- หน้าแรก
- ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว
- บทที่ 605 - ยุคภัยพิบัติขั้นใหม่! พืชและสัตว์กลายพันธุ์เต็มรูปแบบ!
บทที่ 605 - ยุคภัยพิบัติขั้นใหม่! พืชและสัตว์กลายพันธุ์เต็มรูปแบบ!
บทที่ 605 - ยุคภัยพิบัติขั้นใหม่! พืชและสัตว์กลายพันธุ์เต็มรูปแบบ!
บทที่ 605 - ยุคภัยพิบัติขั้นใหม่! พืชและสัตว์กลายพันธุ์เต็มรูปแบบ!
หลินโม่ดึงสติกลับมา แล้วบี้ก้นบุหรี่ดับ
"จ้าวเต๋อเซิ่ง"
"ครับ!" จ้าวเต๋อเซิ่งรีบกดข่มความตื่นตะลึงในใจ แล้วเดินเข้ามา
หลินโม่กำชับ "ตอนที่ทีมวิศวกรทำงาน ต้องเปิดเรดาร์ทิ้งไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ต่อไปศัตรูที่เราจะเจอตอนสร้างถนน อาจจะไม่ใช่พวกคลื่นซอมบี้โง่ๆ อีกแล้ว"
"ถ้าเจอสัญญาณพลังงานขนาดใหญ่ อย่าไปฝืนปะทะ ให้เอารถดันดินหุ้มเกราะเหยียบมันไปเลย ถ้าดันไม่ไป ก็เรียกหน่วยปืนใหญ่มาถล่มทิ้งซะ"
"เถี่ยซาน ให้หน่วยพิทักษ์เตรียมพร้อมออกศึกตลอดเวลา!"
"ครับ!" เถี่ยซานรับคำเสียงดังฟังชัด
"รับทราบครับ!" จ้าวเต๋อเซิ่งก็ตะโกนตอบรับอย่างหนักแน่นเช่นกัน
"เถี่ยซาน ที่นี่ฝากนายเคลียร์ด้วยล่ะ พอเจาะอุโมงค์เสร็จ ก็ให้ทีมวิศวกรเดินหน้าเต็มกำลังได้เลย"
สั่งการเสร็จ หลินโม่ก็หมุนตัวเดินไปที่รถออฟโรดคันที่ว่างอยู่ เคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยเป็นจังหวะ
แกนคริสตัลของราชินีแมงมุมระดับสี่ขั้นสูงสุด และซากที่แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อกองนั้น ตอนนี้นอนนิ่งสงบอยู่ที่มุมหนึ่งในคลังมิติ
เขายังไม่คิดจะกลับไปที่โลกความจริงตอนนี้หรอก
"ถ้าเอาไปให้ตอนนี้ ไอ้พวกนักวิชาการเฒ่าพวกนั้นคงได้เป็นบ้ากันพอดี" หลินโม่พึมพำกับตัวเอง
อู๋เหล่ากับทีมงานยังไม่ทันได้ไขความลับของเปลือกแข็งชิ้นนั้นเลยด้วยซ้ำ ขืนเอาของระดับสี่ขั้นสูงสุดไปโยนโครมให้ตอนนี้ มันจะก้าวกระโดดเกินไปหน่อย เดี๋ยวสมองระดับชาติพวกนั้นจะรันไม่ทันจนไหม้เอาซะก่อน
ข้าวก็ต้องกินทีละคำ ศักยภาพของทีมซับคอนแทรกต์ก็ต้องค่อยๆ รีดเค้นออกมาทีละนิด
เขากดปุ่มเปิดช่องสื่อสารเข้ารหัสบนวิทยุติดรถยนต์
"ไนติงเกล ตอบด้วย"
หลังจากมีเสียงคลื่นแทรกดังซ่าๆ สองครั้ง เสียงที่ฟังดูเหนื่อยล้าของไนติงเกลก็ดังลอดออกมา โดยมีเสียงปืนดังสนั่นและเสียงของหนักพังถล่มเป็นฉากหลัง
"บอส ฉันอยู่นี่ ฝั่งไห่โจวเพิ่งจะต้านคลื่นซอมบี้ขนาดย่อมๆ ได้ระลอกหนึ่ง กำลังเคลียร์แนวป้องกันรอบนอกอยู่ค่ะ"
หลินโม่ล้วงไฟแช็กออกมาจุดบุหรี่สูบ "คลื่นซอมบี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก ช่วงนี้คนที่ออกไปหาเสบียงทางฝั่งเธอ เคยเจอตัวอะไรแปลกๆ บ้างไหม?"
ปลายสายเงียบไปสองวินาที ตามมาด้วยเสียงพลิกกระดาษดังสวบสาบ
"บอสรู้ได้ยังไงคะ?" น้ำเสียงของไนติงเกลเริ่มตึงเครียดขึ้น "เมื่อบ่ายวานนี้ หน่วยลาดตระเวนรอบนอกไปหาอาหารกระป๋องแถวท่าเรือไห่โจว ไปเจอพวกนกนางนวลกลายพันธุ์ตัวเท่ากะละมังเข้าค่ะ"
"นกนางนวล?"
"ใช่ค่ะ ความเร็วสูงมาก กรงเล็บมันคมยิ่งกว่ามีดทหารอีก จิกทะลุเสื้อเกราะกันกระสุนของคนของเราขาดกระจุยเลย ถ้าไม่ได้ยิงกดดันแล้วถอยออกมาเร็ว หน่วยนั้นคงได้ทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นหมดแน่"
หลินโม่พ่นควันบุหรี่สีฟ้าอ่อนออกมาเป็นวง
"ยุคภัยพิบัติก้าวเข้าสู่ขั้นใหม่แล้วล่ะ" หลินโม่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ บอกเล่าความจริงอันโหดร้าย "พืชและสัตว์กำลังกลายพันธุ์อย่างเต็มรูปแบบ ซอมบี้เป็นแค่ออร์เดิร์ฟ หลังจากนี้สภาพแวดล้อมการเอาชีวิตรอดในดินแดนรกร้างจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่"
"ฉันเพิ่งจะฆ่าราชินีแมงมุมกลายพันธุ์ระดับสี่ขั้นสูงสุดตายไปตัวนึง ในอุโมงค์หลบภัยร้างทางไปไห่โจวนี่แหละ"
"ระดับสี่ขั้นสูงสุด?!"
ปลายสายมีเสียงคนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดังขึ้นมาหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่าพวกหัวหน้าระดับสูงของไห่โจวที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ยินประโยคนี้ด้วยเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ที่เมืองตงเจียง ตัวกลายพันธุ์ระดับสูงแค่ตัวเดียวก็เกือบจะฆ่าล้างบางค่ายผู้รอดชีวิตทั้งค่ายได้แล้ว
คราวนี้เล่นโผล่ระดับสี่ขั้นสูงสุดมาเลย แค่ได้ยินตัวเลขก็ทำเอาขนหัวลุกแล้ว
"อุโมงค์กำลังเจาะทะลุอยู่ ทางด่วนกว่าจะสร้างมาถึงก็ต้องใช้เวลาสักพัก" หลินโม่เข้าประเด็น "แต่ป้อมปราการป้องกันทางฝั่งไห่โจวมันห่วยแตกเกินไป กันได้แค่ซอมบี้ธรรมดา แต่กันพวกสัตว์กลายพันธุ์ที่ขุดรูหรือบินได้ไม่ได้หรอก"
"เคลียร์พื้นที่ลานจัตุรัสกลางของฐานไห่โจวให้โล่ง เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้"
ไนติงเกลชะงักไปนิด รีบเงยหน้าดูแผนที่บนกำแพง
"ตอนนี้เลยเหรอคะ? บอส ทางด่วนยังสร้างไม่เสร็จเลยนะคะ จากตงเจียงมาไห่โจวระยะทางเส้นตรงก็ปาเข้าไปสองร้อยสามสิบกิโลฯ แล้ว ระหว่างทางมีแต่ซากปรักหักพังกับรังของพวกสัตว์กลายพันธุ์เต็มไปหมด..."
"อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน"
หลินโม่ไม่พูดพร่ำทำเพลง ตัดการสื่อสารทิ้งดื้อๆ
เขาผลักประตูลงจากรถ แล้วโบกมือเรียกเถี่ยซานที่กำลังสั่งการให้รถหุ้มเกราะเคลียร์พื้นที่อยู่
"ทางนี้ฝากนายจับตาดูให้ดีด้วย" หลินโม่ชี้ไปที่อุโมงค์หลบภัยที่ยังมีควันลอยกรุ่นอยู่ "ฉันจะกลับไปเมืองใหม่สักแป๊บ แล้วก็แวะไปไห่โจว พอเจาะอุโมงค์ทะลุแล้ว ก็ให้ทีมวิศวกรของจ้าวเต๋อเซิ่งเดินหน้าเต็มสูบเลย ไม่ต้องเสียดายวัสดุ"
"บอสวางใจได้เลยครับ!" เถี่ยซานตบหน้าอกรับประกัน "ไอ้ถ้ำแมงมุมนี่ ผมรับรองว่าจะขูดรีดมันให้เกลี้ยง ไม่ให้เหลือแม้แต่ขาแมงมุมสักข้างเลย!"
หลินโม่พยักหน้า แล้วหันหลังเดินไปที่เชิงเขาที่ไม่มีคนอยู่
เขาไม่มีทางขับรถไปไห่โจวแน่นอน
ถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังระยะทางกว่าสองร้อยกิโลเมตร ขืนขับรถไปกว่าจะถึงดอกพิกุลคงร่วงพอดี
จิตสำนึกขยับวูบ พลังจิตไร้รูปก็ทะลักออกจากร่าง ก่อตัวเป็นโล่พลังจิตทรงเพรียวลมที่สมบูรณ์แบบห่อหุ้มตัวเขาเอาไว้
ปัง!
พื้นดินระเบิดออกเป็นหลุมตื้น เศษหินปลิวว่อน
ร่างของหลินโม่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับลูกปืนใหญ่
ในจังหวะที่ทะลวงกำแพงเสียง กลางอากาศก็เกิดวงแหวนก้อนเมฆสีขาวระเบิดออก เสียงดังกึกก้องแสบแก้วหูทำเอาทีมวิศวกรที่กำลังทำงานอยู่ด้านล่างต้องยกมือขึ้นปิดหูกันเป็นแถว
"แม่เจ้าโว้ย... บอสกลายเป็นเทพไปแล้วเหรอ?" จ้าวเต๋อเซิ่งแหงนหน้ามองเส้นสีขาวที่พุ่งหายลับไปในขอบฟ้า อ้าปากค้างจนคางแทบจะหลุด
...
สถานที่ตั้งเก่าของสมาคมฟื้นฟูไห่โจว
ไนติงเกลวางสายวิทยุสื่อสาร ขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองหัวหน้าหน่วยย่อยของหน่วยคมมีดราตรีที่อยู่ด้านหลัง
"บอสกำลังจะมา สั่งให้ทุกคนหยุดงานที่ทำอยู่ แล้วไปเคลียร์รถพังๆ ในจัตุรัสกลางออกให้หมด เปิดพื้นที่ให้กว้างๆ ไว้!"
หัวหน้ากองร้อยที่หนึ่งคือชายฉกรรจ์หัวโล้นหน้าตาถมึงทึง ฉายา เหลยหู่ เขาเพิ่งถอยลงมาจากแนวหน้า เอาผ้าขนหนูสกปรกๆ เช็ดคราบเลือดบนใบหน้าลวกๆ
"เจ๊ใหญ่ บอสจะมายังไงเนี่ย? นั่งเฮลิคอปเตอร์มาเหรอ?" เหลยหู่เกาหัวล้านด้วยความสงสัย "บินมาจากฝั่งตงเจียงเนี่ยนะ ฝูงนกกลายพันธุ์เต็มฟ้าไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยนะ ใบพัดโดนเกี่ยวพังยับแน่"
"หุบปากไปเลย!" ไนติงเกลถลึงตาใส่เขา "ในเมื่อบอสบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมง ก็ต้องมาถึงแน่ๆ รีบพาคนไปเคลียร์พื้นที่เร็วเข้า!"
เหลยหู่ไม่กล้าเถียง รีบกวักมือเรียกลูกน้องไปทำงานทันที
ยี่สิบนาทีต่อมา ลานจัตุรัสกลางเมืองไห่โจวก็ถูกเคลียร์จนโล่งเตียน
สมาชิกระดับแกนนำหลายร้อยคนถือปืนยืนอยู่ริมจัตุรัส ชะเง้อมองท้องฟ้าด้วยความสงสัย
โครม!
จู่ๆ บนท้องฟ้าก็มีเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน
เงาร่างหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากชั้นเมฆราวกับอุกกาบาต พุ่งดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับแรงกดดันที่ทำเอาแทบหายใจไม่ออก กระแทกลงกลางจัตุรัสอย่างแม่นยำ
พื้นคอนกรีตแข็งๆ แตกออกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่รูปใยแมงมุมสองรอยในพริบตา คลื่นกระแทกพัดซัดออกไปรอบทิศทาง ทำเอาทหารใหม่สองสามคนที่มุงดูอยู่รอบๆ ล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ฝุ่นคลุ้งกระจายไปไกลนับสิบเมตร
หลินโม่สลายโล่พลังจิตรอบตัว แล้วปัดฝุ่นตามเสื้อแจ็กเกตกันลมลวกๆ
ตาของเหลยหู่แทบจะถลนออกมา มือที่จับปืนไรเฟิลอยู่กำแน่นโดยสัญชาตญาณ พลางกลืนน้ำลายเอื้อก
นี่มันคนแน่เหรอ? นี่มันขีปนาวุธในร่างมนุษย์ชัดๆ!
ไนติงเกลรีบเดินเข้าไปหา ก้มหัวแสดงความเคารพ
"บอส"
หลินโม่กวาดสายตามองไปรอบๆ
ป้อมปราการป้องกันของไห่โจวมันดูอนาถาเกินไปจริงๆ
ต่อให้จะมีฐานเดิมของสมาคมฟื้นฟูอยู่ ก็ยังเทียบกับเมืองใหม่ไม่ได้เลยสักนิด
ถ้าไม่ได้มีผู้ปลุกพลังของหน่วยคมมีดราตรีสี่ร้อยคนคอยเฝ้าอยู่ ป่านนี้ที่นี่คงแตกไปนานแล้ว