เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - บ่าวแว้งกัดนาย

บทที่ 8 - บ่าวแว้งกัดนาย

บทที่ 8 - บ่าวแว้งกัดนาย


บทที่ 8 - บ่าวแว้งกัดนาย

"คนที่เคียดแค้นตระกูลหลักไม่มีทางมีแค่คนเดียวแน่ ก่อนหน้านี้อาจจะไม่มีใครกล้าลุกขึ้นสู้ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว"

ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น มีแววตาซับซ้อน

"เมื่อมีคนแรกลงมือ ก็ย่อมมีคนที่สองตามมา ไม่ว่าจะเป็นการเลียนแบบพฤติกรรม หรือว่าพวกเขารวมหัวกันแล้ว การจะสืบหาตัวผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังก็เป็นเรื่องยากมาก"

ดันโซมีสีหน้าอึมครึม เขาเอ่ยเสียงเย็น "ถึงอย่างนั้นก็ตัดหางปล่อยวัดตระกูลหลักไม่ได้หรอก ตระกูลสาขาไม่มีทางดึงมาเป็นพวกได้เลย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเราเอาแต่เมินเฉยต่อความรู้สึกของตระกูลสาขา พวกเขาก็อาจจะแค้นพวกเราอยู่เหมือนกัน!"

"แต่ว่า... ถ้าไร้ซึ่งตระกูลสาขา ตระกูลหลักจะมีประโยชน์อะไรอีกล่ะ"

"เรื่องนี้..."

ดันโซถึงกับพูดไม่ออก เขาเริ่มประจักษ์ถึงความยุ่งยากของปัญหาในตระกูลฮิวงะเข้าให้แล้ว

หากเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ว่าผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังคือคนของตระกูลสาขา นินจาตระกูลสาขาที่เคียดแค้นตระกูลหลักก็จะต้องพยายามปกป้องหมอนั่นอย่างแน่นอน

แม้แต่นินจาที่ถูกกระตุ้นความแค้นขึ้นมาก็นับว่าเป็นปัญหาใหญ่แล้ว หากมีนินจาตระกูลสาขาลุกฮือขึ้นต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ หมู่บ้านควรจะรับมืออย่างไรดี

พูดตามตรง นี่มันเข้าข่ายความขัดแย้งภายในของตระกูลฮิวงะอย่างชัดเจน

แถมตอนก่อตั้งหมู่บ้านโคโนฮะก็ตกลงกันไว้แล้วว่า แต่ละตระกูลนินจามีสิทธิ์ปกครองตนเอง โฮคาเงะไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายกิจการภายในของแต่ละตระกูล

ต่อให้จะใช้ข้ออ้างเรื่องภาวะสงครามเพื่อแทรกแซง หมู่บ้านควรจะเข้าข้างฝ่ายไหนล่ะ

ก็อย่างที่ฮิรุเซ็นบอก ตระกูลหลักที่ไม่มีตระกูลสาขาคอยรับใช้ มันจะมีประโยชน์อะไร

จะหวังพึ่งให้พวกนั้นไปออกรบ แล้วเอาเนตรสีขาวไปประเคนให้ศัตรูงั้นหรือ

"หากมัวแต่พะวักพะวง ศัตรูก็จะยิ่งได้ใจ ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม!" ดันโซหลับตาลง "มอบหมายเรื่องนี้ให้ฉันจัดการเถอะ นายก็รู้ดีว่าฉันมีวิธีรับมือกับเรื่องพรรค์นี้อยู่แล้ว"

ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น เอาแต่อัดควันจากกล้องยาสูบ ไม่ได้ให้คำตอบใดๆ กลับไป

...

'ไม่มีเพื่อนพ้อง ไร้ซึ่งพลัง จะต้องเป็นนกที่ถูกขังอยู่ในกรงไปตลอดกาลอย่างนั้นหรือ'

ฮิวงะ ยูซึเกะ มองตามแผ่นหลังของฮาเนะที่เดินมุ่งหน้าไปยังใจกลางเขตของตระกูลหลัก เขากำหมัดแน่นก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

ความหวังที่จะทำลายอักขระปักษาในกรง เขาจะต้องแย่งชิงมันมาจากมือของพวกเบื้องบนให้จงได้!

...

"คู่ที่สี่"

ค่ำคืนของวันถัดมา

ฮาเนะจ้องมองโจนินฮิวงะที่ถูกเขาโค่นล้มลงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหา

เขาคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายแล้วหิ้วร่างนั้นขึ้นมาจากพื้น

"ฮิวงะ ฮาเนะ! แกเองหรอกหรือที่ลอบโจมตีคนในตระกูล!"

โจนินที่ถูกโจมตีถูกบังคับให้สบตากับฮาเนะ เขากัดฟันกรอด

"มีฝีมือเหนือกว่าระดับโจนินแท้ๆ แต่กลับไม่ยอมจงรักภักดีต่อตระกูลหลัก ไอ้คนทรยศหน้าไม่อาย!"

ฮาเนะไม่สนใจเสียงด่าทอ เขาใช้มือข้างเดียวประสานอินอย่างรวดเร็ว

"วิชาผนึก คุกนรกสีขาว!"

"อ๊ากกก!!!"

เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังก้องออกมาจากปากของโจนิน ทว่าเสียงนั้นกลับถูกม่านพลังที่ฮาเนะกางเตรียมไว้ล่วงหน้ากลืนกินไปจนสิ้น จึงไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกไปข้างนอกได้

จักระหยินสีขาวและพลังเนตรสีขาวก่อตัวเชื่อมโยงดวงตาทั้งสองคู่เข้าด้วยกันราวกับริบบิ้นที่ทอดตัวยาว

โจนินสัมผัสได้ว่าเนตรสีขาวที่เขาเบิกได้ตั้งแต่อายุเจ็ดขวบกำลังเสื่อมสภาพ พลังเนตรค่อยๆ ไหลทะลักออกไป จนสุดท้ายก็กลับกลายเป็นดวงตาปกติที่ยังไม่ได้เบิกเนตร ความหวาดกลัวสุดขีดฉายชัดบนใบหน้าของเขา

"แกกำลังทำอะไร วิชาผนึกนี่มันคืออะไรกันแน่!"

"ถ้าสงสัยนักล่ะก็ เอาไว้แกตายเมื่อไหร่ฉันจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน"

ฮาเนะสัมผัสได้ถึงพลังที่สูบฉีดอยู่ในดวงตา เขายกมือขวาที่ว่างอยู่ขึ้นมาพลางเผยรอยยิ้ม "ขอบใจสำหรับของขวัญนะ!"

ฝ่ามือฟาดสับลงไป เลือดสาดกระเซ็น

ฟุ่บ! ฟุ่บ!

เสียงแหวกอากาศดังขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของหน่วยลับสองคน

"ฮิวงะ ฮาเนะ แกฆ่าเพื่อนพ้องของตัวเอง ตามพวกเรามาซะดีๆ!"

"หึหึ ร่วมงานกับตระกูลฮิวงะมานานเกินไปหรือเปล่าครับ"

ฮาเนะโยนศพในมือทิ้ง จ้องมองพวกเขาด้วยเนตรสีขาวอมฟ้า

"ผมมีเนตรสีขาว ย่อมต้องเห็นอยู่แล้วว่าพวกคุณกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ แต่ผมก็ยังอ้อยอิ่งจัดการหมอนี่อย่างเชื่องช้า ไม่คิดว่ามันแปลกบ้างหรือครับ"

สีหน้าภายใต้หน้ากากของหน่วยลับทั้งสองแปรเปลี่ยนไปทันที

ตู้ม!!!

หน่วยลับสวมหน้ากากจิ้งจอกร่วงหล่นลงมาจากที่ไกลๆ กระแทกพื้นเบื้องหน้าพวกเขากลายเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่

เหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้หน่วยลับทั้งสองรีบขยับเข้าไปยืนพิงหลังกันเพื่อระวังภัย หนึ่งในนั้นเอ่ยถามเพื่อนที่นอนกองอยู่บนพื้น

"เกิดอะไรขึ้น นายซุ่มโจมตีอยู่ไม่ใช่หรือไง"

หน่วยลับสวมหน้ากากจิ้งจอกยันตัวลุกขึ้น กระอักเลือดออกมาคำโต หายใจหอบถี่ พลางเอ่ย

"เป็นพรรคพวกของมัน มีเนตรสีขาวเหมือนกัน แต่ไม่มีประวัติอยู่ในข้อมูลของตระกูลฮิวงะ"

พวกเขาคือคนที่โฮคาเงะส่งมาสืบเรื่องการลอบโจมตีในตระกูลฮิวงะ ท้ายที่สุดฮิรุเซ็นก็ไม่กล้าปล่อยให้ดันโซเข้ามาก้าวก่ายเรื่องของตระกูลฮิวงะ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะฉวยโอกาสนี้เข้าควบคุมตระกูลสาขา

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงได้อ่านประวัติของคนในตระกูลฮิวงะทุกคนมาแล้ว

และโจนินหน่วยลับคนนี้ก็มั่นใจเต็มร้อยว่า ตระกูลฮิวงะไม่มีทางมียอดฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ซ่อนอยู่แน่!

"ศัตรูอยู่ที่ตำแหน่งเจ็ดนาฬิกา มีเนตรสีขาว บนตัวมีรอยร้าวแปลกๆ ระวังตัวด้วย ฝีมือของมันอาจจะสูสีกับท่านโฮคาเงะเลยก็ได้!"

"สูสีกับท่านโฮคาเงะงั้นหรือ นายล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย!"

หน่วยลับทั้งสองร้องอุทานออกมา แต่ทว่าวินาทีถัดมา... พวกเขาก็เข้าใจได้อย่างถ่องแท้

แกร๊ก แกร๊ก

เสียงชุดเกราะเสียดสีกันดังขึ้น นินจาฮิวงะในชุดเกราะยุคเซ็นโกคุ ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสาม จักระที่แผ่ซ่านออกมารุนแรงราวกับจับต้องได้ ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกหวาดผวา!

เมื่อเห็นดังนั้น ฮาเนะก็ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาหน่วยลับทั้งสามคน

"การถูกกักขังให้อยู่แต่ในหมู่บ้าน แถมรอบตัวยังมีแต่สายตาคอยจับจ้อง การจะหาเครื่องสังเวยมาทำคาถาสัมภเวสีคืนชีพก็ลำบากลำบน สำหรับนักวิจัยอย่างผมเนี่ย มันเป็นเรื่องที่ทรมานจิตใจมากเลยนะครับ"

"ถึงผมจะไม่ได้มีงานอดิเรกชอบรบกวนความสงบสุขของคนตาย แต่การจะไขความลับบางอย่าง การถามจากปากคนตายโดยตรงมันง่ายกว่าเยอะเลยล่ะครับ"

"ดังนั้น คงต้องรบกวนพวกคุณทั้งสามคนมาเป็นเครื่องสังเวยให้ผมหน่อยนะครับ"

สิ้นเสียงของฮาเนะ ค่ายกลแปดทิศก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของนินจาสัมภเวสี

'มวยอ่อนแปดทิศหกสิบสี่ฝ่ามือ!'

วิชามวยอ่อนที่รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบสกัดกั้นจักระของพวกเขาทั้งสามคนก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตั้งตัวเสียอีก

นินจาสัมภเวสีใช้วิชามวยอ่อนได้อย่างเหนือชั้นราวกับไร้ที่ติ

"การใช้นินจาตระกูลหลักมาเป็นเครื่องสังเวย ขีดจำกัดสายเลือดเดียวกัน สายเลือดที่มีต้นกำเนิดเดียวกัน ทำให้นินจาสัมภเวสีที่ถูกเรียกมามีพลังถึงเจ็ดส่วนจากตอนที่ยังมีชีวิตอยู่"

ฮาเนะที่ยืนดูอยู่เอ่ยชมเชย "แต่ก็นะ ถ้าเจ้าของร่างเดิมไม่ได้เก่งกาจอะไร มันก็คงไม่มีความหมาย สมแล้วที่เป็นผู้นำตระกูลหลักในยุคเซ็นโกคุ ฮิวงะ เมโกคุ ในยุคนั้น คุณคือยอดฝีมือระดับที่ทัดเทียมกับคาเงะเลยทีเดียว!"

"ไอ้เด็กตระกูลสาขาชั่วช้า!" ฮิวงะ เมโกคุ ที่เห็นได้ชัดว่ายังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนตวาดลั่น "แกกล้าคิดค้นวิชาลบหลู่คนตายแบบนี้ขึ้นมา ไม่กลัวหรือไงว่าตายไปแล้วจะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด!"

"หึ" ฮาเนะหัวเราะเบาๆ ไม่ได้คิดจะทวงลิขสิทธิ์คืนให้โฮคาเงะรุ่นที่สองแต่อย่างใด เขาเพียงเอ่ยถาม "คุณจะโกรธไปทำไมกันล่ะ โกรธที่ถูกเชิดอย่างนั้นหรือ"

"ฉันแค่โมโหที่มีลูกหลานเนรคุณแบบแกเกิดมาต่างหาก!"

"ดวงตาสีขาวที่ดูอ่อนโยนนั้นไม่อาจปกปิดความโกรธเกรี้ยวของคุณได้เลยนะ"

ฮาเนะส่ายหน้าพลางลงอักขระผนึกใส่นินจาทั้งสามคน แล้วจับพวกเขายัดใส่เข้าไปในคัมภีร์

"คุณก็แค่กำลังโกรธที่ตัวเองถูกคนอื่นควบคุม ถูกคนของตระกูลสาขาเชิดก็เท่านั้นเอง เหมือนกับในอดีตที่คุณเคยเป็นฝ่ายควบคุมตระกูลสาขา คุณรับไม่ได้สินะที่ต้องมาเจอจุดจบแบบเดียวกับพวกเขา"

คำพูดของเขาทำให้ฮิวงะ เมโกคุ ยิ่งโกรธจัดขึ้นไปอีก "เมื่อวานตอนที่ผมไปที่สุสานของตระกูลหลักเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของคุณ มันราบรื่นมากเลยล่ะ"

"ไม่มีใครมาขัดขวาง ไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นเลย"

"ตอนแรกผมก็แค่อยากจะเพิ่มความมั่นใจ หาตัวช่วยมาเพิ่มกำลังรบก็เท่านั้น แต่พอเรียกคุณออกมาจริงๆ ผมกลับรู้สึกว่านี่มันคือกรรมตามสนองชัดๆ"

"ตอนมีชีวิตอยู่ พวกคุณเป็นฝ่ายควบคุมตระกูลสาขา พอตายไป พวกคุณก็ต้องถูกตระกูลสาขาควบคุม มันก็แฟร์ดีไม่ใช่หรือไง"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - บ่าวแว้งกัดนาย

คัดลอกลิงก์แล้ว