- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 081 พยายามรักษาชื่อเสียงของสถาบันสุดชีวิต
081 พยายามรักษาชื่อเสียงของสถาบันสุดชีวิต
081 พยายามรักษาชื่อเสียงของสถาบันสุดชีวิต
หลังจากที่ซัดน้องสาวมือสังหารจนร่วงไปแล้ว โคนีเลียไม่ได้เลือกที่จะตามล่าพี่สาวนักฮีลในทันที เธอคว้าค้อนเหล็กออกมาแล้วกระหน่ำทุบลงไปบนร่างของน้องสาวมือสังหารแบบรัวๆ ไม่ยั้งมือ ในขณะเดียวกัน ดันเต้ก็รู้ใจรีบอัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลายออกมาประสานงานทันที
เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาในตอนนี้คือต้องทำให้น้องสาวมือสังหารสลบเหมือดแบบกู่ไม่กลับ เพื่อไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ใช้การ์ดบ้าคลั่งออกมาเด็ดขาด เพราะถ้ากำจัดตัวทำดาเมจหลักของฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว ที่เหลือก็แค่จัดการกับฮีลเลอร์สายซัพพอร์ต ซึ่งก็เหมือนหมูในอวยนั่นแหละ
ทางด้านพี่สาวนักฮีลเองก็ไหวตัวทันอย่างรวดเร็ว เธอตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดที่จะไม่เข้าไปช่วยน้องสาว แต่เลือกที่จะกางบาเรียแสงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาหลายชั้นเพื่อปิดกั้นโถงทางเดิน ก่อนจะรีบโกยอ้าววิ่งหนีเข้าไปในห้องนอนหมายเลข 105 แล้วล็อคประตูสนิททันที
เห็นชัดเลยว่าแก๊งสามอัศวินเมื่อคืนคงต้องสังเวยชีวิตให้กับเงื้อมมือของพวกเธอแน่ๆ และกุญแจห้อง 105 ก็อยู่ในมือของพี่สาวนักฮีลนั่นเอง
แต่เนื่องจากเหตุการณ์มันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ลิลิตและผู้คุ้มกันจึงพังบาเรียแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าไปขัดขวางไม่ทัน
ในระหว่างนั้น โคนีเลียก็ทำค้อนพังไปอีกหนึ่งอัน แต่น้องสาวมือสังหารไม่ได้อึดเหมือนบารอนแบเชล ร่างกายของเธอเลยถูกทุบจนดูแทบไม่ได้ จนแม้แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมการถ่ายทอดสดของ วิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุยังต้องรีบเซนเซอร์ภาพด้วยการพ่นโมเสกทับไปทั่วหน้าจอ
“เฮ้อ ถ้าโคลอิกซ์อยู่ที่นี่ก็คงดี”
ดันเต้เดินเข้ามามองสภาพที่ดูไม่จืดของน้องสาวมือสังหาร พลางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเสียดาย จริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากทำรุนแรงขนาดนี้หรอกนะ แต่น่าเสียดายที่การ์ดบ้าคลั่งของศัตรูมันรับมือยากเกินไป ถ้าขืนปล่อยให้น้องสาวมือสังหารมีโอกาสเปิดใช้โหมดบ้าคลั่งขึ้นมาล่ะก็ ไม่ใช่แค่ดันเต้กับโคนีเลียที่จะตกอยู่ในอันตราย แต่อาจจะลากเอาพวกของลิลิตไปตายด้วยก็ได้
ทุกครั้งที่เจอสถานการณ์แบบนี้ เขามักจะคิดถึงเพื่อนร่วมทีมแสนดีที่อยู่นอกสนามเสมอ ถ้าโคลอิกซ์อยู่ด้วยล่ะก็ เขาคงจะช่วยรักษาชีวิตน้องสาวมือสังหารคนนี้ไว้ได้ แล้วค่อยจับเธอมาขังไว้สอบสวนต่อสักสองวันสองคืนเต็มๆ
“นี่...มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
ลิลิตจ้องมองโคนีเลียที่มีคราบเลือดกระเด็นติดหน้าสลับกับดันเต้ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ดูเหมือนเธอกำลังพยายามเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ในหัว แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอทำได้แค่ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้นอยู่อย่างนั้น
เพราะตอนนี้ ทั้งสองคนในสายตาเธอมันดูน่ากลัวสุดๆ ไปเลย ใครจะไปคิดว่าแม่สาวนักสืบที่ดูบอบบางและเงียบขรึม เวลาบู๊ขึ้นมาจะโหดดิบได้ขนาดนี้? แล้วไอ้พ่อบ้านนั่นอีกล่ะ สรุปแล้วตอนไหนที่เขากำลังแสดงละคร และตอนไหนที่เขาเป็นตัวจริงกันแน่? ฝีมือการแสดงของเขามันช่างแนบเนียนไหลลื่นจนแยกไม่ออกเลยจริงๆ
ดันเต้หลุดขำออกมาเบาๆ พร้อมกับส่ายหน้า
“ในโลกนี้มีนักสืบอยู่สามประเภทครับ”
เขาชูมือขึ้นมา พับนิ้วก้อยลงแล้วใช้นิ้วโป้งกดเล็บนิ้วก้อยไว้
“ประเภทแรกคือใช้สติปัญญาในการคลี่คลายคดี”
“ประเภทที่สองคือใช้โชคลาภในการคลี่คลายคดี”
“และประเภทที่สามคือใช้กำลังในการคลี่คลายคดี”
“ซึ่งคุณหนูของผมจัดอยู่ในประเภทที่สามอย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ”
ถึงแม้ตอนนี้ดันเต้จะไม่จำเป็นต้องสวมบทพ่อบ้านแล้ว แต่พอเห็นโคนีเลียยังดูจะสนุกกับบทบาทคุณหนูอยู่ เขาก็เลยเนียนตามน้ำต่อไป
ลิลิตมองดันเต้สลับกับโคนีเลียไปมาด้วยความรู้สึกสับสน
“แล้ว...เรื่องที่แก๊งสามอัศวินตายนั่นล่ะ มันเป็นมายังไง?”
“เมื่อคืนตอนที่ผมรับมือกับน้องสาวมือสังหารในร่างมนุษย์หมาป่า ผมเห็นเธอใช้การ์ดเวทมนตร์บ้าคลั่ง ระดับ 5 ออกมา แสดงว่าเธออยู่ระดับ 5 ครับ”
ดันเต้เริ่มอธิบายการวิเคราะห์ของเขา
“ส่วนคนพี่ประเมินจากความเข้มข้นของมานาแล้วน่าจะอยู่ระดับ 4 การที่ระดับ 5 กับระดับ 4 ร่วมมือกันลอบโจมตีอัศวินระดับ 4 สามคนมันไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด”
“เมื่อคืนพวกเธอไปที่ห้องนอนก่อน จากนั้นถึงเป็นแก๊งสามอัศวิน ห้องของพวกเธอคือ 101-102 ส่วนแก๊งสามอัศวินอยู่ห้อง 103-105 ซึ่งอยู่ลึกที่สุดในโถงทางเดิน ขอแค่พวกเธอไปซุ่มรออยู่แถวๆ ห้อง 103 บวกกับการใช้การ์ดที่ทรงพลังสักหน่อย ก็มีโอกาสสูงที่จะสังหารอัศวินทั้งสามคนได้ในเวลาอันสั้นครับ”
“สรุปก็คือ แก๊งสามอัศวินน่าจะเสียชีวิตก่อนเวลาสี่ทุ่ม โดยที่น้องสาวมือสังหารลงมือฆ่าพวกเขาทั้งที่ยังไม่ได้แปลงร่างเป็นหมาป่าด้วยซ้ำ นั่นเลยอธิบายได้ว่าทำไมกุญแจห้อง 105 ถึงไปอยู่ที่พวกเธอได้”
ดันเต้ร่ายทฤษฎีออกมาเป็นชุด
“ก็นะ...ข้อสันนิษฐานนี้จะถูกหรือเปล่า เดี๋ยวพอเราเปิดประตูเข้าไปชันสูตรศพพวกเขาก็คงจะรู้เองนั่นแหละ”
“แต่ปัญหาคือ เราจะเปิดประตูเข้าไปได้ยังไงล่ะ?”
ลิลิตถามขึ้นมาอย่างกังวล เพราะตอนนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดคือพี่สาวนักฮีลหลบเข้าไปกบดานอยู่ในห้อง 105 ตราบใดที่เธอไม่ออกมา พวกเขาก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะด้วยพลังต่อสู้ที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่มีทางที่พวกเขาจะทำลายประตูที่มีพรคุ้มครองได้แน่นอน แถมยังเข้าไปชันสูตรหรือฝังศพแก๊งสามอัศวินไม่ได้อีกด้วย
“รบกวนช่วยเฝ้าประตูห้องยัยนั่นไว้ให้หน่อยได้ไหมครับ?”
คราวนี้ดันเต้ไม่ได้ตอบคำถาม แต่เลือกที่จะสั่งการแทน
“ไม่มีปัญหา!”
