- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 086 การเดินทางที่แสนสุขและแสนสั้น
086 การเดินทางที่แสนสุขและแสนสั้น
086 การเดินทางที่แสนสุขและแสนสั้น
“รอให้ชำระล้างโลหิตของผมคูลดาวน์เสร็จก่อนค่อยทำต่อ”
ดันเต้มองดูการ์ดใบนี้ด้วยความพึงพอใจ ดูเหมือนว่าระดับความเจ็บปวดที่สร้างให้กับศัตรูจะค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว สมแล้วที่เป็นการ์ดที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
หลังจากผ่านไป 2 นาที ดันเต้ก็ใช้ชำระล้างโลหิตใส่วิสเคานต์ออกัสตินอีกครั้ง แวมไพร์ฟื้นคืนสติขึ้นมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน ทว่าเขายังไม่ทันได้ลืมตาเสียด้วยซ้ำ แรงกระแทกหนักหน่วงจากของแข็งก็ทำให้เขา มึนงง จนสลบเหมือดไปอีกรอบ
คุณหมอเจ้าของไข้ ดันเต้และ พยาบาล โคนีเลียทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็ชำระล้างวิสเคานต์ออกัสตินจนกลายเป็นแวมไพร์แดดเดียวที่สะอาดบริสุทธิ์ไร้มลทิน
“เฮ้อ น่าเสียดายวัตถุดิบดีๆ ชะมัด”
ดันเต้มองดูซากศพของแวมไพร์ด้วยความเสียดายอย่างยิ่ง ถ้าระดับของเขาสูงกว่านี้อีกสักหน่อย เขาคงสามารถแยกส่วนวัตถุดิบจากศพนี้มาสร้างการ์ดได้แล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะสร้างการ์ดดีๆ ออกมาได้ แล้วใช้การผูกมัดวิญญาณนำมันออกจากโลกเงาได้ด้วย น่าเสียดายที่ตอนนี้เขายังจัดการกับวัตถุดิบระดับ 6 ไม่ไหว
ดังนั้นทั้งสองคนจึงทำได้เพียงแบกร่างแห้งเหี่ยวของแวมไพร์ออกจากคฤหาสน์ ฝ่าลมหนาวและหิมะไปตามทาง แล้วโยนทิ้งลงจากหน้าผา ในภารกิจของผู้ท้าทายฝ่ายทรยศ หากฝ่ายทรยศอัญเชิญวิสเคานต์ออกัสตินสำเร็จ อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับโลกเดิมก็คือ เมื่อเวลาภารกิจสิ้นสุดลง วิสเคานต์ออกัสตินจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังโลกเดิมของผู้ท้าทาย แต่พอจัดการปลิดชีพวิสเคานต์ออกัสตินได้แล้ว อันตรายที่ว่านี้ก็หายวับไปกับตา นี่คือเหตุผลที่ดันเต้กล้าปล่อยให้คู่หูฝาแฝดอัญเชิญวิสเคานต์ออกัสตินออกมาอย่างสบายใจ หากมันจะก่อให้เกิดภัยพิบัติอื่นตามมา เขาก็คงต้องหาทางรับประกันว่าอย่างน้อยหนึ่งในสองพี่น้องนั้นจะต้องไม่ตาย
ทั้งสองรีบวิ่งกลับเข้าคฤหาสน์ ปิดประตูให้แน่นหนา แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสองด้วยท่าทางผ่อนคลายสุดๆ พรุ่งนี้พวกเขาก็จะได้ออกไปเที่ยวเล่นได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องมีอะไรให้กังวลแล้ว!
“รู้สึกว่าคืนนี้ต้องตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแน่ๆ เลย”
โคนีเลียถูไม้ถูมือพลางเอ่ยออกมา
“ผมเข้าใจนะ อารมณ์เหมือนคืนก่อนไปทัศนศึกษานั่นแหละ ก่อนจะเข้าโลกเงาผมก็รู้สึกแบบนี้บ่อยๆ”
ดันเต้พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยกับคำพูดของโคนีเลียอย่างยิ่ง
โคนีเลีย: “ตั้งตารอครั้งต่อไปจังเลยนะ”
ดันเต้: “รอให้พวกเราถึงระดับ 4 กันทั้งหมดก่อนเถอะ จะได้พาโคลอิกซ์มาเล่นด้วยกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าป่านนี้หมอนั่นจะคิดถึงพวกเราบ้างหรือเปล่า”
อาจารย์แมว: “พวกเจ้าเนี่ยนะ...แล้วจะให้นักศึกษาที่ดูถ่ายทอดสดอยู่ข้างนอกคิดยังไงเมี๊ยว...ทำแบบนี้มันเสียชื่อเสียงโรงเรียนหมดเลยนะเมี๊ยว...”
แต่ดันเต้ไม่ได้สนใจอาจารย์แมวเลยสักนิด เขายังคงชวนโคนีเลียคุยต่อ
ดันเต้: “รอบนี้พวกเราฟันกำไรเละเลยล่ะ พอขายของที่ริบมาได้แล้ว เงินรางวัลพวกเราแบ่งกันคนละสามส่วน อีกหนึ่งส่วนเก็บไว้เป็นกองกลางของปาร์ตี้”
อาจารย์แมว: “คราวหน้าขอข้าแจมด้วยคนนะเมี๊ยว!”
สองคนกับอีกหนึ่งตัวเดินคุยกันอย่างสนุกสนานไปตามโถงทางเดิน จนกระทั่งเดินผ่านห้องนอนหมายเลข 202
“หืม?”
โคนีเลียขมวดคิ้วฉับทันที
“มีอะไรเหรอ?”
ดันเต้มองเธอด้วยความสงสัย ดูท่าทางโคนีเลียจะสัมผัสถึงอะไรบางอย่างได้
“ในห้องมีเสียงแปลกๆ น่ะ”
โคนีเลียชี้ไปที่ห้อง 202
ดันเต้ซึ่งอยู่ใกล้ประตูมากกว่าจึงขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอาหูแนบพิงประตูฟังสถานการณ์ข้างใน เขาได้ยินเสียงครางกระเส่าแผ่วเบาลอดออกมา
“คุณหนู อึก...ทำต่อไม่ได้แล้วนะคะ พวกเราได้สติคืนมาแล้ว...”
“ในเมื่อทำผิดไปแล้ว ก็ปล่อยให้มันผิดให้ถึงที่สุดเถอะ...”
“อื้อ...คุณหนู...”
“เรียกฉันว่า ลิลิต...”
ดันเต้ผละออกมาจากหน้าประตูอย่างเงียบเชียบด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน นึกไม่ถึงเลยว่าเอฟเฟกต์การขยายความปรารถนาจะลามไปถึงพวกลิลิตด้วย ดูเหมือนว่าเขาจะต้องประเมินความอันตรายของสามศพคลุ้มคลั่งใบนี้ใหม่เสียแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเนี่ย มันเป็นเรื่องแย่หรือเรื่องดีกันแน่
“พวกเธอเป็นอะไรไปเหรอ?”
โคนีเลียถามขึ้นด้วยความสงสัยเต็มประดา เธอดูจะกังวลว่าลิลิตกับผู้ติดตามจะล้มป่วยเอา
“ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องห่วง พวกเธอแค่กำลังออกกำลังกายที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจน่ะ”
“อ๋อๆ”
ในเมื่อดันเต้บอกว่าไม่มีปัญหา โคนีเลียก็เลิกกังวล
เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนพวกเธอ ดันเต้จึงกลับไปนอนห้อง 204 ส่วนอาจารย์แมวก็ขอตามโคนีเลียเข้าไปนอนที่ห้อง 205 แทน แปลกแฮะที่คราวนี้อาจารย์แมวยอมไปอยู่กับโคนีเลียแต่โดยดี คงเป็นเพราะกลัวว่าถ้าอยู่กับดันเต้สองต่อสอง จะโดนเขาเช็คบิลล่ะมั้ง
ดันเต้มองท่าทางกวนประสาทของอาจารย์แมวแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ทั้งที่เขาก็ออกจะดีกับมันแท้ๆ หรือว่าเขาจะดูน่ากลัวจริงๆ? เป็นไปไม่ได้แน่นอน โลกนี้หาเด็กหนุ่มที่อ่อนโยนกว่าเขาไม่ได้อีกแล้ว
พอดันเต้กลับเข้าห้อง ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเขาก็ล้มตัวลงนอนพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขารู้สึกเหมือนวันนี้ยังมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ยังไม่ได้ทำ ว่าแล้วเขาก็หยิบสามศพคลุ้มคลั่งออกมาจ้องมอง ก่อนจะเปิดใช้สกิลในวงแคบสุดขีด เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะส่งผลกระทบต่อตัวเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น หากในใจเขามีความปรารถนาซ่อนอยู่ มันก็จะถูกสามศพคลุ้มคลั่งกระตุ้นจนขยายใหญ่ขึ้น จนอาจถึงขั้นขาดสติ แต่แน่นอนว่าถ้าจิตใจเขาว่างเปล่าไร้สิ่งรบกวน เขาก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
“เยี่ยมไปเลย จิตใจยังสงบนิ่งอยู่ ต่อไปคงต้องหยิบการ์ดใบนี้มาฝึกสมาธิบ่อยๆ ซะแล้ว”
ดันเต้กล่าวอย่างพึงพอใจ
“ถ้าเจ้ามีปัญญาสร้างการ์ดที่แยกแยะมิตรกับศัตรูได้ เรื่องมันก็คงไม่ยุ่งยากแบบนี้หรอก”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เสียงในหัวที่คุ้นเคยและนุ่มนวลก็ดังขึ้น
“สร้างไม่ได้หรอก! อาจารย์ก็น่าจะรู้ว่าการใส่ระบบคัดกรองมิตรศัตรูลงในเวทมนตร์แบบวงกว้างน่ะ มันยากขนาดไหน!”
ดันเต้บ่นอุบกับอาจารย์
“นั่นเพราะฝีมือยังไม่ถึงขั้นไงล่ะ”
อาจารย์พูดจี้ใจดำออกมานิ่งๆ ราวกับแค่บอกเล่าความจริง
ดันเต้ขมวดคิ้วแน่น ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว
“ความอยากที่จะดูถูกผมของอาจารย์ก็ถูกสามศพคลุ้มคลั่งขยายขึ้นมาเหมือนกันใช่ไหมล่ะ? อัดอั้นมาตั้งนานสุดท้ายก็อดใจไม่ไหวต้องขอแซะสักสองสามคำจนได้ ดูท่าสภาพจิตใจของอาจารย์ก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่ากันเท่าไหร่เลยนะ”
“ลองพูดอีกทีสิ?”
“จะให้พูดอีกกี่ทีก็ได้! ยัยแก่แน่จริงก็โผล่ออกมาฟัดกับฉันสิ! ถ้าอาจารย์แพ้ล่ะก็ คอยดูเถอะผมจะกดอาจารย์ลงกับพื้นแล้ว...”
พูดถึงตรงนี้ ดันเต้ก็รู้สึกเหมือนลำคอถูกบีบจนพูดไม่ออก
“อื้อๆๆ! ผมได้สติแล้ว! เมื่อกี้ผมโดนเอฟเฟกต์ของสามศพคลุ้มคลั่งเล่นงานเข้าให้ เลยพูดจาเลอะเทอะออกไปแบบนั้น! ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยดึงสติของผมกลับมา! ยามคับขันทีไรก็มีแต่ท่านนี่แหละที่พึ่งพาได้ที่สุด!”
ดันเต้รีบตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงที่ทั้งตื่นตระหนกและดูจริงใจสุดๆ
“เหอะ ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปสักครั้งก็ได้ แต่มีแค่หนเดียวนี้เท่านั้นนะ”
“ราตรีสวัสดิ์ครับท่านอาจารย์!”
น้ำเสียงของดันเต้เปลี่ยนเป็นนอบน้อมขึ้นมาทันตาเห็น จนกระทั่งแน่ใจว่าสัมผัสทางจิตของอาจารย์หายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ดันเต้ก็รีบเอามืออุดปากตัวเองไว้ มุมปากของเขาในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมา
ความจริงแล้วเขาไม่ได้โดนกระตุ้นอะไรเลย แค่อยากหาเรื่องตื่นเต้นเล่นสนุกเท่านั้นเอง เขาแค่อาศัยจังหวะแกล้งสติหลุดด่าอาจารย์ไปรอบหนึ่ง แถมยังมีข้ออ้างให้รอดตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบอีก!
โคตรมีความสุขเลยว้อย
ภารกิจรายวัน (1/1)
หลังจากนี้เขาก็มีวิธีใหม่ในการต่อปากต่อคำกับอาจารย์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างแล้ว
ช่างเป็นวันที่สมบูรณ์แบบจริงๆ หลังจากนั้น ดันเต้ก็ปิดไฟแล้วนอนหลับไปอย่างสบายใจ