- หน้าแรก
- เวทมนตร์ของฉันไม่มีขีดจำกัด
- บทที่ 10 - การส่งมอบภารกิจ
บทที่ 10 - การส่งมอบภารกิจ
บทที่ 10 - การส่งมอบภารกิจ
บทที่ 10 - การส่งมอบภารกิจ
☆☆☆☆☆
เมื่อถึงคิวของปาร์ตี้ ทหารยามหน้าตอบคนหนึ่งก็ลดง้าวลงขวางทางเอาไว้
"ตรวจเอกสารตามระเบียบ"
น้ำเสียงของทหารยามแหบแห้งและเย็นชา "ชื่อ ที่มา จุดประสงค์ในการเข้าเมือง และเอาตราสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนออกมาด้วย"
"นักผจญภัย"
มาร์คัสตอบสั้นๆ "พวกนี้เป็นสมาชิกในทีมของฉันเอง จะไปส่งภารกิจที่สมาคม"
เขาล้วงเอาตราสัญลักษณ์ทองแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ทหารยามดู มันคือเครื่องหมายยืนยันตัวตนที่ออกโดยสมาคมนักผจญภัย
ผิวหน้าของตราสัญลักษณ์เรียบเนียนจากการถูกใช้งานมานานหลายปี บนนั้นสลักชื่อของมาร์คัสและรูปดาบไขว้กับโล่เอาไว้อย่างชัดเจน
เกรย์และวาไลส์ต่างก็หยิบตราสัญลักษณ์ของตนมายื่นให้ เซเลียร์นึกขึ้นได้ว่าเขาก็มีของแบบนี้อยู่เหมือนกันจึงควานหาอยู่พักหนึ่งก่อนจะยื่นตามไป
เพียงแต่ตราของเพื่อนร่วมทีมทั้งสามคนเป็นทองแดง ส่วนตราของเซเลียร์เป็นเหล็กที่ดูธรรมดาที่สุด ซึ่งมันทำให้ดูยากจนไปสักหน่อย
ทหารยามรับไปกวาดสายตาดูครู่หนึ่งเพื่อยืนยันตัวตนว่าถูกต้อง
จากนั้นสายตาของเขาก็เลื่อนไปสำรวจคนทั้งสี่
เป้สะพายหลังที่ปูดนูนและมีกลิ่นคาวคละคลุ้ง คราบเลือดที่แห้งกรังบนเสื้อผ้า และแขนที่บาดเจ็บของเกรย์ที่โผล่พ้นเสื้อออกมา ทุกอย่างดูปกติดีไม่มีพิรุธ
ทหารยามพยักหน้าเบาๆ แล้วคืนตราสัญลักษณ์ให้สมาชิกในทีม "ยินดีต้อนรับกลับเมือง รีบไปทำแผลเถอะ"
ง้าวถูกยกขึ้นเปิดทางให้ทุกคนผ่านจุดตรวจไปได้
เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองหินดำ ภาพลักษณ์ใหม่ๆ ก็พุ่งเข้าสู่สายตา ราวกับมีเสียงพิณลูทอันไพเราะดังขึ้นข้างหูของเซเลียร์
อาคารภายในเมืองส่วนใหญ่เป็นตึกสองชั้นที่ชั้นล่างสร้างจากหินและชั้นบนสร้างจากไม้ หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ำตาลหรือสีแดงเข้ม ถนนสายหลักปูด้วยแผ่นหินสีเขียวที่มีขนาดไม่เท่ากัน สองข้างทางมีรางระบายน้ำตื้นๆ ขุดเอาไว้
เสียงตะโกนขายของของเหล่าพ่อค้า เสียงค้อนกระทบทั่งดังเป็นจังหวะจากโรงตีเหล็ก และเสียงหัวเราะคุยกันอย่างเป็นอิสระของคนเดินถนน เสียงเหล่านี้ผสมปนเปกันจนดึงเอาเซเลียร์ออกจากโลกอันเงียบเหงาของป่าพงหม่นในทันที
สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเขาคือโลกที่มีชีวิตชีวา เป็นโลกที่แตกต่างจากมหานครคอนกรีตและป่าเหล็กกล้าในชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง
คุณป้าหุ่นตุ้ยนุ้ยสวมผ้ากันเปื้อนกำลังวุ่นอยู่หน้าหน้าร้านขนมปัง เธอหยิบตะกร้าขนมปังอบใหม่ที่โรยน้ำตาลไอซิ่งจนดูนุ่มฟูขึ้นวางบนชั้นวาง
นักกวีพเนจรนั่งอยู่ที่หัวมุมถนน เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของเหล่าวีรบุรุษด้วยท่วงทำนองที่ขับขานออกมาจากสายพิณ
เหล่านักผจญภัยนั่งจับกลุ่มกันตามที่นั่งกลางแจ้ง บ้างก็เช็ดถูอาวุธบ้างก็คุยโวโอ้อวดถึงประสบการณ์ในภารกิจครั้งล่าสุดของตนเสียงดังลั่น
"เฮ้! มองทางหน่อยสิ!"
เสียงดุทำให้เซเลียร์สะดุ้ง
เขารีบถอยหลังไปสองก้าว รถลากของชาวนาที่พ่วงด้วยม้าบรรทุกของเพิ่งจะวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วเกือบจะชนเซเลียร์เข้าให้แล้ว
"คิดอะไรอยู่น่ะ? เดินใจลอยเชียว ใช้เวทมนตร์เยอะเกินจนสมองล้าไปแล้วเหรอ?" วาไลส์ตบหัวเซเลียร์เบาๆ
"เปล่าครับ ผมแค่รู้สึกว่า..."
เซเลียร์อึกอักอยู่นานกว่าจะพูดออกมาได้ "ผมแค่รู้สึกว่ามันมหัศจรรย์มากเลยครับ"
วาไลส์มองเซเลียร์ด้วยสายตาแปลกๆ
หลังจากเดินผ่านไปสองถนน ในที่สุดปาร์ตี้ก็มาถึงสมาคมนักผจญภัย
มันเป็นอาคารที่มีสไตล์ดิบเถื่อน
โครงสร้างหลักเป็นอาคารสามชั้นสร้างจากไม้และหิน ผนังอาคารดูซีดจางและมีรอยด่างจากการกรำแดดกรำฝนมานานหลายปี ประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักนูนต่ำเป็นรูปดาบไขว้กับโล่ที่สีเริ่มหลุดลอกและมีรอยขีดข่วนอยู่ทั่วไป
เมื่อผลักประตูเข้าไป เสียงอึกทึกของผู้คนก็พุ่งเข้าหาทันที
"ภารกิจปราบก๊อบลินในถ้ำสายหมอก ขาดคนรับหน้าที่แนวหน้าหนึ่งตำแหน่ง!"
"งานทำความสะอาดพวกมนุษย์หมาป่าในป่าพงหม่นชั้นใน ขอนักรบสองคน ฉันจะบิดหัวพวกสวะนั่นให้ขาดทุกตัว! ราคายุติธรรม ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์เบิกได้เต็มที่!"
"ภารกิจคุ้มกันกองคาราวาน ขอเลือกนายพรานก่อน ระดับอาชีพต้องได้อย่างน้อยขั้นต้น!"
เสียงประกาศรับสมัครเพื่อนร่วมทีมดังสลับกันไปมาจนหูอื้อ กลิ่นเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อโชยมาทำให้บรรยากาศดูดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
ภาพภายในสมาคมก็ไม่ได้ต่างจากที่เซเลียร์จินตนาการไว้มากนัก
หัวหมาป่าสตัฟฟ์ขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง ถังเหล้าเปล่าที่วางซ้อนกันอยู่ตามมุมห้อง และเหล่านักผจญภัยที่พกอาวุธนานาชนิดไว้ที่เอว ทุกอย่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่เคยเห็นแต่ในนิยายแฟนตาซี
เซเลียร์รู้สึกได้ชัดเจนว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นมาก
ที่นี่คือแหล่งรวมตัวของพวกคนที่ฝากชีวิตไว้บนเส้นลวด ทุกวันจะมีนักผจญภัยสังเวยชีวิตในภารกิจแต่ก็ยังมีเลือดใหม่ไหลเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย
เพื่อเงิน เพื่อความทะเยอทะยาน และเพื่อความปรารถนาที่จะไม่ใช้ชีวิตอย่างธรรมดาสามัญไปจนตาย
มาร์คัสเบียดฝูงชนเข้าไปที่เคาน์เตอร์อย่างคุ้นเคย พนักงานต้อนรับเป็นหญิงสาวอายุน้อยที่มีกระเล็กน้อยประดับอยู่บนโหนกแก้มทั้งสองข้าง
"สวัสดีค่ะ ฉันคือพนักงานต้อนรับไอลา มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?"
"ผมมาส่งภารกิจกำจัดหมาป่าครับ"
มาร์คัสวางถุงผ้าลงและเทกองหูหมาป่าข้างซ้ายที่ถูกถลกมาลงบนถาดนับจำนวนโดยเฉพาะ
"รับทราบค่ะ"
ไอลาเริ่มค้นหาเอกสาร เมื่อยืนยันว่ามีภารกิจนี้อยู่จริงเธอก็เริ่มใช้ไม้เขี่ยเพื่อนับจำนวนหูหมาป่า
"ทั้งหมดสามสิบหกตัว ตามเงื่อนไขของภารกิจ คุณจะได้รับรางวัลรวมทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดเหรียญเงินค่ะ"
"ตกลงครับ"
มาร์คัสพูดต่อ "นอกจากนี้ผมยังต้องการรายงานเหตุการณ์เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรด้วยครับ"
"เหตุการณ์เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเหรอคะ?" ไอลาขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ใช่ครับ พวกเราเจอภูตหมอกรุ่นเยาว์เข้า" มาร์คัสกล่าว
"เป็นมันจริงๆ ด้วย..."
สีหน้าของไอลาดูเคร่งขรึมขึ้นทันที
ถึงจะเป็นภูตหมอกรุ่นเยาว์ที่มีความอันตรายไม่เท่าตัวเต็มวัย
แต่สัตว์อสูรระดับ [ท้าทาย] ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันเป็นเรื่องที่เสี่ยงถึงตายได้เลยทีเดียวต้องรีบรายงานเบื้องบน
"พวกคุณเจอภูตหมอกที่เขตไหนคะ ร่างกายมันประกอบขึ้นจากส่วนประกอบของสัตว์ชนิดไหนบ้าง ความเร็วในการเคลื่อนที่คงไม่เร็วมากสินะคะ ไม่อย่างนั้นพวกคุณคงหนีรอดมาได้ยาก..."
เมื่อเผชิญกับคำถามรัวๆ ของไอลา มาร์คัสก็แค่ส่ายหน้าช้าๆ
"พวกเราไม่ได้หนีครับ พวกเราฆ่าภูตหมอกตัวนั้นไปแล้ว"
"..."
ดวงตาสีน้ำตาลของไอลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภายในห้องโถงเงียบกริบไปชั่วขณะ
เหล่านักผจญภัยที่กำลังคุยกันเสียงดังต่างพากันหันมามองด้วยความสนใจในคำพูดของมาร์คัส
"พวกคุณ... ฆ่าภูตหมอกรุ่นเยาว์ตัวนั้นได้เหรอคะ?" ไอลาถามด้วยความตกใจ
มาร์คัสไม่ได้อธิบายอะไรมาก เขาแค่หยิบเอาของสมนาคุณที่ห่อด้วยผ้าหนาออกมาจากกระเป๋าเงียบๆ
เหล่านักผจญภัยที่ตอนแรกยังแอบสงสัยในใจ เมื่อเห็นสิ่งนั้นต่างก็ต้องเชื่อในคำพูดของมาร์คัสอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
ผลึกรูปทรงปริซึมที่มีไอหมอกวนเวียนอยู่นั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือแก่นมนตราของภูตหมอก!
"ปาร์ตี้ของมาร์คัสฆ่าภูตหมอกได้จริงๆ ด้วยแฮะ..."
"พวกเขามีวิธีจัดการมันได้ยังไงกัน? ชั้นพลังงานของภูตหมอกนั่นมันกันการโจมตีทางกายภาพได้แทบทุกอย่างเลยนะ ฉันรู้จักปาร์ตี้นักผจญภัยทีมหนึ่งที่ตายกันเกลี้ยงเพราะเจอมันเข้า"
"มาร์คัสน่ะฉันรู้จัก เป็นนักรบขั้นต้นที่ยังใช้พลังจิตไม่ได้ เกรย์กับวาไลส์ก็พอกัน... หรือจะเป็นเด็กใหม่คนนั้นที่ทำลายชั้นพลังงานได้... ได้ยินว่าเขาเป็นจอมเวทนี่นา?"
"วันก่อนฉันเห็นเขาอยู่เหมือนกันนะ รู้สึกจะชื่อเซเลียร์มั้ง... ไม่นึกเลยว่าเดี๋ยวนี้ยังมีจอมเวทมาเดินสายรับงานในสมาคมนักผจญภัยอยู่อีก แปลกจริงๆ..."
[จบแล้ว]