เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 ต้องเพิ่มเงิน

บทที่ 43 ต้องเพิ่มเงิน

บทที่ 43 ต้องเพิ่มเงิน


บทที่ 43 ต้องเพิ่มเงิน

การบำเพ็ญเพียรไม่ใช่การเอาชีวิตเข้าแลก การปราบอสูรกำจัดผี การผดุงความยุติธรรม มันไม่ได้ทำให้เขาเป็นเซียน!

ต้องมีชีวิตอยู่เท่านั้น ถึงจะแสวงหามรรคผลได้

นักพรตอู่ถงบำเพ็ญเพียรมาหลายปี ย่อมมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งนานแล้ว

"เช่นนั้นขอท่านนักพรตช่วยชีวิตข้าด้วยเถิดขอรับ?"

จางเกาทำได้เพียงเอ่ยปากกล่าว

"รับความไว้วางใจจากผู้ใด ย่อมต้องทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด ข้าย่อมช่วยเจ้าแน่นอน ทว่าการจะช่วยอย่างไรนั้น ยังต้องมีข้อตกลงก่อน เจ้าอยากให้ข้าคุ้มครองชีวิตเจ้า? หรือจะให้ข้าสืบสาวถึงต้นตอเพื่อสังหารผีตนนั้น? หรือจะให้ข้าประลองวิชาผ่านอากาศ เพื่อสู้กับผู้อยู่เบื้องหลังสักตั้ง? อ้อ เงินที่เจ้าให้มาก่อนหน้านี้ เพียงพอแค่ให้ข้าคุ้มครองชีวิตเจ้าไว้เท่านั้น ความจริงเห็นแก่ที่เจ้าเป็นคนใจกว้าง ข้ายินดีจะช่วยกำจัดผีตนนี้ให้เจ้าด้วย ทว่าผีตนนี้ยุ่งยากนัก มันหลบซ่อนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ การที่ข้าจะลากมันออกมาสังหารนั้นมิใช่เรื่องง่าย ดังนั้น ต้องเพิ่มเงิน! ส่วนเรื่องประลองวิชากับผู้อยู่เบื้องหลัง นั่นคือการให้ข้าเอาชีวิตเข้าแลกแล้ว ราคาของการเสี่ยงชีวิตย่อมแตกต่างกันไป  เจ้าต้องเพิ่มให้ข้าอีกสองเท่า และเป็นสองเท่าหลังจากที่เพิ่มนะ"

นักพรตอู่ถงวางท่าสงบเสงี่ยม ท่าทางดูเป็นคนฉลาดแกมโกงบอกไม่ถูก

จางเกาที่เดิมทีใบหน้าเขียวคล้ำอยู่แล้ว พลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มทันที

เพิ่มเงิน? ซ้ำเพิ่มอีกสองเท่าจากที่เพิ่มอีก?

ครั้งนี้เพื่อเชิญนักพรตอู่ถงมาลงมือ เขาแทบจะทุ่มทรัพย์สินจนหมดตัว แล้วจะไปเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มได้อีก?

ทว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตน้อยๆ ของตน ต่อให้ต้องจ่ายราคาแพงเพียงใด เขาก็ทำได้เพียงก้มหน้ารับกรรม

ดังนั้น เขาจึงเลือกการสังหารผี

ส่วนเรื่องขอให้นักพรตอู่ถงประลองวิชา?

