- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 083 การ์ดสร้างคอนเทนต์
083 การ์ดสร้างคอนเทนต์
083 การ์ดสร้างคอนเทนต์
ปกติแล้วคนทั่วไปคงไม่มีใครอุตริสะกดจิตตัวเองก่อนจะเข้าสู่โลกเงาหรอก แต่ดันเต้ดันอยากจะลองดูสักตั้ง เผื่อว่าจะแย่งชิงฐานะผู้ท้าทายฝ่ายทรยศมาได้
เขามักจะชอบเตรียมตัวให้พร้อมแบบจัดเต็มในเรื่องแปลกๆ เสมอ ซึ่งความพยายามเหล่านั้นก็มักจะมอบ เซอร์ไพรส์ ที่ศัตรูคาดไม่ถึงให้อยู่บ่อยครั้ง
อย่างเช่นในครั้งนี้ เขาคิดว่าลองดูก็ไม่เสียหายอะไร
ก่อนจะเข้าสู่โลกเงา เขาเลยสะกดจิตตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ผมคือผู้ทำลายล้างโลก ฉันคือทูตแห่งจุดจบ…
ใครจะไปรู้ว่าครั้งนี้ดันดวงจูนกันติด เข้ามาเจอกับโลกเงาประเภทเผชิญหน้ากันพอดี และก็เป็นไปตามคาด โลกเงาประเมินว่าเขาเป็นบุคคลที่ต้องการจะสร้างภัยพิบัติให้แก่โลก ทำให้เขาได้รับสิทธิ์ในการเป็นผู้ท้าทายฝ่ายทรยศ บวกกับคุณลักษณะคู่หูทรชนของเขาที่มีโอกาสสูงกว่าปกติที่จะได้รับสถานะในฝ่ายอธรรม ด้วยเหตุนี้ ก่อนจะเริ่มเกม ดันเต้ก็จัดการปาดหน้าเค้ก แย่งชิงสถานะแม่มดที่ควรจะเป็นของพี่สาวฝาแฝดมาไว้ในมือได้สำเร็จ
เรียกได้ว่ายังไม่ทันเริ่มเกม ก็ล็อคผลชนะไว้ล่วงหน้าแล้ว ดันเต้หัวเราะพลางส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะถอยฉากออกมา จากนั้นโคนีเลียก็ก้าวขึ้นไปข้างหน้าเพื่อพังประตูต่อ ทุกครั้งที่ค้อนฟาดลงไป เสียงกรีดร้องของพี่สาวคนนั้นก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ
เสียงค้อนที่กระหน่ำลงมาทีละครั้ง ทำให้ประตูใกล้จะพังทลายลงต่อหน้าสายตาที่หวาดกลัวของพี่สาว ท่าทางลนลานของพี่สาวดูเหมือนลูกแกะที่หลงทางไม่มีผิด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ราวกับว่าได้สูญสิ้นความหวังสุดท้ายไปแล้ว ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนไม่มีสีเลือดเหลืออยู่เลย
"พวกแก! พวกแกมาตายไปพร้อมกับฉันซะเถอะ! ฮ่าๆๆ!"
ดูเหมือนพี่สาวจะตัดสินใจครั้งสุดท้ายได้แล้ว เธอหวีดร้องออกมาพร้อมกับร่ายเวทมนตร์แสงทะลวงหน้าอกของตัวเอง
ถ้าถูกสองคนนี้จับตัวได้ เรื่องมันคงไม่จบแค่ความตายที่แสนง่ายดายแน่ สู้ยอมเซ่นสังเวยตัวเอง เพื่ออัญเชิญแวมไพร์ออกมาจัดการไอ้เจ้าพวกนี้ซะยังดีกว่า! พวกเขาน่ะไม่มีโอกาสได้หนีกลับไปที่ห้องบนชั้นสองหรอก!
หลังจากนั้น พลังชีวิตของเธอก็เหือดหายไปอย่างรวดเร็ว สองมือทิ้งตัวลงบนพื้น นัยน์ตาทั้งสองข้างหม่นแสงลง มุมปากของเธอมีเลือดไหลซึมออกมา แต่สีหน้านั้นกลับดูเหมือนได้รับการปลดปล่อย
ในวินาทีที่พี่สาวนักฮีลสิ้นใจ ดันเต้ก็สัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนของพลังเวทที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับจะทำให้คฤหาสน์ทั้งหลังสั่นสะเทือนตามไปด้วย เมื่อจำนวนผู้เสียชีวิตครบ 6 ศพ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่ซ่อนอยู่ในคฤหาสน์โบราณแห่งนี้ ในที่สุดก็กำลังจะฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว
"เฮ้อ งั้นต่อไปก็ข้ามไปสู้กับบอสใหญ่เลยละกัน จะได้รีบจบรีบเลิกงาน"
ดันเต้ถอนหายใจพลางเรียกกวีผู้เสื่อมสลายออกมา และสั่งให้มันขยับเข้าไปใกล้ทางห้องนั่งเล่น แต่ห้ามเข้าไปข้างใน
เมื่อกี้ดันเต้เองก็ขี้เกียจจะลองใช้พลังจิตแทรกแซงเพื่อหยุดยั้งไม่ให้พี่สาวฆ่าตัวตายด้วย ต่อให้เขาสามารถควบคุมเธอได้สักครู่ โคนีเลียก็อาจจะพุ่งเข้าไปกดตัวเธอไว้ไม่ทันอยู่ดี แถมการจะจับกุมฮีลเลอร์ระดับ 4 ที่ตั้งใจจะตายขนาดนี้ โชคร้ายโคนีเลียอาจจะได้รับบาดเจ็บเอาได้ ไม่คุ้มเสียเลยสักนิด ยังไงซะทางฝั่งแวมไพร์ ดันเต้ก็วางกับดักเตรียมไว้หมดแล้ว จะปล่อยออกมาตอนไหนก็ไม่ต่างกัน
พวกเขาได้นำศพของน้องสาวมือสังหารไปวางไว้ข้างวงเวทหกแฉกตั้งนานแล้ว และบนตัวของน้องสาวมือสังหารก็เต็มไปด้วยเลือดที่อาบไปด้วยพิษไร้สีไร้กลิ่น
ดันเต้น่ะเป็นพรานเก่าเชียวนะ
เดี๋ยวพอแวมไพร์ดื่มเลือดพวกนี้เข้าไป ก็จะกลายเป็นของเล่นของดันเต้กับโคนีเลียทันที แน่นอนว่าเพื่อให้มั่นใจว่าแวมไพร์จะติดกับแน่ๆ ยังต้องใช้การ์ดอีกใบหนึ่งช่วยด้วย
ดันเต้หยิบการ์ดเวทมนตร์ออกมาใบหนึ่งด้วยท่าทางนิ่งๆ
ในช่วงสามสัปดาห์ก่อนออกเดินทาง เขาได้วิจัยและสร้างการ์ดใหม่ขึ้นมาทั้งหมดสามใบ
ใบแรกคือ กับดักหนามพิษ 3.1 รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทำร่วมกับมีอา
ใบที่สองคือ หมัดแสงอาทิตย์ ที่เขาอยากจะทำตั้งแต่ตอนสอบนักสร้างการ์ดระดับ 3 แล้ว
ส่วนใบที่สามนั้น เขาได้ใช้เทคนิคใหม่ล่าสุดที่อาจารย์สอนให้ ผสมผสานกับการปรับปรุงของตัวเองจนออกมาเป็นระดับการ์ดเวทมนตร์สายควบคุมจิตใจ
[สามศพคลุ้มคลั่ง]
[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]
[ระดับความหายาก: หายากสีม่วง]
[ระดับ: 3]
[เอฟเฟกต์: ทำให้ความปรารถนาของเป้าหมายทั้งหมดในระยะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ขนาดของขอบเขตพื้นที่จะเป็นตัวกำหนดปริมาณมานาที่ต้องใช้]
[หมายเหตุ: การ์ดเวทมนตร์สายพลังจิตระดับ 3 ใบแรกของนักบวชดันเต้! เป็นผลงานรุ่นทดลอง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเวอร์ชันอัปเกรด!]
การ์ดใบนี้สามารถขยายความปรารถนาในใจของศัตรูให้ใหญ่โตขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น วิสเคานต์ออกัสตินที่เพิ่งจะหลุดพ้นจากผนึกหลายปี จะต้องมีความโหยหาในเลือดอย่างมหาศาลแน่นอน เมื่อความปรารถนานี้ถูกขยายจนพุ่งสูงขึ้น เขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้และสูญเสียสติสัมปชัญญะจนพุ่งเข้าไปสูบเลือดของน้องสาวมือสังหารอย่างบ้าคลั่ง นี่เป็นการการันตีว่าดันเต้กับโคนีเลียจะได้ไม่ต้องทำงานล่วงเวลา ไม่อย่างนั้นแวมไพร์ระดับ 6 ก็ยังถือว่าตึงมืออยู่นิดหน่อยเหมือนกัน
"ทำไมการ์ดใหม่ของดันเต้มันเป็นแนวเวทมนตร์ประเภทที่พวกเผ่าปีศาจชอบใช้ตลอดเลยนะ...ในการต่อสู้แบบซึ่งหน้าปกติอาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ แต่ถ้าใช้ล่อลวงหรือชักจูงล่ะก็...น่ากลัวเกินไปแล้ว"
ทุกครั้งที่เห็นดันเต้ออกการ์ดใหม่เหล่านักศึกษาในวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุเป็นต้องตั้งวงวิจารณ์กันทุกที
"อย่างพวกซัคคิวบัสเนี่ย ต้องชอบใช้การ์ดแบบนี้แน่ๆ..."
"ก็นั่นแหละ การ์ดพวกนี้จะสำแดงเดชได้แค่ไหน มันขึ้นอยู่กับคนใช้"
"น่าเสียดายที่ในโลกนี้เผ่าปีศาจแทบจะสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ก็มีแค่การ์ดปีศาจที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณเท่านั้นแหละ"
"จะว่าไป สไตล์การสร้างการ์ดของดันเต้เนี่ยมันเอนไปทางพวกการ์ดปีศาจเลยนะ หรือว่าจริงๆ แล้วหมอนี่จะเป็นปีศาจกันแน่?"
แม้จะมีความสงสัยแบบนั้น แต่พวกเขาก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนทดสอบเข้าเรียน ผลการตรวจสอบเผ่าพันธุ์ของดันเต้นั้นระบุชัดเจนว่าเขาเป็นมนุษย์ ต่อให้สมาคมนักสร้างการ์ดจะมาตรวจซ้ำอีกรอบ ผลมันก็ยังออกมาเหมือนเดิม
...
การ์ดสามศพคลุ้มคลั่งใบนี้ หากใช้อย่างถูกจังหวะ มันจะมีขีดจำกัดที่สูงมาก แต่มันก็มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงอยู่เหมือนกัน นั่นคือมัน ไม่สนมิตรหรือศัตรู ทุกคนจะโดนเอฟเฟกต์ไปด้วยกันหมด
ดังนั้นเวลาใช้การ์ดเวทมนตร์ใบนี้ ดันเต้ต้องมั่นใจว่าในใจของตัวเองไม่มีความปรารถนาที่รุนแรงอะไรอยู่ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากได้ ตอนนี้เขาเลยทำสมองให้ว่างเปล่า พลางท่องคัมภีร์อยู่ในใจ ไม่คิดอะไรเลยทั้งสิ้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความปรารถนาใดๆ ถูกขยายขึ้นมา
"เมี๊ยว!"
ทว่าอาจารย์เหมียว แม้จะโดนดันเต้กำชับไว้แล้ว แต่มันก็ยังอดใจไม่ไหว กระโดดพรวดออกมาจากเงาของดันเต้
"ดันเต้! ส่งคลังสมบัติส่วนตัวของแกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้นะเมี๊ยว!"
"ข้าอยากกินของอร่อยๆ เมี๊ยว!"
"ข้าอยากได้แมวหนุ่มหล่อๆ มาอยู่ด้วยกันเมี๊ยวๆๆ! ดันเต้! เสกให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
อาจารย์เหมียวคลั่งไปเสียแล้ว มันกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของดันเต้แล้วเอาหน้าถูไถกับหน้าของเขาอย่างบ้าคลั่ง
"..."
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอาจารย์เหมียว แม้แต่ดันเต้เองก็เริ่มจะรู้สึกขนลุกขึ้นมาหน่อยๆ
ผมมองแกเป็นสัตว์เลี้ยง แต่แกดันอยากจะ...
ดูเหมือนอานุภาพของการ์ดใบนี้จะรุนแรงกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก
ดันเต้รีบหันไปมองโคนีเลียทันที
โคนีเลียแม้แวบแรกจะดูปกติ แต่ร่างกายของเธอก็เริ่มสั่นเทิ้มขึ้นมาเรื่อยๆ
ดูเหมือนในที่สุดเธอก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ เธอสะบัดหน้ามาจ้องเขม็งไปที่อาจารย์เหมียว สายตานั้นทำเอาอาจารย์เหมียวขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัวในทันที
"เมี๊ยว! ช่วยด้วย!"
มันรีบกระโดดลงมาแล้วเริ่มวิ่งหนีสุดชีวิต จนสติเริ่มจะกลับมาเพราะความตกใจ
"มาให้ฉันกอดซะดีๆ!"
ส่วนโคนีเลียก็พุ่งเข้าใส่อาจารย์เหมียวอย่างไม่คิดชีวิต ดูเหมือนว่าต่อให้ต้องใช้กำลังเธอก็จะเข้าไปกอดมันให้ได้
"พวกเธอสองคนหยุดเดี๋ยวนี้! ถ้ามาชนผมเข้า ผมได้ไปเฝ้ายมบาลตรงนี้แน่!"
"ไอ้แมวบ้า! วิ่งไปไกลๆ เลย! อย่ามาวิ่งวนรอบตัวผม!"
"โคนีเลีย ใจเย็นๆ ก่อน! เดี๋ยวพอกลับถึงสถาบันแล้ว ผมจะให้เสี่ยวฮุยไปอยู่เป็นเพื่อนนะ!"