- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 085 ความมีชีวิตชีวาในวัยหนุ่มสาว
085 ความมีชีวิตชีวาในวัยหนุ่มสาว
085 ความมีชีวิตชีวาในวัยหนุ่มสาว
“นี่ ถามหน่อยสิ แวมไพร์กินได้ไหม?”
อยู่ๆ ดันเต้ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เลยเอ่ยปากถามออกมา
“แหวะ ของป่าแบบนี้กินไม่ได้หรอกเมี๊ยว! น่าขยะแขยงจะตาย”
“งั้นก็ช่างเถอะ ไม่ต้องรักษาสภาพศพแล้วล่ะ ฆ่าทิ้งได้ตามสบายเลย”
“ตกลง”
วิสเคานต์ออกัสตินที่ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความโกรธแค้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาคือเผ่าโลหิตที่สูงส่งนะ! มนุษย์ต่างหากที่เป็นอาหารในจานของเขา! ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาถูกมนุษย์มองว่าเป็น...ของป่าที่น่ารังเกียจแบบนี้? สรุปคือมนุษย์พวกนี้บ้าไปแล้ว หรือว่าช่วงเวลาที่เขาถูกผนึกไป โลกทั้งใบมันบ้าไปหมดแล้วกันแน่?
“พวกเจ้า! แน่จริงก็มาสู้กับข้าอย่างยุติธรรมสิ!”
วิสเคานต์ออกัสตินพยายามตะเกียกตะกายอยู่บนพื้น ดูเหมือนเขาอยากจะเข้าใกล้ดันเต้อีกนิดเพื่อสังหารเขาในคราวเดียว
“หึๆๆ ได้สิ งั้นต่อจากนี้มาเริ่มการสังหารหมู่แบบยุติธรรมข้างเดียวกันเถอะ!”
ดันเต้ยิ้มกว้าง ขณะที่โคนีเลียที่อยู่ข้างกายเขาก็หยิบค้อนออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ค้อนศึกที่เดิมทีเป็นสีเงินทั้งเล่ม ตอนนี้กลับมีแสงสีทองจางๆ เคลือบอยู่อีกชั้นหนึ่ง
[ค้อนศึกแสงศักดิ์สิทธิ์สยองขวัญ]
[ประเภท: การ์ดอุปกรณ์]
[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]
[ระดับ: 3]
[เอฟเฟกต์: เมื่อถูกอาวุธชิ้นนี้โจมตี จะสร้างความรู้สึกเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่า และหากเป้าหมายเป็นศัตรูในฝ่ายอธรรม เอฟเฟกต์ความเจ็บปวดจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิม]
[หมายเหตุ: บุญกุศลอันล้นเหลือ!]
นี่คือสิ่งที่ดันเต้สร้างให้โคนีเลียในโลกเงาเมื่อช่วงบ่าย เขาแยกส่วนค้อนศึกสยองขวัญที่โคนีเลียพกมา และ ชำระล้างที่อาจารย์แมวพกติดตัวมา แล้วใช้ซากวัสดุสร้างอุปกรณ์ชิ้นนี้ขึ้นมา จริงๆ แล้วหน้าที่หลักของอาจารย์แมวคือการเป็นช่องเก็บของนั่นเอง เนื่องจากมันอยู่ในระดับ 5 มันจึงสามารถพกการ์ดรวมกันได้ถึง 50 ระดับ
ชุดเครื่องมือสร้างการ์ดแบบพกพาครบเซ็ตประกอบด้วยไอเทม 10 ชิ้น แต่ละชิ้นมีค่าเท่ากับการ์ดอุปกรณ์ระดับ 1 หนึ่งใบ ดังนั้น นักสร้างการ์ดในสนามรบจำเป็นต้องเสียช่องใส่การ์ดอย่างน้อย 10 ระดับ ถึงจะนำชุดเครื่องมือสร้างการ์ดเข้าสู่โลกเงาได้ นอกจากดันเต้จะเป็นสายสนับสนุนสุดกวนประสาทแล้ว เขายังมีหน้าที่เป็นนักสร้างการ์ดในสนามรบอีกด้วย เพียงแต่ในช่วงที่ระดับยังต่ำ ค่าร่ายของเขามีจำกัด แทนที่จะเสีย 10 ค่าร่ายไปกับฟังก์ชันของนักสร้างการ์ดในสนามรบ เขาเลยมักจะเลือกรับประกันพลังต่อสู้ของทีมเสียมากกว่า
แต่พอมีตัวแถมพกพาง่ายอย่างอาจารย์แมว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ดันเต้ยัดเครื่องมือทั้งชุดให้มันถือทันที แถมยังให้มันพกการ์ดเวทมนตร์ระดับทั่วไปสีขาวธาตุต่างๆ มาด้วยอีกเพียบ เพื่อเอาไว้แยกส่วนเป็นวัตถุดิบ แน่นอนว่าประโยชน์ของอาจารย์แมวไม่ได้มีไว้แค่ช่วยดันเต้ขนเครื่องมือกับวัตถุดิบเข้ามาเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มันสามารถขนการ์ดที่ยึดมาจากศัตรูออกไปได้! มันมีช่องใส่การ์ดเหลือเฟือ และสามารถผูกมัดการ์ดได้สูงสุดถึงระดับ 5!
ตอนที่อยู่โรงเรียนปีศาจครั้งก่อน ดันเต้ก็ได้ค้นพบความจริงข้อนี้แล้ว เขากับโคนีเลียเสียเปรียบเรื่องระดับและช่องใส่การ์ด ของรางวัลที่ได้จากคนไร้หน้าส่วนใหญ่ จึงต้องถูกทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ ทำให้เงินหายไปก้อนโตเลยทีเดียว! เรื่องนี้ทำให้ดันเต้เจ็บใจสุดๆ ดังนั้นครั้งนี้เขาเลยพาอาจารย์แมวที่เป็นพนักงานขนส่งมาด้วย มันทิ้งและยกเลิกการผูกมัดการ์ดสีขาวทั้งหมด ยกเว้นชุดเครื่องมือสร้างการ์ด แล้วไปผูกมัดการ์ดระดับสูงที่รูดมาจากสองสาวพี่น้องแทน แค่เงินที่ได้จากการยึดของพวกนี้ก็น่าจะทำกำไรได้เป็นพัน หรียญทองแล้ว!
“นี่...นี่มัน!”
แสงเจิดจรัสบนค้อนศึกแสงศักดิ์สิทธิ์สยองขวัญ ทำให้วิสเคานต์ออกัสตินรู้สึกหวาดกลัวเป็นพิเศษ ถึงเขาจะรู้ว่าระดับของอาวุธชิ้นนี้ไม่สูงนัก และแสงสีทองที่เคลือบอยู่ก็ไม่ได้ดูศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้น แต่มันกลับให้ความรู้สึกอันตรายที่ทำให้วิสเคานต์ออกัสตินเสียวสันหลังวาบ
“โคนีเลีย ทุบไปเลยไม่ต้องเกรงใจ ถ้าพังเดี๋ยวผมซ่อมให้ทันที ตอนนี้พวกเรามีเงินแล้ว”
ดันเต้จัดวางชุดเครื่องมือในห้องนั่งเล่นทันที ดูไปแล้วเหมือนกับว่าเขามาเปิดแผงตีเหล็กอยู่ตรงนี้เสียมากกว่า
“ได้เลย”
โคนีเลียกระชับด้ามค้อนแน่นด้วยความกระปรี้กระเปร่า คำพูดของดันเต้ทำให้เธอมั่นใจมาก ในที่สุดเธอก็สามารถเหวี่ยงอาวุธได้เต็มแรงเสียที
“เจ้า เจ้าอย่าเข้ามานะ!”
ในที่สุดวิสเคานต์ออกัสตินก็ตระหนักถึงความจริง เจ้าพวกสองคนตรงหน้า ถึงจะสวมหนังมนุษย์อยู่ แต่กลับเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก! ภายใต้เงาทมิฬของพวกเขา แวมไพร์ตนนี้ดูอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ทางสู้สุดๆ
ภายในคฤหาสน์เริ่มมีเสียงดังเหมือนกำลังต่อเติมบ้านอีกครั้ง หยาดเหงื่อและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยพลังของวัยรุ่นสอดประสานกันไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของแวมไพร์ เกม ทุบแวมไพร์ เพื่อคลายเครียดกำลังดำเนินอยู่ ทว่าไม่ว่าโคนีเลียจะทุบยังไง ร่างกายและหัวใจของวิสเคานต์ออกัสตินก็จะฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิม วิสเคานต์ออกัสตินเองก็จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองถูกทุบจนสลบแล้วตื่นขึ้นมาอีกกี่รอบ เขายังพยายามดิ้นรนขัดขืนอยู่เป็นระยะ
“พวกเจ้าไอ้เด็กสารเลว!! พวกเจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก!! ถ้าข้าหาโอกาสได้เมื่อไหร่ ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องเสียใจที่ได้เกิดมาบนโลกนี้! แน่นอน!!!”
วิสเคานต์ออกัสตินดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและโกรธแค้น ตะโกนก้อง เขาเชื่อมั่นว่าเจ้าสองคนนี้ นอกจากจะทรมานและสร้างความเจ็บปวดที่เหนือจินตนาการให้เขาแล้ว ก็ไม่มีปัญญาฆ่าเขาได้หรอก! ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือท่าทางผ่อนคลายของไอ้สองคนนี้เนี่ยแหละ! แม้วิสเคานต์ออกัสตินจะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่มันเหมือนเป็นการดูถูกเหยียดหยามเขาอย่างถึงที่สุด ทว่าทันใดนั้น โคนีเลียก็ฟาดค้อนใส่จนเขาสลบไปอีกรอบ
“เฮ้อ”
โคนีเลียมีผ้าขนหนูพาดคอ เธอจับปลายผ้าขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผากพลางยันค้อนไว้กับพื้น ดูเหมือนจะเหนื่อยและอยากพักสักหน่อย ส่วนดันเต้เองก็ยกเครื่องดื่มสามแก้วมาจากห้องครัวพอดี
“เป็นไงบ้าง?”
“ไม่ได้ออกกำลังกายจนชุ่มปอดแบบนี้มานานแล้วล่ะ”
โคนีเลียรับเครื่องดื่มไปพร้อมกับสีหน้าผ่อนคลาย
ทั้งสองนั่งลงบนโซฟา ดูเหมือนจะเตรียมตัวพักผ่อนชั่วคราว
“เดี๋ยวสู้ต่ออีกรอบไหม?”
“อืม ฉันอยากกลับห้องไปอาบน้ำแล้วล่ะ”
โคนีเลียดูเหมือนจะกังวลว่าตัวเองจะมีกลิ่นเหงื่อ เลยขยับออกห่างจากดันเต้เล็กน้อย
“งั้นวันนี้เล่นแค่นี้ก่อนละกัน พักผ่อนให้เต็มที่”
“อื้อ!”
โคนีเลียหยิบค้อนเดินไปหาแวมไพร์อีกครั้ง เธอเหยียบหลังของเขาไว้เหมือนเพชฌฆาต ส่วนดันเต้ยืนห่างออกไป ในที่สุดเขาก็หยิบชำระล้างโลหิตออกมา นี่คือหนึ่งในสองการ์ดระดับมหากาพย์สีส้มของเขา ในที่สุดตอนนี้เขาก็จะได้ลองทดสอบเอฟเฟกต์ของการ์ดใบนี้เสียที
เมื่อดันเต้ใช้ชำระล้างโลหิตใส่ตัววิสเคานต์ออกัสติน ทันใดนั้น แสงสีทองที่มีประกายสีแดงก่ำเจือปนก็เข้าปกคลุมวิสเคานต์ออกัสติน
“อ๊ากกกกก!”
วิสเคานต์ออกัสตินเส้นเลือดปูดโปน เขาเริ่มดิ้นรนอย่างเจ็บปวดอยู่บนพื้น แต่ก็หยุดยั้งไอหมอกสีเลือดที่พวยพุ่งออกมาจากร่างกายไม่ได้
“อ๊ากกกก! ไอ้สารเลว แกทำอะไร! เลือด...เลือดอันสูงส่งของข้าหายไปไหนหมด?!”
“แกติดพิษน่ะ พวกเราเลยช่วย ชำระล้าง ให้”
ขณะที่วิสเคานต์ออกัสตินกำลังจะโต้กลับ โคนีเลียก็ฟาดค้อนลงบนหัวเขาอีกทีเพื่อช่วยให้คนไข้สงบลง ดันเต้มองดูสภาพของวิสเคานต์ออกัสตินแล้วรู้สึกว่าผิวหนังของเขายังไม่เหี่ยวลงเลยแม้แต่นิดเดียว ดูเหมือนว่าการรับมือกับศัตรูระดับสูง การระเหยเลือดครั้งเดียวจะยังไม่เห็นผลมากนัก แต่ดันเต้และโคนีเลียมีความอดทนเหลือเฟือ ในเมื่อรักษาแวมไพร์ให้หายขาดในครั้งเดียวไม่ได้ ก็แค่เพิ่มคอร์สการรักษาเข้าไปอีกหลายๆ รอบก็พอแล้ว