- หน้าแรก
- เวทมนตร์ของฉันไม่มีขีดจำกัด
- บทที่ 3 - เลเวลอัพกับวิวัฒน์วงจรเทพ
บทที่ 3 - เลเวลอัพกับวิวัฒน์วงจรเทพ
บทที่ 3 - เลเวลอัพกับวิวัฒน์วงจรเทพ
บทที่ 3 - เลเวลอัพกับวิวัฒน์วงจรเทพ
☆☆☆☆☆
"ฮ่าๆ! ครั้งนี้รวยเละแน่!"
เสียงหัวเราะอย่างสะใจของเกรย์ดังขึ้น เขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดหมาป่าจนดูดิบเถื่อนผิดกับลุคหนุ่มเจ้าสำราญก่อนหน้านี้
ค่าหัวของหมาป่าหนึ่งตัวคือสามเหรียญเงิน ครั้งนี้หมาป่าที่ตายด้วยคมดาบของเกรย์มีไม่ต่ำกว่าหกเจ็ดตัว ซึ่งมันทำเงินได้มากกว่ารายได้ห้าวันแรกรวมกันเสียอีก
ประกายดาบสีเงินวาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว เกรย์ฟันขาหน้าซ้ายของหมาป่าตัวหนึ่งที่พยายามจะลอบขย้ำคอเขาจนขาดสะบั้น
เจ้าหมาป่าผู้โชคร้ายตัวนั้นร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะล้มคะมำลงกับพื้น เลือดพุ่งกระฉูดออกมาจากบาดแผลที่ขาหน้าและลมหายใจของมันก็เริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ
เมื่อเห็นภาพนั้น ดวงตาของเซเลียร์ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
หมาป่าตัวนั้นยังไม่ตาย!
ถ้าหากเขาเป็นคนปลิดชีพมันเป็นคนสุดท้าย... เขาจะได้รับค่าประสบการณ์ไหมนะ?
ตอนนี้เขากำลังกลุ้มใจเรื่องที่ไม่มีที่ให้เก็บเลเวลพอดี
คิดแล้วก็ลงมือเลย!
เซเลียร์ชักนำพลังเวทและวาดโครงสร้างวงจรเวทของศรเพลิงในหัวอย่างแม่นยำ
เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถสังหารมันได้ในนัดเดียว เซเลียร์จึงอัดพลังเวทเข้าไปจนเต็มพิกัดเท่าที่จะทำได้
กระบวนการร่ายเวททั้งหมดใช้เวลาประมาณห้าวินาที
เปลวเพลิงที่ร้อนแรงลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือของเซเลียร์ จากนั้นเขาก็เล็งไปที่หมาป่าตัวนั้น... แล้วยิงออกไป!
อุณหภูมิในอากาศเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยตามวิถีของเปลวไฟที่พุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว มันกระแทกเข้าที่ลำคออันหนาทึบของหมาป่าอย่างจัง
แรงปะทะจากพลังเวทที่แฝงอยู่ในศรเพลิงระเบิดจนเนื้อหนังของมันฉีกขาด จากนั้นเปลวไฟก็เริ่มลุกไหม้ขนของมันอย่างรุนแรง!
หมาป่าที่ร่อแร่ใกล้ตายอยู่แล้วกลับต้องมาเจอกับคราวเคราะห์ซ้ำสอง ความเจ็บปวดจากการเสียขาหน้าบวกกับความร้อนแรงของเปลวเพลิงทำให้มันดิ้นพราดไปมาบนพื้นเหมือนปลาถูกน้ำร้อนลวก มันร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาอยู่พักหนึ่งก่อนจะสงบนิ่งไป
เฟิร์สบลัด!
เซเลียร์ยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ หลังจากสังหารหมาป่าได้แล้ว ค่าประสบการณ์ในหน้าต่างสถานะก็เพิ่มสูงขึ้น
เลเวล 1 ไป เลเวล 2... เลเวลอัพ!
พลังที่ไร้ที่มาไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายและแผ่ซ่านไปตามเส้นสายและกระดูกทั่วร่าง
เบื้องหน้าของเซเลียร์ปรากฏแสงสีฟ้าจางๆ ที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
แต้มสถานะสี่แต้มกำลังรอการจัดสรร และพรสวรรค์ที่เคยเป็นสีเทาก็ได้รับการปลดล็อกแล้ว
"มหาคลื่นมนตรา" และ "วิวัฒน์วงจรเทพ"
เซเลียร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเลือก "วิวัฒน์วงจรเทพ" ในที่สุด!
[พรสวรรค์ "วิวัฒน์วงจรเทพ" ได้รับการปลดล็อกแล้ว]
ทันใดนั้นเอง ภายใต้ชื่อพรสวรรค์วิวัฒน์วงจรเทพ ก็มีแถบความคืบหน้าโผล่ขึ้นมา
มหาเวทสรรค์สร้าง ความคืบหน้าการวิเคราะห์—0%
เซเลียร์อึ้งไปเล็กน้อย
มหาเวทสรรค์สร้าง... งั้นเหรอ?
มันคืออะไรกันแน่ ฟังดูชื่อแล้วท่าทางจะเทพน่าดู
แต่ว่าเมื่อกี้มีใครร่ายเวทมนตร์นี้ต่อหน้าเขาด้วยเหรอ?
ไม่มีเวลาให้คิดอะไรมากแล้ว เซเลียร์ขยับความคิดเพียงนิดเพื่อจัดสรรแต้มสถานะทั้งสี่แต้มลงไปที่พลังจิตทั้งหมด
ค่าพลังจิตของเขาเปลี่ยนจาก 67 กลายเป็น 71
ช่วยไม่ได้จริงๆ แม้ว่าวิวัฒน์วงจรเทพจะพึ่งพาค่าสติปัญญาอย่างมาก แต่ในฐานะจอมเวท พลังจิตคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ไม่อย่างนั้นต่อให้เรียนรู้เวทมนตร์ได้มากมายแค่ไหน แต่ยิงออกไปแล้วไม่มีพลังทำลายล้าง มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?
กลไกที่ทรงพลังแค่ไหนก็ต้องมีตัวเลขสถานะมารองรับถึงจะแสดงประสิทธิภาพได้เต็มที่
เมื่อพลังจิตเพิ่มขึ้นสี่แต้ม เซเลียร์รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเมล็ดพันธุ์ต้นกำเนิดโคจรได้เร็วขึ้นเล็กน้อย และพลังเวทของเขาก็ดูจะเข้มข้นขึ้นด้วย
เขาเผยรอยยิ้มอย่างพอใจ
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาถือว่าได้ก้าวเข้าสู่ประตูแห่งจอมเวทอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยพรสวรรค์อย่างวิวัฒน์วงจรเทพ เส้นทางการแข็งแกร่งขึ้นของเขาคงจะลดความยุ่งยากไปได้เยอะ
เกรย์ที่กำลังจะเดินเข้าไปซ้ำหมาป่าตัวนั้นถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเซเลียร์ด้วยแววตาสงสัย
เซเลียร์ยิ้มแห้งๆ ให้เป็นการขอโทษ
ขอโทษทีนะพี่ชาย พอดีผมขอลาสต์ช็อตหน่อย
หลังจากนั้นเซเลียร์ก็ไม่มีโอกาสได้สอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้อีกเลย
มาร์คัสและเกรย์แทบจะจัดการหมาป่าได้ในดาบเดียว ส่วนลูกธนูของวาไลส์ก็แม่นยำจนไม่เหลือเป้าหมายที่ยังมีลมหายใจทิ้งไว้ให้เขาเลย
การบุกจู่โจมยามค่ำคืนสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว ฝูงหมาป่าทิ้งศพไว้สิบกว่าร่างก่อนจะพากันหนีเตลิดเข้าไปในป่าลึกอย่างลนลาน
พวกมันมีจำนวนเยอะจริงๆ มิน่าล่ะชาวบ้านแถวนี้ถึงต้องส่งคำร้องไปยังสมาคมนักผจญภัย ถ้าพวกมันรวมตัวกันบุกหมู่บ้านคงมีคนเจ็บคนตายไม่น้อยแน่ๆ
"ฉลาดไม่เบานี่เจ้าหนู"
เกรย์ปาดเหงื่อที่ผสมกับเลือดบนหน้าผาก "รู้จักหาจังหวะเก็บตกด้วย"
"ขอโทษครับ ผมแค่ร่ายเวทออกไปตามสัญชาตญาณ..." เซเลียร์ตอบ
"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องเกรงใจพี่ชาย หมาป่าตัวนี้ยกให้นายถือเป็นรางวัลพิเศก็แล้วกัน ภารกิจครั้งแรกในชีวิต มีรายได้เพิ่มขึ้นหน่อยก็เป็นเรื่องดี"
เกรย์ฉีกยิ้มกว้าง "ตอนนี้เริ่มเข้าใจหรือยัง? นี่แหละคือเสน่ห์ของการผจญภัย สามเหรียญเงินเชียวนะ นั่นคือค่าแรงทั้งวันของพวกคนงานแบกหามเลยนะ แต่นายจัดการมันได้ด้วยศรเพลิงเพียงนัดเดียว"
