- หน้าแรก
- ตัวประกอบแล้วไง ข้าขอปั่นพลังตั้งแต่ในครรภ์มารดา
- บทที่ 106 - เอาวุฒิอนุปริญญามาหลอกข้าเหรอ? ตัวตึงวัยหกขวบจะสอบเข้าชิงเป่ยแห่งโลกบำเพ็ญเพียร!
บทที่ 106 - เอาวุฒิอนุปริญญามาหลอกข้าเหรอ? ตัวตึงวัยหกขวบจะสอบเข้าชิงเป่ยแห่งโลกบำเพ็ญเพียร!
บทที่ 106 - เอาวุฒิอนุปริญญามาหลอกข้าเหรอ? ตัวตึงวัยหกขวบจะสอบเข้าชิงเป่ยแห่งโลกบำเพ็ญเพียร!
บทที่ 106 - เอาวุฒิอนุปริญญามาหลอกข้าเหรอ? ตัวตึงวัยหกขวบจะสอบเข้าชิงเป่ยแห่งโลกบำเพ็ญเพียร!
จ้าวหยวนหลั่งฝืนทำใจดีสู้เสือ วางมาดส่งยิ้มให้
เขาหยิบบัตรเชิญขอบทองออกมาจากแขนเสื้อ
"อีกเจ็ดวันให้หลัง สี่สำนักศึกษาใหญ่แห่งจงโจวจะมาตั้งจุดรับสมัครศิษย์ที่ดินแดนรกร้างตะวันออก"
"นี่คือการสอบครั้งใหญ่ของดินแดนรกร้างตะวันออกที่จัดขึ้นในรอบสามสิบปี ท่านผู้นำตระกูลเจียงคงจะทราบดี"
มือของจ้าวหยวนหลั่งที่ยื่นค้างอยู่กลางอากาศแข็งทื่อ
เขาเดินกร่างในดินแดนรกร้างตะวันออกมากว่าครึ่งเดือน ตระกูลไหนบ้างที่ไม่กราบไหว้บูชาเขาประดุจบรรพชนที่ยังมีชีวิต?
เผชิญหน้ากับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านมาจากตำแหน่งประธาน เขากัดฟันงัดไพ่ตายออกมา
"สำนักศึกษาชิงอวิ๋นมุ่งหวังผู้มีพรสวรรค์มาโดยตลอด"
"ตอนที่คุณหนูถือกำเนิดเมื่อหกปีก่อน ปราณม่วงแผ่ปกคลุมทั่วฟ้า เรื่องนี้ลือกระฉ่อนไปทั่วโลกบำเพ็ญเพียร"
"ช่วงหลายปีมานี้ ดินแดนรกร้างตะวันออกยังมีข่าวลือเรื่องดาวคู่เปล่งประกาย คุณหนูตระกูลเย่ผู้นั้นก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปแล้ว คุณหนูของท่านก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน"
เขาเน้นเสียงหนักขึ้น พยายามกู้หน้ากลับมา
"หลังจากที่สำนักศึกษาของเราปรึกษาหารือกันแล้ว ยินดีมอบสิทธิ์รับเข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษให้ล่วงหน้า"
"คุณหนูสามารถข้ามขั้นตอนการสอบทั้งหมด และเข้าเรียนที่สำนักศึกษาชิงอวิ๋นในฐานะศิษย์หลักได้โดยตรง"
"เมื่อเข้าเรียน จะได้รับโอสถ เคล็ดวิชา และศิลาวิญญาณแบบจัดเต็ม ทั้งยังมีอาจารย์ระดับแปลงวิญญาณคอยดูแลเป็นการส่วนตัวอีกหนึ่งท่าน"
เมื่อยื่นเงื่อนไขออกไป จ้าวหยวนหลั่งก็เชิดคางขึ้น รอคอยดูปฏิกิริยาตื่นเต้นดีใจของคนตระกูลเจียง
รับเข้าเป็นกรณีพิเศษโดยไม่ต้องสอบ!
อาจารย์ระดับแปลงวิญญาณ!
สำหรับบ้านนอกอย่างดินแดนรกร้างตะวันออก ข้อเสนอระดับนี้ถือว่าหลุมศพบรรพชนพ่นควันเขียว (โชคดีสุดๆ) ชัดๆ!
"พรืด——"
เจียงซิงหลุดหัวเราะออกมา
"ผู้ดูแลจ้าว ขออภัยที่ต้องพูดตรงๆ นะ"
เขากางพัดจีบออก เอียงคอถาม
"อาจารย์ระดับแปลงวิญญาณ?"
"พ่อครัวอ้วนที่กำลังสะบัดตะหลิวผัดกับข้าวอยู่ในครัวหลังบ้านข้าก็อยู่ระดับแปลงวิญญาณขั้นต้นนะ เจ้าอยากพากลับไปเชิดหน้าชูตาให้สำนักศึกษาหน่อยไหมล่ะ?"
"ข้อเสนอของเจ้าเนี่ย หยิบใบเสนอราคามาผิดหรือเปล่า?"
หน้าของจ้าวหยวนหลั่งกระตุกยึก รอยยิ้มใจดีแทบจะรักษากระบวนท่าไว้ไม่อยู่
เขาทำการบ้านมาแล้ว รู้ดีว่าตระกูลเจียงรับมือยาก แต่แบบนี้มันจะหยิ่งยโสเกินไปแล้ว!
แต่เขาไม่ยอมเดินคอตกกลับไปดื้อๆ หรอก
"คุณชายท่านนี้ โปรดอย่าได้ปากดีไปหน่อยเลย"
จ้าวหยวนหลั่งกดเสียงต่ำ ยืนตัวตรงแหน่ว
"ตระกูลเจียงมีรากฐานลึกซึ้ง ย่อมไม่ขาดแคลนทรัพยากร"
"แต่สิ่งที่สำนักศึกษาแห่งจงโจวมอบให้ ไม่ได้มีแค่ทรัพยากรบำเพ็ญเพียรเท่านั้น"
น้ำเสียงของจ้าวหยวนหลั่งหนักอึ้งขึ้น
"การได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาแห่งจงโจว ก็เท่ากับได้ก้าวเข้าสู่ประตูของจงโจว"
"ในห้าดินแดน จงโจวคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด"
"เส้นสาย ข่าวกรอง หรือแม้แต่..."
เขาจงใจเว้นจังหวะ
"ช่องทางรับข่าวสารจากแดนบน สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่ศิลาวิญญาณจะซื้อหามาได้"
ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา บรรยากาศในห้องโถงก็เปลี่ยนไปอย่างประหลาด
นิ้วของเจียงเซียวที่กำลังเคาะพนักเก้าอี้ชะงักลง
เสิ่นอวิ๋นโหรวถือถ้วยชา แววตาเย็นเยียบลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่เจียงซิงที่เอนหลังพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้านมาตลอด พัดในมือก็ยังหยุดนิ่ง
จ้าวหยวนหลั่งรู้สึกได้เพียงว่าเข่าอ่อน อวัยวะภายในถูกบดขยี้อย่างรุนแรง
แดนบน
สองคำนี้คือหนามยอกอกของคนตระกูลเจียงทุกคน
เจียงเจาเจายืนอยู่ข้างขาของเจียงเซียว ประคองแก้วนม ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา
แต่ในใจกลับกลอกตาบน
[ตาจิ้งจอกเฒ่านี่ เปิดมาก็จี้จุดอ่อนเลยนะ]
[ถึงสำนักศึกษาชิงอวิ๋นจะห่วย แต่ป้ายชื่อจงโจวก็มีค่าจริงๆ นั่นแหละ]
[แต่คิดจะเอาใบรับรองการศึกษาเทียบเท่าอนุปริญญา มามัดตัวข้าไว้กับเรือผุๆ ของพวกเจ้าเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ]
[อีกเจ็ดวันพวกมหาวิทยาลัยไท่เสวียก็จะลงสนามด้วย ถ้าข้าจะสอบ ข้าก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างชิงเป่ยของโลกบำเพ็ญเพียรไปเลย ส่วนไอ้อนุปริญญานี่ใครอยากไปก็ไปเถอะ]
[แต่ตอนนี้ยังแสดงท่าทีไม่ได้ ต้องเก็บไพ่ใบนี้ไว้ในมือก่อน]
เมื่อเห็นว่ารังสีอำมหิตในห้องโถงแทบจะบดขยี้จ้าวหยวนหลั่งให้แหลกเป็นผุยผงอยู่แล้ว
เจียงเจาเจาจึงแหงนหน้าขึ้น ส่งยิ้มโชว์เขี้ยวเล็กๆ ให้จ้าวหยวนหลั่ง
"ท่านลุงเจ้าคะ สำนักศึกษาชิงอวิ๋นสนุกไหม มีของอร่อยๆ กินหรือเปล่าเจ้าคะ?"
