- หน้าแรก
- เวทมนตร์ของฉันไม่มีขีดจำกัด
- บทที่ 11 - โรงแรมบุปผาราตรี
บทที่ 11 - โรงแรมบุปผาราตรี
บทที่ 11 - โรงแรมบุปผาราตรี
บทที่ 11 - โรงแรมบุปผาราตรี
☆☆☆☆☆
เสียงกระซิบกระซาบและสายตาของผู้คนเริ่มมารวมอยู่ที่ตัวเซเลียร์จนเขาเริ่มรู้สึกไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองนัก ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกสงสัยในเนื้อหาที่คนพวกนั้นพูดคุยกัน
การที่จอมเวทมารับงานภารกิจมันเป็นเรื่องแปลกประหลาดขนาดนั้นเลยหรือไงนะ...
"สมาคมสามารถรับซื้อแก่นมนตราภูตหมอกอันนี้ไว้ได้ไหมครับ?" มาร์คัสเอ่ยถาม
สำหรับของมีค่าที่ตลาดมีความต้องการสูงเหล่านักผจญภัยสามารถขายให้สมาคมได้โดยตรง ซึ่งราคาก็มักจะใกล้เคียงกับราคาตลาดและยังช่วยประหยัดเวลาในการหาผู้ซื้อเองอีกด้วย
"ได้แน่นอนค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ!"
ไอลาประคองแก่นมนตราเดินเข้าไปในห้องด้านหลังเคาน์เตอร์ เพียงชั่วครู่เธอก็เดินกึ่งวิ่งกลับออกมาด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง
"จากการประเมินของนักอัญมณีทางสมาคมยินดีรับซื้อแก่นมนตราภูตหมอกในราคาสิบหกเหรียญทองค่ะ คุณตกลงจะขายไหมคะ?"
มาร์คัสหันมามองสมาชิกในทีม เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้าตกลงเป็นเสียงเดียวกันเขาก็หันไปตอบรับ
"ตกลงครับ"
"นี่คือรางวัลของคุณค่ะ กรุณาตรวจสอบด้วยนะคะ"
ถุงใส่เงินถูกเลื่อนมาวางตรงหน้ามาร์คัส ไอลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและให้เกียรติมากขึ้น
"นอกจากนี้สมาคมนักผจญภัยขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับข้อมูลที่พวกคุณแจ้งมา เราจะออกประกาศแจ้งเตือนความเสี่ยงให้ปาร์ตี้นักผจญภัยกลุ่มอื่นๆ ที่กำลังจะมุ่งหน้าไปยังป่าพงหม่นทราบทันทีค่ะ"
"เฮ้อ... ในที่สุดก็หลุดพ้นสักที"
เมื่อเดินออกมาจากสมาคมนักผจญภัยเซเลียร์ก็บิดขี้เกียจชุดใหญ่เพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้า
มาร์คัสส่งห่อผ้าที่บรรจุเงินสี่เหรียญทองกับอีกสิบเอ็ดเหรียญเงินให้แก่เซเลียร์
"นี่คือส่วนแบ่งของนาย เก็บรักษาให้ดีล่ะ"
เซเลียร์รับเงินมาเก็บเข้ากระเป๋าอย่างระมัดระวังที่สุดพลางหันมองซ้ายมองขวาด้วยความระแวง
นี่คือทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามีในตอนนี้เลยนะ
"ถ้าอย่างนั้นภารกิจครั้งนี้ก็ถือว่าจบลงอย่างสมบูรณ์ พวกเราทำงานร่วมกันได้ดีมาก"
มาร์คัสพูดต่อ "อีกอย่างนะเซเลียร์... นายสนใจจะมาเข้าปาร์ตี้ถาวรกับฉันไหม?"
ปาร์ตี้ของมาร์คัสในตอนนี้ไม่ได้เป็นแบบถาวรแต่มันเป็นการรวมตัวเฉพาะกิจ
เซเลียร์เพิ่งเคยออกงานกับเขาเป็นครั้งแรก ส่วนเกรย์กับวาไลส์ก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกับมาร์คัสมาบ้างสองสามครั้งแต่ก็ยังไม่ได้ตกลงเข้าปาร์ตี้แบบถาวรเช่นกัน
"ผมเหรอครับ?" เซเลียร์ชี้ที่ตัวเองด้วยความแปลกใจ
"คิดจะจีบเซเลียร์เข้าทีมเร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"
เกรย์หัวเราะเบาๆ "คนเขาเป็นถึงจอมเวทเชียวนะ"
"อืม... ขอบคุณมากสำหรับคำชวนนะครับแต่ตอนนี้ผมยังไม่คิดจะเข้าปาร์ตี้ถาวรกับใคร"
เซเลียร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "แต่ถ้าวันหน้าคุณมีภารกิจอื่นที่ต้องการคนเพิ่มก็ลองมาเรียกผมได้นะครับ"
"ตกลง... น่าเสียดายจัง" มาร์คัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
ว่ากันตามตรงเซเลียร์มีความรู้สึกที่ดีต่อมาร์คัสมาก
เขาเป็นหัวหน้าที่แบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรมและมีฝีมือที่ไว้ใจได้ ต่อให้ต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างภูตหมอกเขาก็ยังใจเย็นพอจะรับมือได้
แต่เซเลียร์ไม่อยากถูกพันธนาการไว้กับปาร์ตี้ถาวรเพราะมันจะทำให้การพัฒนาส่วนตัวของเขาช้าลงไป
เป้าหมายของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การหากินในเมืองหินดำเท่านั้น เขายังมีความทะเยอทะยานที่ไกลกว่านี้มาก หากถึงเวลาต้องจากไปการลาออกจากปาร์ตี้ถาวรคงจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากน่าดู
"เอาละ ฉันต้องไปที่สถานพยาบาลก่อนล่ะ... หวังว่าคงไม่ทิ้งรอยแผลเป็นหรือผลข้างเคียงอะไรไว้หรอกนะ"
เกรย์ทำหน้าเหยเกพลางโบกมือลาทุกคน "ลาก่อนนะเพื่อนยาก"
"แล้วเจอกัน"
มาร์คัสและวาไลส์ต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตน
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ม่านราตรีเข้าปกคลุมไปทั่วทุกแห่ง
เซเลียร์เดินลัดเลาะไปตามถนนอยู่พักใหญ่จนกระทั่งเลือกที่พักได้นั่นคือโรงแรมบุปผาราตรี
การตกแต่งไม่ได้หรูหราอลังการแต่ก็ดูดีกว่าบ้านพักคนงานทั่วไปมาก อีกทั้งโรงแรมแห่งนี้ยังตั้งอยู่ใกล้กับใจกลางเมืองหินดำซึ่งน่าจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี
ในโลกต่างแดนที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ
โถงชั้นล่างมีผู้คนนั่งทานอาหารอยู่ประปราย และดูจากเครื่องแต่งกายแล้วก็มีนักผจญภัยอยู่หลายคนเช่นกัน
"สวัสดีค่ะ"
พนักงานต้อนรับเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง เมื่อเธอยิ้มจะเห็นเขี้ยวเล็กๆ ดูมีเสน่ห์ "ไม่ทราบว่าต้องการพักค้างคืนหรือรับประทานอาหารดีคะ?"
"มาพักค้างคืนครับ"
"ได้ค่ะ ห้องพักเรามีสองแบบ แบบแรกคือห้องรวมบนชั้นสอง ราคายี่สิบเหรียญทองแดงต่อคืนค่ะ"
หญิงสาวอธิบายต่อ "แบบที่สองคือห้องเดี่ยว ราคาคืนละสองเหรียญเงินค่ะ"
เซเลียร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อใช้ความคิด
ห้องรวม...
คนหมู่มากมานอนเบียดเสียดกันในห้องใหญ่ห้องเดียวมันช่างไม่สะดวกสบายเอาเสียเลย
แถมยังไม่รู้ว่าคืนนี้เขาจะต้องเจอกับเสียงกรนสนั่นหวั่นไหวรอบตัวจนไม่ได้นอนหรือเปล่า แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว
หลังจากออกภารกิจที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายมาเขาก็อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่ สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและสะดวกสบายจึงเป็นสิ่งจำเป็น
แต่ห้องเดี่ยวราคาตั้งสองเหรียญเงินต่อคืน... ราคานี้ถือว่าค่อนข้างแรงทีเดียว
ถ้าหากไม่ได้เพิ่งรวยมาเซเลียร์คงหันหลังกลับไปหาโรงแรมที่ราคาถูกกว่านี้แล้ว
"ถ้าผมพักยาวหนึ่งเดือนจะได้รับส่วนลดไหมครับ?" เซเลียร์ลองเลียบเคียงถามดู
ดวงตาของหญิงสาวเป็นประกายขึ้นมาทันทีและน้ำเสียงของเธอก็ดูหวานหูขึ้นอีกระดับ
"แน่นอนค่ะ หากคุณเลือกห้องเดี่ยวและชำระเงินล่วงหน้าหนึ่งเดือน เราลดราคาให้เหลือเพียงห้าสิบเหรียญเงินค่ะ"
"ตกลงครับ งั้นเปิดห้องเดี่ยวหนึ่งเดือนเลย" เซเลียร์กล่าว
เขาเลือกห้องพักที่อยู่สุดทางเดินบนชั้นสาม หลังจากจ่ายค่าที่พักไปแล้วเซเลียร์เหลือเงินเก็บอยู่สามเหรียญทองกับอีกหกสิบเอ็ดเหรียญเงิน
"ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมบุปผาราตรีนะคะ ฉันชื่อโอโร่ค่ะ หากมีปัญหาอะไรสามารถมาหาฉันที่เคาน์เตอร์ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ" โอโร่ยิ้มหวาน
"จ๊อก... จ๊อก..."
ท้องของเซเลียร์ส่งเสียงประท้วงออกมาอย่างไม่เกรงใจเจ้าของ
วันนี้เขาได้กินแค่ขนมปังดำจุ่มน้ำแกงตอนเช้ากับเสบียงแห้งนิดหน่อยระหว่างทาง หลังจากผ่านการต่อสู้ที่ต้องใช้พลังงานสูงกับภูตหมอกมาเขาจึงหิวจนแทบจะเป็นลม
โอโร่ยังคงรักษาลอยยิ้มไว้บนใบหน้า "ก่อนจะขึ้นห้องพัก สนใจรับประทานอาหารเย็นก่อนไหมคะ? ตอนนี้เรากำลังให้บริการมื้อค่ำอยู่พอดีเลยค่ะ"
เซเลียร์รับเมนูมาไล่สายตาดู
มีตั้งแต่อาหารราคาถูกอย่างถั่วต้มขนมปังดำกับผักดอง ไปจนถึงอาหารประเภทเนื้อสัตว์เกรดพรีเมียม
หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันเซเลียร์ไม่อยากจะใจร้ายกับปากท้องของตัวเองนัก เขาจึงตัดสินใจเลือกเมนูที่อยากกินที่สุดออกมา
"ผมขอชุดสเต็กเนื้อขาหลังซอสไวน์แดงครับ ขอบคุณ"
ชื่อเมนูฟังดูน่าอร่อยและราคาก็สวยงามไม่แพ้กัน
สามเหรียญเงิน
รอไม่นานอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ
กลิ่นหอมของอาหารกระตุ้นประสาทสัมผัสของเซเลียร์อย่างรุนแรงจนน้ำลายเริ่มสอ
อาหารจานหลักคือเนื้อขาหลังชิ้นโตที่นุ่มชุ่มฉ่ำ ย่างมาได้สุกกำลังดีและเคลือบด้วยซอสเข้มข้นที่ดูน่าทานมาก
เซเลียร์ไม่รอช้าเขารีบตัดเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปากทันที
รสชาติของเนื้อวัวบวกกับความเปรี้ยวอมหวานของซอสไวน์แดงสูตรเข้มข้น ผสมผสานกับรสของพริกไทยดำและเครื่องเทศนานาชนิด ทุกอย่างมอบประสบการณ์ความอร่อยระดับสุดยอดให้กับเขา
ความเลี่ยนของเนื้อสัตว์ถูกตัดด้วยหน่อไม้ฝรั่งย่างและขนมปังนุ่มฟูที่มาในชุดอาหาร ทุกอย่างมันช่างเข้ากันได้อย่างลงตัว
เหนื่อยมาทั้งวันได้มานั่งกินอาหารดีๆ แบบนี้มันช่างมีความสุขจนอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ
หลังจากจัดการมื้อค่ำเรียบร้อยเซเลียร์ก็เดินกลับขึ้นห้องพักของเขา
เตียงนอนเดี่ยวหนึ่งเตียงพร้อมโต๊ะเก้าอี้ที่จัดวางไว้อย่างดี เตียงนอนก็ถือว่านุ่มพอใช้ได้สมกับราคาคืนละสองเหรียญเงิน
ความง่วงเริ่มเข้าโจมตี เซเลียร์ที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันก็จมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว
[จบแล้ว]