ลิลิตตอบตกลงในทันที แม้เธอจะเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอก็รู้ซึ้งแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นเดอะแบกของทีม ในเมื่อเพิ่งจะโดนดันเต้กับโคนีเลียพาแบกมาขนาดนี้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกแรงบ้างเธอก็ไม่คิดจะปฏิเสธ อีกอย่าง เธอเองก็ต้องการเวลาสงบสติอารมณ์และเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดด้วย
“ดันเต้ กวาดมาจนเกลี้ยงแล้วนะ”
ในระหว่างที่ดันเต้คุยกับลิลิต โคนีเลียก็ได้ทำหน้าที่ของเธออย่างคล่องแคล่ว ด้วยการค้นตัวน้องสาวมือสังหารจนทั่ว แล้วกวาดเอาการ์ดทั้งหมดมาไว้ในมือ
“ดีมากครับ”
หลังจากนั้นโคนีเลียก็จับขาของน้องสาวมือสังหารแล้วลากร่างนั้นมุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ของคฤหาสน์ ซึ่งดันเต้เองก็เดินตามหลังเธอไปติดๆ
“พวกนายจะ...”
ลิลิตตั้งท่าจะถามว่าทั้งคู่กำลังจะไปไหน แต่แล้วก็รีบกลืนคำพูดลงคอไปทันควัน เพราะเธอไม่กล้าถาม
สองคนนี้กะจะเอาศพไปทำลายหลักฐานชัวร์ๆ! ทำไมถึงได้ดูเชี่ยวชาญกันจังเลยนะ?!
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา ดันเต้และโคนีเลียก็กลับมา โคนีเลียล้างคราบเลือดออกจนสะอาดเกลี้ยง แถมยังเปลี่ยนมาสวมชุดเดรสกระโปรงทับด้วยเสื้อนอกดูน่ารัก ส่วนดันเต้ก็สวมชุดลำลองดูสบายตา ทั้งหมดนี้คือเสื้อผ้าที่พวกเขาหาเจอในตู้เสื้อผ้าในห้องนอนนั่นเอง
“ต้องยอมรับเลยว่าการบริการของโลกเงานี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ สมกับที่เป็นศูนย์สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียม”
“การตกแต่งสถานที่ก็ดีนะ ให้ความรู้สึกสยองขวัญนิดๆ กำลังดีเลยล่ะ”
“ประสบการณ์ในโลกเงาระดับ 4 ดาวสองครั้งที่ผ่านมานี้ประทับใจมากเลยแฮะ เริ่มตั้งตารอการบริการในระดับ 5 ดาวซะแล้วสิ”
“อื้ม”
“พวกเจ้าสองคนพอได้แล้วเมี๊ยว...”
ทั้งคู่เดินคุยเล่นกันมาอย่างร่าเริง โดยที่ดันเต้อุ้มแมวภูติสีดำตัวหนึ่งไว้ในอ้อมแขน ลิลิตที่เห็นสภาพจิตใจของทั้งคู่แล้วก็ได้แต่อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก
จิตใจพวกนายทำด้วยอะไรเนี่ย? จะผิดปกติเกินไปแล้วมั้ง!
พอนัยน์ตาของดันเต้และโคนีเลียประสานเข้ากับลิลิต ทั้งคู่ก็ยิ้มแย้มโบกมือให้เธออย่างสดใส เหมือนกำลังทักทายเพื่อนที่จะไปปิกนิกด้วยกันไม่มีผิด
แม้ลิลิตจะมีคำถามในหัวเป็นล้าน แต่สิ่งที่เธอสงสัยที่สุดในตอนนี้คือเจ้าแมวภูติในอ้อมกอดของดันเต้นั่นแหละ เพราะดูยังไงมันก็ไม่ใช่สัตว์อัญเชิญแน่ๆ หรือว่านี่จะเป็นผู้ท้าทายคนที่สิบ?
“เอ่อ ขอโทษนะ แต่นี่คือ...?”
ลิลิตถามด้วยความฉงน
“อ๋อ นี่คืออาจารย์ที่ปรึกษาของทีมเราครับ ท่านกำลังมาสอนวิชาปฏิบัติการภาคสนามอยู่น่ะ”
ดันเต้ตอบด้วยรอยยิ้ม
“อย่ามาพูดมั่วซั่วนะเมี๊ยว! เฮเวนลิธเป็นสถาบันที่โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายนะเมี๊ยว! พวกเจ้ามันพวกเรียนรู้ด้วยตัวเองจนเก่งต่างหาก! ข้าไม่เคยสอนอะไรพวกเจ้าเลยสักนิดเมี๊ยว!!”
อาจารย์เหมียวรีบโวยวายปฏิเสธสุดชีวิตเพื่อรักษาชื่อเสียงของสถาบันเอาไว้