น้ำเสียงใสซื่อของเด็กน้อย แหวกบรรยากาศอันตึงเครียดออกเป็นช่องว่าง
จ้าวหยวนหลั่งหอบหายใจเฮือกใหญ่ รีบคว้าโอกาสทอง เปลี่ยนสีหน้าเป็นคุณลุงผู้ใจดีทันที
"มีแน่นอนจ้ะ สวนผลไม้วิญญาณหลังสำนักศึกษา เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี มีผลไม้อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด——"
"แล้วมหาวิทยาลัยไท่เสวียล่ะเจ้าคะ?"
เจียงเจาเจาเอียงคอ ดวงตากลมโตสุกใส น้ำเสียงใสซื่อไร้เดียงสา
"เจาเจาได้ยินมาว่ามหาวิทยาลัยไท่เสวียอยู่อันดับหนึ่ง ผลไม้ของมหาวิทยาลัยไท่เสวียต้องอร่อยกว่าแน่ๆ เลยใช่ไหมเจ้าคะ?"
รอยยิ้มของจ้าวหยวนหลั่งแข็งค้าง
ผู้ติดตามระดับแก่นทองคำสองคนที่อยู่ด้านหลังถึงกับหน้าแดงก่ำเพราะกลั้นขำแทบไม่อยู่
หกขวบ?
นี่มันใช่คำถามที่เด็กหกขวบจะถามออกมาได้เหรอวะ?!
แทงทะลุเกราะเข้าเส้นเลือดใหญ่เต็มๆ เลยนะเว้ย!
ดันเป็นคำพูดไร้เดียงสาของเด็กซะอีก จะเถียงกลับสักคำก็ยังทำไม่ได้เลย!
เจียงซิงที่อยู่ด้านหลังทนไม่ไหวจริงๆ พ่นน้ำชาพรวดใส่พัดจนเปียกชุ่ม
เจียงเซียวโยนส้มในมือลงบนโต๊ะ แล้วระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
"ฮ่าๆๆๆ! ได้ยินหรือเปล่า? ลูกสาวข้าถามเจ้าอยู่นะ!"
เขาเอนพิงพนักเก้าอี้ นั่งไขว่ห้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"ผู้ดูแลจ้าว ไม่ใช่ว่าข้าเจียงผู้นี้ไม่ไว้หน้าหรอกนะ"
"ลูกสาวข้าเขามีความคิดเป็นของตัวเอง"
"ส่วนความจริงใจของสำนักศึกษาชิงอวิ๋นของพวกเจ้าเนี่ย..."
เขาหยิบบัตรเชิญขอบทองบนโต๊ะขึ้นมา แล้วโยนแหมะไว้ข้างจานผลไม้ ปะปนไปกับกองเปลือกส้ม
"วางทิ้งไว้ตรงนี้ก่อนแล้วกัน"
จ้าวหยวนหลั่งจ้องมองบัตรเชิญที่ถูกฝังอยู่ในกองเปลือกส้ม ขมับเต้นตุบๆ
หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างแรง
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันหลังข้าจ้าวผู้นี้จะมาขอเข้าพบใหม่"
"การสอบครั้งใหญ่ใกล้เข้ามา สถานการณ์พลิกผันได้เสมอ หวังว่าท่านผู้นำตระกูลเจียงจะ... ดูแลตัวเองให้ดี"
ตอนที่หันหลังเดินไปถึงธรณีประตู จู่ๆ เขาก็หยุดชะงัก น้ำเสียงแฝงแววเยาะเย้ยราวกับรอดูเรื่องสนุก
"อ้อ ก่อนไป ข้าจ้าวผู้นี้ขอแถมข่าวกรองให้พวกท่านฟรีๆ ข่าวหนึ่ง"
"คุณหนูตระกูลเย่ผู้นั้น ได้รับจดหมายเชิญด้วยลายมือจากมหาวิทยาลัยไท่เสวียเมื่อครึ่งเดือนก่อนแล้ว"
ทิ้งท้ายไว้แค่นี้ เขาก็เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย
ภายในห้องโถงเงียบกริบไปสามลมหายใจ
รอยยิ้มบนใบหน้าเจียงเซียวเลือนหายไป
เสิ่นอวิ๋นโหรววางถ้วยชาลง ข้อนิ้วขาวซีดเล็กน้อย
มือของเจียงจ้านวางทาบลงบนด้ามกระบี่ด้านหลังเรียบร้อยแล้ว
มีเพียงเจียงเจาเจาที่ยังคงดูดนมต่อไป
[จดหมายเชิญด้วยลายมือจากมหาวิทยาลัยไท่เสวีย?]
นางเลียคราบนมที่ขอบแก้ว ประกายความเย็นเยียบพาดผ่านดวงตา
[ยัยชาเขียวเย่หลิงเอ๋อร์นี่ ไปที่ไหนก็มีช่องทางวีไอพีลัดคิวให้ตลอดเลยนะ]
นางวางแก้วนมลง ชูสองมือไปทางเจียงเซียว เป็นสัญญาณว่าให้อุ้มหน่อย
"ท่านพ่อ เจาเจาง่วงแล้ว จะนอนแล้วเจ้าค่ะ"
เจียงเซียวก้มลงอุ้มนางขึ้นมา ฝ่ามือใหญ่ตบหลังนางเบาๆ
เจียงเจาเจาซบหน้าลงบนบ่ากว้าง หลับตาลง แต่สมองกลับแล่นปรู๊ดปร๊าด
[ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ เย่หลิงเอ๋อร์ก็ได้แจ้งเกิดจากการสอบครั้งใหญ่ของดินแดนรกร้างตะวันออกครั้งนี้นี่แหละ]
[ไม่เพียงแต่จะแสดงพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา แต่ในยามคับขันยังงัดเอาของวิเศษระดับเทพที่พังไปแล้วครึ่งหนึ่งออกมาอาละวาดฟาดฟันจนราบคาบ]
[หลังจากนั้นก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เหยียบย่ำซากศพของตระกูลเจียงขึ้นไปสู่จุดสูงสุด]
[นางมีโควตาจากมหาวิทยาลัยไท่เสวีย มีไพ่ตายจากพ่อบนแดนบน แถมยังมีโชคช่วยแบบผีจับยัดเต็มไปหมด]
[แล้วข้าล่ะ?]
[พลังระดับทารกวิญญาณ ห้ามเผย]
[กระดูกทองคำปราณม่วงสุดขั้ว ห้ามเผย]
[รากวิญญาณโกลาหล ถึงตายก็ห้ามเผย]
เจียงเซียวอุ้มนางเดินกลับไปที่ห้องนอน
นางซุกหน้าลงตรงซอกคอท่านพ่อ แอบหักนิ้วดังกรอบแกรบอยู่ข้างหลังเขาเงียบๆ
[ของที่เอามาโชว์หน้าฉากได้ ก็มีแค่ระดับรวมปราณขั้นสูงสุดที่ปลอมตัวมา กับร่างกายผู้บำเพ็ญเพียรสายกายภาพเท่านั้น]
[หกขวบระดับรวมปราณขั้นสูงสุด ถ้าอยู่แค่ในดินแดนรกร้างตะวันออกก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะจริงๆ นั่นแหละ]
[แต่ถ้าเอาไปเทียบในการสอบครั้งใหญ่ของจงโจว อย่างเก่งก็อยู่แค่ระดับค่อนข้างดี]
[บวกกับจานค่ายกลระเบิดที่ปรับปรุงใหม่พวกนั้น กับยาสลายวิญญาณสิบประการ... ถึงจะกวาดล้างลูกหลานตระกูลธรรมดาในดินแดนรกร้างตะวันออกได้สบายๆ ก็เถอะ]
[แต่คู่ต่อสู้คือเย่หลิงเอ๋อร์]
[เทพธิดาแห่งโชคชะตาที่สวรรค์ป้อนข้าวป้อนน้ำให้แบบนั้น ต่อให้ดูเหมือนจะแพ้แหงๆ ก็ยังมีโชคช่วยแบบเหลือเชื่อพลิกเกมกลับมาได้ทุกที]
เจียงเซียววางนางลงบนเตียง ห่มผ้าให้อย่างเบามือ ตอนที่หมุนตัวเดินออกไปก็ยังหันกลับมามองอีกแวบหนึ่ง
วินาทีที่ประตูห้องปิดลง เจียงเจาเจาก็ลืมตาขึ้นมา