แม้เขาจะอยากสับร่างผู้อยู่เบื้องหลังนั่นให้เป็นหมื่นชิ้นเพียงใด... ทว่าราคาที่ต้องเพิ่มเป็นเป็นสองเท่านั่น เขาจ่ายไม่ไหวจริงๆ

"เอาล่ะ ในเมื่อจ่ายเงินครบถ้วนแล้ว เช่นนั้นทุกอย่างย่อมคุยกันง่าย อ้าปาก ข้าจะช่วยรีดเลือดจากหัวใจเจ้าออกมาคำหนึ่งก่อน"

นักพรตอู่ถงกล่าวพลาง ใช้นิ้วลากผ่านหน้าอกของเขาขึ้นมาด้านบน แล้วจิ้มเบาๆ เลือดข้นสายหนึ่งพลันพุ่งออกมา

จากนั้นเขาจึงอาศัยจังหวะคว้ามันไว้ ใช้นิ้ววาดเขียนยันต์กลางอากาศ อีกมือหนึ่งก็ลูบผ่านสิ่งของบางอย่าง ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ก็มีมุกสีดำเม็ดหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ

เขาจิ้มอักขระยันต์ลงบนมุกเม็ดนั้น

ซี่ ซี่...

บนมุกสีดำ พลันมีรอยอักขระยันต์จารึกอยู่ภายในทันที

"นี่คือมุกสายฟ้าปราบมาร ข้าได้ร่ายมนตร์ให้มันเชื่อมโยงกับเลือดหัวใจของเจ้าแล้ว เจ้าจงอมไว้ในปาก จำไว้ว่าห้ามกลืนลงไปเด็ดขาด มิเช่นนั้นหากมันระเบิดขึ้นมาโดยไม่ระวัง ย่อมไม่มีใครช่วยเจ้าได้"

"หา? ไม่ต้องอมเข้าไปได้ไหมขอรับ?"

"ไม่อยากรอดแล้วรึไง? มุกสายฟ้าปราบมารนี้ มีไว้เพื่อสังหารผีโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้ข้าใช้วิชาตัดขาด เพื่อขัดจังหวะการสูบไอพลังของมัน ย่อมต้องทำให้มันตกใจแน่นอน คนกลัวผี ผีเองก็ขวัญอ่อนไม่ต่างกัน ดังนั้นในช่วงที่เราคุยกันนี้ มันจึงไม่กล้าสูบไอพลังจากเจ้าต่อ ทว่าผีนั้นมีความโลภเป็นที่ตั้ง และโดยปกติมักไร้สติสัมปชัญญะ เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก มันย่อมลืมเรื่องนี้ และอดไม่ได้ที่จะกลับมาสูบไอพลังจากเจ้าอีกครั้ง ยามนั้นแหละ คือเวลาที่พวกเราจะลงมือ"

นักพรตอู่ถงกล่าวพลาง สะบัดมือยัดมุกสายฟ้าปราบมารเข้าปากจางเกาทันที

บนมุกสายฟ้าปราบมารเปื้อนเลือดหัวใจของเขา กลิ่นคาวเลือดนี้ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ จะกลืนก็ไม่ได้จะคายก็ไม่กล้า ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงพอจะตั้งสติได้

ลำดับต่อไป คือการรอคอยที่แสนยาวนาน

สำหรับเขาแล้ว มันคือความทุกข์ทรมานแสนสาหัส

ราตรี ค่อยๆ ลึกซึ้งขึ้น

เฉินเส้าจวินคอยสังเกตผีร้ายที่อยู่ไกลออกไปตลอดเวลา เขารู้ดีว่าเวลานี้คือช่วงเวลาสำคัญ จางเกาย่อมต้องเชิญยอดฝีมือมาจัดการกับผีตนนี้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงแอบเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

ในที่สุด ผีน้อยก็ขยับตัว มันกลับไปซุกอยู่ในอ้อมกอดของจางเคออีกครั้ง แล้วสูบไอพลังเข้าไปคำโตด้วยความโลภ

"ตอนนี้แหละ!"

