร็จ

ท่ามกลางเสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ เยว่หลินชิงก็เดินเตาะแตะเข้าไปหาสวี่ผิงชิว ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัว ร่างบางก็โถมตัวลงมาทับเขาทันที

"อือ... หิวๆ หม่ำๆ ขอกินหน่อยสิ"

เสียงพึมพัมอู้อี้ของเยว่หลินชิงดังอยู่ข้างหูสวี่ผิงชิว น้ำเสียงแฝงไปด้วยความงัวเงียคนเพิ่งตื่น สองแขนโอบกอดบ่าของเขาไว้อย่างแนบแน่น ศีรษะเล็กๆ ถูไถไปมา เส้นผมยาวสยายคลอเคลียใบหน้า ทำให้สวี่ผิงชิวรู้สึกจั๊กจี้ไม่น้อย

"ได้ๆๆ..." สวี่ผิงชิวหลุดจากภวังค์การฝึกวิชา ตอบรับด้วยความจนใจ เขาเอื้อมมือไปจับมือของเยว่หลินชิงที่กอดรัดอยู่ด้านหน้า แล้วดึงตัวนางให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน

"อืม ขอกินแบบเผ็ดๆ นะ" เยว่หลินชิงยังไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของนางสร้างความลำบากใจให้สวี่ผิงชิวมากแค่ไหน นางยังคงออดอ้อนต่อไป

"แต่เจ้าต้องลุกขึ้นมาก่อนนะ" สวี่ผิงชิวหมดปัญญาจะรับมือกับเยว่หลินชิง รู้สึกว่าร่างหยางบริสุทธิ์นี่มันช่างสร้างความลำบากให้ชีวิตเสียเหลือเกิน

"อืมๆ เอาแบบเผ็ดๆ นะ อือ... แต่ก็อย่าให้เผ็ดจนเกินไปล่ะ" เมื่อเห็นว่าออดอ้อนสำเร็จ เยว่หลินชิงก็อดไม่ได้ที่จะถูไถออเซาะสวี่ผิงชิวอีกครั้ง ตอนที่ผละตัวออก นางก็แอบขยี้ผมสวี่ผิงชิวไปหนึ่งที

สวี่ผิงชิวลุกขึ้นยืน แล้วขยี้ผมของนางกลับเพื่อเป็นการเอาคืน

เส้นผมสลวยถูกขยี้จนยุ่งเหยิง แต่เยว่หลินชิงก็ไม่ได้สะทกสะท้าน นางเพียงแค่ใช้สัมผัสวิญญาณเล็กน้อย ผมที่ยุ่งเหยิงเมื่อครู่ก็กลับมาเรียบตรงสลวยเหมือนเดิมในพริบตา

เมื่อมาถึงห้องครัว สวี่ผิงชิวก็รื้อค้นหาวัตถุดิบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะลงมือต้มเส้นบะหมี่เส้นแบน พอเส้นสุกได้ที่ก็นำไปล้างน้ำเย็น แล้วตักใส่ชามขนาดปกติหนึ่งใบ และชามขนาดบิ๊กเบิ้มอีกหนึ่งใบ

จากนั้นเขาก็สับกระเทียมใส่ลงไปบนเส้นบะหมี่ ตามด้วยพริกป่นกองโต น้ำตาลทราย งาขาว และเครื่องปรุงอื่นๆ เท่าที่จะหาได้ ปิดท้ายด้วยผักลวกสองสามชิ้น แล้วจึงราดน้ำมันร้อนๆ ลงไป

ทันทีที่เสียงฉ่าดังขึ้น กลิ่นหอมฉุนก็ระเบิดฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง สวี่ผิงชิวโรยกระเทียมสดสับลงไปอีกนิด แล้วรีบคลุกเคล้าให้เส้นบะหมี่ทุกเส้นเคลือบไปด้วยน้ำมันและพริกป่น

"มีอะไรกินบ้าง! มีอะไรกินบ้าง!"

เยว่หลินชิงได้กลิ่นหอมก็รีบเบียดตัวเข้ามาหา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาสีทองกวาดตามองหาของอร่อยอย่างขะมักเขม้น

ตอนนี้เยว่หลินชิงเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดเมื่อวานเรียบร้อยแล้ว และหน้าอกหน้าใจก็ถูก 'ผนึก' กลับเข้าไปอย่างมิดชิดดังเดิม

"บะหมี่ราดน้ำมันร้อน กินสิ"

สวี่ผิงชิวยกชามใบเล็กของตัวเองขึ้นมา ส่วนเยว่หลินชิงก็ยกชามใบยักษ์ที่ใหญ่กว่าหน้าของนาง ซึ่งสวี่ผิงชิวเตรียมไว้ให้อย่างรู้ใจขึ้นมาเช่นกัน

ชั่วพริบตา ภายในห้องครัวก็หลงเหลือเพียงเสียงซู้ดเส้นบะหมี่อย่างเอร็ดอร่อย สวี่ผิงชิวอาศัยความได้เปรียบที่ชามเล็กกว่าจึงเอาชนะไปได้อย่างฉิวเฉียด ส่วนเยว่หลินชิงยังคงก้มหน้าก้มตาสวาปามต่อไป แก้มทั้งสองข้างตุ่ยจนแทบจะระเบิด เข้าสู่โหมดนักสู้สายแดกอย่างเต็มรูปแบบ

ผ่านไปอีกพักใหญ่ เยว่หลินชิงก็วางชามลงด้วยความอิ่มหนำสำราญ ริมฝีปากของนางแดงเจ่อเพราะความเผ็ด พวงแก้มก็เลอะเทอะไปด้วยคราบน้ำมันพริก ดูเหมือนแมวน้อยมอมแมมไม่มีผิด

"อื้อ... เจ้านี่ก็อร่อยมากเหมือนกัน!"

เยว่หลินชิงไม่สนแม้แต่จะเช็ดปาก รีบเอ่ยปากชมเปาะ ตอนนี้นางยิ่งมั่นใจแล้วว่าความคิดของนางเมื่อวานนี้ถูกต้องที่สุด

การทำอาหารเองมันจะไปสู้การมีคนทำให้กินได้อย่างไรเล่า!

"เห็นแล้วล่ะ"

ดูจากความเร็วในการสวาปามของเยว่หลินชิง สวี่ผิงชิวก็พอจะเดาออกว่าความรักที่นางมีต่อบะหมี่ราดน้ำมันร้อนนั้น มากกว่ากับข้าวสามอย่างเมื่อคืนนี้เสียอีก

เยว่หลินชิงเช็ดปากด้วยความขวยเขิน เมื่อเช็ดเสร็จ นางก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ จึงเอ่ยขึ้นว่า "จริงสิ! ตอนนี้ที่เรือนเมฆาคล้อยน่าจะใกล้เริ่มบรรยายแล้ว เจ้าอยากให้ข้าพาไปหรือไม่?"

"เอาสิ"

เพิ่งจะฝึกวิชามาทั้งคืน ถึงแม้การสูดดมไอวิญญาณจะทำให้รู้สึกมีความสุขจนแทบจะเสพติด แต่สวี่ผิงชิวก็ยังอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเก้าสายอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหารเซียน ว่ามันจะแตกต่างจากการทำอาหารธรรมดาอย่างไร?

"ตกลง!" เยว่หลินชิงลุกขึ้นยืน แล้วหยิบขวดยาหยกออกมาอีกขวด พร้อมกับบอกว่า "นี่คือลูกอมที่ข้าทำเอง ไม่มีสรรพคุณวิเศษอันใดหรอก แค่อร่อยมากๆ แล้วก็ช่วยดับกลิ่นปากได้ชะงัดนัก รับรองว่าเห็นผลทันตาเลยล่ะ"

ก็แหงล่ะ เล่นกินกระเทียมเข้าไปเยอะซะขนาดนั้น มันก็ต้องมีตัวช่วยกันหน่อย นางหยิบลูกอมโยนเข้าปากตัวเองเม็ดหนึ่ง ก่อนจะส่งขวดยาหยกให้สวี่ผิงชิว

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 30 - หิวๆ หม่ำๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว