เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 หยกนี้ท่านยังเอาไปไม่ได้

บทที่ 14 หยกนี้ท่านยังเอาไปไม่ได้

บทที่ 14 หยกนี้ท่านยังเอาไปไม่ได้


บทที่ 14 หยกนี้ท่านยังเอาไปไม่ได้

วูบ!

ชั่วพริบตา เฉินเส้าจวินสัมผัสได้ว่าภายในร่างกายของตนมีกระแสความร้อนสายหนึ่งพุ่งพล่านออกมา

แม้กระแสความร้อนนี้จะหลอมรวมเข้าสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายและสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

ทว่าความรู้สึกของเขากลับแจ่มชัดยิ่งนัก

แรงภายใน!

นี่คือแรงภายในที่ก่อกำเนิดขึ้นในร่างกายหลังจากฝึกเพลงหมัด

เพียงแต่เป็นเพราะร่างกายของเขายังอ่อนแอ จึงมิอาจควบคุมพลังของตนเองได้เลย ส่งผลให้ไม่สามารถกักเก็บแรงภายในสายนี้เอาไว้ได้

แน่นอนว่า 'แรงภายใน' ที่สลายไปนี้ไม่ได้หายไปจริงๆ แต่มันหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ช่วยเสริมสร้างพละกำลังของเขาอย่างเงียบเชียบ

ตามความเข้าใจของเขา นี่คือกระบวนการฝึกยุทธ์เสริมสร้างร่างกายอย่างหนึ่ง

แรงภายในที่ก่อกำเนิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย มันจะช่วยเพิ่มพละกำลัง หล่อเลี้ยง และเคี่ยวกรำกายาของเขาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะบรรลุถึงขีดจำกัดบางอย่าง...

"ฝึกจนเกิด 'แรงภายใน' ได้ งั้นแสดงว่าข้าเรียนรู้เพลงหมัดชุดนี้ได้อย่างแท้จริงแล้วสินะ? ลำดับต่อไปก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงดุจงานฝนทั่งให้เป็นเข็ม!"

เฉินเส้าจวินยินดีในใจ พลันพบว่าเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามโดยไม่รู้ตัว

ประกอบกับหลังจากฝึกยุทธ์ สิ้นเปลืองพลังงานมหาศาล ท้องเริ่มหิวโหย เขาจึงหยุดการเคลื่อนไหวแล้วเดินออกจากห้องประเมิน

หลังจากรับติ้วไม้ไผ่มา เฉินเส้าจวินกำลังจะรีบไปที่โรงอาหาร ประจวบเหมาะกับทางด้านหน้าร้าน มีเสียงตะโกนเรียกของบ่าวรับใช้ดังขึ้นมาพอดี

"มาแล้ว"

เสิ่นลั่งขานรับ แล้วรีบลุกขึ้นเปิดประตูห้องที่เชื่อมต่อกับโต๊ะโรงรับจำนำสูงตระหง่านข้างห้องคลัง

ยามที่หลงจู๊ไม่อยู่ เฉาเฟิ่งทางการทั้งสามคนล้วนวางตัวสูงส่ง ดังนั้นหากมีเรื่องราวใดๆ ภายในโรงรับจำนำ โดยทั่วไปเสิ่นลั่งจะเป็นผู้จัดการ

เฉินเส้าจวินมองตามไป เห็นที่ด้านล่างโต๊ะสูง มีชายฉกรรจ์ในชุดสีเขียวผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างโต๊ะ

เดิมที โรงรับจำนำเปิดกิจการ ย่อมมีการรับเข้าส่งออก มีลูกค้ามาเยือนเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก

เฉินเส้าจวินเองก็ไม่ได้มีความอยากรู้อยากเห็นมากนัก

ทว่า เมื่อเขาเห็นคนผู้นี้ กลับรู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก

"คนผู้นี้ข้าเคยเห็นที่ไหน?"

เฉินเส้าจวินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

จากนั้น เขาก็เห็นแผลเป็นบนใบหน้าของบุรุษผู้นี้ ในใจพลันกระตุกวูบ

คนผู้นี้ เขาเคยเห็นจริงๆ

เพียงแต่ เป็นการเห็นในยามประเมินสมบัติ

ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาประเมินพัดอักษร คันฉ่องสื่อจิตสืบสาวต้นตอค้นหาแหล่งกำเนิด ในภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏออกมา มีร่างของคนผู้นี้อยู่ด้วย

เขาคือคนที่ใช้ดาบสังหารจ้าวฉวนเจ้าของพัดอักษรผู้นั้น!

"หากข้าจำไม่ผิด พัดอักษร พู่กันขนหมาป่า และสมบัติที่ยังไม่ได้ประเมินในห้องคลัง รวมถึงหยกหรูอี้ที่มีปราณหยินท่วมท้นและมีเงาผีสิงสู่อยู่ด้วยนั้น...

เดิมทีพวกมันควรจะเป็นของครอบครัวจ้าวฉวนทั้งหมด

ทว่าเมื่อครึ่งปีก่อน ครอบครัวของพวกเขาทั้งเจ็ดชีวิตถูกสังหารเรียบ ของเหล่านี้จึงถูกทางการยึดไว้

ประกาศหาญาติครบครึ่งปี ไม่มีใครมาแสดงตัว

ดังนั้นจึงเกิดเรื่องที่หลงจู๊ไปเหมามาจากที่ว่าการ แล้วนำเข้าสู่โรงรับจำนำตระกูลหลิน"

เฉินเส้าจวินเรียบเรียงเหตุและผลในสมองอย่างรวดเร็ว

"และบัดนี้ ฆาตกรที่สังหารจ้าวฉวน และมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นคนฆ่าล้างครัวครอบครัวจ้าวฉวนทั้งเจ็ดชีวิต กลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า..."

เฉินเส้าจวินไม่ใช่คนที่มีคุณธรรมล้นปรี่

ต่อให้เขารู้ว่าคนผู้นี้คือฆาตกร เขาก็ไม่คิดจะแกว่งเท้าหาเสี้ยน

แจ้งความหรือ? หากทางการถามขึ้นมาจะบอกว่าอย่างไร?

เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาคือฆาตกร? เห็นกับตาหรือ? บอกไม่ได้ใช่ไหม? หรือว่าเจ้าคือผู้สมรู้ร่วมคิด?

ที่ว่าการมีประตูเดียว คำว่าขุนนางมีสองปาก ไม่แน่ว่าคดีนี้ยังไม่ปิด และกำลังรอให้เขาเดินไปติดกับเองก็เป็นได้

(ที่ว่าการมีประตูเดียว: สื่อว่าชาวบ้านที่เดือดร้อนมีทางเลือกเดียว คือต้องมาพึ่งพาอำนาจรัฐ 

ขุนนางมีสองปาก: สื่อถึงความ "กะล่อน" หรือ "พลิกแพลง" ของผู้มีอำนาจ 

ปากหนึ่ง: พูดตามหลักการ ข้ออ้างทางกฎหมาย หรือคุณธรรมบังหน้า

อีกปากหนึ่ง: พูดเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง กลับคำได้ตลอดเวลา)

เฉินเส้าจวินไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว แต่ในยามที่สมบัติล็อตนั้นตกมาอยู่ในโรงรับจำนำ

ฆาตกรในตอนนั้นกลับตามมาถึงที่ ย่อมทำให้เขาอดคิดมากไม่ได้

"ลูกค้าท่านนี้ ต้องการนำของมาจำนำหรือต้องการไถ่ของคืน?"

เสิ่นลั่งยามเผชิญหน้ากับคนนอก กลับดูสุภาพขึ้นมาก

"ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง พอดีแม่ยายของข้าใกล้จะถึงวันเกิด ข้าเลยคิดจะหาซื้อสมบัติสักชิ้นไปเป็นของขวัญวันเกิด หามาหลายร้านแล้วก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ

นี่ไง ได้ยินว่าโรงรับจำนำตระกูลหลินของพวกเจ้าชื่อเสียงโด่งดังนัก ในละแวกนี้หากใครมีความต้องการอันใด ล้วนต้องมาหาพวกเจ้า

ดังนั้น ข้าเลยอยากจะดูว่า ภายในโรงรับจำนำมีของขวัญวันเกิดที่เหมาะสมหรือไม่

อ้อ แม่ยายของข้าชอบหยก ดังนั้นของขวัญชิ้นนี้ เป็นหยกน่าจะดีที่สุด หยกหรูอี้ หรือพระพุทธรูปหยกอะไรก็ได้ทั้งนั้น"

บุรุษผู้นั้นกล่าวพลางกวาดสายตามองเข้าไปในห้องคลัง ทันทีที่เห็นสิ่งของหลายชิ้นวางอยู่บนถาดในห้องคลัง ดวงตาก็พลันเป็นประกายวาบ ส่งเสียงประหลาดใจออกมาว่า "ข้าว่าหรูอี้บนถาดนั่น ดูท่าจะเข้าทีไม่เลว"

ย่อมมีบ่าวรับใช้หัวไว รีบยกถาดนั้นออกมา

"ใช่หยกหรูอี้ชิ้นนี้หรือไม่?"

เสิ่นลั่งยื่นมือไปหยิบหยกหรูอี้ออกมาจากถาด

ความเย็นยะเยือกที่หนาวเหน็บเข้ากระดูกทำให้มือของเขาอดไม่ได้ที่จะสั่น เขาพยายามตั้งสติแล้วรีบวางลงทันที ก่อนจะเอ่ยถาม

"ถูกต้อง!"

บุรุษหน้าบากรีบพยักหน้า

เฉินเส้าจวินในตอนนี้ก็ไม่รีบร้อนจะไปแล้ว เห็นเหตุการณ์ดังนั้นจึงลอบพึมพำในใจ หรือว่าที่ฝ่ายตรงข้ามลงมือทำคดีฆ่าล้างครัวอย่างโหดเหี้ยมในตอนนั้น มันก็เพื่อหยกหรูอี้ชิ้นนี้?

ในใจเขารู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก

เป็นเพราะหยกหรูอี้ชิ้นนี้ ให้แรงกดดันแก่เขามากเกินไปจริงๆ

ปราณหยินท่วมท้น เงาผีสิงสู่

เขายอมรับว่าด้วยความสามารถของตนในตอนนี้ ย่อมกำราบมันไม่ได้แน่นอน

หากถึงคิวที่เขาต้องประเมิน ต่อให้ไม่ตายก็คงต้องปางตาย

บัดนี้ หากคนผู้นี้ซื้อไปได้ กลับทำให้เขารู้สึกเบาใจขึ้นมาบ้าง

"ลูกค้าท่านนี้ตาถึงจริงๆ

สมบัติบนถาดนี้ หลงจู๊ของพวกเราต้องใช้เส้นสายเป็นพิเศษเพื่อรับมาจากตระกูลใหญ่แห่งหนึ่งเชียวนะ

โดยเฉพาะหยกหรูอี้ชิ้นนี้ ยิ่งไม่ธรรมดา มันคือของขวัญวันเกิดที่จวนอ๋องมอบให้แก่เจ้าบ้านตระกูลนั้นเชียวล่ะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นลั่งก็ยิ้มตาหยี รีบบรรยายสรรพคุณเสียงดังทันที

"เจ้าอย่าได้กล่าววาจาหลอกลวงกันเลย

หากเป็นของขวัญวันเกิดจากจวนอ๋องจริงๆ ครอบครัวนั้นจะกล้านำออกมาจำนำง่ายๆ ได้อย่างไร?

ทว่า หยกหรูอี้ชิ้นนี้ข้าถูกใจจริงๆ หากเจ้ามีใจจริง ช่วยบอกราคามิตรภาพหน่อยได้หรือไม่?"

บุรุษหน้าบากรู้ที่มาของหยกหรูอี้ชิ้นนี้แจ่มแจ้ง ย่อมไม่รับฟังวาจาเหลวไหลของเสิ่นลั่ง

"ฮ่าๆๆ ความล้ำค่าของหยกหรูอี้ชิ้นนี้ ต่อให้ข้าไม่พูด ลูกค้าท่านนี้ย่อมทราบดีอยู่แล้ว

ที่เรียกว่าพบกันคือวาสนา ในเมื่อลูกค้าท่านถูกใจสมบัติชิ้นนี้ โรงรับจำนำตระกูลหลินของเราเปิดประตูทำมาค้าขาย ย่อมยินดีแบ่งปันให้

เอาเป็นว่า ห้าสิบตำลึงเงิน!

เพียงห้าสิบตำลึงเงิน ลูกค้าท่านก็สามารถนำมันไปได้เลย"

"สูงเกินไป แม้เนื้อหยกของหยกหรูอี้นี้จะดี แต่ฝีมือแกะสลักกลับยังขาดความประณีตไปบ้าง ในราคาเดียวกันนี้ ข้าสามารถไปซื้อหยกแกะสลักของปรมาจารย์เยว่เหอที่ร้านจิงเป่าได้เลยนะ

ข้าให้ราคาได้มากที่สุดแค่ยี่สิบตำลึง"

"ยี่สิบตำลึง แม้แต่ราคาทุนยังไม่ได้เลย แต่ข้าเห็นว่าลูกค้าท่านมีความจริงใจ ข้ายินดีลดให้หน่อยก็ได้

อืม สี่สิบห้าตำลึงเป็นอย่างไร?"

ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นยอดฝีมือในการต่อรองราคา หลังจากเสนอราคาและต่อรองกันไปมาอยู่พักใหญ่ จึงตกลงขายหยกหรูอี้ชิ้นนี้ในราคาที่สามสิบตำลึงเงิน

"เอาล่ะ ช่วยห่อหยกชิ้นนี้ให้ข้าที"

เมื่อเห็นว่าของกำลังจะตกถึงมือ บุรุษหน้าบากก็เผยสีหน้ายินดีออกมาบ้าง เขาหยิบเงินออกมาจากอกเสื้อ เตรียมจะยื่นหมูยื่นแมว

"ช้าก่อน หยกหรูอี้ชิ้นนี้ท่านยังเอาไปไม่ได้"

ทว่า ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะตกลงซื้อขายกัน เสิ่นลั่งกลับโพล่งขึ้นมาขัดจังหวะเสียอย่างนั้น

จบบทที่ บทที่ 14 หยกนี้ท่านยังเอาไปไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว