- หน้าแรก
- เวทมนตร์ของฉันไม่มีขีดจำกัด
- บทที่ 17 - ความลับของมหาเวทสรรค์สร้าง
บทที่ 17 - ความลับของมหาเวทสรรค์สร้าง
บทที่ 17 - ความลับของมหาเวทสรรค์สร้าง
บทที่ 17 - ความลับของมหาเวทสรรค์สร้าง
☆☆☆☆☆
ในขณะนี้ ใจกลางลานประลองกำลังมีการต่อสู้ของจอมเวทสองคน จากตราสัญลักษณ์ที่อกเสื้อของพวกเขาบอกให้รู้ว่าทั้งคู่คือจอมเวทขั้นต้น
จอมเวททางฝั่งซ้ายกวัดแกว่งไม้เท้าเวทมนตร์ อุณหภูมิในอากาศพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ธาตุไฟมหาศาลพวยพุ่งเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อมนตราควบแน่นจนถึงขีดสุด มังกรไฟขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นจากปลายไม้เท้าและพุ่งเข้าจู่โจมคู่ต่อสู้ทันที!
อานุภาพของมันรุนแรงกว่าศรเพลิงของเซเลียร์หลายเท่าตัวนัก
จอมเวททางฝั่งขวาก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขาควบคุมพลังเวทสร้างมนตราที่ทรงพลังไม่แพ้กันขึ้นมา
เขาชูไม้เท้าขึ้นตรงไปข้างหน้า ศรที่สร้างจากพลังเวทบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าและพุ่งเข้าปะทะกับมังกรไฟยักษ์ตัวนั้นโดยตรง
"ตูม!!!"
พลังทั้งสองสายปะทะกันกลางอากาศจนเกิดแสงสว่างจ้าบาดตา
แรงระเบิดของพลังเวทและลมพายุโหมกระหน่ำพุ่งเข้าใส่ข่ายอาคมป้องกันรอบสนามอย่างแรง
แม้จะไม่มีพลังเวทเล็ดลอดออกมาภายนอกแต่เซเลียร์และเบฟก็ยังต้องยกแขนขึ้นบังตาตามสัญชาตญาณ จอมเวทคนอื่นๆ ที่นั่งชมอยู่รอบข้างต่างก็พากันหลบเลี่ยงแรงปะทะเช่นกัน
เสียงคำรามจากการระเบิดดังสนั่นต่อเนื่องอยู่หลายวินาทีก่อนจะค่อยๆ สงบลง
"เก่งกันทั้งคู่เลยแฮะ..."
เซเลียร์อุทานออกมาเบาๆ ด้วยความทึ่ง
ในเวลาเดียวกัน ข้อความสองบรรทัดก็ปรากฏขึ้นภายใต้หน้าต่างวิวัฒน์วงจรเทพ
มนตรามังกรอัคคี ความคืบหน้าการวิเคราะห์ 1%
ศรเวทอาร์เคน ความคืบหน้าการวิเคราะห์ 1%
ทว่าความคืบหน้าของมนตรามังกรอัคคีกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของเซเลียร์ ความคืบหน้าของมังกรอัคคีพุ่งไปหยุดอยู่ที่ 54% ทันที
นี่... นี่มันหมายความว่ายังไงกัน อยู่ดีๆ ก็แถมความคืบหน้าให้ตั้ง 54% เลยเหรอ?
เซเลียร์ขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดอยู่พักใหญ่จึงเริ่มเข้าใจเหตุผล
น่าจะเป็นเพราะโครงสร้างวงจรของมนตรามังกรอัคคีมีความคล้ายคลึงกับศรเพลิงมาก ในตอนที่วิเคราะห์วงจรส่วนที่ซ้ำซ้อนกันจึงถูกข้ามไปโดยอัตโนมัติ ทำให้ความคืบหน้าพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
วิวัฒน์วงจรเทพยังมีฟังชันแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วยเหรอเนี่ย...
ในสนามประลอง เมื่อควันจางลงจอมเวทที่ใช้ศรเวทอาร์เคนดูจะมีสภาพที่ดีกว่าคู่ต่อสู้มาก
หากทั้งคู่ใส่กันเต็มพิกัด ศรเวทอาร์เคนคงสามารถจัดการอีกฝ่ายลงได้ไม่ยาก
เขาจึงเป็นผู้ชนะในการประลองครั้งนี้ไปอย่างราบรื่น
"เป็นไปตามที่คิดไว้เลยแฮะ ถ้าเทียบกับเวทมนตร์สายธาตุแล้ว เวทมนตร์สายอาร์เคนมักจะมีพลังทำลายล้างที่รุนแรงกว่าเสมอ" เบฟเอ่ยขึ้นเหมือนเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว
"เวทมนตร์สายธาตุกับสายอาร์เคน... สองสายนี้มันต่างกันยังไงเหรอครับ?" เซเลียร์เอ่ยถาม
เบฟได้รับการศึกษาด้านเวทมนตร์มาอย่างเป็นระบบ เธอมีความรู้ด้านทฤษฎีเวทมนตร์มากมายซึ่งเป็นสิ่งที่เซเลียร์ยังขาดแคลนอยู่
"แน่นอนว่าต่างกันค่ะ สรุปง่ายๆ ก็คือเวทมนตร์สายธาตุจะเน้นการใช้พลังเวทเพื่อกระตุ้นธาตุตามธรรมชาติมาร่ายมนตร์ เช่น ศรเพลิง คมมีดสายลม หรือกระสุนวารีค่ะ"
"ส่วนเวทมนตร์สายอาร์เคนคือการใช้พลังเวทบริสุทธิ์ของตนเองเพื่อร่ายมนตร์ออกมาโดยตรง เหมือนกับศรเวทอาร์เคนเมื่อกี้นี้ไงคะ"
เบฟอธิบายต่อ
"ถ้าว่ากันด้วยพลังโจมตี สายอาร์เคนกินขาดแน่นอนค่ะแต่มีข้อเสียคือสิ้นเปลืองพลังเวทมหาศาลและร่ายต่อเนื่องได้ยาก ส่วนสายธาตุจะเด่นเรื่องการประหยัดพลังเวทและมีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายกว่าค่ะ"
"อย่างนี้นี่เอง..."
เซเลียร์พยักหน้าเห็นตามพลางนึกถึง "มหาเวทสรรค์สร้าง" ที่ยังค้างอยู่ในการวิเคราะห์ของเขา
ดูจากชื่อแล้วเดาไม่ออกเลยว่ามันเป็นเวทมนตร์แบบไหนกันแน่
"นี่เบฟ คุณเคยได้ยินชื่อมหาเวทสรรค์สร้างบ้างไหมครับ?" เซเลียร์ลองถามดู
"หืม?"
สิ่งที่คาดไม่ถึงคือเมื่อได้ยินคำนี้ เบฟกลับทำหน้าสะอิดสะเอียนออกมาอย่างชัดเจน
"ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ล่ะคะ... อย่าบอกนะว่าคุณไปโดนพวกจอมเวทสายเพ้อฝันหลอกมาน่ะ?"
"เอ่อ... เปล่าครับ จอมเวทสายเพ้อฝันนี่คืออะไรเหรอครับ?"
เซเลียร์เลียบเคียงถามต่อ "ผมแค่เคยได้ยินชื่อผ่านหูมาเฉยๆ หรือว่าเวทมนตร์นี้มันไม่มีจริงเหรอครับ?"
"ไม่มีจริงแน่นอนค่ะ... เวทมนตร์แบบนั้นจะมีอยู่บนโลกได้ยังไงกัน"
เบฟถอนหายใจออกมา
"เอาเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟังเอง คุณจะได้ไม่ไปหลงเชื่อพวกต้มตุ๋นพวกนั้นอีก"
"คำว่ามหาเวทสรรค์สร้างเนี่ย ส่วนใหญ่มาจากตำนานเทพนิยายค่ะ เนื้อหาประมาณว่าโลกยุคบรรพกาลที่เราเคยอยู่นั้นมันพังทลายและเสื่อมโทรมมาก มีแต่พวกเทพเจ้านอกรีตและสัตว์อสูรเต็มไปหมดจนเหมือนขุมนรก และในช่วงวิกฤตนั้นเองมหาเวทสรรค์สร้างก็ได้กำเนิดขึ้น"
"ตามตำนานเล่าว่ามหาเวทสรรค์สร้างคือมนตราที่ทำได้ทุกสิ่งอย่าง ขอเพียงแค่ใจปรารถนาหรือเพียงแค่คิดในหัว ทุกความฝันจะเป็นจริง ทุกศัตรูจะมลายหายไปในพริบตา จะเรียกมันว่ามนตราสมปรารถนาก็ได้ค่ะ"
"เทพเจ้าผู้สร้างใช้มหาเวทสรรค์สร้างนี้แหละค่ะในการกวาดล้างพวกเทพชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลจนหมดสิ้น และสร้างโลกใหม่ที่พวกเราอาศัยอยู่ในทุกวันนี้ขึ้นมา"
มีตำนานแบบนี้อยู่ด้วยเหรอเนี่ย...
เซเลียร์พยักหน้าเบาๆ พลางถามต่อ
"แล้วคุณรู้ได้ไงครับว่ามหาเวทสรรค์สร้างมันเป็นเรื่องโกหก?"
"เพราะมันเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติไงคะ ลองใช้สมองคิดดูสิคะว่าจะมีเวทมนตร์แบบนั้นอยู่จริงๆ ได้ยังไงกัน ตำนานก็แค่ตำนานวันยังค่ำแหละค่ะ"
เบฟใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเซเลียร์เบาๆ
"แต่ก็นั่นแหละค่ะ ยังมีคนบางกลุ่มที่เชื่อว่ามหาเวทสรรค์สร้างมีอยู่จริง และพยายามจะเลียนแบบมันขึ้นมาให้ได้"
"คนกลุ่มนั้นคือจอมเวทสายเพ้อฝันที่คุณพูดถึงเมื่อกี้เหรอครับ?"
"ใช่ค่ะ เพราะในหัวพวกเขามีแต่ความคิดที่เพ้อเจ้อไม่สมเหตุสมผลถึงได้ถูกเรียกด้วยชื่อนี้ไงคะ ถ้าคุณเคยเรียนทฤษฎีเวทมนตร์มาจะรู้เลยว่าโครงสร้างวงจรเวทของมนตราแต่ละบทนั้นมันมีความสมเหตุสมผลและตรรกะที่แน่นหนามาก ลองดูเวทสายธาตุระดับต่ำง่ายๆ สิคะ"
นิ้วมือของเบฟวาดภาพกลางอากาศประกอบการอธิบาย
"โครงสร้างวงจรเวทสายธาตุประกอบขึ้นจากส่วนย่อยๆ มากมาย ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อพลังเวท ไปจนถึงฐานรองรับ จากนั้นก็คือโครงร่างเพื่อกำหนดรูปทรง และจุดสมดุลเพื่อป้องกันไม่ให้พลังเวทระเบิดออกมา ทุกตำแหน่งของอักขระเวท ทุกความโค้งมนของวงจร ล้วนมีความหมายทั้งสิ้นค่ะ"
"พวกมันเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่ขบกันอย่างแม่นยำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายออกมา นี่คือศิลปะแขนงหนึ่งที่ต้องใช้เวลาศึกษาเป็นสิบๆ ปีถึงจะเข้าใจแก่นแท้และสร้างมนตราใหม่ๆ ขึ้นมาได้ค่ะ"
เซเลียร์หลับตาลงนึกตามแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย
จริงอย่างที่เธอว่า โครงสร้างวงจรเวทมันมีความวิจิตรบรรจงมาก ทุกรูปแบบลายเส้นมีหน้าที่เฉพาะตัว หากไม่ทำตามแผนผังที่กำหนดไว้ก็ไม่มีทางร่ายเวทได้สำเร็จเลย
"แต่พวกจอมเวทสายเพ้อฝันกลับไม่คิดแบบนั้นค่ะ พวกเขาเชื่อว่ามหาเวทสรรค์สร้างอันสูงส่งน่ะไม่อาจสร้างขึ้นได้ด้วยวิธีปกติที่น่าเบื่อพวกนี้ พวกเขาเลยเลือกที่จะทำสิ่งที่แตกต่างออกไปค่ะ" เบฟกล่าว
"แล้วพวกเขาทำยังไงกันเหรอครับ?" เซเลียร์ถามด้วยความอยากรู้
"ทำยังไงเหรอคะ? ก็วาดวงจรแบบมั่วซั่วไงคะ" เบฟยู่ปากอย่างระอา
"หือ?" เซเลียร์ประหลาดใจมาก
"อย่าตกใจไปเลยค่ะ คนพวกนั้นเพี้ยนไปแล้วจริงๆ พวกเขาไม่สนใจกฎเกณฑ์การสร้างมนตรา ไม่สนใจตรรกะของวงจรเวทเลยสักนิด พวกเขาเอาแต่วาดอักขระสะเปะสะปะเหมือนเด็กเล่นขายของ แล้วหวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจนเกิดเป็นมหาเวทสรรค์สร้างขึ้นมาจริงๆ"
[จบแล้ว]