อีกด้านหนึ่ง นักพรตอู่ถงที่เตรียมการไว้พร้อมแล้วคำรามลั่น ยื่นมือออกไปจิ้มข้างหน้า ทั้งยังร่ายเคล็ดวิชาเพื่อกระตุ้นมุกสายฟ้าปราบมาร

ในเวลาเดียวกัน จางเกาก็อ้าปากออก มุกสายฟ้าปราบมารพลันพุ่งออกมา ถูกห่อหุ้มด้วยไอพลังชีวิตคำหนึ่งในร่างกายของเขา แล้วหายวับไปตามวิถีที่ลี้ลับ

ผีน้อยอ้าปากกว้าง สูดเข้าอย่างแรง

มุกสายฟ้าปราบมารที่ปะปนมากับไอพลังชีวิตจึงพุ่งออกมาตามแรงสูบ และถูกมันกลืนลงท้องไปในคำเดียว

ผีน้อยหรี่ตาลงอย่างอิ่มเอมใจ เสพสุขกับความรู้สึกเติมเต็มยามที่ไอพลังชีวิตเข้าสู่ร่างกาย

จู่ๆ ดวงตาที่เย็นเยียบไร้แววของมันพลันเบิกกว้าง

เปรี้ยง!

เสียงระเบิดดังสนั่น

มุกสายฟ้าปราบมารระเบิดออก

"วี๊ดดดดดด..."

เสียงกรีดร้องโหยหวนของผีดังตามมาทันที

มุกสายฟ้าปราบมารระเบิดออกภายในร่างของผีร้าย ประกายสายฟ้าที่บ้าคลั่งกระแทกร่างวิญญาณของมันจนแตกสลาย ปราณหยินมลายสิ้น อ่อนแอลงถึงขีดสุด

แต่ถึงกระนั้น ผีน้อยตนนี้ก็ยังไม่สิ้นใจ

เพียงพริบตามันก็ควบแน่นร่างกลับมาได้อีกครั้ง ทว่ายามนี้เมื่อมองดู ร่างวิญญาณของมันกลับอ่อนแอกว่าเมื่อก่อนมาก แทบจะโปร่งแสง เหมือนดั่งจะล่องลอยไปตามลม และดูเหมือนจะสลายไปได้ทุกเมื่อ

การสูบไอพลังชีวิตติดต่อกันหลายวัน ช่วยมันได้มหาศาลจริงๆ ร่างวิญญาณเกือบจะควบแน่นจนกลายเป็นวิญญาณอาฆาต(ลี่กุ่ย) ความสามารถในการต้านทานจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยธรรมชาติ

(厉鬼 - lìguǐ ตามความเชื่อจีนคือวิญญาณอาฆาต วิญญาณพยาบาท หรือผีพเนจรที่ตายอย่างไม่เป็นธรรม โหดร้าย หรือหิวโหย มีพลังฆ่าหรือสร้างความเจ็บปวด เป็นผีร้ายที่อันตรายและคอยแก้แค้นผู้คน)

ทว่าวินาทีนี้ มันหวาดกลัวเข้ากระดูกแล้วจริงๆ เกรงว่าหากมีการโจมตีมาอีกระลอก ตนเองคงต้องวิญญาณแตกสลายไปตลอดกาลแน่ จึงไม่คิดสิ่งใดอีก รีบพุ่งตัวหนีมุ่งหน้าไปยังห้องสุยอวิ๋นภายในโรงรับจำนำตามสัญชาตญาณทันที

แต่ในวินาทีที่มันกำลังจะพุ่งทะลุหน้าต่างหนีไป ฝ่ามือข้างหนึ่งที่ดูเหมือนพัดใบปาล์ม กลับตกลงมาอย่างแผ่วเบา

ตูม!

พริบตาที่ตกลงมา มันช่างทรงพลังไร้ขอบเขต แรงกดดันทะลุถึงกระดูก

ในยามคับขัน เป็นเฉินเส้าจวินที่ลงมือ!

เขาใช้วิชาฝ่ามือวัชระพิชิตมารออกมาโดยตรง!

