- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 082 ภาพยนตร์สยองขวัญ
082 ภาพยนตร์สยองขวัญ
082 ภาพยนตร์สยองขวัญ
ดันเต้เคาะประตูห้อง 105
“คนข้างในฟังนะ ถ้าตอนนี้ยอมมอบตัวยังพอจะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ แต่ถ้าต้องให้พวกเราบุกเข้าไปจับเองล่ะก็ โทษมันจะคนละเรื่องกันเลยนะ”
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นดังลอดออกมา
“น้องสาวฉันล่ะ?”
“กลับจุดเกิดไปแล้ว”
หลังจากดันเต้ตอบกลับไป ฝ่ายตรงข้ามก็เงียบไปอีกครู่ใหญ่ ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจว่าการ กลับจุดเกิด หมายความว่าอย่างไร แต่จากน้ำเสียงของดันเต้ เธอก็พอจะเดาความหมายได้ลางๆ
“ฉันขอสาบาน! สักวันฉันจะตามหาพวกแกในโลกแห่งความเป็นจริง แล้วฆ่าทิ้งให้หมดทุกคนเลย!”
เสียงของพี่สาวฝาแฝดสั่นเครือเล็กน้อยเหมือนคนจะร้องไห้ เธอพูดรอดไรฟันด้วยความโกรธแค้นสุดขีด
“พูดอะไรของเธอน่ะ? ยังคิดว่าตัวเองจะได้กลับไปอย่างปลอดภัยอีกเหรอ?”
“ฮ่าๆ”
มีเพียงเสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความบ้าคลั่งดังมาจากหลังประตู เธอคิดว่าวิธีการข่มขู่ของดันเต้นั้นดูปัญญาอ่อนสิ้นดี
ดันเต้ถอนหายใจยาวก่อนจะหันไปมองลิลิต
“เจรจาล้มเหลวแฮะ รบกวนพวกเธอช่วยเฝ้าพี่สาวฝาแฝดไว้ตรงนี้ทีนะ อย่าให้เธอออกมาได้ล่ะ”
ดันเต้เท้าสะเอวพูดอย่างจนใจ
ลิลิต: “ไม่มีปัญหา ต่อจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง”
ดันเต้: “ลำบากหน่อยนะ งั้นพวกเราไปทำธุระสำคัญก่อนละ!”
ลิลิต: “พวกนายจะไปทำอะไรกัน?”
ดันเต้: “ยังต้องถามอีกเหรอ? ก็เตรียมปาร์ตี้ไง!”
“ปาร์ตี้เมี๊ยว!”
แม้แต่อาจารย์แมวก็ยังดูตื่นเต้นขึ้นมาเช่นกัน
กะแล้วเชียวว่าตามเจ้าหนูนี่ไปมันสบายจริงๆ
ลิลิต: “???”
ดันเต้: “วางใจเถอะ วันนี้พวกเราจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย พรุ่งนี้ทุกคนจะได้มาสนุกด้วยกัน”
ยิ่งดันเต้พูดสีหน้าของลิลิตก็ยิ่งดูงุนงงเข้าไปใหญ่ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าดันเต้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ด้วยเหตุนี้ ลิลิตและผู้คุ้มกันจึงเฝ้าอยู่หน้าประตูห้อง 105 ส่วนดันเต้และโคนีเลียก็หายลับไปในโถงทางเดินและไม่โผล่หน้ามาอีกเลย
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง พวกเธอเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมานิดๆ
“ทำไมถึงมีกลิ่นบาร์บีคิวหอมฉุยขนาดนี้ล่ะเนี่ย?”
ลิลิตสูดจมูกฟุดฟิดพลางถามด้วยความสงสัย ถึงแม้ในครัวจะมีวัตถุดิบ แต่ก็มีแค่เตาอบ ไม่มีเตาปิ้งย่างสักหน่อย หรือว่าพวกเธอจะเกิดอาการหลอนไปเอง? ทว่ากลิ่นหอมกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนแม้แต่ผู้คุ้มกันของลิลิตยังพยักหน้าเห็นด้วย
“เอาอาหารกลางวันมาส่งแล้วจ้า”
เสียงใสๆ ดังขึ้นที่โถงทางเดิน
พวกเธอเห็นดันเต้และโคนีเลียปรากฏตัวขึ้นที่อีกฟากของทางเดินแล้วเดินตรงมาหา โดยที่ทั้งสองถือบาร์บีคิวเสียบไม้ที่มีทั้งเนื้อและผักสลับกันมาให้
“ลำบากหน่อยนะ”
โคนีเลียเองก็กล่าวให้กำลังใจ
ลิลิตและผู้คุ้มกันอึ้งกิมกี่ไปอีกรอบ
บรรยากาศแบบนี้มันใช่เหรอ?
แต่ไม่รู้ทำไม พอเห็นท่าทางของดันเต้และโคนีเลียในตอนนี้ พวกเธอก็พลอยรู้สึกผ่อนคลายจนความตึงเครียดหายวับไปหมด
ดูเหมือนคฤหาสน์หลังนี้จะเป็นที่พักตากอากาศที่ดีจริงๆ แฮะ? ช่างเถอะ เลิกคิดดีกว่า
พวกเธอรับอาหารมาทานด้วยความซาบซึ้ง พูดตามตรง ตั้งแต่เข้ามาในโลกเงาแห่งนี้ พวกเธอไม่เคยคิดเลยว่าจะได้กินของอร่อยๆ เช่นนี้ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ ปกติคงไม่มีใครเข้าครัวไปประณีตทำอาหารเลิศรสกันหรอก
“จะว่าไป บาร์บีคิวพวกนี้ใช้เครื่องครัวอะไรทำเหรอ?”
ลิลิตถามขึ้นมาทันควัน
“อ้าว? เตาปิ้งย่างอันบิ๊กเบิ้มในห้องรับแขกนั่นเธอไม่เห็นเหรอ?”
“???”
......
ช่วงบ่ายลิลิตและผู้คุ้มกันยังคงรับหน้าที่เฝ้าประตู ส่วนดันเต้และโคนีเลียก็หายตัวไปอีกครั้ง เขาบอกว่าจะไปสร้างไอเทมเกมบางอย่าง เพราะพรุ่งนี้ยังมีเวลาให้เล่นกันทั้งวัน
พอฟ้ามืด ดันเต้และโคนีเลียก็เอาอาหารค่ำมาส่งให้ลิลิตและพวกอีกครั้ง
“เอาละ อีกสักพักพวกเธอสองคนกลับไปนอนที่ห้องนอนชั้นสองเถอะนะ อย่าออกมาเด็ดขาด ไม่งั้นมันจะอันตรายมาก”
ดันเต้ยิ้มพลางบอกกับพวกลิลิต
“ตรงนี้ไม่ต้องให้พวกเราเฝ้าแล้วเหรอ?”
“อื้ม ศัตรูในห้องพวกเราจะจัดการเอง หลังจากนั้น แวมไพร์ก็จะถูกคลายผนึก ถึงตอนนั้นพวกเราสองคนก็จะสอยเจ้าแวมไพร์นั่นด้วยเหมือนกัน”
“พวกนายระวังตัวด้วยนะ”
“วางใจเถอะ คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้จะเป็นวันที่สดใสและสวยงามแน่นอน”
“อื้ม ขอบใจนะ”
ลิลิตไม่ถามอะไรมาก เธอพยักหน้าแล้วพาผู้คุ้มกันเดินจากไป
ดันเต้เดินไปที่หน้าห้อง 105 แล้ววางมือลงบนบานประตู
“เจ้าพวกหัวรุนแรงในห้องน่ะ บอกข้อมูลของลัทธิคืนชีพมาซะดีๆ ไม่แน่อาจจะยังพอไว้ชีวิตได้นะ”
ดันเต้ตะโกนเข้าไป
“ฝันไปเถอะ ไอ้สารเลว!”
พี่สาวฝาแฝดตะโกนสวนออกมาจากในห้อง ถึงไม่อยากจะเสวนากับดันเต้ แต่ตอนนี้อารมณ์ของเธอมันหงุดหงิดพลุ่งพล่านจนกั้นไม่อยู่แล้ว
ตั้งแต่เข้ามาในโลกเงานี้ ทุกอย่างมันดูประหลาดไปหมด เธอกับน้องสาวต่างก็เป็นสมาชิกลัทธิคืนชีพที่ซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียนที่สุด ตอนแรกที่พบว่าเข้ามาในโลกเงาประเภทเผชิญหน้า พวกเธอต่างก็ตื่นเต้นกันสุดๆ เพราะเธอมั่นใจมากว่าตัวเองกับน้องสาวจะต้องได้เป็นผู้ท้าทายฝ่ายทรยศ และเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นลานล่าสังหารของพวกเธอ
แต่ที่น่าประหลาดก็คือ…
มีแต่น้องสาวที่ได้เป็นมนุษย์หมาป่า แต่คนพี่กลับไม่ได้เป็น แม่มด ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ไม่ว่าจะได้สถานะอะไรมา จุดประสงค์สุดท้ายคือการฆ่าคนเพื่อแย่งชิงการ์ดก็ไม่เปลี่ยนไปหรอก!
ต่อให้พี่สาวจะเป็นผู้ท้าทายทั่วไป เธอก็จะช่วยน้องสาวที่เป็นมนุษย์หมาป่าออกล่าผู้ท้าทายคนอื่นๆ อยู่ดี พวกเธอถึงขั้นคิดว่าโอกาสชนะน่ะสูงลิบ เพราะในบรรดาคนพวกนี้ จะต้องมีคนชั่วที่พวกเธอไม่รู้จักได้รับตำแหน่งแม่มด และจ้องจะทำลายโลกอยู่แน่ๆ!
หรือก็คือจากเดิม 2 ต่อ 8 กลายเป็น 3 ต่อ 7 นั่นเอง!
แต่ไม่รู้ทำไม ยัยแม่มดบ้าบอนั่นกลับไม่ยอมปรากฏตัวออกมาสักที จนทำให้พี่น้องของพวกเธอต้องมาตกอยู่ในสภาพที่สิ้นหวังขนาดนี้
“เดี๋ยวอย่ามาอ้อนวอนขอชีวิตละกันนะ”
ดันเต้ส่ายหัวอย่างเสียดาย ก่อนจะถอยฉากออกมา
“โคนีเลีย ลุยได้เลย”
“โอเค”
โคนีเลียยกค้อนศึกสยองขวัญสำรองขึ้นมา แล้วเดินไปที่ข้างประตู ก่อนจะเริ่มฟาดใส่มันไม่ยั้ง
“ไอ้พวกโง่เอ๊ย! ต่อให้มีแรงควายแค่ไหน ฟาดไปทั้งชาติก็ไม่มีทางพังประตูนี้ได้หรอก!”
เมื่อได้ยินเสียงโครมครามจากการทุบประตู พี่สาวในห้องก็ตะโกนเย้ยหยันออกมา
ทว่า...
ด้วยเสียง ตึง! ตึง! ที่ดังสนั่นหวั่นไหวครั้งแล้วครั้งเล่า
เธอก็เริ่มสังเกตเห็นว่าบานไม้หนาทึบนั้นเริ่มบิดเบี้ยวเสียรูปทรง
เธอขยี้ตาตัวเอง พลางก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ อีกสองก้าวด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
โครม!!
จนกระทั่งการโจมตีครั้งนี้ ประตูไม้ก็ถูกทุบจนเป็นรูโหว่เล็กๆ
“มะ...ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้!”
พี่สาวแผดเสียงร้องด้วยความตกใจกลัวสุดขีด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด
เธอถอยกรูดเหมือนคนเสียสติไปหลายก้าว แต่แล้วขาก็เกิดอ่อนแรงจนทรุดตัวลงนั่งจ้ำเบ้ากับพื้น
ดันเต้ส่งสัญญาณให้โคนีเลียหยุดมือก่อน เขาชะโงกหน้าเข้าไปจ้องมองพี่สาวในห้องผ่านรูโหว่บนประตู
“ฮี่ๆๆๆๆ”
“ดันเต้มาแล้วจ๊ะ~!”
“ไม่! ทำไมกัน!!”
พี่สาวกรีดร้องลั่น ตัวสั่นเทาราวกับลูกกระต่ายที่ตื่นกลัว
ดวงตาของเธอเบิกโพลงจนกลมกิ๊ก ทำได้เพียงจ้องมองใบหน้าที่ยิ้มกริ่มอย่างย่ามใจของดันเต้ผ่านรอยแตกของประตู
“มาทายกันดูซิว่า...ใครคือแม่มดกันแน่?”
ดันเต้ยิ้มร่ามองดูพี่สาวที่กำลังสิ้นหวังจนแทบจะร้องไห้ออกมา
“ทะ...ทำไมล่ะ?! พวกเราไม่ใช่พวกเดียวกันหรอกเหรอ?”
พี่สาวตะโกนถามจนสุดเสียง น้ำเสียงแหลมสูงนั้นบาดหูเป็นพิเศษ
ตอนนี้เธอเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งแล้ว
ไอ้หมอนี่ที่อยู่หน้าประตูก็คือแม่มด!
เขาใช้วิธีไหนก็ไม่รู้แย่งชิงสถานะแม่มดที่ควรจะเป็นของเธอไป!
แต่เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับมนุษย์หมาป่า และวางแผนต้อนพวกเธอสองพี่น้องจนมุมถึงตาย!
มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!!
“หึๆ ใครเขาอยากจะเป็นพวกเดียวกับเธอกันล่ะ?”
ดันเต้หัวเราะเยาะ
“ผมก็แค่สะกดจิตตัวเองก่อนจะเข้าโลกเงา ว่าผมคือผู้ทำลายล้างโลกน่ะสิ
“ก็นะ แถมผมยังมีโอกาสสูงกว่าคนอื่นที่จะได้สถานะจากฝ่ายอธรรมอีกด้วย ดวงมันก็เลยดีไปหน่อย แย่งชิงตำแหน่งแม่มดที่ควรจะเป็นของเธอมาได้เฉยเลย”