สมาชิกในทีมเริ่มเก็บกวาดสนามรบ มาร์คัสเลือกศพหมาป่าที่ขนยังดูสมบูรณ์ ส่วนวาไลส์ก็เดินไปเก็บลูกธนูออกจากซากศพ
หัวธนูบางอันที่ยังไม่สึกหรอมากนัก หลังจากเช็ดคราบเลือดออกแล้วก็ยังนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งช่วยประหยัดเงินไปได้อีกโข
เกรย์จับซากหมาป่าตัวหนึ่งห้อยหัวลงกับกิ่งไม้ แล้วใช้มีดสั้นกรีดเป็นวงกลมรอบข้อเท้าขาหลัง
มีดถลกหนังกรีดลากยาวจากรอยตัดตรงขาลงมาจนถึงทวารหนัก แล้วจึงวกกลับไปยังขาอีกข้างหนึ่งอย่างชำนาญ
จากนั้นเกรย์ก็เริ่มถลกหนังหมาป่าออกจากขาหลัง
การเคลื่อนไหวของเขามั่นคงมาก มือหนึ่งจับส่วนหนังที่กรีดไว้แล้วดึงลงมาอย่างแรง ส่วนอีกมือก็ถือมีดถลกหนังค่อยๆ กรีดตัดพังผืดและไขมันที่ยึดติดกับเนื้อออกอย่างระมัดระวัง
"เซเลียร์ มาช่วยหน่อย ยกขาข้างนี้ขึ้นที" เกรย์สั่ง
ด้วยการประสานงานของทั้งสองคน หนังขาหลังของหมาป่าก็ถูกถลกออกมาจนสมบูรณ์เหมือนกับการถอดถุงเท้าไม่มีผิด
จากนั้นก็เป็นส่วนลำตัว ขั้นตอนการถลกหนังเต็มไปด้วยเสียงฉีกขาดของพังผืดที่ฟังดูน่าขนลุกและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปในอากาศ
เซเลียร์รู้สึกพะอืดพะอมจนอยากจะอาเจียน แต่เขาก็พยายามฝืนทนและไม่เบือนหน้าหนี
เขารู้ดีว่านี่คือทักษะที่เขาต้องเรียนรู้
สมาคมนักผจญภัยตั้งค่าหัวหมาป่าไว้โดยใช้หูข้างซ้ายเป็นหลักฐานในการรับรางวัล
ส่วนพวกหนังหรือส่วนอื่นๆ ที่เหลือนั้น สมาชิกในทีมสามารถเก็บไว้จัดการและนำไปขายต่อได้เอง
หนังหมาป่าที่สมบูรณ์หนึ่งผืนสามารถขายได้ราคาสูงถึงสามหรือสี่เหรียญเงิน สำหรับนักผจญภัยระดับล่างแล้ว นี่ถือเป็นรายได้เสริมที่สำคัญมาก
เมื่อครู่นี้พวกเขากำจัดหมาป่าไปทั้งหมดสิบห้าตัว และมีซากหมาป่าหลายตัวที่ขนยังสมบูรณ์พอจะถลกหนังไปขายได้
ลาภลอยครั้งนี้ทำให้มาร์คัสที่มักจะทำหน้าเคร่งขรึมอยู่เสมอดูมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง
เกรย์เริ่มลงมือกรีดขาหลังของหมาป่าตัวสุดท้าย
ท่วงท่าของเขาคล่องแคล่วและดูสวยงามตามแบบฉบับมือเก๋า เมื่อเทียบกับเซเลียร์ที่ดูเกะกะเงอะงะไปหมด
หน้าที่ของเซเลียร์คือการจับหนังที่กรีดไว้แล้วดึงให้ตึงเพื่อให้เกรย์กรีดพังผืดได้ง่ายขึ้น
แต่งานนี้มันยากกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ ไขมันที่ลื่นปรื๊ดบนหนังหมาป่าทำให้เขารู้สึกเหมือนมือถูกทาด้วยน้ำมันจนเกือบจะหลุดมือไปหลายครั้ง
"จับให้แน่นหน่อย เซเลียร์!"
เกรย์สั่งโดยไม่เงยหน้า "นั่นแหละ รักษาแรงดึงไว้แบบนั้น... มือคู่นี้ของนายดูไม่ค่อยเหมือนมือของจอมเวทเลยนะ"
หางตาของเกรย์เหลือบไปเห็นมือของเซเลียร์ที่มีรอยด้านบางๆ ตามข้อนิ้วและเส้นเลือดที่หลังมือที่ปูดโปนออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นลักษณะของคนที่ผ่านงานหนักมาไม่น้อย
[จบแล้ว]