ฝ่ามือหนึ่งฟาดออก เลือดลมที่เข้มข้น และแรงภายในที่น่าสะพรึงกลัว พลันพรั่งพรูออกมาในชั่วพริบตา ทั้งหมดตกลงบนร่างเงาผี

เกือบจะทันที ร่างวิญญาณของผีร้ายตนนี้ก็ถูกฉีกกระชากจนแหลกละเอียด กลายเป็นเถ้าถ่านไปสิ้น

ตายแล้ว!

วินาทีนี้ ผีร้ายตนนี้ได้ตายลงอย่างสมบูรณ์!

วิญญาณแตกสลาย

หลายวันนี้ เฉินเส้าจวินแม้จะไม่ได้ลงมือกับผีตนนี้ ทว่าไม่ได้หมายความว่าเขาไม่อยากกำจัดมัน

เพียงแต่ด้วยความระมัดระวัง และเพื่อเป็นการสั่งสอนจางเกา เขาจึงยังไม่ลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า

ในเวลานี้ เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามถูกโจมตีด้วยสายฟ้าจนวิญญาณเกือบแตกสลาย และยังคิดจะหลบหนีอีก เขาจึงอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป

อีกทั้งวิชาที่ใช้ มันก็คือวิชาฝ่ามือวัชระพิชิตมารที่ได้รับเป็นรางวัลมาก่อนหน้า

วิชาสุดยอดของพุทธสำนักนี้ อานุภาพไม่ธรรมดาจริงๆ!

ยามที่ฟาดฝ่ามือออก ดูเหมือนแผ่วเบาไร้ภัยคุกคาม ทว่ากลับสามารถระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวออกมาได้ในพริบตา

ภายใต้การโจมตีเพียงครั้งเดียว เลือดลมพุ่งพล่าน แรงภายในหล่อเลี้ยง ต่อให้ผีตนนี้จะมีเพียงร่างวิญญาณ มันก็มิอาจต้านทานได้ ถูกกระแทกจนวิญญาณต้องแตกสลาย

จากนั้น ในขณะที่เฉินเส้าจวินตั้งใจจะกลับไปยังที่นอน เขาพลันชะงักไปทันที

วูบ!

ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน

คันฉ่องสื่อจิต ปรากฏขึ้น...

...

"เกิดอะไรขึ้น?"

"เสียงอะไรน่ะ?"

"ฟ้าผ่าหรือ?"

...

เสียงสายฟ้าฟาดครั้งหนึ่ง ปลุกศิษย์ฝึกหัดเฉาเฟิ่งเกือบทุกคนให้ตื่นขึ้นมา

ทุกคนต่างพากันตื่นตระหนกและพากันสงสัย เผยสีหน้ามึนงง

ยังดีที่การโจมตีของมุกสายฟ้าปราบมารนั้น ส่วนใหญ่ผีร้ายเป็นผู้รับไป มีเพียงส่วนน้อยมากที่เล็ดลอดออกมา

อีกทั้ง ต่อให้จะเป็นการโจมตีที่เล็ดลอด ส่วนใหญ่ก็ตกลงบนพื้นที่ว่างเปล่า ผู้ที่รับสายฟ้าไปมากที่สุดคือจางเคอ... ต้องยอมรับว่า ในฐานะผู้ที่ใกล้ชิดกับผีตนนั้นที่สุด เขาต้องแบกรับภาระหนักอึ้งเกินไปจริงๆ

ทว่าอย่าลืมสิ

ตัวเขากับจางเกา กำลังตกอยู่ภายใต้อานุภาพของวิชาสลับต้นเหมยแทนต้นท้อ

การโจมตีจากสายฟ้าทั้งหมด จึงถูกโอนย้ายไปตกอยู่ที่ร่างของจางเกาในพริบตาเช่นกัน

ดังนั้นเขาจึงโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้เพียงนิด ในเวลานี้เขาก็เหมือนกับคนอื่นๆ ที่มีสีหน้าโง่งมและมึนงง ดูไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใดเลย

จบบทที่ บทที่ 43 ต้องเพิ่มเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว