เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

084 เกือบเก็บได้ด้วยตัวคนเดียว

084 เกือบเก็บได้ด้วยตัวคนเดียว

084 เกือบเก็บได้ด้วยตัวคนเดียว


“เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว!”

“เจ้าแมวน้อย!”

“ซวยแล้วไง!”

ดันเต้กุมขมับอย่างแรง ตอนนี้เขามั่นใจสุดๆ แล้วว่าเอฟเฟกต์ของการ์ดใบนี้มันอันตรายใช่ย่อย! หากใช้ไม่ดูตาม้าตาเรือ มีหวังได้อายขายขี้หน้ากันทั้งทีมแน่!

“จบเห่แล้ว การ์ดใบนี้คงเอามาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้อีกสินะ”

“ยังดีที่ใจผมยังนิ่งพอ”

“ไม่อย่างนั้นถ้าผมสติหลุดไปอีกคน สถานการณ์คงเละเทะจนกู่ไม่กลับแน่ๆ”

อาจารย์เหมียววิ่งพล่านไปรอบตัวดันเต้อย่างลนลาน แต่ทว่า ทุกครั้งที่โคนีเลียพยายามตะครุบจับมัน มือของเธอก็ขยับเข้าใกล้ตัวอาจารย์เหมียวเข้าไปทุกที พอมันรู้สึกว่าหนีไม่พ้นแน่ๆ เลยแกล้งทำท่าหลอกล่อแล้วมุดเข้าไปหลบในเงาของดันเต้ทันที

ถึงโคนีเลียจะพยายามเบรกหัวทิ่มแค่ไหน แต่แรงส่งมันก็เยอะเกินกว่าจะหยุดได้ทัน สุดท้ายเธอก็พุ่งเข้าหาดันเต้ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของเขา จนเขาล้มคะมำลงกับพื้น

“โอ๊ยย เจ็บ!”

ดันเต้รู้สึกมึนหัวจนโลกหมุนติ้วไปหมด เขาไม่เคยคิดเลยว่าประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่โดนสาวสวยพุ่งเข้าใส่จนล้มตึงไปแบบนี้ มันจะเกือบพาเขาไปเฝ้ายมบาลได้ขนาดนี้

โชคยังดีที่โคนีเลียควบคุมพละกำลังเอาไว้บ้าง ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาคงได้หมดสติไปแล้วแน่ๆ

“เมี๊ยววว!”

อาจารย์เหมียวรู้ตัวว่าก่อเรื่องเข้าให้แล้ว เลยกบดานอยู่ในเงาของดันเต้พร้อมกับแสร้งทำเป็นตาย ไม่กล้าโผล่หัวออกมา

“ขอ...ขอโทษนะ”

ในที่สุดโคนีเลียก็ได้สติ เธอกุลีกุจอใช้มือยันพื้นทรงตัวขึ้นจากร่างของดันเต้ ในชั่วขณะนั้นเธอทำตัวไม่ถูกได้แต่ยืนลนลาน พลางมองดันเต้ด้วยความตื่นตระหนก ในขณะที่เขากำลังนอนขมวดคิ้วหลับตาปี๋

“อือ...”

ดันเต้ครางเบาๆ ด้วยความเจ็บปวดก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือใบหน้าอันสวยงามของโคนีเลียที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แถมยังมีปอยผมสีแดงร่วงลงมาโดนหน้าเขาจนรู้สึกคันยิบๆ

สติของเขาเริ่มกลับมาสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มที่ทับอยู่บนตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นหอมจางๆ ที่โชยเข้าจมูกทำให้เขาแทบจะหลบไปไหนไม่ได้เลย ทั้งเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจเต้นของโคนีเลีย นี่เป็นครั้งแรกที่ดันเต้ได้ยินมันชัดขนาดนี้ ไม่สิ...ต้องบอกว่าเขาสัมผัสได้ถึงมันมากกว่า

...

ในขณะที่ทุกคนในห้องรับชมการต่อสู้กำลังถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน จู่ๆ บรรยากาศก็เงียบกริบลง ทุกสายตาจับจ้องไปที่จอภาพผลึกเวทมนตร์ทันที

เงียบไปได้ครู่หนึ่ง เสียงเฮก็ระเบิดออกมาอย่างกับตลาดแตก!

เมื่อเทียบกับการถกประเด็นเรื่องตัวตนแม่มดของดันเต้ หรือการ์ดใบใหม่ของเขาแล้ว ภาพที่โคนีเลียพุ่งล้มทับดันเต้มันช่างกระชากใจทุกคนได้ดีกว่าเยอะ!

“สุดยอด! ในที่สุดก็มีคนล้มดันเต้ได้ซักที!”

“ต้องโคนีเลียนี่แหละ เหนือฟ้ายังมีฟ้าจริงๆ!”

“จูบเลย! จูบเลย!”

“มีใครยังจำบอสสุดแกร่งอย่างวิสเคานต์ออกัสติน ได้บ้างไหมเนี่ย...”

ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจ แคลร์หันไปมองโคลอิกซ์ แค่เธอนึกภาพว่าในอนาคตเขาจะต้องเข้าโลกเงาไปกับสองคนนี้แล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ เธอก็รู้สึก...บอกไม่ถูกจริงๆ

“ปกติสองคนนี้เขาเป็นแบบนี้กันเหรอ?”

แคลร์ถามขึ้นหลังจากนิ่งอึมครึมอยู่นาน

ถึงเธอจะรู้อยู่แล้วว่าดันเต้กับโคนีเลียชอบสร้างสีสันในโลกเงา แต่ตอนนี้เธออยากรู้จริงๆ ว่าในชีวิตประจำวันของทั้งคู่เป็นยังไงกันแน่

โคลอิกซ์เกาหัวแกรกๆ

“พวกเขาก็ดู...ปกติดีนะ”

ตอนแรกเขากะจะบอกว่า ปกติมาก แต่พอคิดถึงคืนวันที่ทั้งสามคนบุกไปลักพาตัว สอบสวน และกล่อมให้ออโรร่า คล้อยตามแบบม้วนเดียวจบ เขาก็ไม่มีหน้าจะพูดคำว่าปกติออกมาได้เต็มปากมากนักหรอกนะ

...

“ดันเต้ นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”

โคนีเลียใช้มือทั้งสองข้างกุมแก้มดันเต้พลางสบตาถามด้วยความร้อนใจ

“ไม่เป็นไรมากหรอก สบายใจได้”

ตอนแรกดันเต้ก็กังวลว่าเขาจะโดนผลกระทบจากสามศพคลุ้มคลั่งไปด้วยเหมือนกัน ยังดีที่การกระแทกเมื่อกี้เรียกสติเขากลับมาได้ทันเวลาเสียก่อน

โคนีเลียถอนหายใจทิ้งด้วยความโล่งอก เธอรู้สึกโล่งอก เนื่องจากสิ่งที่เธอกังวลไม่ได้เกิดขึ้น

“เอาล่ะ รีบลุก...”

ดันเต้พูดต่อ

แต่ในขณะที่ดันเต้คิดว่าเธอจะลุกขึ้น โคนีเลียกลับโผเข้ากอดดันเต้ดังหมับแทน

“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายเจ็บเลย”

เสียงพึมพำของโคนีเลียเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“...”

ดันเต้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ตบหลังโคนีเลียเบาๆ

“ผมรู้ เธอไม่มีวันทำร้ายผมหรอก ครั้งนี้มันเป็นความผิดของผมเอง การ์ดใบนี้วันหลังผมจะระวังให้มากขึ้น สบายใจได้แล้วนะ”

ดันเต้ปลอบ

“อื้ม”

โคนีเลียขานรับในลำคอ

“เมี๊ยววว! ร้ายนะดันเต้! เจ้าถึงกับยอมเอ่ยปากขอโทษเลยเหรอ! แล้วไม่ต้องขอโทษข้าบ้างหรือไง? ข้าก็เป็นผู้เสียหายนะเมี๊ยว!”

อาจารย์เหมียวเด้งตัวออกมาจากเงาของดันเต้ทันที พอได้ยินเสียงบ่นของเจ้าแมว ดันเต้ก็เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง

เขารีบให้โคนีเลียลุกออกจากตัว ก่อนจะคว้าคอเจ้าอาจารย์เหมียวขึ้นมาจ้องหน้า

“อาจารย์เหมียว ถ้าผมมองไม่ผิด เมื่อกี้แกตั้งใจล่อโคนีเลียมาทางผมทั้งที่ยังมีสติอยู่ใช่ไหม? เอาผมเป็นกำบังเนี่ยมันปลอดภัยดีสินะ?”

“เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว! ข้าม่ายยยยรู้เรื่อง! โคนีเลียช่วยข้าด้วยยยเมี๊ยว!”

อาจารย์เหมียวรู้สึกว่าดันเต้ตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าโคนีเลียเสียอีก เลยรีบส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่โคนีเลียแทน

“ดันเต้ ปล่อยอาจารย์เหมียวไปเถอะนะ”

โคนีเลียรีบพูดขึ้นทันที

ได้ยินดังนั้น ดันเต้ก็นิ่งไปครู่หนึ่ง

“เฮ้อ ช่างมันเถอะ ผมผิดเองแหละ”

ดันเต้ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะโยนอาจารย์เหมียวไปให้โคนีเลีย ซึ่งเธอก็รับมันไว้ได้อย่างแม่นยำ

หลังจากแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว อาจารย์เหมียวก็ได้แต่นั่งเอ๋อมองหน้าดันเต้

“เจ้านี่มันคุยง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?”

...

ดูเหมือนอาจารย์เหมียวอยากจะตอบแทนบุญคุณที่โคนีเลียช่วยชีวิตไว้ มันเลยขอนอนแหมะอยู่บนตักเธอไม่ยอมลง ถึงช่วงแรกมันจะยังรู้สึกขยาดๆ และตัวสั่นเทาอยู่บ้างเพราะสัญชาตญาณบังคับก็ตามที

แต่พอนานไปมันก็เริ่มรู้สึกว่าโคนีเลียก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ขนาดดันเต้โดนชนเข้าไปเต็มๆ ยังไม่เป็นอะไรเลย พอมาคิดดูดีๆ โคนีเลียดูใจดีกว่าดันเต้เยอะ!

กำแพงในใจระหว่างมันกับโคนีเลียดูเหมือนจะค่อยๆ พังทลายลงทีละนิดแล้ว

ทั้งสามคนเดินนวยนาดเข้ามาที่ห้องรับแขก และก็ได้พบกับแวมไพร์ วิสเคานต์ออกัสตินที่นอนชักกระตุกอย่างทรมานอยู่บนพื้น

“พวกเจ้า...พวกเจ้าทำข้าเจ็บแสบนัก!”

พอเขาเห็นดันเต้กับโคนีเลียเดินดุ่มๆ เข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน เขาก็รู้ทันทีว่าใครคือต้นเหตุของความฉิบหายในครั้งนี้!

เดิมทีหลังจากฟื้นคืนชีพกลับมา เขาควรจะได้เป็นผู้กุมอำนาจทุกอย่าง มอบความหวาดกลัวและสิ้นหวังให้กับพวกที่เหลือรอดอยู่ในคฤหาสน์ เพื่อชดเชยความทุกข์ที่เขาต้องทนเก็บกดมาหลายปีด้วยปาร์ตี้เลือดสุดสยอง

แต่ใครจะไปรู้ว่าทันทีที่โผล่ออกมา เขากลับมีความต้องการเลือดอย่างรุนแรงจนแทบจะเสียสติ! พอดีเห็นศพวางอยู่ตรงหน้า แถมยังมีเลือดอยู่เต็มเปี่ยม วิสเคานต์ออกัสตินเลยพุ่งเข้าไปตามสัญชาตญาณ

กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ความเจ็บปวดอันมหาศาลก็ทำให้เขาแทบอยากจะตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ต่อให้เขาอยู่ในระดับ 6 แต่ร่างกายของเขากลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ตามปกติ

“แกเป็นบอสที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยว่ะ ขนาดโอลีฟยังดูมีระดับกว่าแกตั้งเยอะ”

ดันเต้ส่ายหัวถอนหายใจ พลางก้มมองวิสเคานต์ออกัสตินด้วยสายตาดูแคลนสุดๆ ราวกับครูที่ผิดหวังในตัวลูกศิษย์

ซึ่งท่าทางและคำพูดแบบนั้น ยิ่งทำให้วิสเคานต์ออกัสตินโกรธแค้นจนเลือดขึ้นหน้า เพราะเขาดันสัมผัสได้แต่ความดูแคลนอย่างเหลือล้นจากเจ้ามนุษย์ที่ดูอ่อนแอคนนี้!

จบบทที่ 084 เกือบเก็บได้ด้วยตัวคนเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว