- หน้าแรก
- ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว
- บทที่ 604 - ค่าพลังหนึ่งพันหกร้อย? ก็ยังโดนฟันทีเดียวจอด!
บทที่ 604 - ค่าพลังหนึ่งพันหกร้อย? ก็ยังโดนฟันทีเดียวจอด!
บทที่ 604 - ค่าพลังหนึ่งพันหกร้อย? ก็ยังโดนฟันทีเดียวจอด!
บทที่ 604 - ค่าพลังหนึ่งพันหกร้อย? ก็ยังโดนฟันทีเดียวจอด!
พื้นดินหน้าอุโมงค์หลบภัยนูนขึ้นลงอย่างรุนแรง ราวกับมีรถขุดหัวเจาะขนาดหนักกำลังพุ่งชนอยู่ใต้ดิน
"ถอย!"
หลินโม่ตวาดเสียงต่ำ
เถี่ยซานตอบสนองอย่างรวดเร็ว คว้าคอเสื้อจ้าวเต๋อเซิ่งที่กำลังยืนเอ๋ออยู่ แล้วลากถอยหลังวิ่งหนีสุดชีวิต
ลูกทีมของกองร้อยที่หนึ่งที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ผลัดกันยิงคุ้มกันและถอยร่นออกไปไกลกว่าห้าสิบเมตรอย่างรวดเร็ว
รถหุ้มเกราะติดอาวุธสิบคันเข้าเกียร์ถอยหลังพร้อมกัน สายพานบดขยี้เศษหินจนเกิดเสียงเสียดสีแสบแก้วหู
ครืนนน!
พื้นคอนกรีตหนาเตอะหน้าทางเข้าอุโมงค์หลบภัยพังถล่มลงมา
สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ตัวหนึ่งมุดพรวดขึ้นมาจากใต้ดิน
มันคือแมงมุมยักษ์สีดำที่ตัวใหญ่กว่ารถหุ้มเกราะขนาดหนักถึงสองรอบ
ทั่วทั้งตัวของมันมีสีม่วงเข้มชวนคลื่นไส้ ขาอันตล้ายเสาเหล็กทั้งแปดข้างปักลึกลงไปในชั้นหิน
ลวดลายใบหน้าคนบนหลังของมันเบ่งบานเต็มที่แล้ว อวัยวะบนใบหน้าบิดเบี้ยวเข้าหากัน ดูน่าสยดสยองสุดๆ
ดวงตาประกอบขนาดเท่าเครื่องโม่แป้งทั้งแปดดวง จ้องเขม็งไปที่หลินโม่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ
"แม่เจ้าโว้ย..." จ้าวเต๋อเซิ่งหลบอยู่หลังรถหุ้มเกราะ ฟันกระทบกันดังกึกๆ "นี่มันแมงมุมปีศาจชัดๆ!"
เถี่ยซานแค่นเสียงอยู่ข้างๆ "เหล่าจ้าว ทำตัวให้มันดูมีระดับหน่อย! คอยดูบอสสับมันให้เละเถอะ!"
หลินโม่ลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศ ก้มมองเรดาร์พกพาในมือ
ตัวเลขหยุดอยู่ที่ 1600
"ระดับสี่ขั้นสูงสุด" หลินโม่โยนเรดาร์เก็บเข้าคลังมิติอย่างไม่ใส่ใจ "ตัวใหญ่ดีนะ แต่ไม่รู้ว่าเปลือกจะแข็งพอไหม"
ฟ่อออ——!
ราชินีแมงมุมส่งเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ด หน้าท้องหดเกร็งอย่างแรง
ก้อนพิษสีเขียวเข้มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสองเมตร พุ่งออกมาจากปากของมันราวกับลูกปืนใหญ่ ตรงดิ่งมาที่หน้าของหลินโม่
ก้อนพิษกระจายตัวออกกลางอากาศ กลายเป็นตาข่ายพิษครอบคลุมไปทั่วฟ้า แม้แต่อากาศรอบๆ ก็ยังถูกกัดกร่อนจนส่งเสียงฟู่ๆ และมีควันสีขาวลอยออกมา
หลินโม่ไม่แม้แต่จะขยับหลบ
บาเรียพลังจิตกางออกรอบตัวในพริบตา
ฟู่ ฟู่ ฟู่!
พิษที่สาดกระเซ็นลงบนบาเรียไร้รูป ระเหยกลายเป็นไอด้วยความร้อนสูงในทันที
เมื่อเห็นว่าการโจมตีไม่ได้ผล ขาหลังราวกับเสาเหล็กทั้งแปดของราชินีแมงมุมก็ออกแรงดีดตัว
ร่างอันใหญ่โตหนักหลายสิบตันทะยานขึ้นสู่อากาศ พุ่งเข้าทับหลินโม่ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ
ขาหน้าสองข้างที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม ฟาดลงมาราวกับเคียวของยมทูตขนาดยักษ์
"อยากบวกระยะประชิดงั้นเหรอ?"
หลินโม่แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ยกมือขวาประกบกันเป็นรูปดาบ แล้วตวัดฟันใสราชินีแมงมุมที่กำลังพุ่งเข้ามาในอากาศ
ตัดมิติ
รอยแยกมิติไร้รูปความยาวกว่าสิบเมตรปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างเงียบเชียบ
ร่างอันใหญ่โตของราชินีแมงมุมชะงักกึกอยู่กลางอากาศ
เปลือกแข็งสีม่วงเข้มที่แม้แต่กระสุนปืนใหญ่ยังสะท้อนออกได้ เมื่ออยู่ต่อหน้ารอยแยกมิติ มันกลับเปราะบางราวกับกระดาษ
ตั้งแต่หัวจรดหาง ถูกผ่าแยกออกเป็นสองซีกอย่างเรียบกริบ
ตุ้บ!
ซากขนาดมหึมาสองท่อนร่วงกระแทกพื้นหน้าอุโมงค์อย่างแรง ของเหลวสีเขียวในร่างกายผสมกับเครื่องในพุ่งกระฉูดออกมา กัดกร่อนพื้นดินจนเป็นหลุมลึก
ขาทั้งแปดของราชินีแมงมุมยังคงกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ แต่ชีวิตของมันดับสูญไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
ไกลออกไป
จ้าวเต๋อเซิ่งอ้าปากค้าง คางแทบจะหล่นลงไปกองกับพื้น
กระบวนท่าเดียว
แค่กระบวนท่าเดียวเท่านั้น
สัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ กลับโดนฟันขาดครึ่งง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ แถมเขายังมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าหลินโม่โจมตียังไง
"มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่?"
หลินโม่ร่อนลงมายืนบนซากของราชินีแมงมุม แล้วหันไปมองขบวนรถด้านหลัง
"รถยิงสนับสนุน เข้าไปกวาดล้างให้เรียบ เผาไอ้พวกไข่ที่ยังไม่ฟักนั่นให้เกลี้ยง อย่าปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว"
เถี่ยซานได้สติเป็นคนแรก จึงแหกปากตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น
"หน่วยปืนใหญ่! เปลี่ยนเป็นกระสุนระเบิดเพลิงแรงสูง! ถล่มรังแมงมุมนี่ให้ราบเป็นหน้ากลองเลยโว้ย!"
รถหุ้มเกราะติดอาวุธสิบคันขับขึ้นหน้าอีกครั้ง
ปัง ปัง ปัง ปัง!
ห่าฝนกระสุนปืนใหญ่ถูกสาดเทเข้าไปในส่วนลึกของอุโมงค์อย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย แสงไฟสว่างวาบฉายให้เห็นภายในอุโมงค์จนสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน
ไข่แมงมุมที่ยังไม่ทันได้ฟักตัว แตกกระจายภายใต้ความร้อนและแรงกระแทกจากระเบิด
กลิ่นเหม็นไหม้ผสมกับกลิ่นคาวหวานเลี่ยน ลอยคลุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า
หลินโม่ไม่ได้สนใจเสียงโครมครามข้างใน
เขาล้วงมือข้างหนึ่งเข้าไปในหัวของราชินีแมงมุมที่ถูกผ่าครึ่ง คลำหาไปมาในกองเมือกสีเขียวๆ
แกร็ก
แกนคริสตัลขนาดเท่าลูกโบว์ลิ่ง เปล่งประกายแสงสีม่วงเจิดจ้า ถูกดึงออกมา
คลื่นพลังงานของแกนคริสตัลเม็ดนี้รุนแรงมาก ทันทีที่ถูกดึงออกมา อากาศรอบๆ ก็เกิดการบิดเบี้ยวจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หลินโม่ใช้พลังจิตห่อหุ้มมันไว้ แล้วโยนเข้าคลังมิติทันที
"บอส เปลือกไอ้เจ้านี่มันแข็งโป๊กเลยครับ!"
เถี่ยซานหิ้วเครื่องตัดความร้อนกำลังสูงวิ่งกระหืดกระหอบมา ชี้ไปที่ซากของราชินีแมงมุม เหงื่อแตกพลั่ก "ไฟจากเครื่องตัดพ่นใส่ ยังไม่ทิ้งรอยด่างขาวๆ ไว้เลยด้วยซ้ำ ถ้าเอาไปขัดๆ หน่อยล่ะก็ เอามาทำเป็นแผ่นเกราะกันกระสุนได้สบายๆ เลยนะครับเนี่ย!"
หลินโม่เดินเข้าไป ขยับนิ้วเบาๆ
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ
คมมีดมิติขนาดจิ๋วหลายเล่มบินว่อนออกไป หั่นร่างอันใหญ่โตของราชินีแมงมุมออกเป็นสิบกว่าชิ้นราวกับหั่นเต้าหู้
"เอาขาทั้งแปดข้างนี่ แล้วก็ต่อมพิษ ขนขึ้นรถเอากลับไปให้ศาสตราจารย์เฉินที่เมืองใหม่" หลินโม่สั่งการ "บอกเขาว่านี่คือตัวอย่างสิ่งมีชีวิตระดับสี่ขั้นสูงสุด ให้เขารีบถอดรหัสพันธุกรรมของมันออกมาให้เร็วที่สุด"
"รับทราบ!" เถี่ยซานกวักมือเรียกลูกน้องให้มาช่วยขนของ
หลินโม่เดินไปหยุดอยู่หน้าซากครึ่งท่อนที่เหลือ จิตสำนึกขยับวูบ
รวมกับไข่แมงมุมสภาพสมบูรณ์สามใบที่เก็บมาก่อนหน้านี้ ซากพวกนี้ก็หายวับไปจากตรงนั้น ถูกเขาเก็บเข้าไปในคลังมิติ
พวกนักวิชาการในโลกความจริงนั่นไม่ค่อยมีอะไรทำกันนักใช่ไหม?
ไอ้ของฝากระดับสี่ขั้นสูงสุดกองนี้ คงพอให้พวกนั้นปวดหัวไปได้อีกพักใหญ่เลยล่ะ
ไฟลุกไหม้อยู่นานครึ่งชั่วโมง
เสียงกรีดร้องในอุโมงค์เงียบหายไปโดยสิ้นเชิง
เถี่ยซานพาทีมเข้าไปตรวจสอบรอบหนึ่ง พอแน่ใจว่าไม่มีแมงมุมรอดชีวิตเหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว ถึงได้วิ่งออกมารายงาน
หลินโม่พิงรถหุ้มเกราะ จุดบุหรี่สูบ มองดูซากแมงมุมเกลื่อนกลาดบนพื้น พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เถี่ยซาน"
"บอส สั่งมาได้เลยครับ"
"ช่วงที่ผ่านมา ทีมที่ออกไปหาเสบียง เคยเจออะไรแปลกๆ นอกเหนือจากซอมบี้บ้างไหม?" หลินโม่พ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง "ฉันหมายถึง พวกที่มันไม่ใช่ซอมบี้น่ะ"
เถี่ยซานเกาหัว พยายามนึกทบทวน
"พอคุณพูดขึ้นมา ก็เหมือนจะเคยเจอจริงๆ นะครับ"
เถี่ยซานขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิด "หลายวันก่อน ทีมลาดตระเวนที่สามไปขนอาหารกระป๋องที่ตลาดเกษตรทางตอนเหนือ ขากลับ หัวหน้าทีมบ่นให้ผมฟังว่าเจอฝูงหมาป่าตัวใหญ่เท่าลูกวัว ความเร็วเร็วจี๋เลย ขนาดปืนกลหนักยังยิงแทบไม่โดน ถ้าไม่ได้หลบอยู่ในรถหุ้มเกราะ คงได้เสียลูกน้องไปหลายคนแน่ๆ"
ราชาหินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบพูดแทรกขึ้นมาบ้าง
"คุณหลิน ทางฝั่งฐานผาหินของเราก็เคยเจอเหมือนกันครับ เดือนก่อนพวกเราไปหาปุ๋ยยูเรียที่โรงงานชานเมือง ไปเจอหมูป่ากลายพันธุ์เข้า หนังมันหนายิ่งกว่าแผ่นเหล็กอีก มันพุ่งชนทีเดียว รถกระบะดัดแปลงของเราถึงกับหงายเก๋งเลย"
หลินโม่เคาะเถ้าบุหรี่
เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด
ช่วงแรกของยุคภัยพิบัติ สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดก็คือมนุษย์ คนส่วนใหญ่กลายร่างเป็นซอมบี้ที่ไร้สติปัญญา
แต่ตอนนี้ เมื่อเวลาผ่านไป ไวรัสที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ก็เริ่มแสดงฤทธิ์เดชที่น่าสะพรึงกลัวในพืชและสัตว์แล้ว
เส้นทางการวิวัฒนาการของซอมบี้นั้นค่อนข้างเรียบง่าย ไม่เพิ่มพละกำลัง ก็เพิ่มความเร็ว หรือไม่ก็งอกหนามกระดูกออกมาอย่างพวกตัวลิกเกอร์
แต่พวกสัตว์มันต่างออกไป
พวกมันมีสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่หลากหลายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอถูกกระตุ้นด้วยพลังงานระดับสูง ทิศทางการกลายพันธุ์จึงพิสดารและคาดเดาไม่ได้
ตะขาบยักษ์ที่ขุดรูได้ แมงมุมที่พ่นกรดได้ รวมถึงพวกหมาป่าและหมูป่าที่เถี่ยซานกับราชาหินเพิ่งเล่าให้ฟัง
สภาพแวดล้อมการเอาชีวิตรอดในดินแดนรกร้าง กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่